Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

"อรรถวิชช์" ลงพื้นที่นครฯ ดักหน้า "บิ๊กตู่" ขอเร่งรัดสร้างคลองระบายน้ำตามพระราชดำริ ชี้โครงการตั้งแต่ปี 2531 แต่ยังไม่เสร็จ ย้ำหากทำสำเร็จ ระบายน้ำเพิ่มได้อีก 4 เท่าตัว 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพบปะผู้เสนอตัวสมัครเลือกตั้ง ส.ส. สมาชิกพรรค และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า มีการคาดการณ์ว่า พายุจะเริ่มเข้าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้ จนถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนมากขึ้น โดยได้พูดคุยกับนายปริญญา สัคคะนายก สำนักงานชลประทานที่ 15 (SWOC15) ถึงการเตรียมความพร้อมพื้นที่ ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชฝั่งตะวันตกมีอ่างเก็บน้ำคลองกระทูน , อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ใน อ.พิปูน รองรับไว้ แต่ฝั่งตะวันออกที่ติดอ่าวไทยไม่มีอ่างเก็บน้ำ จึงมีการสร้างคลองระบายน้ำสายที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เชื่อมต่อคลองวังวัว เพื่อระบายน้ำอ้อมเมืองนครศรีธรรมราชออกอ่าวไทย เป็นโครงการที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2531 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า สาเหตุที่โครงการไม่แล้วเสร็จ เพราะเมื่อเวนคืนพื้นที่เสร็จเรียบร้อย ก็ยังมีคนกลับเข้าไปอยู่บ้าง พอมีงบสร้าง งบรื้อเยียวยาไม่มี พอมีงบเยียวยา ก็ไม่มีงบก่อสร้าง สลับกันไปมาแบบนี้ โครงการเลยไม่สำเร็จ แต่พอปีที่แล้ว พื้นที่ อ.ลานสกา น้ำท่วมหนัก เลยทำให้ประชาชนละแวกนี้เริ่มเข้าใจแล้ว ว่าคลองระบายน้ำสายที่ 3 มีความจำเป็น 

‘เฟซบุ๊ก’ ถูกแฉ!! สนแต่กำไร ปลุกเร้าอารมณ์โกรธ ไม่สกัด 'ข้อมูลเท็จ-เกลียดชัง' กลัวคนไม่คลิก

อดีตพนักงานที่เป็นผู้เปิดโปงเฟซบุ๊ก ออกโรงเปิดหน้าโจมตียักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรายนี้เห็นแก่กำไรมากกว่าพยายามขัดขวางการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง การเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ และการบุลลี่เด็กสาว

ฟรานเชส โฮเกน วัย 37 ปี ที่เคยทำงานในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทีมจัดการการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ของเฟซบุ๊ก ปรากฏตัวในรายการ “60 มินิตส์” ซึ่งทางเครือข่ายโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ นำออกเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (3 ก.ย.) โดยเปิดเผยว่า ตนคือผู้เปิดโปงที่ส่งเอกสารข้อมูลจนนำไปสู่การสืบค้นของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล และการจัดสอบสวนของวุฒิสภาเกี่ยวกับอันตรายต่อเด็กสาวบนอินสตาแกรม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในเครือเฟซบุ๊ก

เฟซบุ๊กถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเผยแพร่เรื่องราวมากมายที่อิงกับการนำเสนอและอีเมลภายในบริษัท ซึ่งฟ้องให้เห็นว่า ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรู้ดีว่า ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ซึ่งรวมถึงอินสตาแกรม เป็นอันตรายต่อเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ภาพเรือนร่าง

โฮเกนที่ก่อนหน้านี้ยังเคยทำงานให้กับกูเกิลและพินเทอเรสต์ด้วย กล่าวกลางรายการ 60 มินนิตส์ว่า เฟซบุ๊กเลวร้ายกว่าสิ่งใดๆ ที่เธอเคยเจอมา และสำทับว่า เฟซบุ๊กโกหกสังคมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการกับการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังและการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของตน

เธอแจงว่า เฟซบุ๊กเวอร์ชันปัจจุบันทำให้สังคมแตกเป็นเสี่ยง และกระตุ้นการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วโลก

โฮเกนเผยว่า การวิจัยของเฟซบุ๊กพบว่า การปลุกเร้าคนให้โกรธง่ายกว่าการปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกอื่นๆ และบริษัทตระหนักว่า ถ้าเปลี่ยนอัลกอริทึมให้ปลอดภัยขึ้น คนจะใช้เฟซบุ๊กและคลิกโฆษณาน้อยลง ส่งผลให้รายได้ของบริษัทลดลง

เธอยังบอกอีกว่า ระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 เฟซบุ๊กตระหนักถึงอันตรายจากเนื้อหาที่กระตุ้นความเกลียดชังจึงเปิดระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อสกัดเนื้อหาเหล่านั้น แต่ทันทีที่การเลือกตั้งจบลง บริษัทก็ปิดระบบรักษาความปลอดภัยและกลับไปให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าความปลอดภัย

แม้เชื่อว่า ไม่มีใครในเฟซบุ๊ก “ชั่วร้าย” แต่โฮเกนบอกว่า บริษัทจัดการกับมาตรการจูงใจอย่างผิดพลาด

ทั้งนี้ โฮเกนกำหนดไปให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภาในวันอังคาร (5 ต.ค.) ในหัวข้อ “การปกป้องเด็กในระบบออนไลน์” ว่าด้วยการวิจัยของเฟซบุ๊กเกี่ยวกับผลกระทบจากอินสตาแกรมต่อเด็ก

เธอกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า มีผลประโยชน์ขัดแย้งระหว่างสิ่งที่ดีต่อสังคมกับสิ่งที่ดีต่อเฟซบุ๊ก และเฟซบุ๊กเลือกให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเอง เช่น การเพิ่มรายได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

นักเขียนซีไรต์ เหน็บ 'กลุ่ม 3 นิ้ว' เหยียดคนอื่นได้ พอโดนด่ากลับ ทำเป็นดิ้น ชี้! น่าโดนสากตะบันหมาก

เห็นสามนิ้วแล้ว 'นักเขียนซีไรต์' คิดถึง 'ยาย' เขวี้ยงสากตะบันหมากทองเหลืองใส่โรงลิเก

5 ต.ค. 64 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ "คิดถึงยาย" โดยระบุรายละเอียดว่า เห็นพวกสามนิ้วก่นด่าเหยียดหยามคนอื่นๆ สารพัด พอโดนด่าเข้าบ้างกลับว่าเขาเหยียดหยามความเป็นมนุษย์! แล้วก็ด่าเขาต่อ!

ผมนึกถึงวัยเด็ก... ไปดูลิเกงานวัดหน้าแล้ง "ตัวนังอิจฉา" ซึ่งเป็นเมียน้อยของพระเอกโคตรโง่ ก็หาเรื่องกลั่นแกล้งก่นด่าเหยียดหยามนางเอกผู้แสนดีจนน่าหมั่นไส้ไม่หยุดไม่หย่อน แล้วก็แถไปออดอ้อนฟ้องพระเอกว่าถูกนางเอกรังแก (กรูโกรธมึงมาก!)

"ผัวขา... ดูอีดอกนั่นสิคะ มันพูดจาหยาบคายกับเมีย!"

ยายคนหนึ่งซึ่งนั่งตะบันหมากอย่างเคร่งเครียดอยู่ข้างหน้าผมก็สุดจะทนต่อไป แกลุกขึ้นเขวี้ยงสากตะบันหมากทองเหลืองขึ้นไปบนเวที  "มึงนั่นแหละอีดอก! ตอแหลเห็นๆ กูดูอยู่!"

'รองปลัดหญิงกระทรวงแรงงาน' ถือฤกษ์ 09.00 น. เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ในโอกาสรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน

วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา ในโอกาสรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน

สำหรับ นางสาวบุปผา เรืองสุด สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่ง ได้แก่ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกรมสำนักงานประกันสังคม รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน

 

ภาคไหน ๆ ก็ไทยด้วยกัน!! “นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์” อดีต สส.ชลบุรี ร่วมปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ชัยภูมิ

เมื่อวันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ และเพื่อนพ้อง - น้อง – พี่ ผู้ใจบุญร่วมศรัทธาปันน้ำใจบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.นครราชสีมา และจ.ชัยภูมิ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ "เตี้ยนหมู่"

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจจากผู้ใจบุญ เราไม่ทิ้งกันจากจ.ชลบุรีช่วยบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนเสียหาย ดังกล่าวในครั้งนี้อดีต สส.มานิตย์ ได้กล่าวขอขอบพระคุณ เพื่อน พี่ น้องทุก ๆ ภาคส่วนที่นำสิ่งของต่าง ๆ ที่นำมาร่วมบุญด้วยกันในครั้งนี้

โฆษกรัฐบาลเผย ‘S&P’ คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือประเทศ (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพคาด GDP ไทยเติบโตร้อยละ 1.1 โดยประมาณในปีนี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยยังเป็นระดับเดียวกับปี 2563 ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโต (GDP Growth) ประมาณร้อยละ 1.1 และในช่วงปี 2565-2567 ร้อยละ 3.6 ต่อปีด้วย

รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) ได้เผยแพร่รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เมื่อ 4 ตุลาคม 2564 โดยคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2563 สาระสำคัญ ดังนี้...

1.) ภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance มีความเข้มแข็ง แม้ว่าไทยจะขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564-2565 และหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากการดำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่ S&P คาดว่า ปีนี้ GDP จะเติบโตที่ประมาณร้อยละ 1.1 และในช่วงปี 2565-2567 จะเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.6 ต่อปี จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของ COVID-19 และประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปอยู่ที่ระดับเดิมก่อนเกิด COVID-19 ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จากการที่รัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการคลังของรัฐและเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของภาครัฐ

ปทุมธานี - ‘บิ๊กแจ๊ส’ เดินลุยน้ำพา นร.อาชีวะ ลงพื้นที่ตลาดเก่าแก่อิงน้ำ ช่วยปชช.ริมเจ้าพระยา เลื่อนปลั๊กไฟเตรียมป้องกันโบราณสถาน

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 08:30 น. ที่ท่าเรือหน้าวิทยาลัยเทคนิคปทุมานี ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ขับเรือยนต์ พร้อม เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปทุมธานี เพื่อมารับนักเรียนอาชีวศึกษาสาขาช่างไฟฟ้าวิทยาลัยเทคนิคปทุมานี เพื่อพาล่องเรือตรวจระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและช่วยย้ายสายไฟ ปลั๊กไฟและ มิเตอร์ไฟฟ้าให้กับบ้านริมน้ำตลอดเส้นทางจากนั้นได้ลงพื้นที่ตลาดอิงน้ำ ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำพร้อมช่วยย้ายปลั๊กไฟและสิ่งของขึ้นที่สูง

โดยมี นายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี , ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต , นายกฤษดา พงษ์เสริม ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปทุมธานี พร้อมทีมงาน, นายระเด่น ดวงแก้ว อาจารย์สาขาช่างไฟฟ้ากำลังพร้อมอาจารย์อีก 5 คน และนักเรียนอาชีวศึกษาสาขาช่างไฟฟ้า จิตอาสาอีกจำนวน 6 คน ร่วมลงพื้นที่ย้ายปลั๊กไฟและหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจุดที่ใกล้ระดับน้ำ

ในส่วนของเทศบาลนครรังสิต ได้ระดมสูบน้ำจนสถานการณ์เป็นปกติ โดยสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตฯ เดินเครื่องสูบน้ำ 6 ลบ.ม./วินาที จำนวน 8 เครื่อง ระดับน้ำด้านเหนือน้ำ(คลองรังสิต) +1.65 ม.รทก. ระดับน้ำด้านท้ายน้ำ(แม่น้ำเจ้าพระยา) +2.05 ม.รทก. , สถานีสูบน้ำเปรมใต้ เดินเครื่องสูบน้ำ 3 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง ระดับน้ำเปรมใต้(คลองเปรมประชากร) +0.60 ม.รทก. ระดับน้ำคลองรังสิต +1.80 ม.รทก. , สถานีสูบน้ำจุฬาฯ1 เดินเครื่องสูบน้ำ 6 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง , สถานีสูบน้ำจุฬาฯ2 เดินเครื่องสูบน้ำ 6 ลบ.ม./วินาที จำนวน 4 เครื่อง , สถานีสูบน้ำจุฬาฯ3 เดินเครื่องสูบน้ำ 3 ลบ.ม./วินาที จำนวน 4 เครื่อง ระดับน้ำด้านเหนือน้ำ(ด้านในคลองรังสิต) +1.08 ม. รทก. ระดับน้ำด้านท้ายน้ำ(ด้านซ่อมสร้าง) +1.82 ม. รทก. ซึ่งระดับภายในเขตรังสติอยู่ในระดับสภาวะปกติ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า สิ่งที่เราห่วงคืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ต่ำแล้วกลัวว่าน้ำจะท่วมแล้วประชาชนจะได้รับอันตราย เมื่อเราลงพื้นที่สำรวจพบว่ามีบางบ้านที่จำเป็นต้องปิดไฟหมด เพราะว่ากลัวกระแสไฟฟ้าดูด ต้องขอขอบคุณทางท่านผู้จัดการไฟฟ้าจังหวัดปทุมธานี และวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ได้จัดอาจารย์และนักศึกษไฟฟ้ากำลังมาร่วมแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้จริง ๆ ทางเราจะดำเนินการต่อไปและถ้าประชาชนต้องการความช่วยเหลือก็สามารถแจ้งมาที่ทางการไฟฟ้า เบอร์ด่วน 1129 เพื่อช่วยแก้ไขความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้า

นอกจากนี้ ตนเองยังจัดอุปกรณ์ตรวจสอบกระแสไฟรั่วในน้ำให้กับทางการไฟฟ้าและทางคณะของเทคนิคปทุมเพื่อให้ไปใช้ตรวจสอบกระแสไฟในน้ำ หากในน้ำมีกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ตัวนี้จะสั่น เราจึงนำมามอบให้พี่น้องประชาชนบางส่วนก่อน เพื่อเอาไว้ใช้ตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย และเราได้ประเมินสถานการณ์น้ำวันต่อวันโดยให้ นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ และนายสมร แตงอ่อน สมาชิกสภาองค์หารบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ไปเกาะติดที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เมื่อเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมาจนมาที่ อ.บางไทร ปล่อยน้ำเท่าไร ซึ่งตอนนี้ปล่อยน้ำเกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่ายังอยู่ในสถานการณ์วิกฤต พี่น้องประชาชนต้องเฝ้าระวัง และวันที่ 15 ตุลาคม 2564 จะมีพายุใหญ่เข้ามาอีก จึงต้องมาดูเตรียมความพร้อมเพื่อระมัดระวังกันต่อไป

 

‘ทิพานัน’ ชวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าไฟ-ค่าน้ำอีก 1 ปี ชี้รัฐบาลเยียวยาครอบคลุมทุกกลุ่ม ส่งความช่วยเหลือตรงถึงมือ วอนฝ่ายค้านหยุดตีกินทางการเมือง หันมาร่วมมือให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - เดือนกันยายน 2565   .
โดยรัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือค่าไฟประจำเดือน ตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้าแต่ไม่เกิน 315 บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ค่าไฟฟ้าเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับสิทธิจากมาตรการนี้ และสนับสนุนค่าน้ำประปา วงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระเอง กรณีใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า มีประชาชนหลายกลุ่มยังไม่ทราบถึงการลงทะเบียน จึงขอประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังไม่เคยลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ โดยในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์

เพื่อไทยเตรียมขน ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมอยุธยา จี้!! รัฐบาลเร่งตรวจสอบระบบเตือนภัย ลดขั้นตอนราชการ เร่งช่วยประชาชน

(5 ต.ค. 64) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกพื้นที่ 

สำหรับในวันที่ 6 ต.ค.นี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.จะลงพื้นที่น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.ผักไห่ บางบาล และท่าเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำในสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีนี้มีประชาชนกว่า 20,000 ครัวเรือนกำลังรอความช่วยเหลือ

ครม.เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 6 แห่ง ในพื้นที่ EEC ตั้งเป้าลงทุน 10 ปี กว่า 3 แสนล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ว่า ครม.เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม จำนวน 6 แห่ง และเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 1 แห่ง ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มจุดแข็งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและรองรับการลงทุนในอนาคต เนื่องจากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) มีพื้นที่รับรองการประกอบกิจการอุตสาหกรรมและการค้า (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2563) จำนวน 15,836 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะรองรับการลงทุนได้เพียง 5 ปี จึงต้องจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้น 6 แห่ง ดังนี้...

1.) การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกิจการอุตสาหกรรมรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 5 แห่ง โดยมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 6,884 ไร่ สามารถรองรับการประกอบกิจการได้ประมาณ 5,098 ไร่ ตั้งเป้าหมายการลงทุน 280,772 ล้านบาท ภายใน 10 ปี (พ.ศ.2564 - 2573) ประกอบด้วย...

>> นิคมอุตสาหกรรมโรจนะแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 698 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์
>> นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 1,501 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์
>> นิคมอุตสาหกรรมเอเชียคลีน จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 978 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
>> นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 421 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ และดิจิทัล
>> นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 1,498 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top