Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

'เสกสกล' ซัดนายเก่า ถนัดแต่ให้คนอื่นโล้ชิงช้าให้  ไม่ทำเอง ยก 'บิ๊กตู่' กำลังแก้ปัญหาโควิด ไม่คิดปมการเมือง

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม ร่วมสนทนาในรายการ CARE Talk x CARE ClubHouse พูดถึงการย้ายสังกัดพรรคของนายกฯ และนายกฯถนัดขึ้นชิงช้าให้คนอื่นโล้ ทำเองไม่เป็นนั้น โฆษกรัฐบาลออกมายืนยันแล้วว่านายกฯยังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเชื่อว่านายกฯประยุทธ์ไม่มีแนวคิดไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือคิดเรื่องทางการเมืองในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูประเทศอยู่

“โฆษกกห.” แจงครม. อนุมัติงบลับ กระทรวงกลาโหม 21.69 ล้าน ใช้แก้ปัญหาความมั่นคง ย้ำ การใช้งบลับเป็นไปตามระเบียบ เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมย้ำ "นายกฯ" ห่วงเกษตร สั่งกองทัพพร้อมช่วยขนส่งสินค้า ชี้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้ที่ใช้กองทัพเข้าแก้ไขปัญหา

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11/2564 กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณลับของกระทรวงกลาโหมเมื่อวานนี้ (23 พ.ย. 64) ว่า งบลับเป็นเรื่องที่อนุมัติเพิ่มเติม เป็นการเปลี่ยนแปลงงบลับที่ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามแผนงานยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและพร้อมเผชิญเหตุของกระทรวงกลาโหม โดยค่าใช้จ่ายของบลับ มีขอบเขตของการทํางานเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่เป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคง การข่าว การรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน และการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม แต่ไม่ใช่ศูนย์บัญชาการทหาร

พล.อ.คงชีพ กล่าวอีกว่า การใช้งบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบของทางราชการสำนักนายกรัฐมนตรีปี 2547 เช่นเดียวกับในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ โดยมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ พร้อมกับย้ำว่าการใช้งบลับเป็นไปตามระเบียบของทางราชการเพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม ดูแลหน่วยความมั่นคง ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันทั้งหมด จะมีที่ตั้งอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ซึ่งใช้ประชุมกับต่างประเทศด้วยและใช้ทำงานกับกระทรวงต่างๆด้วย รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่ไม่ได้นำประเด็นดังกล่าวเข้ามาหารือในสภากลาโหมแต่อย่างใด

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าการขออนุมัติงบลับของกระทรวงกลาโหม อยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ ซึ่งงบประมาณที่ใช้จำนวน 21.69 ล้านบาท โดยมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกลาโหม ไว้สำหรับปฏิบัติการทางยุทธการ แต่เหนือขึ้นไปในระดับนโยบาย มีหน้าที่ประสานกับกระทรวงอื่นๆ และประสานกับต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนโควิดกับกระทรวงสาธารณสุข ในเพื่อรองรับมาตรการการควบคุมโรคตั้งแต่แรก รวมไปถึงเรื่องน้ำท่วม การประชุมกับต่างประเทศ การประสานภารกิจร่วมกันระหว่างกระทรวง เพราะฉะนั้นศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมใช้ในระดับนโยบาย แต่ระดับปฏิบัติจะใช้ศูนย์บัญชาการทหาร ของกองทัพไทย

'ธนารักษ์' เตรียมประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ 1 ม.ค.นี้

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ตามประกาศคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ เรื่องกำหนดวันเริ่มใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 โดยคณะกรรมการประจำจังหวัดประกาศบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่จัดทำ ทุกรอบ 4 ปี ซึ่งต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้บัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน และบัญญัติให้บัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เริ่มใช้ ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีที่คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐกำหนด

ทั้งนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบโดยรวมต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทางคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ จึงออกประกาศให้เริ่มใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ.2562 โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566 พร้อมกันทั่วประเทศ 

 

ชลบุรี - ‘นายกปลื้ม’ ห่วง! อสม .ปฏิบัติงานด่านหน้าป้องกันโควิด-19 เปิดโครงการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 400 คน

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยนโยบายของเมืองพัทยาที่มีความห่วงใยสุขภาพและคุณภาพชีวิตของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) บุคลากรด่านหน้า และทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ที่เสียสละปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชาวชุมชนเมืองพัทยาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เมืองพัทยาเข้มแข็งและมีสุขภาวะที่ดีมาจนถึงขณะนี้

จึงได้มอบให้สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับโรงพยาบาลเมืองพัทยา จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี 2564 เป็นพิเศษให้แก่ อสม. เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และทีม SRRT เมืองพัทยากว่า 400 คน ในวันที่ 2-3 ธันวาคม 2564 นี้ ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า การตรวจสุขภาพประจำปีครั้งนี้เป็นการดูแลสุขภาพทางร่างกายและส่งกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่บุคลากรด่านหน้าทางด้านสาธารณสุข ทั้งเครือข่าย อสม. และ SRRT ทุกคน โดยทางโรงพยาบาลเมืองพัทยา ได้เตรียมความพร้อม ทีมแพทย์ พยาบาล และรถโมบายเคลื่อนที่ มาให้บริการตรวจสุขภาพในวันดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

หลังจากนี้ เมืองพัทยามีแนวคิดส่งเสริมบริการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง โดยมุ่งเน้นกลุ่มประชาชนผู้สูงวัย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัว สามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพได้เช่นเดียวกัน รวมถึงบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ เพราะผู้ป่วยบางคนอาจอยู่ติดบ้านติดเตียง ไม่สะดวกในการเดินทางไปยังจุดบริการ หรือไปโรงพยาบาลเมืองพัทยาได้ จคงต้องมีทีมสาธารณสุขเคลื่อนที่แบบเพื่อเข้าถึงพี่น้องประชาชน

ด้าน นางมาลี รักษาราษฎร์ ประธาน อสม. หางใหญ่ 1 เมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการตรวจสุขภาพ อสม.เมืองพัทยา นับเป็นนโยบายที่ดี เนื่องจาก อสม.ส่วนใหญ่ จะมีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีรายได้มากนัก แต่ต้องทำงานลงพื้นที่ ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยตามชุมชนตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องตรวจร่างกายให้แข็งแรงก่อนจะไปดูแลผู้ป่วยคนอื่น

 

ชลประทานจัดงบ 4,465 ล้าน จ้างแรงงาน 7.5 หมื่นคน 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการตามนโยบายการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในปีงบประมาณ 2565 เพื่อปฏิบัติงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตร 

โดยในปีนี้ มีแผนจ้างแรงงานวงเงินกว่า 4,465 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 75,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 1 - 10 เดือน วงเงินจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 8,700 – 87,000 บาท/คน โดยเกณฑ์การจ้างแรงงานจะพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้ 1. เกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ 2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไป และ 4. หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ  

กบง.เคาะปรับสูตรดีเซลเหลือบี 7 กดราคาเหลือลิตรละ 28 บาท

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) นัดพิเศษที่มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เป็นประธาน เพื่อเห็นชอบให้ปรับสูตรน้ำมันดีเซลเหลือ 1 ชนิดคือ บี7 จากปัจจุบันมี 3 ชนิดคือ บี7 บี10 และบี20 ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลจะลดลงลิตรละประมาณ 50-80 สตางค์ จึงส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณลิตรละ 28 บาท

สำหรับปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อเดือนเพื่อไปช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท และผลจากมติครั้งนี้ทำให้กองทุนฯ มีภาระชดเชยเหลือ 3,886 ล้านบาท ฐานะกองทุนล่าสุดอยู่ที่ 2,596 ล้านบาท

“รองโฆษกทบ.” เผย “รมว.กลาโหม” สั่ง หน่วยขึ้นตรง-ผบ.เหล่าทัพ สนับสนุนจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ‘ในหลวงร.9’ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เผย ที่ปช.สภากห.ตั้ง 5 กก.สภาทหารผ่านศึก แทนคนเกษียณอายุ 


ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11 /2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน
ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบนโยบายให้กับหัวหน้าหน่วยข้ึนตรงกระทรวงกลาโหมและ ผู้บัญชาการเหล่าทัพเตรียมการและสนับสนุนส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง ในการจัดงานและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
 

‘ทิพานัน’ ชวนผู้ประกันตน ตรวจสุขภาพฟรี พร้อมแจ้งข่าวดีใส่ฟันปลอมก็เบิกได้

‘ทิพานัน’ ชวนผู้ประกันตน ม.33 - ม.39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ พร้อมแจ้งข่าวดีใส่ฟันปลอมก็เบิกได้ ปลื้มรัฐบาลใส่ใจดูแลประชาชน เข้าถึงบริการด้านสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงานและลูกจ้าง

น.ส. ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง - ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานและลูกจ้างในสถานประกอบการต่าง ๆ ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อมีร่างกายที่แข็งแรง การทำงานก็จะดีไปด้วย ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน 

ทั้งนี้ในส่วนของผู้ใช้แรงงานและลูกจ้างสถานประกอบการนั้น ได้กำชับให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมดูแลสุขภาพเชิงรุก เน้นการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและการป้องกันโรคอย่างมีคุณภาพ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย การเสียชีวิตและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพ 14 รายการฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อค้นหาโรค และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากโรคเนื่องจากการทำงานและโรคที่ไม่เนื่องจากการทำงาน ทั้งการตรวจร่างกายตามระบบและการตรวจสารเคมีในเลือด ประกอบด้วย การตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจไขมันในเส้นเลือด ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตรวจการทำงานของไต ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองการได้ยิน การตรวจเต้านม การตรวจตา ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะ

ตร.เตือน!! จัดหาเด็กมาค้าประเวณี โทษสูงถึงประหาร คนซื้อบริการผิดด้วย โทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

วันที่ 24 พ.ย. 2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า  ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สนธิกำลัง ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้าจับกุมหญิงสาวที่อ้างตัวเองว่าเป็นโมเดลลิ่ง ทำการจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อส่งต่อไปค้าประเวณีให้กับลูกค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากนั้น

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันมิให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น  จึงอยากจะขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือน สำหรับผู้ที่คิดจะกระทำความผิดเกี่ยวกับการเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีนั้น เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบุคคลที่ถูกนำตัวไปค้าประเวณีเป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ตาม จะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ และในบางกรณีอาจมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ส่วนผู้ซื้อบริการ ก็มีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน และในบางกรณีอาจมีอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต โดย ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาหรือเป็นผู้ซื้อบริการทางเพศจากเด็ก มีดังต่อไปนี้

ผู้ที่เป็นธุระจัดหา หรือที่เรียกตัวเองว่า โมเดลลิ่ง

1. บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่ง ค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26(9) ประกอบมาตรา 78

2. เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยในกรณีเด็กอายุ เกินกว่า 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท และในกรณีที่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 8 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 800,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 6(2) ประกอบมาตรา 52

3. เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็ก แม้เด็กนั้นจะยินยอมก็ตาม หากเด็กนั้นอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 6,000 บาท ถึง 30,000 บาท และหากเด็กนั้นอายุยังไม่เกิน 15 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 40,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282

4. ถ้ากรณีตาม ข้อ 3. เป็นการกระทำดังกล่าวกระทำโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หากเด็กนั้นอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 14,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต และหากเด็กนั้นอายุยังไม่เกิน 15 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283

ผู้ซื้อบริการทางเพศจากเด็ก

- กรณีเด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี

1. พาบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ

2. พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสีย จากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาท ถึง 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319

- กรณีเด็กอายุ ไม่เกิน 15 ปี

1. กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก

2. ถ้ากรณีตาม ข้อ 1. เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 140,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง

3. พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317

 

“รมว.กห.” กำชับเหล่าทัพให้ความสำคัญประมวลจริยธรรมฯเคร่งครัดยึดมั่นสถาบันหลักของปท. พบกำลังพลผิดจริง ดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งวินัย-อาญา พร้อมสั่งเหล่าทัพเพิ่มความเข้มงวด รองรับความปลอดภัยไซเบอร์ หลังพบภัยคุกคามเจาะข้อมูลอินเทอร์เน็ต

ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11 /2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้ให้ความสําคัญกับระเบียบ กระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรมและการรักษาจริยธรรม พ.ศ. 2564 โดยให้กําลังพลทุกระดับชั้นยึดถือและปฏิบัติตนตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการยึดมั่นในสถาบันหลัก ของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจิตสํานึกที่ดี รับผิดชอบต่อหน้าที่ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนสําหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากพบว่ามีมูล ความผิดจริง ไม่ว่าจะเป็นทางวินัยหรือทางอาญา ให้ดําเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11 /2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับเรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในปัจจุบัน มีการเจาะระบบข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการรบกวนไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ ทําให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล ที่จําเป็น ในการดําเนินธุรกรรมกับภาครัฐ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อน และส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของ หน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top