Monday, 22 June 2026
NewsFeed

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ พร้อมด้วยหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 ณ วัดเจริญสุขารามวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้ากฐินให้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว นำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2564 ไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเจริญสุขารามวรวิหาร ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการ นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ และคณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เป็นประธานร่วมในพิธี โดยมีนายวุฒิชัย ยามโคกสูง นายอำเภอบางคนที

พร้อมด้วย นางศรีสมร ศรีวิชา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม และนางสาวนวพร สิงหกุล ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการและกิจการพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมพิธี 

มาสด้าส่งแคมเปญ ‘MAZDA FIGHT TOGETHER’ คนไทยสู้ไปด้วยกัน!! ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษทุกรุ่น

มาสด้าปลุกพลังให้คนไทยลุกขึ้นสู้โดยไม่โดดเดี่ยวพร้อมประสานมือผู้จำหน่ายเพื่อให้การส่งเสริมธุรกิจของลูกค้าให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ และสู้ไปด้วยกันกับแคมเปญ Mazda Fight Together ดอกเบี้ย 0% พร้อมเผยความสำเร็จของรถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 เติบโต 222% และมาสด้า CX-8 เพิ่มขึ้น 106% ผลพวงจากการแนะนำ MAZDA FAMILY SUV ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ทั้งสองรุ่น ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของรถประเภทนี้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลทำให้ยอดขายสะสม 10 เดือน พุ่งทะลุ 28,327 คัน ลดลงเล็กน้อย 6% ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

เตรียมเปิดเกมส์รุกกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีเต็มกำลัง ด้วยการส่งแคมเปญ MAZDA FIGHT TOGETHER ปลุกพลังใจให้คนไทยสู้ไปด้วยกัน ด้วยการขอความร่วมมือให้ผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่ให้ความช่วยเหลือธุรกิจ SME ของลูกค้าให้กลับมาเริ่มต้นเดินหน้าทำธุรกิจได้อีกครั้งหลังจากต้องเผชิญกับวิกฤตโควิดมาตลอดเกือบ 2 ปี พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรมมาสด้าได้ง่ายขึ้น กับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 รับของพรีเมี่ยมสุดพิเศษเมื่อจองภายในงาน ระหว่างวันที่ 6 – 14 พฤศจิกายน 2564 ที่โชว์รูมมาสด้า

โดยเฉพาะในส่วนของลูกค้าปิกอัพ ALL NEW MAZDA BT-50 ทุกท่าน มาสด้าพร้อมมอบความคุ้มค่า ด้วยข้อเสนออุปกรณ์ตกแต่งแท้ ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 999 บาท และเมื่อรถมาสด้าทุกรุ่นมาเข้ารับบริการ รับข้อเสนอพิเศษผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 30 พฤศจิกายน 2564 ที่โชว์รูมมาสด้า

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์การตลาดที่ยังคงมีความผันผวน จึงทำให้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคยังคงชะลอตัว รวมถึงตลาดรถยนต์ด้วยเช่นกัน ซึ่งยอดขายรถยนต์มาสด้าในเดือนตุลาคมที่ผ่านมารวมทุกรุ่นอยู่ที่จำนวน 2,513 คัน ลดลงจากเดือนกันยายนประมาณ 16% โดยแบ่งเป็นมาสด้า2 จำนวน 1,367 คัน มาสด้า3 จำนวน 114 และบีที-50 จำนวน 72 คัน แต่ทั้งนี้แล้ว ก็ยังคงมีสัญญาณบวกที่ดี เนื่องจากรถอเนกประสงค์เอสยูวีของมาสด้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น หลังจากที่มีการปรับโฉมและปรับกลยุทธ์ด้านราคา ส่งผลให้ มาสด้า CX-5 เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 222% ด้วยยอดขาย 148 คัน และ มาสด้า CX-8 ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 106% ด้วยจำนวน 72 คัน ในขณะที่มาสด้า CX-30 มีจำนวน 393 คัน และมาสด้า CX-3 มีจำนวนทั้งสิ้น 347 คัน ซึ่งจากตัวเลขเหล่านี้ ส่งผลให้รถอเนกประสงค์เอสยูวีของมาสด้า มียอดขายรวมอยู่ที่ 960 คัน เพิ่มขึ้น 5% จากเดือนกันยายนที่มีตัวเลขรวม 915 คัน ดังนั้นการเปิดตัวทั้ง 2 รุ่น จึงกลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ลูกค้าเดินทางมาที่โชว์รูมมากยิ่งขึ้น

สำหรับยอดขายสะสมรถยนต์มาสด้า 10 เดือน ระหว่างเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 มีจำนวน 28,327 คัน ลดลงเล็กน้อยประมาณ 6% ซึ่งปัจจัยหลักยังคงมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง โดยรถยนต์นั่งมาสด้ามียอดขายรวมอยู่ที่ 16,636 คัน ลดลง 11% แบ่งเป็น มาสด้า2 จำนวน 14,901 คัน มาสด้า3 จำนวน 1,732 คัน และมาสด้า MX-5 จำนวน 3 คัน ในขณะที่รถอเนกประสงค์เอสยูวีกลับเติบโตเพิ่มขึ้นสวนทางตลาด ด้วยจำนวนรวม 10,659 คัน เพิ่มขึ้น 19% (ปี 2563 มีจำนวน 8,929 คัน) แบ่งเป็นมาสด้า CX-30 จำนวน 5,757 คัน เพิ่มขึ้น 36% มาสด้า CX-3 จำนวน 3,493 คัน เพิ่มขึ้น 104% และอีก 2 รุ่นที่เพิ่งแนะนำสู่ตลาด คือ มาสด้า CX-8 จำนวน 717 คัน และมาสด้า CX-5 จำนวน 692 คัน ส่วนรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 มียอดขายรวมอยู่ที่ 1,032 คัน

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าใหม่สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้น และเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในช่วงวิกฤต มาสด้าขอมอบข้อเสนอพิเศษ กับแคมเปญ MAZDA FIGHT TOGETHER คนไทย สู้ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

 

ประจวบคีรีขันธ์ - จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวงประจำปี 64

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 พ.ย.64 ที่บริเวณห้องประชุมชั้น 1 อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี พ.ศ.2564 โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด รอง ผอ.รมน.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากด้วยเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 เป็นวันที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝนจนเกิดเป็นโครงการพระราชดำริฝนหลวง เพื่อขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากให้แก่พสกนิกรที่ประสบภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศจนถึงปัจจุบัน

นายกฯ พอใจ เป้าหมาย 100 ล้านโดส หลังฉีดได้เร็วกว่าแผนเดิมถึง 1 เดือน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไทย เดินหน้าได้อย่างรวดเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้เดิม 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข คาดว่าไทยจะบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ 100 ล้านโดส ในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมถึง 1 เดือน ซึ่งกรมควบคุมโรค ยังเร่งกระจายวัคซีนในสต็อกทั่วประเทศ โดยได้จัดส่งไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ถึง 11 ล้านโดส เพื่อเร่งให้ทุกพื้นที่ฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย 

โดยหลายพื้นที่มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังกว่าร้อยละ 80 แล้ว เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ รายงานการฉีดวัคซีนสะสม ณ วันที่ 11 พ.ย. เวลา 12.18 น. จำนวน 83,217,981 ล้านโดส แบ่งเป็น

เพชรบุรี - น้ำลด! ถนนเพชรเกษมขึ้นล่องปกติ รองผู้ว่าฯเพชรบุรี ขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมไปได้ด้วยดี

วันที่ 11 พ.ย. นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีอยู่ในระดับที่ไม่ล้นตลิ่ง กระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บ้าง ปริมาณน้ำอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้ แต่ยังคงเร่งสูบน้ำระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

เส้นทางการการจราจรในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรีสัญจรได้ตามปกติ ถนนเส้นเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯเเละขาล่องใต้สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่วนบริเวณทางลอดโรบินสัน (วัดท่าไชยศิริ) ตำบลสมอพลือ ยังคงมีน้ำท่วมขังแต่ไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนในการสัญจรเข้าเข้ามาทำงานและจับจ่ายซื้อของในเมือง สำหรับพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อท่วมก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความช่วยเหลือเยียวยา

“ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่ร่วมแรงร่วมใจบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมไปได้ด้วยดี ในขั้นต่อไปจะเป็นการดูแลเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง และอำเภอบ้านแหลม เบื้องต้นสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีนำยาและเวชภัณฑ์ป้องกันน้ำกัดเท้าไปแจกจ่ายแล้ว ประชาชนที่ได้รับผลกระทบติดต่อได้ที่ส่วนราชการในพื้นที่ได้ทันที” นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

ลำปาง - มทบ.32 ร่วมกับเทศบาลเมืองเขลางค์ พบปะชุมชนอิ่วเมี่ยน มอบสิ่งของอุปโภค - บริโภค และผ้าห่มกันหนาว

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.30 น. พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมกับ รองนายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์ เดินทางเข้าไปพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ในชุมชนบ้านอิ่วเมี่ยน ซี่งเป็นชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าเหย้าจำนวน 5 ครอบครัว เพื่อให้กำลังใจ โดยมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค ผ้าห่มกันหนาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากความยากจน และบรรเทาภัยหนาว ซึ่งใกล้ย่างเข้าสู่ห้วงฤดูหนาว 

‘Mount Nicholson’ อพาร์ตเมนต์ฮ่องกงสุดพีค ราคาพุ่งเกือบ 6 แสนบาทต่อตารางฟุต

Mount Nicholson ในฮ่องกง กลับมาทวงบัลลังก์เป็นอพาร์ตเมนต์ที่แพงที่สุดในเอเชีย หลังถูกขายไปได้ในราคากว่า 592,000 บาทต่อตารางฟุต

Bloomberg รายงานว่าอพาร์ตเมนต์สุดหรูจากโครงการ Mount Nicholson บนพื้นที่เขตเดอะพีค ซึ่งตั้งอยู่บนระดับความสูงที่สุดในฮ่องกงขายได้ในราคา 640 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 2.7 พันล้านบาท กลายเป็นอพาร์ตเมนต์ที่แพงที่สุดในเอเชีย

โดยบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Wharf Holdings ร่วมกับ Nan Fung Development ขายอพาร์ตเมนต์สุดหรูขนาด 4,544 ตารางฟุต (442 ตารางเมตร) บนพื้นที่เกาะฮ่องกงพร้อม 3 ที่จอดรถ ไปได้ในราคา 140,800 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 592,000 บาท) ต่อตารางฟุต

ทำลายสถิติอพาร์ตเมนต์ที่แพงที่สุดในเอเชียที่ถูกสร้างไว้โดยโครงการ 21 Borrett Road ของบริษัท CK Asset Holdings ซึ่งเคยขายอพาร์ตเมนต์ในราคา 136,000 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อตารางฟุต เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

‘อาคม มกรานนท์’ ย้ำคำวินิจฉัยศาลรธน. ลั่น! ถึงเวลาปราบ ‘อีแอบ’ ขั้นเด็ดขาด

นายอาคม มกรานนท์ อดีตพิธีรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และอดีตผู้ประกาศข่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Akhom Makaranond" โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

"สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นเสาหลักสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การกระทำใด ๆ ที่มีเจตนาทำลายหรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าการพูด เขียน หรือการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่าหรืออ่อนแอลง ย่อมมีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์" (ส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลฯ)

บ่ายนี้ คงต้องใช้เวลาคุยกับพี่น้องถึงเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง และยิ่งมาได้ยิน ดร.ณัฐพรฯ เอ่ยชื่อออกมาชัดถ้อยชัดคำว่า ใคร? จะโดนคดี เช่น อีซิ้มหลังม็อบ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย นาทอน ไอ้บูด ฯลฯ พร้อมทั้งยืนยันเรื่องเงินจำนวนมากพอสมควร ที่ถูกโอนมาเพื่อจ่ายค่าเคลื่อนไหวอยู่ในบัญชีของใคร? (ตรวจสอบได้ไหม? อายัติได้ไหม?)

ศาลฯ ท่านยังบอกในคำวินิจฉัยอีกว่า "พระมหากษัตริย์ไทย จะดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป" ได้ยินแล้วขนลุก

ขอบอกไปยังรัฐบาลว่า "หากแจ้งจับคนทำผิดกลุ่มนี้ช้าเกินกาล ละก็ "มันหนีแน่" เพราะโทษสูงมาก อนาคตหมดสิ้น จากการกระทำของพวกมันเอง"

นี่ไม่ใช่มาพูดกันเล่น ๆ นะ ในเมื่อการชุมนุมเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ก็แสดงว่าการชุมนุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวก สส. ที่ไปร่วมกับม็อบ สนับสนุนม็อบ และประกันตัวม็อบ อาจจะโดนยื่นคำร้องให้ถูกถอดถอนจาก สส. และอาจจะลามเลยไปถึงขั้นยุบพรรค ถ้างั้นพรรคไหน? ที่ก้าวไถลลึก อาจจะเจอก็ได้ 

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ขอบอกถึง "ภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในมหาวิทยาลัย" ให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ทราบไว้ ส่วนจะทำประการใดเป็นเรื่องของท่าน ฟังให้ดีนะ

'นายกฯ' ปาฐกถา เวที APEC CEO Summit ย้ำแนวคิด ไทยมุ่งมั่นจะทำให้ APEC เปิดกว้าง-เชื่อมโยง-สมดุล ในทุกมิติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 07.06 น. ตามเวลาประเทศไทย (หรือเวลา 13.06 น. ของเมืองโอ๊คแลนด์) ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวปาฐกถาในการประชุม APEC CEO Summit ภายใต้หัวข้อ “ประเด็นสำคัญการเป็นเจ้าภาพของไทยในปี 2565” (Thailand’s Priorities for APEC 2022) ผ่านระบบการประชุมทางไกล 

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับ ABAC นิวซีแลนด์ที่จัดการประชุมครั้งนี้ออกมาได้เป็นอย่างดี โดยในปี 2564 เป็นอีกปีที่ท้ายเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี APEC ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของนิวซีแลนด์ และด้วยจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ ได้พิสูจน์ว่า APEC สามารถยืนหยัดเอาชนะความท้าทายต่าง ๆ ฟื้นฟูการสาธารณสุข เปิดพรมแดน และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โลกที่เราอยู่อาศัย และความมั่งคั่งร่วมกัน โดยตัวอย่างความสำเร็จของ APEC คือ ความพยายามร่วมกันในการเพิ่มการเข้าถึงวัคซีน และการอำนวยความสะดวกในการขนส่งวัคซีนและเวชภัณฑ์ ซึ่งในประเด็นนี้ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนจากภาคเอกชนด้วย

เวลานี้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนทัศนคติไปสู่ “ความพอดี” สร้างสังคมหลังการแพร่ระบาดที่มีความยั่งยืนและสมดุล โดยประเทศไทยได้นำโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และโมเดลนี้จะขับเคลื่อนประเด็นสำคัญในการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทย นอกจากนี้ ไทยมุ่งมั่นสานต่อการทำงานที่ผ่านมาของ APEC และเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ. 2040 โดยแปลงวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ ผ่านปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ 3 ประการ ได้แก่ 1) การค้าและการลงทุน 2) ดิจิทัลและนวัตกรรม และ 3) ความยั่งยืนและการมีส่วนร่วม โดยการรับรองแผนปฏิบัติการของวิสัยทัศน์ปุตราจายาในคืนนี้จะเป็นความสำเร็จที่สำคัญของนิวซีแลนด์ในการแปลงวิสัยทัศน์ของผู้นำ APEC ไปสู่แผนการทำงานที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง

ในปี 2565 ประเทศไทยมุ่งมั่นจะทำให้ APEC “เปิดกว้าง” สำหรับทุกโอกาส “เชื่อมโยง” ในทุกมิติ และ “สมดุล” ในทุกด้าน วาระการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทยจะสอดคล้องกับเป้าหมายและการดำเนินการที่มีอยู่แล้วของ APEC แต่นำเสนอภายใต้แนวคิดแบบใหม่ โดยประเด็นสำคัญมีอยู่ 3 ประการ ดังนี้

ประการแรก การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน สานต่อการเปิดตลาดผ่านการส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคี พยายามฟื้นการหารือเรื่องการจัดทำเขตการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) หลังยุคโควิด-19 ส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล และการรับมือกับประเด็นทางการค้าใหม่ ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาธารณสุข และการพัฒนาที่ครอบคลุม ซึ่งไทยหวังว่าจะได้ทำงานอย่างแข็งขันร่วมกับภาคเอกชนในเรื่องนี้

ประการที่สอง การฟื้นฟูความเชื่อมโยง ไทยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการเดินทางข้ามพรมแดนที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ไทยได้เปิดประเทศเพื่อรับนักเดินทางทางอากาศจาก 63 ประเทศและอาณาเขต ซึ่งเขตเศรษฐกิจ APEC ส่วนใหญ่ก็รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดัน ไทยจะดำเนินการตามคำแนะนำของ ABAC ในการจัดตั้งคณะทำงานด้านการเดินทางอย่างปลอดภัย เพื่อร่วมมือกันเชื่อมโยงภูมิภาคเข้าด้วยกันอีกครั้ง 

ประการที่สาม การส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม ไทยยืนยันว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของ APEC จะครอบคลุมและยั่งยืน โดยในที่ประชุม COP26 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำประเทศต่าง ๆ ได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนและการมีสภาพภูมิอากาศที่ดี โดยไทยจะศึกษาโมเดลทางเศรษฐกิจ และการดำเนินการทางเศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึง โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น 

“ โฆษกรัฐบาล” สวน “หญิงหน่อย” ถ้านโยบายดีจริง ชาวนาไม่ต้องทนทุกข์ตั้งแต่รัฐบาลก่อน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า นโยบายประกันราคาข้าวไม่สามารถแก้ปัญหาข้าวเปลือกตกต่ำ เป็นความทุกข์ซ้ำซากของชาวนา หากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล จะเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชาวนาหายจนหมดหนี้ มีรายได้อย่างมั่นคง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยืนยันมาตลอดว่าจะดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ ขณะนี้เร่งให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเหมาะสม และไม่เป็นการบิดเบือนกลไกตลาด รวมถึงเร่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างเป็นระบบด้วย

นอกจากนี้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการประกันราคาข้าว รวมทั้งยังส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ชุมชน และโรงสีข้าวอินทรีย์ของเครือข่าย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุนราคา ให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นวิธีที่อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายธนกร กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าราคาข้าวจะขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้น ดังนั้นจะเอาข้าวที่มีความชื้นมาเทียบราคาข้าวแห้งที่ไม่มีความชื้นไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติโครงการประกันรายได้ ปี 2564/65 และมาตรการคู่ขนานอื่น วงเงิน 18,000 ล้านบาท ขณะที่เงินประกันรายได้นั้นจะจ่ายให้ 33 งวด งวดที่ 1 และ 2 จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 9-10 พ.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 13,000 ล้านบาท ส่วนงวดที่เหลือจะจ่ายสัปดาห์ละครั้ง แต่จะจ่ายครั้งละเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับราคาข้าวที่เป็นจริงในขณะนั้นด้วย ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางและยาวนั้น รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ข้าวระยะ 5 ปี จะลดต้นทุนการทำนาของชาวนาจาก 6,000 บาทต่อไร่ เหลือ 3,000 บาทต่อไร่ภายใน 5 ปี รวมถึงภายในปี 2567 จะเร่งพัฒนาส่งเสริมในการใช้พันธุ์ข้าว 12 ชนิด ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การตลาดนำการผลิต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top