Saturday, 27 June 2026
NewsFeed

‘โค้ชเช’ ปลื้ม!! ได้สัญชาติไทย ชื่อใหม่ ‘ชัชชัย’ หลัง ‘บิ๊กตู่’ ลงนามมอบสัญชาติให้ตามคำขอ

ได้เป็นคนไทยซักที สำหรับ ‘โค้ชเช’ หรือ ‘นายยอง ซอก เช’ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย หลังจากเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า... 

วันนี้ได้ลงนามคำสั่งมอบสัญชาติไทยเพิ่มเติมประจำปีตามวาระ ซึ่งวันนี้ ‘โค้ชเช’ หรือ นายยอง ซอก เช หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ก็ได้รับสัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นคนไทยตามที่เขาข้อร้องมา เพราะเขาดูแลการกีฬาให้ประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร

‘โค้ชเช’ จะใช้ชื่อภาษาไทยว่า ‘ชัชชัย’ ที่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือสมเด็จธงชัย วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นคนตั้งให้

บีโอไอ ฟุ้งต่างชาติลงทุนในไทยพุ่ง โชว์ยอดขอส่งเสริมทะลุ 6.4 แสนล้านบาท โต 59%

บีโอไอโชว์ปี 64 ยอดขอส่งเสริมทะลุ 6.4 แสนล้านบาท โต 59% ชี้ FDI หนุนเพิ่มขึ้นกว่า 163% ด้านบอร์ดไฟเขียวมาตรการส่งเสริมภาคเกษตร หนุนไทยสู่ ไบโอ ฮับภูมิภาคอาเซียน ส่งเสริมศูนย์การค้าผลผลิตทางการเกษตรระบบดิจิทัล

4 ก.พ. 65 นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า สถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2564 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 642,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนโครงการรวม 1,674 โครงการ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมการแพทย์ มีอัตราการขยายตัวสูง จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 783 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 455,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมที่มีมูลค่าเงินลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น มีมูลค่าเงินลงทุน 80,733 ล้านบาท รองลงมา คือ จีน มีมูลค่าเงินลงทุน 38,567 ล้านบาท และสิงคโปร์ มีมูลค่าเงินลงทุน 29,669 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 340,490 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม ขณะที่สำหรับพื้นที่เป้าหมายอีอีซี มีการขอรับการส่งเสริมจำนวน 453 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 220,500 ล้านบาท โดยจังหวัดระยองมีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 112,740 ล้านบาท รองลงมาเป็นจังหวัดชลบุรี มูลค่าเงินลงทุน 74,550 ล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่าเงินลงทุนรวม 33,210 ล้านบาท

นอกจากนี้กิจการในกลุ่ม BCG ซึ่งครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG ในปี 2564 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 152,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนโครงการ 746 โครงการ เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และตั้งแต่ปี 2558 - 2564 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม BCG มีมูลค่ารวม 675,781 ล้านบาท รวม 2,996 โครงการ

นางสาวดวงใจ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร และเปิดประเภทกิจการใหม่ ได้แก่ กิจการศูนย์การค้าผลิตผลทางการเกษตรระบบดิจิทัล และกิจการนิคมหรือเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และทบทวนสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ไบโอ ฮับตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

'กรณ์' สวน!! ‘อดีตนายทุนพรรคกล้า’ ไม่ต้องชนะเท่านั้น ถึงจะได้ประโยชน์

นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตบอร์ดการบินไทย หนึ่งในผู้สนับสนุนเงินทุน ให้กับพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Banyong Pongpanich' แสดงความเห็นต่อผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม. ที่หลักสี่ - จตุจักร จากนั้นต่อมาไม่นาน นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้เข้ามาตอบความเห็นดังกล่าว โดยมีข้อความระบุว่า... 

สวัสดีครับพี่เตา หากมองว่าต้องชนะเท่านั้นถึงจะได้ประโยชน์ ก็คงหมายความว่าพรรคอื่นๆ ทุกพรรคเว้นเพื่อไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเว้นได้ออกทีวีอย่างที่พี่ว่า

ในระดับหนึ่งมองอย่างนั้นก็ได้

แต่พรรคกล้าเราส่งคุณอรรถวิชช์ลงเพราะเรามองว่าคุณอรรถวิชช์จะเป็น ส.ส. ที่ดีได้ให้กับคนกรุงเทพ โดยเฉพาะวันนี้วาระสภาเหลืออยู่นิดเดียว ไม่มีเวลามาเรียนรู้งาน

เราไม่ยึดติดมากมายกับสถานะหรือตำแหน่งเลขาธิการพรรค เพราะเราเป็นพรรคเริ่มใหม่ต้องกล้าเสี่ยง กล้าเสนอคนที่ดีที่สุดของเรา ไม่อย่างนั้นกล้าๆ กลัวๆ ส่งคนที่ไม่ใช่ เพื่อเล่นเซฟผมว่าไม่ใช่แนวทางของเรา เราเล่นแบบพรรคใหญ่ไม่ได้ครับ

หุ้นส่วนร้านโอมากาเสะ ขอโทษปมคอมเมนต์แรง ยัน!! ไม่คิดเหยียดใคร ทำไปเพราะอารมณ์

หลังเกิดกรณียูทูบเบอร์ดัง ‘แจ็ก แปปโฮ’ ขึ้นไปยืนเหยียบไปบนบาร์ร้านโอมากาเสะ จนกลายเป็นประเด็นร้อนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมดังกล่าว อีกทั้งในด้าน ดีเจกฤษ-กฤษ ชลาธรทรัพย์ อดีตดีเจชื่อดัง ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร้านยังตอบคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ‘คนที่ติไม่มีเงินมากินครับ ได้แต่กดคีย์บอร์ดอยู่บ้าน ตอนนี้ลูกค้าจองเต็มเลย’ ด้วยนั้น

เช้าวันนี้ (4 ก.พ. 65) ที่ร้าน MANEKU OMAKASE เภสัชกร ดร. ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี และ ดีเจกฤษ-กฤษ ชลาธรทรัพย์ ก็ได้จัดแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดย ดร.ปัณณวิช กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันบอร์ดบริหารก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโต๊ะทั้งหมดแล้ว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่โทษใคร ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน

“ทางเราขอเป็นตัวแทนออกมาขอโทษ แล้วก็รับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น” เขากล่าว

ขณะเดียวกันยังบอกด้วยว่าต่อไปจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก โดยจะอธิบายให้ลูกค้าทราบว่าเป็นกฎของร้าน

ด้าน ดีเจกฤษ ให้รายละเอียดเพิ่มว่า วันดังกล่าวเป็นการเหมาร้านจัดไพรเวตดินเนอร์ เพื่อเปิดตัวซิงเกิลใหม่ของหมอสุนิล ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้คุยกับหมอสุนิลแล้ว ขณะที่ ‘แจ็ก แปปโฮ’ หรือ ‘จาตุรงค์ พาโพธิ์’ ก็ฝากขอโทษมา

“ทุกคนก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้”

สำหรับกรณีคอมเมนต์ ‘คนที่ติไม่มีเงินมากินครับ ได้แต่กดคีย์บอร์ดอยู่บ้าน’ ทั้งยังว่า ‘ตอนนี้ลูกค้าจองกันเต็มเลยครับ’ ของเขาที่หลายคนมองว่าเป็นการเหยียดคนอื่น ดีเจกฤษ ได้กล่าวขอโทษพร้อมกับยกมือไหว้

“ก่อนอื่นต้องโทษจริงๆ สำหรับถ้อยคำของผมที่ไม่เหมาะสม อาจจะเป็นด้วยอารมณ์หลายๆ อย่าง ที่เราไม่คาดคิด เราโต้ตอบกับเพื่อนรุ่นที่พี่สนิทในเฟซบุ๊กของเรา แล้วใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งผมก็ขอน้อมรับความผิด ผมขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกหรือเหยียดหยามลูกค้า หรือไม่ให้เกียรติลูกค้า แต่ว่าเอาเป็นว่าผมจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครั้งต่อไปก็แล้วกันครับ ขอบคุณครับ”

ในส่วนของลูกค้า ดีเจกฤษ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุยังไม่ได้เปิดรับจองลูกค้าใหม่ๆ เพราะร้านจะปิดชั่วคราวเพื่อเปลี่ยนโต๊ะ

เมื่อถามถึงความรู้สึกว่ากลัวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบกับร้านว่าคนจะไม่กล้ามาจองหรือไม่นั้น ทาง ดร.ปัณณวิชญ์ กล่าวว่า “ทางเราพยายามทำให้ดีที่สุด ให้ลูกค้าพอใจ สบายใจ ซึ่งในเรื่องความสะอาดเราเคลียร์หมดแล้วว่าจะทำตามที่ตกลงทั้งหมด ส่วนเรื่องของความเชื่อมั่น แต่ละคนที่อยากจะมาทานหรือไม่อยากจะมาทาน อันนี้เป็นสิทธิ์ของลูกค้า ซึ่งเรายอมรับกับการที่เขาจะมาคอมเมนต์ติชมหรืออะไรต่างๆ”

ส่วนดราม่าเรื่องคอมเมนต์ของดีเจกฤษที่เกิดขึ้น ดีเจกฤษ เสริมอีกว่า “บางทีอารมณ์น้อยใจน่ะครับ คือแบบทางร้านยังไม่ได้มาชี้แจง บางทีหลายๆ คนเข้ามา คืออารมณ์น้อยใจกับเพื่อนเรา เพื่อนรุ่นพี่สนิท ในเฟซบุ๊ก ก็อย่างที่ผมบอก ขอโทษจริงๆ”

สหรัฐฯ เสียงแข็ง ปฏิเสธส่งอาวุธชนกลุ่มน้อย บอกสื่ออย่าเชื่อ ‘โซเชียลมีเดีย’

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) Mr. Michael Heath อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงกระแสข่าวสหรัฐฯ สนับสนุนอาวุธให้กับชนกลุ่มน้อยต่อสู้กับกองทัพเมียนมาตามแนวชายแดนว่า ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้กับฝ่ายตรงข้ามเมียนมา เรากับไทยช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมและวัคซีน อย่าเชื่อสิ่งใดที่อ่านในโซเชียลมีเดีย และขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เป็นความจริง

'แอมเนสตี้' เรียกร้องประชาคมโลกใช้โอลิมปิก กดดันให้มีการปรับปรุงสิทธิมนุษยชนในจีน

'แอมเนสตี้' เรียกร้องประชาคมโลกใช้โอลิมปิกฤดูหนาวและพาราลิมปิก ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน 4 - 20 ก.พ. นี้ เป็นโอกาสในการกดดันให้มีการปรับปรุงสิทธิมนุษยชนในประเทศจีน

4 ก.พ. 65 - แอมเนสตี้เรียกร้องประชาคมโลกต้องใช้โอลิมปิกฤดูหนาวและพาราลิมปิกเป็นโอกาสในการกดดันให้มีการปรับปรุงสิทธิมนุษยชนในประเทศจีน ซึ่งมหกรรมกีฬานี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 20 กุมภาพันธ์นี้ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

เมืองหลวงของจีนจะได้ต้อนรับทัพนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และนักการทูตจากทั่วโลก ในการแข่งขันที่จะเริ่มขึ้นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ แต่มหกรรมกีฬานี้จะเกิดขึ้นท่ามกลางการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องหลายประการในประเทศจีน

อัลคัน อาคาด นักวิจัยเกี่ยวกับประเทศจีน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “แม้มีความคาดหวังว่าการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งจะเป็นมหกรรมกีฬาในความทรงจำ แต่คนที่เฝ้ารอดูไม่ควรเพิกเฉยต่อปัญหาซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของจีน นักกฎหมายและนักกิจกรรมต้องถูกจำคุกเพียงเพราะทำงานของตนอย่างสงบ เหยื่อผู้ถูกละเมิดทางเพศต้องเผชิญกับบทลงโทษเพียงเพราะกล้าออกมาเปิดโปง มีการคาดการณ์ว่าในแต่ละปีมีผู้ถูกประหารชีวิตหลายพันคน กลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมจำนวนมากต้องเผชิญกับการถูกกักขัง ถูกทรมานและประหัตประหารอย่างเป็นระบบในค่ายกักกัน”

“การแข่งขันครั้งนี้ไม่ควรถูกใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสถิติด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลงของจีน ในทางตรงกันข้าม ควรถูกใช้เป็นโอกาสเพื่อกดดันให้จีนแก้ปัญหาเหล่านี้”

ไอโอซีควรประกันให้มีการทำตามสัญญา

รัฐบาลจีนให้หลักประกันหลายประการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ก่อนที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว รวมทั้งการเคารพเสรีภาพสื่อ สิทธิด้านแรงงาน “การพลัดถิ่นฐาน” และประกันโอกาสอย่างแท้จริงที่จะให้มีการเดินขบวนโดยสงบระหว่างการแข่งขันครั้งนี้

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ดำเนินการอย่างเต็มที่และให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติเพื่อตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนต่อสาธารณะ ก่อนและระหว่างการแข่งขันครั้งนี้

“สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกถูกละเมิดอย่างเป็นระบบในประเทศจีน จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ไอโอซีและคณะกรรมการโอลิมปิกของชาติต่างๆ ในการแข่งขันครั้งนี้ ต้องเคารพความต้องการของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ด้านกีฬาที่ต้องการพูดถึงปัญหาสิทธิมนุษยชน รวมทั้งประเด็นที่ถูกมองว่า “ละเอียดอ่อน” สำหรับทางการจีน”

“ไอโอซียังต้องยืนยันว่า รัฐบาลจีนปฏิบัติตามคำสัญญาที่จะประกันให้เกิดเสรีภาพของสื่อมวลชน ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ถูกปิดกั้นทั้งสำหรับนักข่าวชาวจีนและนักข่าวต่างประเทศ และให้การประกันว่าผู้ที่ต้องการชุมนุมประท้วงโดยสงบในระหว่างการแข่งขันครั้งนี้จะสามารถกระทำการเช่นนั้นได้” อัลคัน อาคาดกล่าว

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ตัวแทนรัฐบาลประเทศต่างๆ รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชน และจัดให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระสำคัญสุดในการหารือกับทางการจีน

อัลคัน อาคาดกล่าวเสริมว่า “โลกต้องเรียนรู้จากบทเรียนของโอลิมปิกเมื่อปี 2551 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่งเช่นเดียวกัน ตอนนั้นรัฐบาลจีนได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะปรับปรุงสิทธิมนุษยชน แต่การปรับปรุงดังกล่าวกลับไม่เคยเกิดขึ้นจริงอย่างที่เคยสัญญาไว้”

“โอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่งในปีนี้ จะต้องไม่กลายเป็นเพียงโอกาสของการใช้กีฬาในการฟอกตนเองของทางการจีน และประชาคมโลกต้องไม่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเพื่อโฆษณาชวนเชื่อในครั้งนี้ด้วย”

นักกิจกรรมถูกควบคุมตัวในจีน

ก่อนการแข่งขันครั้งนี้จะเริ่มขึ้น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดตัวการรณรงค์ “ปล่อยตัวบุคคลทั้งห้า” (‘Free the Five’) เพื่อเน้นให้เห็นชะตากรรมของนักกิจกรรมชาวจีนทั้งห้าคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบุคคลจำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวเพียงเพราะการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ได้แก่ จาง จ่าน นักข่าวพลเมือง อิลฮัม โทห์ทิ ศาสตราจารย์ชาวอุยกูร์ หลี่ เชี่ยวฉู่ นักกิจกรรมด้านสิทธิแรงงาน กาว จื้อเซิ่ง ทนายความสิทธิมนุษยชน และรินเชน จูลทริม บล็อกเกอร์ชาวทิเบต

“การคุมขังโดยไม่เป็นธรรมต่อนักกิจกรรมทั้งห้าคน สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับความเห็นต่างของรัฐบาลจีน อีกทั้งยังสะท้อนความพยายามที่จะลงโทษผู้เห็นต่างอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

“ถ้ารัฐบาลจีนต้องการใช้โอลิมปิกเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างภาพสัญลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ทางการจีนก็ควรเริ่มจากการปล่อยตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดีหรือถูกควบคุมตัวเพียงเพราะการใช้สิทธิมนุษยชนของตน” อัลคัน อาคาดกล่าว

'บิ๊กตู่' สั่งจับตา 'โรงเรียนสาธิต มธ.' หวั่นบิดเบือนประวัติศาสตร์-สถาบัน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข้อห่วงใยหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการบิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูอยู่ นี่คือเรื่องการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญการศึกษาจะต้องมีเป้าหมายที่ดี ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ มีความคิดอย่างเป็นระบบ มีมายด์เซตที่ดี สิ่งเหล่านี้ตนกำลังแก้ โดยได้มีการสั่งการ กำหนดนโยบายไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด ทั้งหลักสูตร การศึกษา การสอนของครู การเพิ่มสมรรถนะ ทั้งหมดมีอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องปรับกลไกบางตัวให้ทันสมัยขึ้น และองคาพยพเหล่านั้นต้องทำตามนี้ พัฒนาตนเอง

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2565 สวดชัยมงคลคาถา(พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีขาล

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 ในวันชิวสี่ หรือวันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน  ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีอัญเชิญ (รับ) เทพเจ้าลงจากสวรรค์ และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา โดยคณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 65 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน  “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตาเสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี 

พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข  รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง  ติดหน้าบ้านหรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ก.พ. 65  ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้หลวงปู่ไต้ฮง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ  ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 31 มกราคม และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

‘วิโรจน์’ ยก 2 หลักการแก้ปัญหาทางม้าลายไทย ลั่น!! นั่งเจ้าเมืองกรุงเมื่อไร ความปลอดภัยมาเยือน

(3 ก.พ. 65) วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ร่วมวงเสวนาเวทีสาธารณะ ‘หมอกระต่าย ต้อง (ไม่) ตายฟรี’ ซึ่งจัดโดย มูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กรสิทธิมนุษยชน 

โดย วิโรจน์ ได้ย้ำนโยบายหลักของตนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 2 หลักการใหญ่ หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ภายในระยะ 6 เดือน โดยอิงอยู่กับพื้นฐานงบประมาณที่ได้รับจัดสรรของกทม. จะสามารถทำได้ทันที ดังนี้…

1.) ปรับปรุงโครงสร้างทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางม้าลาย ไม่ว่าจะเป็นการตีเส้น เพนต์สี ระบบสั่นสะเทือนเพื่อชะลอความเร็วของยานพาหนะบริเวณใกล้ทางม้าลาย และโครงสร้างหรือสัญลักษณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ปรับปรุงระบบสัญญาณข้าม พร้อมกันนี้ได้เสนอวิธีการสอดส่องและบำรุงรักษาโครงสร้างวิศวกรรมทางม้าลายดังกล่าว ด้วยวิธีการง่ายๆ โดยการติดกล้องตรวจจับไว้ที่ทรัพย์สินของกทม. เช่น รถเก็บขยะ รถน้ำ ฯลฯ ที่จะต้องเดินทางไปทุกเขตในกรุงเทพมหานคร และสามารถตรวจสอบความผิดปกติของทางม้าลาย ไฟจราจร หรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ 

‘ปลัดแรงงาน’ ประชุมร่วมภาครัฐและภาคเอกชน ขับเคลื่อนการดำเนินงานขยายตลาดแรงงานไทยไปต่างประเทศ ส่งเสริมให้แรงงานมีรายได้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขยายตลาดแรงงานไทยไปต่างประเทศ ครั้งที่ 1/2565 พิจารณากำหนดแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน การขยายตลาดแรงงาน และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ รวมทั้งกำหนดแนวทางการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ  ณ ห้องประชุมเทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน อาคารกระทรวงแรงงาน

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายผลักดันการส่งออกแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมให้แรงงานไทยมีงานทำ และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาการว่างงาน ส่งเสริมการมีงานทำ ให้มีทางเลือกของพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งการออกไปทำงานต่างประเทศ ไม่เพียงแค่ส่งเงินกลับมา แต่เป็นการนำวิทยาการ ทักษะฝีมือ ในเทคโนโลยีใหม่ๆ กลับมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศด้วย ทั้งนี้ แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของนายจ้างต่างประเทศ เนื่องจากแรงงานไทยมีวินัยในการทำงานและมีทักษะฝีมือดี ประกอบกับประเทศไทยมีการบริหารจัดการเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top