Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

สมอ. เตือนอย่าลืมติด QR code ย้ำต้องแสดงคู่เครื่องหมาย มอก. ให้เช็กได้ 

สมอ. ย้ำเตือนผู้รับใบอนุญาต มอก. กว่า 10,000 ราย ต้องแสดง QR code รายละเอียดสินค้าคู่กับเครื่องหมาย มอก. ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งร้องเรียนในกรณีสงสัยในคุณภาพของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หลังจากมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ฝ่าฝืนปรับ 3 แสนบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศเป็นนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ตามนโยบาย Ease of Doing Business ของรัฐบาล โดยเฉพาะภารกิจด้านการอนุญาตที่ต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้ เช่น รายละเอียดข้อมูลของสินค้าที่ได้มาตรฐาน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ประกาศให้ผู้รับอนุญาตทุกรายต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่สินค้าด้วย ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 

และกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2563 ที่กำหนดให้ผู้รับอนุญาตทุกราย ต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่สินค้า หรือสิ่งบรรจุ หีบห่อ สิ่งหุ้มห่อด้วยก็ได้ โดยให้เห็นได้ง่ายและชัดเจน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและร้องเรียนได้ว่า สินค้าดี มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลเพื่อคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า

ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. มีผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต ทั้งที่เป็นผู้ทำในประเทศ และผู้นำเข้ากว่า 10,000 ราย จำนวนใบอนุญาตกว่า 80,000 ฉบับ ครอบคลุมกว่า 800 มาตรฐาน ซึ่งตาม พ.ร.บ.มาตรฐานฯ และกฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดให้ผู้รับอนุญาตทุกรายจะต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่สินค้าด้วย สมอ. จึงได้จัดทำเป็น QR Code เพื่อให้ผู้รับอนุญาตนำไปแสดงบนสินค้าที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้ง่าย ๆ เพียงสแกน QR Code ก่อนตัดสินใจซื้อ รวมทั้งเป็นข้อมูลในการตรวจสอบหรือร้องเรียนในกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ระบุไว้

“สมอ. ขอย้ำเตือนผู้รับใบอนุญาตทุกราย รีบดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หาก สมอ. ตรวจพบจะตักเตือนก่อนในครั้งแรก และหากยังพบการกระทำผิดซ้ำ จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และต้องถูกพักใช้ใบอนุญาตอีกด้วย โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.tisi.go.th และ www.facebook.com/tisiofficial หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองตรวจการมาตรฐาน 1 โทร. 02-430-6822, กองตรวจการมาตรฐาน 2 โทร. 02-430-6823 และกองตรวจการมาตรฐาน 3 โทร. 02-430-6824” เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย

บุคลากรการแพทย์สหรัฐฯ ลาออกครั้งใหญ่ เซ่นพิษ ‘โควิดระบาด – งานหนัก - ค่าจ้างต่ำ’

24 พ.ย. 64 สำนักข่าวซินหัวรายงาน เมื่อไม่นานนี้ นิตยสารแอตแลนติก (Atlantic) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าบุคลากรทางการแพทย์เกือบ 1 ใน 5 เลือกลาออกจากงานตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

บทความของนิตยสารฯ เมื่อวันเสาร์ (20 พ.ย.) อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่าอุตสาหกรรมการแพทย์สูญเสียบุคลากรจากการลาออกราว 5 แสนคน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020

สตูล - หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดสตูล ออกให้บริการฉีดวัคซีนพระราชทานซิโนฟาร์ม และแอสตร้าเซเนก้า แก่กลุ่ม 608 เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และป้องกันโรคโควิด-19

วันนี้ 24 พ.ย. 2564 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดสตูล ออกให้บริการฉีดวัคซีนพระราชทาน “ซิโนฟาร์ม” และวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ให้กลุ่ม 608 (กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป , กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป) รวมกว่า 500 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมืองสตูลและผู้ที่มีภูมิลำเนาอื่นแต่ทำงานอยู่ในจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่ ลดความเสี่ยงและป้องกันโรคให้กับประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19)

 

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่!! อบจ. สมุทรปราการ หารือ ทอท. ดัน! ‘โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล’ เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ เผย!มีแนวโน้มที่ดี

ภายในห้องประชุม AOB1 อาคารสำนักงานท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางสาวนันทิดา  แก้วบัวสายนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายพิริยะ โตสกุลวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวชนม์ทิดา  อัศวเหม นายรัชชานนท์  ทองอร่าม เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายวิมล มงคลเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนข้าราชการเจ้าหน้าที่กองผังเมือง เข้าร่วมการประชุมหารือวางแนวทางระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 

เพื่อร่วมประชุมวางแนวทางการขอใช้พื้นที่เชื่อมระบบขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายกีรติกิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือ โครงการ การก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เชื่อมระบบขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยในที่ประชุม นางสาวนันทิดา ได้นำเสนอแนวนโยบายในการศึกษาทบทวนผลการศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยจะได้ให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการให้เป็นปัจจุบันและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะจุดเชื่อมระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(Monorail) ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ 

ซึ่งในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในการดำเนินการของโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวสมุทรปราการและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง  

อีกทั้ง นางสาวนันทิดา ยังกล่าวอีกว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เป็นแนวคิดริเริ่มของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการนั้น ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา ซึ่งเชื่อว่าถ้าโครงการที่กล่าวมานี้จะสามารถดำเนินการได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการรองรับการขยายตัวของเมืองและชุมชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการจราจร เชื่อมโยงการเดินทางให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ การศึกษาทบทวนโครงการ จึงมีการปรับเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยตรง 

กัมพูชา - ‘ศิลปินกัมพูชา’ โอด!!อยากกลับไปทำงานศิลปะ หลังวิกฤตโควิด-19

หลังจากหยุดไปเกือบสองปี รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศเปิดตัวอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับจิตรกรและผู้ค้างานศิลปะที่จะกลับมาฟื้นฟูช่วงที่ซบเซา ที่มาพร้อมกับการปิดเมืองอันเนื่องมาจากการระบาดของ ไวรัสโคโรน่า

ศิลปินหลายคนถูกบังคับให้ทำงานที่ยากซึ่งห่างไกลจากความสามารถเพื่อประกันการดำรงชีวิต ศิลปินและผู้ค้างานศิลปะหลายคน แสดงความหวังว่าชีวิตจะกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนเกิดโรคระบาด

จิตรกรและเจ้าของร้าน Yang Lita กล่าวว่าเธอสูญเสียเงินระหว่างการปิดร้านว่า “ร้านของฉันสูญเสียรายได้เกือบทั้งหมดเมื่อเกิดวิกฤต Covid-19

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพที่ยากลำบากทำให้เธอต้องลดจำนวนพนักงาน โดยสั่งภาพวาดจากจิตรกรที่ใกล้ชิดเท่านั้นซึ่งทำให้จิตรกรเปลี่ยนงานจากช่างทาสีเป็นชาวนา โรงงาน หรือคนงานก่อสร้าง”

การเริ่มต้นใหม่ของภาคการท่องเที่ยวจุดประกายความหวังให้กับ Yong Leyta ซึ่งกล่าวว่า “ฉันหวังว่าร้านของฉันจะมีลูกค้า 70% เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต”

จิตรกร SeabKhorn เห็นด้วยและกล่าวว่า “ผมมีปัญหามากมายตั้งแต่เกิดการระบาดของ Covid-19 นักท่องเที่ยวก็ลดลง ตลาดปิด และฉันตกงานตั้งแต่เกิดโรคระบาด" เสริมว่าการเลี้ยงสัตว์ก็ไม่เป็นผลดีกับเขา

เมื่อได้รับข่าวการกลับมาเปิดภาคการท่องเที่ยวอีกครั้ง เซียบกรณ์ กล่าวอย่างมีความสุขว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับข่าวดีนี้ว่ารัฐบาลจะกลับมาเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้ง เราจะสามารถกลับไปทำงานและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังเดิม”

 

'รัฐบาล' ขอบคุณผู้ประกอบกิจการขนส่ง เข้าใจและตอบรับความพยายามแก้ปัญหาปรับสูตรไบโอดีเซลเหลือเพียง B7 คุมค่าการตลาด 1.40 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่ 1 ธ.ค.64 – 31 มี.ค.65 กองทุนน้ำมันยังคงตรึงราคาขายดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร คาดเดือนหน้าเหลือ28 บาท

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขอบคุณนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการขนส่ง ที่ตอบรับความพยายามและพอใจการแก้ปัญหาของรัฐบาลตามมติ กบง. ล่าสุด ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ ในการแก้ไขปัญหา ด้วยการพูดคุยและเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อก้าวข้ามสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญดูแลผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 สถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงและยังมีแนวโน้มไม่แน่นอน 

นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้  การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มเติม โดยมีแนวทางดำเนินการในช่วงเดือนธันวาคม 2564 – มีนาคม 2565  ดังนี้ 1. ปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจากเดิมมีการผสมอยู่ 3 สัดส่วน คือ ร้อยละ 7 (บี7) ร้อยละ 10 (บี10) และร้อยละ 20 (บี20) ให้มีสัดส่วนผสมเดียว คือ ร้อยละ 7 (บี7) 2.ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร 3.ให้กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้สอดคล้องกับมาตรการบรรเทาผลกระทบฯ โดยยังคอยดูแลราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็วให้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

“บิ๊กตู่” พอใจความคืบหน้าสนามบินเบตง คาดว่าจะสามารถเปิดใช้เต็มรูปแบบภายในเดือนมกราคม 2565 สอดรับนโยบายเปิดประเทศเพิ่มเติม กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยาน สนามบินเบตง จังหวัดยะลา ตามโครงการ 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยท่าอากาศยานเบตง ตั้งอยู่ อ. เบตง จ. ยะลา  มีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาด 7,000 ตารางเมตร ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง หรือ กว่า 8 แสนคน/ปี  ปัจจุบันได้มีการให้บริการเพื่อสนับสนุนภารกิจเที่ยวบินของทางราชการ และเที่ยวบินส่วนบุคคลแล้ว  คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 สอดรับกับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในวันที่ 1 มกราคม 2565 รวมทั้งรองรับการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยด้วยกันเช่นกัน 

เลขานุการในองค์ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ " เชิญ "สิ่งของประทาน" ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ชุมพร ในโครงการ ‘แสงอาทิตย์อุทัย ช่วยบรรเทาภัย ในอุปถัมภ์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์’

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ "นายยุทธพงษ์  เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในองค์ฯ เชิญสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) นำไปใช้ในการดำรงชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแด่ผู้ประสบภัย ให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี  

โดย เชิญ "สิ่งของประทาน” ให้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนผู้ประสบภัย จากหมู่ที่ 9 หมู่ที่ 2 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 10 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 10  หมู่ที่ 4 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร 

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการในหม่อมเจ้า อุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ /โรงเรียนนิรมลชุมพร / สมาคมแรงงานคนพิการไทย / นายอนัน รามพันธุ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร / นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ( CSR ) จังหวัดชุมพร ได้ร่วมนำสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือหมู่บ้านผู้ประสบอุทกภัย และได้รับความเมตตาจาก พระมหาขวัญชัย อคฺคชโย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ ได้นำยาสมุนไพร(ตำรับยาวัดคีรีวงก์) เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไข้พิษ ไข้กาฬ ร่วมมอบให้ประชาชน ในครั้งนี้ด้วย

"จุรินทร์" สั่งลุย "ตลาดข้าวส่งออก" เร่งส่งเสริมการขายในต่างประเทศ เน้นเชิงรุก ทั้ง "เจรจา-โปรโมชั่น-OBM"

นางมัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามรายงานสถานการณ์ตลาดข้าวโซนใกล้ โดยสำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 1 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศรายงาน พร้อมนายจุรินทร์ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งดำเนินการตามแผนโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกสินค้าข้าวประจำปี 2565 เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2563-2567 โดยยึดหลักการ “ตลาดนำการผลิต” โดยอาศัยเครือข่ายของทูตพาณิชย์ในฐานะเซลส์แมนประเทศที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้การส่งออกข้าวไทยบรรลุเป้าหมายปริมาณ 6 ล้านตันตลอดปี 2564

นางมัลลิกา ระบุว่า ทั้งนี้ตลาดส่งออกข้าวไทยบางประเทศที่ประสบความสำเร็จในการขยายตลาด เห็นได้จากอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ตลาดญี่ปุ่น นำเข้าข้าวจากไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ปริมาณ 215,580 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 คิดเป็นมูลค่า 3,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ญี่ปุ่นนำเข้าข้าวขาว 100% เป็นหลัก รองลงมา ได้แก่ ข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิ ตามลำดับ ส่วนใหญ่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ขนมเซมเบ้ ผลิตเหล้าอาวาโมริ ซึ่งเป็นเหล้าพื้นเมืองของจังหวัดโอกินาวา ข้าวหอมมะลิของไทยเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคญี่ปุ่นที่นิยมอาหารไทย และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นซึ่งนิยมบริโภคข้าวเมล็ดยาวมากกว่าข้าวเมล็ดสั้น

รวมทั้งข้าวเหนียวจากไทยยังได้รับการยอมรับจากชาวญี่ปุ่นว่า มีคุณภาพดีและสามารถนำมาผลิตเหล้าสาเกได้รสชาติดีเยี่ยมอีกด้วย โดยทีมเซลส์แมนที่โตเกียวได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอรี่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Rakuten การร่วมกับทีมเซลส์แมนจังหวัดจัดเจรจาการค้าออนไลน์ การประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT โดยใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง รวมทั้งแพลตฟอร์มแนะนำร้านอาหาร “Tabelog” ซึ่งเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับซูปเปอร์มาเก็ต Beisia ในเมืองรอง การใช้การ์ตูนคาแรคเตอร์มาประชาสัมพันธ์ข้าวไทย การส่งเสริมการจำหน่ายอาหารไทยผ่านรถอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัค เป็นต้น

ตลาดจีน นำเข้าข้าวจากไทยปริมาณ 339,177 ตันในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.15 คิดเป็นมูลค่า 5,716.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ39.19 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยทีมเซลส์แมนประเทศที่จีนได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสินค้าข้าวไทยทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ การจำหน่ายข้าวไทยผ่านร้านขายสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มเถาเป่า การจัดกิจกรรม In-Store Promotion การร่วมมือกับร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ส่งเสริมการใช้ข้าวไทยในเมนูอาหารและให้ Key Opinion Leader (KOL) รีวิว รวมถึงการจัดทำคลิปวิดีโอสั้นเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข้าวไทยให้เพิ่มขึ้น

ตลาดมาเลเซีย นำเข้าข้าวจากไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 (ก.ค. - ก.ย. 64) มูลค่ารวม 30.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 5,239.66 และเพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสที่ 2 ร้อยละ 594.39 ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการซื้อเพื่อกักตุนหรือสำรองไว้ที่บ้านช่วงที่มีมาตรการ Lockdown รวมถึงการได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายรัฐซึ่งแหล่งปลูกข้าวสำคัญของประเทศ อาทิ เคดาห์ กะลันตัน ตรังกานู (ฝั่งตะวันตก) ซาบาห์ และซาราวัก (ฝั่งตะวันออก)ตลาดฟิลิปปินส์ ปริมาณนำเข้าข้าวจากไทย 95,999 ตันในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2564 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 51.09 และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีโดยมีปัจจัยบวกทั้งจากผลผลิตข้าวไทยในปีนี้ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาข้าวไทยที่มีแนวโน้มลดลงในระดับที่แข่งขันได้ รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง โดยที่ผ่านมา ทีมเซลส์แมนประเทศที่กรุงมะนิลาได้จัดกิจกรรมขยายตลาดข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดประชุมหารือกับผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ และจัดกิจกรรมส่งเสริมข้าวไทยผลิตภัณฑ์ข้าวไทยภายใต้แคมเปญ Think Rice Think Thailand ร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ซึ่งช่วยกระตุ้นการจำหน่ายและการบริโภคข้าวไทยในตลาดฟิลิปปินส์เป็นอย่างดี เป็นต้น 

‘แอปเปิล’ ส่งข้อความเตือน "การโจมตีที่รัฐสนับสนุน" พุ่งเป้าแฮกไอโฟน นักเคลื่อนไหว - นักวิชาการไทย

แอปเปิลส่งข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟนหลายรายว่า พวกเขาอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ สำหรับในไทย ผู้ที่ได้รับข้อความเตือนดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักวิชาการ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

รศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สฤณี อาชวานันทกุล นักเศรษฐศาสตร์อิสระ, รศ. ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, เอเลียร์ ฟอฟิ นักสร้างภาพยนตร์ที่ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย, เดชาธร "ฮ็อกกี้" บำรุงเมือง ศิลปินกลุ่มแร็ปต้านเผด็จการ, ชยพล ดโนทัย แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนักศึกษาที่ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอีก 2-3 ราย ต่างก็ได้รับอีเมลจากแอปเปิลแจ้งเตือนว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายของ "หน่วยโจมตีไซเบอร์ที่สนับสนุนโดยรัฐ" (state-sponsored attackers) โดยได้รับอีเมลช่วงเวลาต่าง ๆ กันตั้งแต่เมื่อคืนที่ถึงเช้าวันนี้ (24 พ.ย.)

อีเมลแจ้งเตือนที่แต่ละคนได้รับ มีข้อความตรงกันว่า "คำเตือน : ไอโฟนของคุณอาจกำลังตกเป็นเป้าโจมตีของหน่วยโจมตีไซเบอร์ที่สนับสนุนโดยรัฐ"

แอปเปิลระบุว่าส่งอีเมลฉบับนี้ถึงผู้ใช้งานเพราะเชื่อว่าเจ้าของแอปเปิลไอดีดังกล่าว "กำลังตกเป็นเป้าหมายของนักโจมตีทางไซเบอร์ที่มีรัฐสนับสนุนซึ่งพยายามเข้าถึงไอโฟนของคุณ"

"นักโจมตีเหล่านี้อาจมุ่งเป้าที่คุณโดยตรงเพราะตัวตนของคุณหรือเพราะสิ่งที่คุณทำ หากนักโจมตีเข้าถึงไอโฟนของคุณได้ เขาก็อาจเข้าถึงข้อมูลที่อ่อนไหว การสื่อสาร รวมทั้งกล้องและไมโครโฟนได้" แอปเปิลระบุ พร้อมกับให้คำแนะนำในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าแอปเปิลใช้หลักเกณฑ์ใดในการระบุการโจมตีดังกล่าวว่ามีความเชื่อมโยงกับรัฐ หรือมีการโจมตีเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เนื่องจากแอปเปิลยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ว่าการแจ้งเตือนดังกล่าวอาจเป็นข้อผิดพลาดได้ หรือการโจมตีบางอย่างระบบของแอปเปิลก็อาจจะตรวจจับไม่ได้เช่นกัน และแอปเปิลไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากกว่านี้ เนื่องจากอาจกลายเป็นการให้ข้อมูลแฮกเกอร์เพื่อใช้ปรับพฤติกรรมการโจมตีเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับในอนาคต

วันเดียวกัน แอปเปิลแถลงด้วยว่าได้ยื่นฟ้องที่ศาลแคลิฟอร์เนียต่อเอ็นเอสโอ (NSO) บริษัทผู้ผลิตสปายแวร์สัญชาติอิสราเอล และบริษัทแม่ กล่าวหาเอ็นเอสโอว่าใช้เครื่องมือแฮกระบบของผู้ใช้ไอโฟน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top