Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

‘สมชัย’ ฟันธง บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เชื่อ ‘เพื่อไทย’ กวาดเก้าอี้ ส.ส.ทิ้ง พปชร.

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ ชี้ ผลบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำเพื่อไทย จ่อได้เก้าอี้ ส.ส. เพิ่มเพียบ ทิ้งห่าง พปชร. ส่วน 12 พรรคจิ๋วสูญพันธุ์

วันนี้ (22 พ.ย.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกกต. โพสต์ข้อความ กรณีรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ประกาศในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้วันนี้ ว่า จากนี้ ระบบการเลือกตั้ง เปลี่ยนเป็นบัตรสองใบ สัดส่วน ส.ส. เขต ต่อ บัญชีรายชื่อ เปลี่ยนเป็น 400 : 100 ผมเคยคำนวณ การเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรค จะได้ภายใต้กติกาใหม่ โดยใช้ฐานคะแนนการเลือกตั้งปี 2562 เป็นข้อมูล ปรากฏว่า เพื่อไทย ได้เพิ่มจาก 0 เป็น 22 พลังประชารัฐ เพิ่มจาก 19 เป็น 24 อนาคตใหม่ (ก้าวไกล) ลดจาก 50 เหลือ 18 พรรคกลาง พรรคเล็ก ลดลงทุกพรรค (ยกเว้น ประชาชาติ) พรรคจิ๋ว 1 เสียง 12 พรรค สูญพันธุ์หมด

บีโอไอ ชี้เทรนด์ลงทุนอุตสาหกรรม BCG พุ่ง เผยสถิติ 6 ปี ขอรับส่งเสริมเกือบ 7 แสนล้าน

บีโอไอ ชี้ทิศทางการลงทุนตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG ทวีบทบาทสำคัญ สอดรับกับแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ขององค์การสหประชาชาติ ระบุสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการกลุ่ม BCG ตั้งแต่ปี 2558 ถึง กันยายน 2564 มีมูลค่ารวมเกือบ 7 แสนล้านบาท

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ด้วยสภาพการณ์การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงอันเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ และการที่ประเทศไทยต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้โมเดลเศรษฐกิจ BCG หรือการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio - Circular - Green Economy) เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต้องการต่อยอดจุดแข็งของไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยแนวทางพัฒนานี้ยังถูกจัดอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ด้วยเช่นกัน 

ปัจจุบันมาตรการส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมกิจการจำนวนมากตลอดห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง และบีโอไอได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามแนวทาง BCG ในหลายด้าน เช่น 

• มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานทดแทน หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมาตรการด้านการยกระดับไปสู่มาตรฐานเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล เช่น มาตรฐานการรับรองป่าไม้ตามแนวทางขององค์การพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council : FSC) เป็นต้น

• มาตรการส่งเสริมการลงทุนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งครอบคลุมถึงการสนับสนุนองค์กรท้องถิ่น
ในการพัฒนากิจการเกษตรที่ยั่งยืน เช่น การปลูกข้าวแบบปล่อยมีเทนต่ำ เป็นต้น

• ปรับปรุงประเภทกิจการและสิทธิประโยชน์ โดยให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม คือ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและโรงแยกก๊าซ ในกรณีใช้เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน โดยให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และกิจการห้องเย็น หรือกิจการห้องเย็นและขนส่งห้องเย็น หากใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 3 ปี 

จากสถิติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกิจการในกลุ่ม BCG ตั้งแต่ ปี 2558 - กันยายน 2564 มีจำนวน 2,829 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 677,157 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรกกิจการ BCG ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่

1.) กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า ที่เป็นพลังงานหมุนเวียน (รวมถึงไฟฟ้าจากขยะ) 289,007 ล้านบาท 
2.) กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร เครื่องดื่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) หรือสิ่งปรุงอาหาร (Food Ingredient) โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย 94,226 ล้านบาท 
3.) กิจการผลิตเคมีภัณฑ์หรือพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปต่อเนื่องจากการผลิตพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในโครงการเดียวกัน 40,998 ล้านบาท 
4.) กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้หรือเศษวัสดุทางการเกษตร 25,838 ล้านบาท 
และ 5.) กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ 22,250 ล้านบาท

โดยเฉพาะในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2564 (ม.ค. - ก.ย.) มีสัญญาณบ่งชี้อัตราเติบโตที่ดี โดยมีกิจการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 564 โครงการ จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 74 และมีมูลค่าลงทุน 128,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อนร้อยละ 160 และสูงกว่ามูลค่าการลงทุนในปี 2563 ทั้งปี (93,883 ล้านบาท) โดยมีตัวอย่างบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนภายใต้กิจการ BCG อาทิ

o กลุ่มโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein)
- บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย โครงการผลิตโปรตีนจากจิ้งหรีด 
- บริษัท ฟลายอิ้ง สปาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด โครงการผลิตโปรตีนผงจากหนอนแมลงวันผลไม้

o กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology
- บริษัท เจเนพูติก ไบโอ จำกัด โครงการผลิตผลิตภัณฑ์เซลล์และยีนบำบัด เพื่อรักษาโรคสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาหลัก 
- บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โครงการผลิตยาจากเทคโนโลยีชีวภาพหรือชีวเภสัชภัณฑ์ที่ได้จากการใช้
ต้นยาสูบเป็นเจ้าบ้าน (HOST)

o กลุ่มพลาสติกชีวภาพ Bioplastic
- บริษัท โททาล คอร์เบียน พีแอลเอ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด โครงการผลิตโพลีแลคติค แอซิด (Polylactic Acid : PLA) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท
- บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด โครงการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชนิด PBS (Polybutylene Succinate)          
- บริษัท ไทยวา จำกัด โครงการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด TPS (THERMOPLASTIC STARCH) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังของไทย
- บริษัท ฟรุตต้า ไบโอเมด จำกัด โครงการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด PHA (POLYHYDROXYALKANOATE) และ PHA BIOPLASTIC COMPOUND และผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปจากพลาสติก PHA ซึ่งเป็นกิจการที่นำของเหลือทางการเกษตร 

สมุทรปราการ - ‘โรงเรียนนายเรือ’ ถวายราชสักการะ - ถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันสถาปนาโรงเรียนนายเรือ ครบรอบ 115 ปี

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ และกล่าวถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสถาปนาโรงเรียนนายเรือ ครบรอบ 115 ปี วันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพลเรือโท ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ให้การรับรอง พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และกองบัญชาการกองทัพไทย ตลอดจนศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือรุ่น 50 - 114 ร่วมพิธี โดยก่อนหน้านี้ในเวลา 0800 น. ศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือแต่ละรุ่นได้กระทำพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ต่อมา พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องค์มนตรี ในฐานะอดีตผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ณ หอประชุมภูติอนันต์ โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ  สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการ  อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้แทนผู้บัญชาการโรงเรียนเหล่าทัพ และส่วนราชการในจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือร่วมพิธี

หลังเสร็จสิ้นพิธี โรงเรียนนายเรือได้จัดกิจกรรมพาศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือ ชมสถานที่สำคัญในโรงเรียนนายเรือ เพื่อย้อนระลึกจากในอดีตถึงปัจจุบัน ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความทันสมัยมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นสื่อการเรียนการสอน เช่นห้องเรียนแผนที่อิเล็คทรอนิกส์ ห้องจำลองการเดินเรือ ห้องเรียนอัจฉริยะ (smart classroom) หอดาราศาสตร์ ที่เป็นหอดูดาวแห่งแรกของประเทศไทย ปัจุบันถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์อุปกรณ์การเดินเรือ และมีท้องฟ้าจำลอง ในการให้การศึกษาเส้นทางของดวงดาว

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

สำหรับโรงเรียนนายเรือ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของกองทัพเรือ มีหน้าที่ให้การศึกษา ฝึกและอบรมนักเรียนนายเรือด้านวิทยาการ วิชาทหาร จริยศึกษาและพลศึกษา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เหมาะสมที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร ของกองทัพเรือ สามารถปฏิบัติหน้าที่นายทหารสัญญาบัตรชั้นผู้น้อยในระยะแรก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นผู้นำ มีคุณธรรมประจำใจ มีความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ สืบทอดแบบธรรมเนียมประเพณีของทหารเรือ เทิดทูน และยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีปรัชญา โรงเรียนนายเรือ "แหล่งผลิตนายทหารเรือ อันเป็นรากแก้วของกองทัพเรือ"

โรงเรียนนายเรือได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2441 ( ร.ศ.117 ) และเปิดการเรียนการสอนนักเรียนนายเรือ ระยะแรกเคยใช้เรือพระที่นั่งมหาจักรี และเรือหลวงมูรธาวสิตสวัสดิ์ เป็นสถานที่ฝึกสอนนักเรียนนายเรือชั่วคราว และใช้เรือหลวงพาลีรั้งทวีป และเรือหลวงสุครีพ ครองเมือง เป็นสถานที่เรียนอีกด้วย โดยได้กำหนดให้มีการศึกษาในวิชาการทหารเรือ เลขคณิต และทหารราบ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และการฝึกหัดศึกษาอย่างเดียวกับคนประจำเรือ ต่อมา เมื่อปี พ.ศ.2442 กรมทหารเรือในสมัยนั้นได้รับบุคคลภายนอกเข้าเรียนมากขึ้น จึงย้ายไปอยู่ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเดิม ที่สวนอนันตอุทยาน ธนบุรี และได้ทำการเรียนการสอนกันอย่างจริงจัง โดยมีนักเรียนทั้งหมด 19 นาย และมีนาวาโท ไซเดอร์ลิน (C.P.SEIDELIN) เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายเรือ คนแรก หลังจากนั้นได้ย้ายมาอยู่ที่พระตำหนักสุนันทาลัย ปากคลองตลาด

จากเหตุการณ์ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า กิจการของทหารเรือเท่าที่อาศัยชาวต่างประเทศเข้ามาประจำตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ นั้น ไม่อาจที่จะหวังในด้านการรักษาอธิปไตยของชาติได้ดีเท่ากับคนไทยเอง พระองค์มีพระราชประสงค์ให้จัดการศึกษาแก่ทหารเรือไทย ให้มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะรับตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ในเรือแทนชาวต่างชาติที่จ้างไว้ต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระราชโอรสสองพระองค์ ไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือยังต่างประเทศ คือ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ให้ไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ และ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ให้ไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศเยอรมันพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเห็นความสำคัญของการให้คนไทยทำหน้าที่แทนชาวต่างประเทศ ในตำแหน่งสำคัญทางทหาร จึงได้มีการจัดส่งนายทหารเรือไปรับการศึกษาจากต่างประเทศ มีการพัฒนาทั้งองค์บุคคลและองค์วัตถุควบคู่กันไป ปรับปรุงกำลังรบทางเรือให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทรงจัดการการศึกษาแก่ ทหารเรือไทย

 

‘สมาคมแม่บ้านตำรวจ’ พร้อมเปิด ‘ร้านปันรักษ์’ ร้านค้าร้านแรกที่รวบรวมสินค้าผลิตภัณฑ์จากครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ!!

สมาคมแม่บ้านตำรวจ เปิดร้านปันรักษ์ โดยมุ่งส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นหน้าร้านจัดจำหน่ายสินค้าน่าสนใจ ตั้งแต่ของที่ระลึก ของขวัญ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่เป็นของดีประจำจังหวัด ตลอดจนของกินแสนอร่อยทั้งอาหารและขนมคุณภาพดีซึ่งทำสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวัน

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด “ร้านปันรักษ์” ณ ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตร. และ พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ อุปนายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(สป.), คุณบุษกร ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย(ทท.), พล.ต.หญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้นายกสมาคมแม่บ้านกองทัพบก(ทบ.), คุณศิริรัตน์ นิลสมัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ(ทร.), คุณปัญญดาว ธูปะเตมีย์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ(ทอ.), คุณพัณณ์ชิตา นันทิภาคย์หิรัญ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก(ทอศ.) และสมาคมแม่บ้านตำรวจ เข้าร่วมพิธีฯ


คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวถึง ความเป็นมาในการเปิดร้านปันรักษ์ว่า ที่ผ่านมา กลุ่มแม่บ้านตำรวจในแต่ละพื้นที่ ข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ รวมถึงครูและนักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์ของตนเอง จัดจำหน่ายในพื้นที่กระจัดกระจายกันไป เช่นงานตลาดนัดเฉพาะกิจ หรือขายผ่านช่องทางออนไลน์ จนนำมาสู่ความตั้งใจแรกในการรวมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ผ่าน Facebook page ในชื่อ ‘Police Market Place’ และได้กลายมาเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายและแสดงสินค้า

 

ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี มีการระดมสินค้าจากทั่วทุกภูมิภาค จากฝีมือสมาชิกครอบครัวตำรวจทั่วประเทศที่หลากหลาย จนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความคิดที่ว่า ถึงเวลาแล้วที่สมาคมแม่บ้านตำรวจจะต้องมีร้านค้าที่เป็นจุดศูนย์รวมให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาพบปะแลกเปลี่ยน ชมและจับต้องสินค้าผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการจับจ่ายซื้ออาหารปรุงสำเร็จได้สะดวก ในทำเลที่เข้าถึงไม่ยาก ณ ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร  

“โฆษกรัฐบาล” ฟุ้ง “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” เงินสะพัดกว่า 5 พันล้านบาท เตรียมเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว จ.สีฟ้า เฟส 2-3 ต้นธ.ค.-ม.ค.65 รวม  45 จ.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ปลื้มผลตอบรับหลังมาตรการเปิดประเทศในพื้นที่17จ.นำร่องท่องเที่ยว หรือจ.สีฟ้า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ประชาชนมั่นใจเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” มีเม็ดเงินภายในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา เข้าสู่ระบบภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการแล้วกว่า 5,186.1 ล้านบาท ยอดรวมลงทะเบียน 909,937 คน

ยอดการใช้สิทธิ์จองโรงแรมที่พัก 4,113 แห่ง คิดเป็น 1,296,872 ห้อง โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายโรงแรม ที่พัก รวม 4,753.9 ล้านบาท และยอดการใช้จ่ายคูปองส่วนลดในร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ร้านสปานวด และอื่นๆรวม 435.6 ล้านบาท รวมทั้งในช่วงเทศกาลลอยกระทง อัตราการเข้าพักในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ในหลายพื้นที่ขยับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 โดยเฉพาะในบางจังหวัดใกล้กรุงเทพมหานคร มีอัตราการเข้าพักในช่วงวันหยุดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 – 90 

นายธนกร กล่าวว่า การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 – 21 พ.ย. 64 จำนวน 85,608 คน โดยเดินทางมาจากประเทศ 5 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา 
สหราชอาณาจักร รัสเซีย และฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน มีจำนวนผู้ยื่นขอลงทะเบียน Thailand Pass สะสมจำนวน 239,115 คน ได้รับการอนุมัติแล้ว 186,836 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศไทยต่ำกว่า 7,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการควบคุมโรคควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สามารถสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวแก่ชาวต่างชาติได้

“บิ๊กป้อม” โบ้ย ลต.ให้ถามปปช.  ปัด พปชร.ได้เปรียบบัตรสองใบ

ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการเลื่อนจัดงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล จากวันที่ 26พ.ย. ไปเป็นวันที่ 3 ธ.ค. ว่าเพราะส.ส.ติดธุระเยอะ และเกี่ยวกับการประชุมสภาฯเดี๋ยวจะไม่พร้อมกัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเป็นบัตรเลือกตั้ง2ใบ พรรคพลังประชารัฐ ประเมินภายในหรือไม่ว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ สองใบก็ต้องสองใบ ก็ต้องเลือกกันไป ก็แล้วแต่ประชาชน  เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าพรรคที่ได้เปรียบในการเลือกตั้งคือพรรคขนาดใหญ่ เช่น พปชร. และพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ว่าได้เปรียบหรือไม่ได้เปรียบ ต้องไปถามประชาชนว่าใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

“จุรินทร์” ชี้ บัตรลต.2 ใบ ทำปชต.-พรรคการเมือง เข้มแข็ง หนุนเบอร์เดียวทั่วปท.เพื่อง่ายต่อปชช.เลือก สวน”สมชัย”ฟันธงระบบ เอื้อพท.โกยคะแนน แค่การคาดคะแนนบัตร  ชี้ที่สุดอยู่ที่ปชช.ตัดสิน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรัฐธรรมนูนฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่กำหนดให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ว่า สูตรการคำนวณนั้นมีหลักเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญภาพรวมอยู่แล้ว อธิบายเข้าใจง่ายๆ คือถ้าพรรคไหนได้คะแนน 100% ก็ได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ถ้าพรรคไหนได้ระบบบัตรใบที่ 2 ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ส.ส. 60 คนหลักก็เป็นประมาณนี้ ถ้าคำนวณอย่างนี้ก็เข้าใจง่ายๆ แต่ถ้าจะเอาตัวนั้นตัวนี้ไปหารก็จะซับซ้อน ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองมากขึ้น

เนื่องจากหากเป็นระบบบัตรใบเดียวต้องเอาคนกับพรรคมามัดรวมกัน ประชาชนไม่สามารถแยกได้ ถ้าต้องการเลือกคน แต่ไม่ต้องการเลือกพรรค หรือเลือกพรรคแต่ไม่ต้องการเลือกคน ระบบบัตรใบเดียวตัวบุคคลจึงมีความสำคัญ แต่พรรคการเมืองก็เหมือนถูกด้อยค่าลงไป ซึ่งหลักประชาธิปไตยพรรคการเมืองควรเป็นสถาบัน หรือกลไกที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น เพราะถ้าพรรคการเมืองไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความสำคัญประชาธิปไตยก็ไปยาก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบบัตร 2 ใบ ตนก็คิดว่าจะทำให้พรรคการเมืองมีความสำคัญ การลงสมัครรับเลือกตั้งนอกจากประชาชนจะพิจารณาตัวบุคคลแล้ว ต้องพิจารณาพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนมาโดยตลอดเมื่อมาถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับระบบการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับอะไรเพราะเราก็คุ้นเคยกับระบบนี้มาอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี 60 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว อันนั้นเราต้องปรับ และต้องปรับทุกพรรคแต่ถ้าย้อนกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่เราเคยทำมาแล้ว และประชาชนก็เข้าใจดีว่าบัตรใบที่ 1 เลือกบุคคล บัตรที่ 2 เลือกพรรค มันมีความชัดเจนในตัวของมัน

เมื่อถามว่าควรจะเป็นเบอร์เดียวกันหรือไม่ทั้งบุคคลและพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า ควรจะเป็นเบอร์เดียวกันเพื่อความสะดวกของประชาชนพี่จะพิจารณาและตัดสินใจ ส่วนพรรคจะส่งครบทุกเขตหรือไม่นั้นกำลังดำเนินการอยู่ แล้วในเรื่องตัวบุคคลที่มีความคืบหน้าเยอะแล้วแต่โดยหลักควรจะส่งให้ครบทุกเขต 

เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ระบุว่า ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้เทคะแนนไปที่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์กังวลหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน การวิเคราะห์หรือวิจารณ์อาจจะตรงหรือไม่ตรงกลับข้อเท็จจริงก็ได้ ถึงเวลาประชาชนอาจจะพิจารณาไปทางใดทางหนึ่งก็ได้อันนั้นขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชน เราไปคาดคะเนไปก่อนก็คือการคาดคะเนเท่านั้น

ย้อนคำกล่าวอดีตผู้นำสิงคโปร์ถึงในหลวง ร.9 ไขข้อข้องใจชัด!! กษัตริย์มีไว้ทำไม

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘LVanicha Liz’ ได้โพสต์ข้อความถึงความสำคัญของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า 
ไขข้อข้องใจ #กษัตริย์มีไว้ทำไม
สิ่งที่ผู้นำสิงคโปร์กล่าวถึงในหลวง ร.9 ตอบประเด็นนี้ได้โดยตรง
สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่กลุ่มผู้ตั้งคำถาม #กษัตริย์มีไว้ทำไม ยกย่องนับถือว่าเจริญแล้ว 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2552 ประธานาธิบดีเอส อาร์ นาธาน แห่งสิงคโปร์ ได้ส่งสาส์นถวายพระพรฯ และแสดงความยินดีแด่ในหลวง ร.9 เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการถวายรางวัลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก มีเนื้อความส่วนหนึ่งดังนี้ : 

ข้าพระพุทธเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้ถวายพระเกียรติแด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยรางวัลผู้นำระดับโลกอันทรงเกียรติสูงสุดที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงความตระหนักในพระราชคุณูปการอันโดดเด่นของพระองค์ในการก่อให้เกิดทรัพย์สินทางปัญญา ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจว่าประวัติผลงานการประดิษฐ์ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอันประกอบไปด้วยสิทธิบัตรกว่า 20 รายการและเครื่องหมายการค้า 19 รายการ จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลวัยหนุ่มสาวของไทยให้เดินตามรอยพระบาท ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยและผู้คนในส่วนอื่น ๆ ของโลก

รางวัล WIPO เป็นเครื่องแสดงอย่างชัดเจนถึงการน้อมสำนึกต่อการอุทิศตนอย่างแน่วแน่ตลอดพระชนมายุของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในการส่งเสริม พัฒนา และทำให้เห็นคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา รางวัลนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และการมีส่วนอย่างเข้มแข็งของพระองค์ในการสร้างเสริมวัฒนธรรมไทยและสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอีกด้วย https://www.mfa.gov.sg/Newsroom/Press-Statements-Transcripts-and-Photos/2009/02/MFA-Press-Release-Congratulatory-Letter-from-President-S-R-Nathan-to-His-Majesty-King-Bhumibol-Aduly ภาพที่แนบแสดงเนื้อหาของสาส์นที่ปรากฏบนเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ และการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเอส อาร์ นาธาน กับภรรยาเมื่อปี 2548 

สองประเด็นสำคัญในสาส์นคือ
“ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจว่าประวัติผลงานการประดิษฐ์ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท … จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลวัยหนุ่มสาวของไทย ให้เดินตามรอยพระบาท ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยและผู้คนในส่วนอื่น ๆ ของโลก” และ
“รางวัลนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และการมีส่วนอย่างเข้มแข็งของพระองค์ในการสร้างเสริมวัฒนธรรมไทยและสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย”

ผู้เจริญแล้วย่อมมีสายตาเห็นคุณค่าของสิ่งที่ก่อให้เกิดความเจริญ

สองประเด็นข้างต้นระบุถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนที่เกิดจากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่มีผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีกลุ่มการเมืองใดจะเทียบได้ ทั้งในแง่ระดับการอุทิศตนและในแง่ความรักที่มีต่อประชาชน อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่มีความพิเศษเฉพาะระหว่างกษัตริย์กับชาติและกษัตริย์กับประชาชน 

สหรัฐฯ เผยวัคซีนบริจาคอีก 1 ล้านโดส เดินทางถึงไทยแล้ว ย้ำเคียงข้างไทยสู้โรคร้าย

เฟซบุ๊กเพจ U.S. Embassy Bangkok แจ้งว่า วัคซีนโมเดอร์นา จำนวน 1 ล้านโดส ที่สหรัฐอเมริกามอบให้ประเทศไทยถึงแล้ว 

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า จนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ได้มอบวัคซีน mRNA ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ให้แก่ไทยรวมแล้ว 2.5 ล้านโดส การจัดส่งวัคซีนโมเดอร์นาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจำนวน 1 ล้านโดสในวันนี้จะสานต่อความร่วมมือด้านสุขภาพอันใกล้ชิดของเราขณะที่เราทำงานร่วมกันเพื่อให้ชาติของเราทั้งสองฟื้นตัวจากการระบาดของโรคโควิด-19 ให้กลับแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ด้าน ไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดส่งวัคซีนครั้งใหม่นี้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนที่สหรัฐฯ มีให้แก่ไทยขณะที่เราทั้งสองชาติยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อเอาชนะการระบาดใหญ่ทั่วโลกนี้ วัคซีนล็อตแรกของเราได้ช่วยไทยควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 และล็อตที่สองนี้จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนประชากรให้ได้ร้อยละ 70 ภายในเดือนมกราคม อันเป็นการปูทางสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ” 

‘รมว.สุชาติ’ รับมอบสุขาเคลื่อนที่จากบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับมอบสุขาเคลื่อนที่จำนวน 100 ชุด จาก นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และ นางสุรีย์ วศินพิตรพิบูล ที่ปรึกษามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน / นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน / นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) / นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

โดยนายสุชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามภารกิจ ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สุขาลอยน้ำ และภายหลังจากน้ำลด สำนักงานจัดหางานจังหวัดให้บริการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ สำนักงานแรงงานจังหวัดจะจัดโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือ

โดยสนับสนุนค่าตอบแทน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ฝึกอาชีพ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดจะให้คำปรึกษาด้านสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดดูแลสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประสบภัย เรื่องสิทธิประกันสังคม จัดทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกับโรงพยาบาลในเครือข่ายให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top