Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

‘ไพศาล’ ฟัน!! 4 สัญญาณสะท้อนชัด วิกฤติรัฐบาลประยุทธ์

นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิกฤตการเมืองที่ปิดบังมิได้!!!

1.) กองเชียร์นายกฯ ส่งกระแสชัดเจนตลอดมาว่ากำลังแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ โดยอ้างว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เน่าเละ ยิ่งอยู่นานยิ่งเสื่อม

2.) พปชร. เป็นพรรคแกนนำของรัฐบาล แต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรคไม่มีกระทรวงครอง มีฐานะเป็นแค่คนแบกหามเสลี่ยงให้คุณหลวงท่านนั่งกระดิกขา แบบนี้จะแบกไปได้สักกี่น้ำ ยิ่งแบกก็ยิ่งเหนื่อยและยิ่งเน่าตาม ทั้งต้องรับกระแสความเกลียดชังของประชาชนทั้งที่ไม่ได้ทำ จึงเตรียมการเลือกตั้งอย่างเต็มที่

Xpeng เตรียมส่ง 'รถไฟฟ้าบินได้' บุกยุโรป คาดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. HT Aero ผู้ให้บริการการเคลื่อนย้ายทางอากาศในเขตเมือง (Urban Air Mobility : UAM) บริษัทในเครือของ XPeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ในงาน EUROPEAN ROTORS 2021 ที่จัดขึ้นในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยานยนต์ดังกล่าวได้โชว์ตัวในยุโรป

Zhao Deli ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท HT Aero กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ในขณะเดียวกันก็มีความหลงใหลในเครื่องบินส่วนตัว และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตทุกคนจะสามารถเดินทางทางอากาศด้วยยานยนต์จาก HT Aero นวัตกรรมใหม่นี้มุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของความคล่องตัวทั้งบนท้องถนนและบนท้องฟ้า

โดย HT Aero เริ่มพัฒนา "X2" ยานยนต์ 2 ที่นั่งที่สามารถเดินทางทั้งบนบกและอากาศตั้งแต่ปี 2013 ผ่านการทดสอบมาแล้วมากกว่า 15,000 ครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีการอัปเกรดคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ รวมถึงระบบควบคุมการบิน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบร่มชูชีพ

ภายนอกมีลักษณะคล้ายรถซูเปอร์คาร์ แต่มีการติดตั้งใบพัดขนาดใหญ่ข้างตัวรถ ซึ่งสามารถพับเก็บได้โดยอัตโนมัติ และมีการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา

บริษัทเผยว่ายานยนต์ดังกล่าวมีน้ำหนักอยู่ที่ 560 กิโลกรัม ยาว 4.97 เมตร กว้าง 4.78 เมตร สูง 1.36 เมตร สามารถทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บินได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร

กกพ.เคาะขึ้นค่าไฟฟ้า 16.71 สตางค์ รับปีใหม่

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.มีมติให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบ เดือนม.ค. – เม.ย. 2565 เพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์ จากปัจจุบัน -15.32 สตางค์ในงวดก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยปรับปรุงตามค่าจริงในรอบต่อๆ ไป

ก่อนหน้านี้ กกพ. ได้ดำเนินนโยบายบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้ใช้พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง มาตรการการลดค่าไฟฟ้า และตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรหรือเอฟทีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้สถานการณ์การ แพร่ระบาดของโควิด-19 เบาบางลง ทำให้เศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศเริ่มฟื้นตัว 

"อรรถวิชช์" เผย "พ.อ.สุชาติ"  ย้ายสังกัดมาพรรคกล้า ช่วยเสริมทัพภาคใต้ เชื่อมั่น "กรณ์ จาติกวณิช" ผู้นำแก้วิกฤตเศรษฐกิจ 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกระแสข่าว พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้า ว่ามีการพูดคุยกันจริง โดย พ.อ.สุชาติ เห็นตรงกันกับพรรคกล้าว่า วิกฤตชาติที่ต้องเร่งแก้ไขคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดย พ.อ.สุชาติ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และแสดงความจำนงสมัครสมาชิกพรรคกล้าแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย 

"ผู้การเห็นพ้องว่า ยุคหน้าผู้นำต้องนำด้วยเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคใต้ ที่มีโอกาสหลายอย่าง แต่ขาดการบริหารจัดการและพัฒนาอย่างจริงจัง ก็เลยอาสามาช่วยงานลุยชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับพรรคกล้า เพื่อช่วยคุณกรณ์จัดทัพ สำคัญที่สุดคือ ผู้การพร้อมมาลุยร่วมกันทำงานแบบพรรคกล้า ยึดหลักปฏิบัตินิยม และทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์" นายอรรถวิชช์ กล่าว 

“บิ๊กช้าง” ประธานร่วม ส่งมอบ 15 ยานเกราะล้อยาง ให้ภูฏาน "มาดามรถถัง" ปลื้ม ยานเกราะไทย ไปไกลถึง UN ครั้งแรก ยันไม่มีค่าคอม-แป๊ะเจี๊ยะ 

ที่กระทรวงกลาโหม(สรีสมาน) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธาน ในพิธีส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4  จำนวน 15 คัน ให้กับรัฐบาลราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจรักษาสันติภาพ  ในห้วงเดือนธันวาคมนี้ ณ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และเป็นครั้งแรกที่นำไปใช้ในภารกิจของ UN   โดยมีนายคินซัง ดอร์จิ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย  เข้าร่วมแสดงความยินดี 

โดยพล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่าเรามีสายสัมพันธ์อันดี กับภูฏาน  การส่งมอบไปใช้ในภารกิจสันติภาพครั้งนี้ ก็ถือว่าไทยมีส่วนร่วมในภารกิจสันติภาพของ UN ด้วย ทั้งนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปสู่การพึ่งพาตัวเอง สู่ พาณิชย์ ส่งออก นำเงินตราเข้าประเทศ  ล็อตต่อไปก็ได้มีการเจรจากับบางประเทศที่มีความสนใจในรถรุ่นนี้ 

ขณะที่พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความสำเร็จ ของความร่วมมือ ระหว่าง กระทรวงกลาโหม กับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์รับเบอร์ จำกัด บริษัทสัญชาติไทย   ในการส่งออก ยานเกราะล้อยาง FirstWin 4x4 ให้กับราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งเอกอัครราชทูตภูฏานประจำประเทศไทย ก็ได้ระบุ ว่าการที่เลือกใช้ยุทโธปกรณ์จากชัยเสรี เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและสมรรถนะของบริษัทจากไทย อีกทั้งทั้งสองประเทศ ยังมีความผูกพันกัน  และมีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ใกล้ชิดกัน ในขณะที่ ราคา ก็ถือเป็นราคามิตรภาพ ซึ่งยืนยันว่าคุณภาพไม่ได้เป็นรองใคร 

และถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศให้สามารถส่งออกได้ รวมถึงผลิตใช้ภายในประเทศ ซึ่งก็มีการผลิตอยู่เรื่อยเรื่อยเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกองทัพ เช่น ปืนใหญ่ และระเบิด ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทชัยเสรี ที่ร่วมทุนกับ สปท. กำลังเจรจากับฟิลิปปินส์หากเจรจากันได้ก็จะเป็นออเดอร์ ที่ใหญ่พอสมควร ในลักษณะแบบจีทูจี  


ขณะที่ นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือมาดามรถถัง เจ้าของบริษัทชัยเสรี  กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสส่งรถให้กับกองทัพภูฏาน  ถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัท เพราะเราทำงานนี้มาตั้งแต่ปี 2517 รวม 54 ปีแล้ว ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม และบริษัท ซึ่งรถเกราะของเรา ก็ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมทหารกระทรวงกลาโหม ทำให้เรามีความน่าเชื่อถือ ในขณะที่คุณภาพก็เป็นที่ยอมรับ และการส่งออกครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเราเคยส่งไปประจำการในกองทัพหลายประเทศแล้ว และยืนยันว่าไม่มีค่าคอมมิชชั่น หรือเงินใต้โต๊ะ

ครอบครัวทหารในสหรัฐฯ นับแสน กำลังประสบปัญหาเรื่องปากท้อง

รายงานจากสำนักข่าวเอพี อ้างอิงการคาดการณ์ขององค์กรฟีดดิง อเมริกา (Feeding America) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐอเมริกา ที่เข้าประจำการเต็มเวลาจำนวนมากถึง 160,000 นาย กำลังประสบปัญหาในการเลี้ยงดูครอบครัวตนเอง

องค์กรฟีดดิง อเมริกา ซึ่งเป็นผู้บริหารเครือข่ายธนาคารอาหารทั่วประเทศ เผยว่า ปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหารที่รุนแรงนั้น กำลังกัดกินสังคมสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงทหารของกองทัพด้วย องค์กรฟีดดิงฯ ได้คาดการณ์ว่า เมื่อปีที่แล้ว สมาชิกกองทัพสหรัฐฯ ระดับล่างร้อยละ 29 กำลังประสบปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหาร 

'ดีอีเอส' งัดไม้แข็งคุมออนไลน์ พร้อมมอบอำนาจถึงระดับตำรวจภูธร

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อหารือแนวทางดำเนินการในคดีสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับคดีตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวง ฉ้อโกง และธุรกิจผิดกฎหมายทางออนไลน์ ว่า ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่า จะกระจายอำนาจรับผิดชอบเกี่ยวกับการสอบสวนคดีด้านนี้ไปยังสถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปแจ้งความได้เพื่อทำให้เกิดความรวดเร็วในการสอบสวน รวมทั้งลดจำนวนคดีสะสมที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ด้วย

ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าว ถือว่าอยู่ในอำนาจของ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีอำนาจตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาลงนามมอบอำนาจนี้ให้กับตำรวจ บช.สอท. อย่างไรก็ตามในช่วงต่อจากนี้จะมอบอำนาจให้ถึงระดับตำรวจภูธร เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่การซื้อขายผ่านอี-คอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างมาก ส่งผลให้จำนวนคดีด้านนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

‘วัชระ’ ยื่นขอเอกสารป.ป.ช.ใช้สู้คดี หลังถูกซิโน-ไทย ฟ้องหมิ่นเรียก 5 ล้าน

19 พ.ย. 64 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 63 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาก่อสร้าง 900 วันเป็นเงิน 12,280 ล้านบาท เงื่อนไขที่ระบุไว้ผู้ซื้อซองทราบทุกบริษัทคือ ต้องสร้างเสร็จภายใน 900 วัน ก่อสร้าง 24 ชั่วโมง คนงานต้องไม่ต่ำกว่า 4,000 คน ถ้าสร้างไม่เสร็จต้องจ่ายค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมามีการขยายเวลาไปแล้วถึง 4 ครั้งรวม 1,864 วัน 

ในสมัยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึง 3 ครั้ง คือครั้งแรก 387 วัน ครั้งที่สอง 421 วัน และครั้งที่สาม 674 วันรวม 1,482 วัน สมัยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา 1 ครั้ง 382 วัน รวมทั้งสิ้นขยายสัญญามาแล้ว 4 ครั้ง จำนวน 1,864 วัน โดยนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อนุมัติทั้งสิ้น ซึ่งส่อว่าเอื้อประโยชน์ให้เอกชนอย่างเห็นได้ชัดและทำให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างได้ยื่นฟ้องนายวัชระ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ละเมิด เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท 

รัฐบาลเงาเมียนมา เตือน!! ‘ถ้าไม่กลัวสงครามก็มา’ หลังรัฐบาลทหารเมียนพร้อมเปิดประเทศ

รัฐบาลทหารเมียนมา ภายใต้การนำของนายพล ‘มิน อ่อง หล่าย’ เตรียมเปิดประเทศ เดินหน้าเศรษฐกิจอีกครั้งภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 นี้ โดยเริ่มจากการเปิดชายแดนที่ด่านประเทศไทย และจีน หลังจากนั้นก็จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบได้ไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปี 2565

กระทรวงข่าวสารและสารสนเทศของพม่าได้ประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์ว่า จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการเข้าเมืองบริเวณด่าน ‘รุ่ยลี่’ ที่ชายแดนมณฑลยูนนานของจีน และด่านท่าขี้เหล็ก เกาะสอง และทิกิ ที่ติดกับชายแดนไทย

โดยเชื่อมั่นว่า หลังจากที่เปิดประเทศแล้ว จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาแน่นอน เนื่องจากพม่ามีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต สวยงาม น่าดึงดูดใจมากมาย ซึ่งทางการพม่าจะจัดเตรียมกองกำลังทั้งทหาร ตำรวจ เข้ามาดูแลความปลอดภัยในเขตแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ 

ส่วนปัญหาเรื่องการระบาดของ Covid-19 ในประเทศนั้น ทางการพม่ากล่าวอย่างมั่นใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และได้เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ที่ตอนนี้ได้รับวัคซีนบริจาคมาเป็นจำนวนมากจากจีน และอีกหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รัฐบาลของนายพล มิน อ่อง หล่าย แสดงความมั่นใจอย่างมากในการเปิดประเทศ แต่ทว่า รัฐบาลเงา ที่เรียกตนเองว่า National Unity Government of the Republic of the Union of Myanmar หรือ NUG ก็ได้ออกมาประกาศว่า ‘อย่ามาพม่า’ ในช่วงเวลานี้อย่างเด็ดขาด 

ด้าน นาย ทิน ทุน เนียง หนึ่งในรัฐมนตรีของรัฐบาลเงา NUG ได้กล่าวย้ำผ่านสื่อว่า “นี่ไม่ใช่เวลาที่นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวนะครับ!” ซึ่งเรื่องนี้ดูจะทำให้ภาพของเปิดประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเมียนมาของรัฐบาลของ นายพล มิน อ่อง หล่าย อาจไม่เป็นดั่งที่คาดหวังไว้ก็เป็นได้

‘สุริยะ’ สั่งเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการใต้ฝั่งอันดามัน ชู 4 ประเด็นเร่งด่วน - ยกระดับ BCG Model

‘สุริยะ’ สั่งการ ‘ดีพร้อม’ ฟื้นฟูผู้ประกอบการพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน พร้อมชู 4 ประเด็นเร่งด่วนหนุนอุตฯ ศักยภาพ พร้อมรุกนโยบายเสริมแกร่ง ‘BCG Model’

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งติดตามการดำเนินงานผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พร้อมมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ปรับแผนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าวมีความเข้มแข็ง ทั้งในด้านการยกระดับเศรษฐกิจชีวภาพ - เศรษฐกิจหมุนเวียน - เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green Economy รวมถึงการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของพื้นที่ ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 

1.) เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 
2.) การยกระดับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน 
3.) การดึงอัตลักษณ์ประจำถิ่นกระตุ้นความต้องการของตลาด 
และ 4.) การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าชุมชน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา ระนอง และสตูล) ณ จังหวัดกระบี่ และได้มีการติดตามการดำเนินงานในส่วนของการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา ระนอง และสตูล โดยในการดำเนินงานดังกล่าว ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับและมีบทบาทการยกระดับศักยผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม  

ขณะเดียวกัน ยังร่วมรับฟังความต้องการของผู้ประกอบการ พร้อมนำไปปรับเป็นแผนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเขตเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งปฏิบัติงานด้านการเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจชีวภาพ - เศรษฐกิจหมุนเวียน - เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green  Economy : BCG Model รวมถึงสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ และพัฒนานวัตกรรมการผลิตในธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อก้าวไปสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0

ด้าน นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาดีพร้อม มีแนวทางและแผนการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมถึงได้มีการติดตามการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี ซึ่งมีอยู่กว่า 5 แสนราย ไม่ว่าจะเป็น การประมง การปศุสัตว์ การทำเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การประกอบธุรกิจอาหารและเกษตรแปรรูป รวมถึงวิสาหกิจชุมชน ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าและมีอานิสงส์ต่อการจ้างงานของประชากรในพื้นที่ โดยหลังจากได้รับข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดีพร้อมได้เร่งเตรียมฟื้นฟูและยกระดับผู้ประกอบการด้วยแนวทางที่สำคัญหลากหลายรูปแบบ ดังนี้   


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top