Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

นับหนึ่งลงทุนท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 หลังช้ามานาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้เป็นประธาน ในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F ระหว่าง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทพ.) และ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่เสนอผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินที่ภาครัฐได้รับดีที่สุด เป็นไปตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน และมติ ครม. ได้อนุมัติไว้

สำหรับ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบัง รองรับความต้องการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยก่อสร้างท่าเทียบเรือ สำหรับรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมทั้งพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง ก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่งระหว่างประเทศ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรภายในท่าเรือ โครงข่ายและระบบการขนส่งต่อเนื่องที่จำเป็นในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังที่จะเชื่อมต่อกับภายนอกให้เพียงพอ รองรับการขยายตัวของปริมาณเรือและสินค้าประเภทต่าง ๆ

ทั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างท่าเรือ F1 แล้วเสร็จ สามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ส่วนท่าเทียบเรือ F2 จะแล้วเสร็จปี 2572 และเมื่อโครงการในระยะที่ 3 แล้วเสร็จจะสามารถรองรับความจุตู้สินค้าจาก 11 ล้านตู้/ปี เป็น 18 ล้านตู้/ปี หรือเพิ่มตู้สินค้าไม่ต่ำกว่า 7 ล้านตู้/ปี รับการขยายตัวของปริมาณเรือขนส่งสินค้าทางทะเลเพิ่มขึ้น เชื่อมต่อการพัฒนาสู่ท่าเรือบก เป็นศูนย์กลางการค้าบริการขนส่ง ยกระดับไทยเป็นประตูการค้าเชื่อมภูมิภาคเอเชียไปสู่ระดับโลกโดยผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินที่ภาครัฐจะได้รับจากโครงการเป็นค่าสัมปทานคงที่ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน 29,050 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปรที่ 100 บาทต่อ TEU (หน่วยนับตู้คอนเทนเนอร์ที่มีขนาด 20 ฟุต) มีระยะเวลาร่วมลงทุน 35 ปี 

'วัชระ' ยื่น 'ป.ป.ช.' สอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค ทำชาวบ้านเดือดร้อน หลังปิดจ๊อบไม่คืนสภาพเดิมถนนและไฟฟ้าเกาะกลาง 

นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายไพโรจน์ นิยมเดชา นักสืบคดีทุจริต ถึงนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

ขอให้สอบสวนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค เฉพาะช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 ถึงบางแค ระยะทาง 9 กิโลเมตร บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้ก่อสร้างในวงเงิน 13,380 ล้านบาท กลับคืนสภาพถนนด้วยการลาดยางแทนถนนคอนกรีตให้กรุงเทพมหานครอันเป็นการผิดสัญญาการก่อสร้างว่าเป็นการผิดกฎหมายป.ป.ช.หรือกฎหมายอาญาอื่นใดหรือไม่ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร คู่สัญญาและบริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือไม่ กรณีนี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวฝั่งธนบุรีว่าไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาการก่อสร้างคือไม่ได้คืนสภาพถนนให้กับกรุงเทพมหานครในสภาพเดิมตามที่ระบุไว้ในสัญญาและการก่อสร้างรถไฟฟ้าได้เสร็จมานานแล้วทำให้รัฐเสียประโยชน์ คือ

1. สภาพถนน เดิมเป็นถนนคอนกรีตตั้งแต่ถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 จนถึงบางแคระยะทาง 9 กิโลเมตร บริษัทก่อสร้างกลับลาดยางแทนถนนคอนกรีต โดยไม่ปรากฏว่ากรุงเทพมหานครหรือคู่สัญญามีการทักท้วงแต่อย่างใด  จึงขอให้ตรวจสอบว่าบริษัทเอกชนปฏิบัติตามสัญญาก่อสร้างครบถ้วนหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนห่งประเทศไทย หรือ รฟม.และข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือผิดกฎหมายอื่นใดของป.ป.ช.หรือไม่ 

 

“ผบ.ทร. “ในฐานะรองผอ.ศรชล. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. มุ่งเน้นพัฒนาดูแลผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศ

พล.ร.อ.สมประสงค์  นิลสมัย  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลปะโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ประจำปีงบประมาณ 2564 และเปิดการปฐมนิเทศกำลังพล ที่โรงแรมดุสิตธานี จังหวัดชลบุรี 

โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะ เลขาธิการ ศรชล. รวมถึงกรรมการบริหารจากหน่วยงานหลักของ ศรชล. และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่สำคัญคือ นายโสภณ ทองดี  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง   นายสมชวน  รัตนมังคลานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง  นายภูริพัฒน์  ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า  นายพงศ์เทพ  บัวทรัพย์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม  กรมศุลกากร  นายสมพงษ์  คล้อยแคล้ว ผู้ตรวจการ 
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน   พล.ต.ต.โชคชัย  นนท์ปฎิมากุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้าน การเดินเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ รวมถึง นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมประชุม

 คณะกรรมการบริหาร ศรชล.นับเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อน ศรชล.ที่ยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการตาม พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 มีหน้าที่ พิจารณาให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้คำปรึกษาในการปฏิบัติงานในหน้าที่และอำนาจของ ศรชล. รวมทั้งวางระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของ ศรชล.


 
สำหรับวาระการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ในครั้งนี้มีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ  นโยบายการปฏิบัติงานของ ศรชล. ประจำปีงบประมาณ 2565 ที่มุ่งเน้นการมุ่งเน้นการพัฒนา ศรชล.  ในทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานแบบบูรณาการและการพัฒนา ศรชล. มีความเป็นรูปธรรมและ
มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อรองรับแผนปฏิบัติราชการ 5 ปี ในห้วงปี พ.ศ.2566 – 2570 ประกอบด้วย

1.การจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ศรชล. และแผนรองรับระดับ 3 การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้มีความสอดคล้อง  และรองรับสถานการณ์ทางทะเลในอนาคต 

2.การบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการค้ามนุษย์และการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

3.เพิ่มมาตรฐานและความต่อเนื่องในการกำกับดูแลหน่วยงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เข้มงวดการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมายฯ (IUU Fishing) และการปราบปรามการค้ามนุษย์ 

4.พัฒนาหลักปฏิบัติประจำในการบูรณาการ การอำนวยการ และการประสานงานในการปฏิบัติงานร่วมกัน ระหว่าง ศรชล.ส่วนกลาง ศรชล.ภาค และ ศรชล.จังหวัด ให้สามารถขับเคลื่อนการป้องกันปราบปราม การกระทำผิดในทะเล และจัดการแก้ไขปัญหาบรรเทาสาธารณภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

5.เร่งรัดพัฒนากลไกการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร การเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานทางทะเลทั้งในและต่างประเทศ  

6.เร่งรัดการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนงาน นโยบาย แนวทาง/คู่มือ/แผนเผชิญเหตุ และบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ 

7.เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานหลักใน ศรชล. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านระหว่างผู้ที่โยกย้ายและผู้ที่มารับหน้าที่ใหม่ และดำรงความพร้อม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน เครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8.เร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับการบรรจุ และจัดเตรียมหลักสูตรการอบรมรองรับข้าราชการพลเรือนใหม่ ให้มีความรู้ ประสบการณ์และความเข้าใจ  ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

9.สร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ให้ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายทะเล มีความเข้าใจและร่วมมือในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

และ10.รวบรวมปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาและกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน 

ในส่วนของการอบรมปฐมนิเทศ ให้แก่กำลังที่ปฏิบัติงานใน ศรชล. มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติงานใน ศรชล. ให้กับกำลังพล ศรชล. ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านการบรรยายถ่ายทอด องค์ความรู้และประสบการณ์จากส่วนอำนวยการและส่วนปฏิบัติการ รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ในระดับต่าง ๆ ของ ศรชล. รองรับแผนปฏิบัติราชการของ ศรชล. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมปฐมนิเทศ จากหน่วยต่างๆ ทั้งในส่วนของกองทัพเรือ และหน่วยงานของหลักของ ศรชล. ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

โฆษกรัฐฯยัน “บิ๊กตู่” ย้ำดูแลชาวนาและเกษตรกร เดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ชาวนาฝากขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ห่วงใยและเข้าใจความเดือดร้อนและทุกข์ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ยังรอรับเงินประกันรายได้ตามนโยบายประกันรายได้ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลสามารถจัดสรรเงินให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้เพิ่มเติมอีก 155,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในวันอังคารหน้า (30 พ.ย. 64)  จากนั้น ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งเบิกจ่ายโอนถึงบัญชีพี่น้องเกษตรกรโดยตรงต่อไป ซึ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวทราบแล้ว สบายใจและฝากขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมาด้วย 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ วานนี้ (24 พ.ย.64) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบปรับกรอบอัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 จากไม่เกินร้อยละ 30 เป็นไม่เกินร้อยละ 35 เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับปีงบประมาณ 2565 เพื่อเปิดวงเงินให้สำหรับโครงการประกันรายได้พืชผล ส่งผลให้มีวงเงินตามมาตรา 28 ฯ เพิ่มอีก 155,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับวงเงินคงเหลือ (ณ วันที่ 19 พ.ย. 64) จำนวน 5,360 ล้านบาท เป็น 160,360 ล้านบาท ทำให้มีวงเงินเพียงพอสำหรับการจ่ายชดเชยประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและยางพารา ในรอบที่ 2 ได้

จากนี้ จะได้มีการออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เรื่อง กำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 ต่อไป ซึ่งในการประชุม ครม. สัปดาห์หน้า จะสามารถพิจารณาอนุมัติโครงการประกันรายได้ข้าวในส่วนที่เหลือ และโครงการประกันรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับเกษตรกรได้ภายในเดือน ธ.ค. 64 

ปทุมธานี – รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความดีด้วยหัวใจ" พัฒนาคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เนื่องในโอกาสวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09:00 น. นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความดีด้วยหัวใจ" พัฒนาคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือ วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยมี นางสาวกันตรัตน์ เริ่มสูงเนิน นายอำเภอธัญบุรี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วย คณะ จิตอาสาพระราชทาน เจ้าหน้าที่เทศบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ในอำเภอธัญบุรี เข้าร่วมพิธีการและทำกิจกรรมจิตอาสาฯ ในวันนี้ ที่บริเวณริมเขื่อนเทศบาลตำบลธัญบุรี ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงประกอบพระราชกรณียะกิจ นานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ ทั้งในอดีตและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน ตลอดจน เป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนและผู้อื่น ด้วยความเสียสละ โดยไม่หวังผลตอบแทน และดำเนินการตามศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ในการปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสา ในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย ตามความเหมาะสมในบริบทของพื้นที่

‘สุทิน’ เชื่อ ‘ดอน’ ไปเยือนเมียนมา ต้นเหตุสหรัฐฯ ไม่เชิญไทย ร่วมประชุม

‘สุทิน’ เชื่อ ‘ดอน’ ไปเยือนเมียนมา ต้นเหตุสหรัฐฯ ไม่เชิญไทย ร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย 110 ประเทศ บี้ขอฟังคำตอบจากรัฐบาล

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 64 ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ในวันนี้ ตนจะตั้งกระทู้ถามนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ที่เดินทางไปเยือนประเทศเมียนมา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด มีรายงานข่าวจากสหรัฐอเมริกาว่า การประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 110 ประเทศ ปรากฏว่าประเทศไทยไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วมด้วย

เรื่องดังกล่าวถือเป็นความเสียหาย มีผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงเหตุผล และอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

'ณัฐชา' จี้ ‘นายกฯ-ชัยวุฒิ’ ใช้งบจ้างแฮกเกอร์ ล้วงข้อมูลแนวร่วมกลุ่ม 3 นิ้วหรือไม่

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองการ การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน แถลงข่าวกรณีที่มีนักวิชาการและนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ได้รับอีเมลจากบริษัท Apple เตือนว่าแฮกเกอร์กำลังพยายามเข้าถึงโทรศัพท์ของคุณ (นักวิชาการ/นักกิจกรรมที่ได้รับ e-mail) ด้วยเหตุผลเพราะคุณเป็นใคร (who you are) หรือไม่ก็เพราะสิ่งที่คุณกำลังทำ (what you do) 
โดยใน e-mail ทางบริษัท Apple ระบุชัดว่าแฮกเกอร์เหล่านี้เป็น State-sponsored attackers หรือแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 

“เรื่องนี้ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ เพราะทาง บริษัท Apple กำลังฟ้องร้อง nso group บริษัทเทคโนโลยีจากอิสราเอลผู้อยู่เบื้องหลัง ‘สปายแวร์พีกาซัส’ ซอฟต์แวร์สอดแนมข้อมูลซึ่งใช้เทคโนโลยีระดับสูงเกรดกองทัพในข้อหาคุกคามผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการของ Apple" ณัฐชา ระบุ 

เขายังกล่าวอีกว่า ผู้ได้รับอีเมลดังกล่าวประกอบด้วยกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง อาทิ กลุ่มศิลปะปลดแอก, กลุ่ม WeVo, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, FreeYouth, ศาลายาเพื่อประชาธิปไตย 

โฆษกกองสลาก เผยสาเหตุ ‘ล็อตเตอรี่แพง’ ชี้!! นักลงทุนออนไลน์ ไล่ซื้อ-ปั่นราคา

เพจเฟซบุ๊ก ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว’ ได้โพสต์ข้อความถึงปัญหาล็อตเตอรี่ขายเกินราคา และทางแก้ จาก นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุว่า…

ปัญหาราคาสลากสลากกินแบ่งรัฐบาลแพงขึ้นมาก จนทำให้ผู้ค้ารายย่อยหลายรายปิดแผงไป โดยระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากมีนักลงทุนออนไลน์ไปกว้านซื้อสลากจากรายย่อยในราคาสูงจากต้นทาง เพื่อนำมาขายช่วง ส่งผลให้ราคาสลากในตลาดขายส่งปรับสูงขึ้นตาม

ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ ได้แจ้งเตือนแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่มีโควตาสลากอย่างเป็นทางการว่า ไม่ควรเข้ามาในกระบวนการซื้อขาย เพราะการรับซื้อในราคาสูง เพื่อนำไปขายช่วง จะเป็นการนำไปสู่กระบวนการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งก็คือการขายสลากเกินราคา

“หมวดแบงค์” ชนะควบ 2 รางวัล “บทเพลงรักชาติ เสียสละ” รักประชาชน

หมวดแบงค์ แต่งเพลงกินใจ คว้า 2 รางวัล “การประกวดบทเพลงรักชาติ ประจำปี 2564” จากกรมกิจการพลเรือนทหารบก 

กองทัพบก โดย กรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้เชิญผู้ที่สนใจ ส่งผลงานบทเพลงเข้าร่วมประกวดในกิจกรรม “การประกวดบทเพลงรักชาติ ประจำปี 2564” เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสียสละของทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย และการช่วยเหลือประชาชน

เนื้อหาเพลงที่ส่งเข้าประกวด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 กลุ่มบทเพลงความรักของทหารที่มีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
กลุ่มที่ 2 กลุ่มบทเพลงความรักของประชาชนที่มีต่อประเทศชาติ ทั้งในยามปกติและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
กลุ่มที่ 3 กลุ่มบทเพลงความรัก ความห่วงใย และความเห็นอกเห็นใจของประชาชน ที่มีต่อทหารในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ
 

ผบ.ทอ. รับมอบเครื่องห่มกันหนาว และกิจกรรมปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  พร้อมด้วย คุณปัญญดาว  ธูปะเตมีย์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีรับมอบเครื่องห่มกันหนาว และกิจกรรมปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว รวมทั้งรับมอบเงินสนับสนุนโครงการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต จาก คุณ อารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ คณะสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และคณะผู้บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธี

ตามที่ได้เกิดสภาวะอากาศหนาวเย็นขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาว รวมทั้งขาดอุปกรณ์จําเป็นต่อการดำรงชีพ จากสถานการณ์ดังกล่าว กองทัพอากาศ ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้จัดกิจกรรมร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวขึ้น โดยจัดขบวนรถยนต์บรรทุกจำนวน 5 คัน นำผ้าห่มกันหนาว จำนวน 4,000 ผืน ไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ผ่านไปยังกองบิน ณ ที่ตั้งต่างจังหวัด และสถานีรายงานกองทัพอากาศ เพื่อนําผ้าห่มกันหนาวไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพอากาศต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top