Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

‘มก.- อปท.’ ร่วมลงนามความร่วมมือพัฒนาบุคลากรส่วนท้องถิ่น

​มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ 5 ปี กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสำหรับใช้ในการจัดฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้มีความรู้ ทักษะสมรรถนะที่เหมาะสมกับตำแหน่งและมีความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ยอมรับเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน

19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น. - 15.00 น. ณ ห้องกำพล อดุลย์วิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดย นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ร่วมลงนาม โดยมี ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม รศ.สุวิสา พัฒนเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม นาศศิน พัฒนภิรมย์ ผู้อํานวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ดร.ยุพวัลย์ ทองใบอ่อน รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ร่วมในงานครั้งนี้ด้วย เพื่อความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัย จัดทำ และพัฒนาหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นทุกตำแหน่ง การพัฒนาหลักสูตรเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และความร่วมมือด้านการจัดโครงการฝึกอบรม สัมมนา หรือกิจกรรมพัฒนาความรู้ ทักษะและสมรรถนะในการบริหารงานและการปฏิบัติงานให้กับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ได้ให้ความไว้วางใจร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสี่ยง มีความเชี่ยวชาญ มีผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และมีประสบการณ์ในการดำเนินงานทางวิชาการ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านวิชาการ การจัดทำโครงการและงบประมาณ รวมทั้งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยมีสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำและพิจารณากลั่นกรองร่วมด้วยทุกโครงการ

​ในส่วนของความร่วมมือในการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมนั้น เป็นหลักสูตรภาคบังคับของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 

แบ่งเป็น ประเภทอำนวยการท้องถิ่น ได้แก่ หลักสูตรนักบริหารงานการเกษตร ประเภทวิชาการ ได้แก่ หลักสูตรนักวิชาการเกษตร หลักสูตรนักวิชาการประมง หลักสูตรนักวิชาการสวนสาธารณะ หลักสูตรนักวิชาการสิ่งแวดล้อมหลักสูตรนักวิชาการสุขาภิบาล หลักสูตรนายสัตวแพทย์ 

“คุณสมบัติ” ประธานอินเตอร์ลิ้งค์ฯ แชร์ประสบการณ์ “How to Smart Industrial Cabling & Networking” แก่ทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน!!

วันที่ 20 พ.ย. 2564 “คุณสมบัติ อนันตรัมพร” ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มาแชร์ประสบการณ์ “How to Smart Industrial Cabling & Networking” ครั้งแรกกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน 

พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำที่มาเจาะลึกรายละเอียดการเลือกใช้สายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพจริงและไปประยุกต์ใช้ได้กับยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น 

 

“สงคราม” อัด ผลประโยชน์บังตาทำผู้มีอำนาจไม่จริงใจแก้ปัญหาแรงงานเถื่อน อัดมาตรการรัฐสร้างปัญหาไม่รู้จบ เปิดประเทศแต่ไม่พร้อมทำไทยสูญรายได้มหาศาล 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากนโยบายล็อคดาวน์ประเทศที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทั้งสังคม และเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างหนัก ผู้ประกอบการประสบปัญหา ยิ่งผู้ประกอบการส่งออกประสบปัญหาหนักมาก เพราะไม่มีแรงงานทำงาน เนื่องจากรัฐบาลไล่แรงงานต่างด้าวกลับประเทศต้นทาง โดยไม่มีแนวทางแก้ปัญหา 

มาถึงเวลานี้รัฐบาลยังสร้างปัญหาไม่รู้จบ เปิดประเทศแต่ ไม่เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ สั่งปิดนานนับปี สูญเสียรายได้มหาศาล ที่ผ่านมาสถานบันเทิงสร้างรายได้เข้าประเทศต่อปีหลายหมื่นล้านบาท รัฐบาลอ้างเพื่อป้องกันโควิด  แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการระบาดได้ แต่สร้างความเสียหายได้ ทั้งๆที่รัฐบาลควรหามาตรการในการที่จะให้กลุ่มสถานบันเทิง เปิดได้ โดยต้องทำตามมาตรการที่รัฐกำหนด แต่รัฐคิดไม่เป็น ทำไทยสูญรายได้ นักท่องเที่ยวมาไทยจะไปเที่ยวที่ไหน ให้เดินป่า หรือ อยู่แต่ทะเล เท่านั้นหรือ  

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า เมื่อคิดเปิดประเทศ แต่กลับไม่มีแรงงานทำงาน ดังนั้นผลที่ออกมาคือการลักลอบเข้ามาของแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก ภาพหน่วยงานความมั่นคงจับแรงงานลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายหลายร้อยคน อยากถามว่าในพื้นที่จริงเป็นเช่นไร เพราะหลายฝ่ายมองว่าสร้างภาพเท่านั้น 

'รองโฆษกรัฐบาล' เผย ไทย-เวียดนาม จับมือสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดันการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี68 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนนโยบายการสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 19 พ.ย ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม โดยมีการเห็นชอบที่จะผลักดันความร่วมมือที่ใกล้ชิดในด้านต่างๆ อาทิ 1) ด้านการเมืองและความมั่นคง 2)ด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 3)ด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน 4) ด้านสังคม วัฒนธรรม และประชาชน 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจนั้น ขณะนี้ไทย เป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามในบรรดาสมาชิกอาเซียน และเป็นผู้ลงทุนลำดับที่ 9 ในเวียดนาม ส่วนเวียดนามเป็นคู่ค้าลำดับที่3 ของไทยในบรรดาสมาชิกอาเซียน และเป็นผู้ลงทุนที่กำลังเติบโตรายใหม่ในไทย ความร่วมมือจะประกอบด้วยการดำเนินงาน เช่น
1)การริเริ่มใหม่ที่ช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุนที่ครอบคลุมและยังยืนระหว่างกัน เช่นการเปิดตัวระบบการชำระเงินค้าปลีกด้วยรหัสคิวอาร์โค้ด โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับธนาคารกลางเวียดนาม เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าดิจิตอลข้ามแดน และ การพาณิชย์ อิเล็คทรอนิกส์ระหว่างสองประเทศ 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 2)ร่วมกันหาแนวทางในการบรรลุเป้าหมายทางการค้าทวิภาคีที่มีมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ตามที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกัน
3)ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิตอลให้มากขึ้นในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ การชำระเงินข้ามแดน การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการเงิน (fintech) และนวัตกรรมซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและบูรณาการทางการเงินระหว่างสองประเทศและในภูมิภาค

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 4)ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการนโยบายและกฎระเบียบด้านการนำเข้าและส่งออกระหว่างสองประเทศ รวมถึงการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของสินค้าจากทั้งสองฝ่าย
5)ส่งเสริมความร่วมมือและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะด้านการขนส่ง การค้า การเกษตร และศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่งและการส่งออกสินค้าระหว่างสอง 6)ขยายความร่วมมือสอดรับกับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG) ของไทย กับยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียวของเวียดนาม

"ณัฐชา" ซัด "ประยุทธ์" ลำพองตัวคิดว่าเก่งกาจ เหยียบหัว ปชป. นั่งหัวโต๊ะบอร์ดแก้ปัญหาเกษตร หวั่น ปชช.ต้องรับกรรมซ้ำรอยโควิด

นาย​ณัฐชา​ บุญไชยอินสวัสดิ์​ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล​ กล่าวถึง​กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “จับมือ รวมใจ พาไทยรอด” ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39 โดยระบุตอนหนึ่งว่า เรื่องการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เรากำลังตั้งคณะกรรมการซึ่งมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นแกน เพื่อแก้ไขปัญหานี้

นายณัฐชา​ กล่าวว่า​ กี่ครั้งกี่หนที่เกิดวิกฤตชาติแล้วนายกรัฐมนตรีอาสานั่งหัวโต๊ะเพื่อแก้ปัญหาโดยรวบอำนาจทุกอย่างเอาไว้​ ประหนึ่งลำพองตัวเองว่าตนเก่งกาจจัดการได้ทุกเรื่อง​ แต่ผลที่ออกมาปรากฏว่าไม่มีวิกฤตใดเลยที่ พล.อ.ประยุทธ์ พาไปรอด และพอแก้ปัญหาไม่ได้ก็โยนบาปกลับไปให้เพื่อนพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอีกข้อที่น่าสังเกต คือ​ การอาสาแก้ปัญหาเศรษฐกิจครั้งนี้ เจ้าภาพควรเป็นกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ดูแลอยู่

การอาสาเข้ามานั่งตำแหน่งประธานบอร์ดแก้จน​แบบนี้ ต้องถามว่าจงใจจะล้วงลูกเหยียบหัวพรรคประชาธิปัตย์โดยทำเป็นอ้างปัญหาว่ามาจากความล่าช้าของระบบราชการใช่หรือไม่ หรืออีกด้านหนึ่งก็เพื่อต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้ช่วยโยนบาปให้พรรคประชาธิปัตย์ว่า ดูแลถึง 2 กระทรวงใหญ่ แต่ทำไมแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรไม่ได้ จึงต้องมีการตั้งบอร์ดชุดนี้เพื่อบอกว่าท่านอาสาเป็นอัศวินขี่ม้ามาช่วย​ ซึ่งคราวนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะขี่ม้าขาวหรือตกม้าตายกันแน่

‘อดีตรองอธิการบดี มธ.’ เปรย "เป็นเรื่องน่าเสียดาย" หากหลานชาย (ไอติม) ร่วมก๊วนล้มสถาบันฯ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Harirak Sutabutr’ ถึง ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution โดยมีใจความว่า ผมไม่เคยได้พบกับไอติมเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่เห็นปรากฏอยู่ในข่าว ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เพราะถ้านับญาติกันจริง ๆ ไอติมก็นับเป็นหลาน เพราะคุณยายของไอติมเป็นลูกผู้พี่ของผม คือเป็นลูกของคุณอาแท้ ๆ หรือน้องแท้ ๆ ของคุณพ่อผม นับว่าเป็นญาติที่ค่อนข้างใกล้กันไม่น้อย 

อย่างที่ผมเคยเขียนหลายครั้งว่า ผมไม่ได้เลือกพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็เข้าใจดีว่า นั่นเป็นวิธีที่จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลและไม่ให้พรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณกลับมาครอบงำประเทศได้อีก แต่ผมก็ยังเลือกไม่ลงอยู่ดี

เมื่อไอติมลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พอดีลงสมัครในเขตผม ผมและทุกคนในครอบครัวจึงไม่ลังเลเลยที่จะพากันไปลงคะแนนให้ไอติม ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นญาติ แต่เป็นเพราะเชื่อว่าไอติมคือคนหนึ่งที่เป็นความหวังของการเมืองไทย เป็นคนรุ่นใหม่ พื้นฐานครอบครัวดี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่เข้ายากแสนยาก แต่ไอติมก็สอบตก และผู้ที่ชนะในเขตนั้นก็คือผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ 

ทำไมไอติมจึงสอบตก ทั้งที่มีคุณสมบัติพร้อมทุกอย่าง ทำไมคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ในเขตที่ลงสมัครจึงไม่เลือกไอติม แต่พากันไปเลือกผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ คงไม่ใช่เพราะมีความนิยมชมชอบในตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งที่นิยมชมชอบพลเอกประยุทธ์ก็ตาม นั่นเพราะสมการการเมืองไทยไม่ง่ายเหมือน 1+1 = 2 แต่ในโลกของความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก คนส่วนใหญ่ไปลงคะแนนให้พรรคพลังประชารัฐ ก็เพราะเขาหมดหวังในพรรคประชาธิปัตย์ และเชื่อว่า หากไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทยต้องกลับมาเป็นรัฐบาลแน่ และระบอบทักษิณที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งประวัติศาสตร์จนนำไปสู่การรัฐประหาร 2557 ก็จะกลับมาพร้อมกับพรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมเชื่อว่าทักษิณยังคงครอบงำพรรคเพื่อไทยอยู่ บัดนี้น่าจะเริ่มเชื่อแล้ว

เข้าใจดีว่า รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ ไม่ใช่รัฐบาลในฝันของประชาชน แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ไอติมกลับไปนิยมชมชอบพรรคและกลุ่มการเมืองที่มีจุดหมายไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทยและผู้ที่อยู่เหนือพรรคเพื่อไทย ทั้งยังมีความคิดไปในทิศทางเดียวกันกับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองเหล่านั้น ไม่ยอมรับผลการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่มีคนลงคะแนนให้ถึง 16 ล้านเสียง อ้างอยู่ร่ำไปว่า การลงประชามติครั้งนั้นไม่ได้ทำอย่างเสรี และไม่เป็นธรรม อ้างว่าผู้ประท้วงคัดค้านไม่ให้คนไปลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ถูกจับกุมเนินคดี ทั้งที่รู้ดีว่าการจับกุมดำเนินคดี เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ 2559 

การดำเนินการตามกฎหมาย จึงไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งคำถามแนบท้ายซึ่งเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลผ่านการทำประชามติด้วยคะแนนเสียงกว่า 16 ล้านเสียง เหตุผลหลักที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งคำถามแนบท้ายซึ่งเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลผ่านการทำประชามติ ก็เป็นเหตุผลเดียวกับการที่คนจำนวนมากจำใจต้องลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐนั่นเอง

“ธรรมนัส” ฟุ้ง “พปชร.”สู้ศึกเลือกบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ยันส่งผู้สมัคร 400 เขต  มั่นใจ! กวาดที่นั่งมากขึ้น

ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2564 ทำให้ขณะนี้การเลือกตั้งแบบใหม่บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และมี ส.ส.แบบเขต 400 คน  ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว  ยืนยันว่า พรรคพปชร.ที่มีพล.อ .ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรค  มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแบบใหม่นี้ และพร้อมที่จะส่งผู้สมัครลงแข่งขันรับเลือกตั้งทั้ง  400 เขตทั่วประเทศอย่างแน่นอน

ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมา หัวหน้าพรรค  ตนและบรรดาแกนนำพรรค  ได้ร่วมกันลงพื้นที่พบปะทั้งสมาชิกพรรคและผู้แทนว่าที่ผู้สมัครส.ส. ของพรรคทุกภาคอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเตรียมพร้อมและมีว่าที่ผู้สมัครส.ส. ครบหมดทุกจังหวัดแล้ว และ ในทุกจังหวัด ได้ดำเนินการเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตเลือกตั้งนั้น ครบเกือบหมดทุกเขตแล้ว ดังนั้น ตามกลไกของพรรคได้ถูกวางไว้เรียบร้อยหมดแล้ว จึงพร้อมมากสำหรับการเลือกตั้งในครั้งหน้า

“หัวหน้าพรรคฯ รวมถึงผมได้ลงพื้นที่ไปพบปะสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคแทบทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำนโยบายของพรรคฯ เน้นย้ำยึดมั่นเชิดชูในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมุ่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ล่าสุดก็ไปที่ จ.ขอนแก่น  ที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ซึ่งภาคอีสานถือว่ามีประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ มี ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญเก่าถึง 132 ที่นั่ง ดังนั้นพรรคจึงให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ดังกล่าวที่กำลังจะมาถึงในอนาคต และมั่นใจว่า จะได้รับชัยชนะและได้ที่นั่งส.ส.ในภาคอีสานและจังหวัดอื่นทั่วประเทศมากขึ้น “ ร.อ. ธรรมนัส กล่าว

“เพื่อชาติ” ชูนโยบาย เพื่อชาติ เพื่อประชาชน  

เรียกได้ว่าสร้างกระแสฮือฮาในแวดวงการเมืองได้ไม่น้อยสำหรับพรรคเพื่อชาติกับการเปิดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ในการประชุมวิสามัญพรรคเมื่อวานที่ผ่านมา ( 21 พฤศจิกายน 2564)  สำหรับนาย ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หรือพี่หนวดเอลวิส อดีต สส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย  

นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า หลังจากเมื่อวานได้มีการเปิดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ นาย ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต สส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย  ก็ได้สร้างความฮือฮาอย่างมากในแวดวงการเมือง เรียกได้ว่ากลบกระแสการเป็นงูเห่ากินกล้วยไปได้อย่างราบคาบสำหรับนายศรัณย์วุฒิ  เพราะท้ายที่สุดแล้ว นายศรัณย์วุฒิก็ไม่ได้ย้ายไปซบอกขั้วตรงข้ามอย่างที่หลายๆคนคิดกัน แต่ยังคงอยู่กับฟากฝั่งฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อชาติ ที่ยืนหยัดอยู่บนสโลแกนในการเป็นพรรคเกาะกลางประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมาร่วมอุดมการณ์ได้ 

แต่ทีเด็ดที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือนโยบายที่ได้เปรยๆออกมาในงานประชุมใหญ่ครั้งนี้ ที่พรรคเพื่อชาติชู นโยาย เพื่อชาติ เพื่อประชาชน เตรียมผลักดันนโยบาย “เกษตรร่ำรวย” ออกมาเรียกคะแนนเสียงชาวเกษตรกร  ถือว่างานนี้คุณศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และพรรคเพื่อชาติทำการบ้านมาดี งัดเอาตำราวิชาการด้านภูมิศาสตร์เศรษฐกิจมาใช้ มองคุณสมบัติเด่นของไทยที่อยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร และการมีมรสุมพัดผ่าน กะว่าจะบริหารจัดการน้ำฝนแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม และให้ชาวเกษตรกรภาคอีสานรวมถึงภาคเหนือได้เฮไปพร้อมๆกัน 

'โฆษกรัฐบาลฯ' สวน 'พิธา' บอก ปากอ้างเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่วิธีทำงานยิ่งกว่าพรรคการเมืองเก่า ถามกลับ เคยได้ยินบ้างไหม ใครอยู่หลังม็อบให้เด็กออกมาเป็นโล่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังคงบุญชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุรัฐบาลแช่แข็งความหวัง แช่แข็งความสำเร็จ ด้วยการโปรยเศษเงินให้กับพี่น้องประชาชน ว่า นายพิธาคงจะเข้าใจอะไรผิด เพราะน่าจะเป็นพรรคก้าวไกลมากกว่าหรือไม่ ที่แช่แข็งความหวังของประชาชนด้วยการบอกว่าตัวเองเป็นพรรคการเมืองใหม่ เป็นความหวังของประชาชน แต่วิธีการทำงานที่ผ่านมากลับยิ่งกว่าพรรคการเมืองที่ก่อตั้งมานานแล้วเสียอีก ทั้งรีบไปฉีดวัคซีนก่อนประชาชน ทั้งๆ ที่ปากด่าตลอดเวลาว่าวัคซีนไม่ดี หรือแม้กระทั่งไม่สามารถหาข้อมูลทุจริตต่างๆ ที่มีหลักฐานเพียงพอมาอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อล้มรัฐบาลในสภาฯ ได้ ก็ออกไปสนับสนุนม็อบอยู่บนถนนแทน

ผบ.ทอ เปิดกิจกรรม “ทัพฟ้า ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สามัคคี” สำนึกพระ มหากรุณาธิคุณ ร.9 และ ร.10 ฝากถึงเยาวชนรุ่นหลัง เล็งเห็นความสำคัญของสถาบัน

ที่รพ.ภูมิพลอดุลยเดช  พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “ทัพฟ้า ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สามัคคี” ว่า  กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9  ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อประชาชนในประเทศตลอดการทำงานอย่างหนักตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านนอกจากนั้นเป็นการส่งเสริมพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ซึ่งท่านได้มีโครงการจิตอาสา 904 เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

การจัดกิจกรรมครั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในทุกกองบินรวมถึงหน่วยงานของกองทัพอากาศทุกหน่วยตลอดเดือนธันวาคม ใน 4 รูปแบบ คือ 1.การบริจาคโลหิตเพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล ซึ่งอยู่ในห้วงขาดแคลนเนื่องจากโควิด 2. พัฒนาอาคารสถานที่ต่างๆ  สวนสาธารณะ 3. การพัฒนาภายในให้เกิดความเป็นระเบียบ 4. การรักษาความสะอาด

พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวอีกว่า อยากให้เยาวชนรุ่นหลังหรือน้องๆได้เล็งเห็นถึง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ จากประวัติศาสตร์ของชาติทำให้เราได้ทราบอย่างถ่องแท้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักที่มีพระคุณล้นเหลือต่อประชาชนทุกคน สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โครงการต่างๆที่เป็นโครงการพระราชดำริเป็นเครื่องยืนยันอย่างแน่ชัดว่าประชาชนได้รับประโยชน์อย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวกับน้ำ ป่า วิชาชีพ ล้วนแล้วแต่มีรากฐานมาจากสายพระเนตรและวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตนในฐานะผู้บังคับหน่วยก็ตั้งใจที่จะรักษาและปลูกฝังความรู้สึกนี้ไปสู่กำลังพลของกองทัพอากาศทุกคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top