Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

‘นายกฯ’ รับมอบยารักษาโควิดจาก ‘เยอรมนี’ พร้อมจ่อส่งแอสตร้าฯ​ เพิ่มอีก 3 แสนโดส

(4 ต.ค. 64) ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเก-ออร์ค ชมิท (H.E. Mr. Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในพิธีรับมอบยารักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมการทำงานของเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศด้วยการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งชื่นชมการส่งเสริมความตระหนักรู้ของเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

พร้อมฝากความปรารถนาดีไปยัง นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำเยอรมนีอย่างแข็งขันมาโดยตลอด และยินดีกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยรัฐบาลไทยพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีชุดใหม่เพื่อบรรลุความเป็นหุ้นส่วนอย่างรอบด้านต่อไป

เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การดูแลและต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการประสานงานและอำนวยความสะดวกในการรับมอบยารักษาโควิด-19 ในครั้งนี้ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการสานสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเยอรมนีให้มากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการค้าการลงทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงด้านพลังงานทางเลือก ซึ่งไทยถือพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเยอรมนีพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือไทยอย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ

รัฐบาลเคาะแผนลงทุนอีอีซี 5 ปีข้างหน้า มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กพอ. ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ผ่านระบบ Video Conference ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับแผนลงทุนอีอีซีในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2565-69) มีวงเงินลงทุนรวมประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท เน้นขับเคลื่อนต่อยอดและเร่งรัดการลงทุนด้วยการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิจัยพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ถือเป็นกลไกหลักช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเต็มศักยภาพ 4.5 – 5% ต่อปี และยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมส่งผลให้ไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ก้าวสู่ประเทศพัฒนาได้ในปี 72

สำหรับตามแผนการลงทุนรวม 2.2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.การต่อยอดโครงสร้างพื้นฐาน 2 แสนล้านบาท จากเมืองการบินภาคตะวันออก การพัฒนาพื้นที่ 30 กม.รอบสนามบิน และพัฒนาพื้นที่รอบสถานีหลักรถไฟความเร็วสูงฯ 2.ดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ปีละ 400,000 ล้านบาท  แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนในระดับฐานปกติ ปีละ 250,000 ล้านบาท และการลงทุนส่วนเพิ่มที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ดิจิทัล การแพทย์สมัยใหม่ การขนส่งโลจิสติกส์ เกษตรสมัยใหม่และอาหาร รวมปีละ 150,000 ล้านบาท 3.ยกระดับชุมชนและประชาชน เร่งพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนระดับหมู่บ้าน พัฒนาตลาดสด/ e-commerce สร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่ม ยกเครื่องการศึกษา สาธารณสุขพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคที่สะดวกสบายให้ชุมชน  

“ผบ.ทอ.” ตั้งโทรโข่ง ประชาสัมพันธ์งานกองทัพ 

พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ลงนามแต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพอากาศชุดใหม่ ให้ พล.อ.ต.บุญเลิศ อันดารา ผอ.สำนักงานบัณฑิตศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และ พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ  เป็นโฆษกกองทัพอากาศ 

สำหรับ พล.อ.ต.บุญเลิศ  อันดารา มีความเชี่ยวชาญในสายงานด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา มีบทบาทในการคิดค้นนวัตกรรมที่สำคัญของกองทัพอากาศ จะทำหน้าที่ในการสื่อสารด้านการพัฒนากองทัพอากาศในมิติต่าง ๆ 

ด้าน พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี เป็นอดีตผู้ช่วยทูตทหารอากาศประจำกรุงจาการ์ตา มีความเชี่ยวชาญในงานด้านยุทธศาสตร์ ด้านยุทธการของการใช้กำลังทางอากาศสมัยใหม่ รวมทั้งมีประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากเคยเป็นรองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์มาก่อน

โดยมีคณะทำงาน  รองโฆษกกองทัพอากาศ 2 คน ได้แก่ 
- นาวาอากาศเอก อภิรัตน์  รังสิมาการ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- นาวาอากาศเอก วีรชน นรานุต นายทหารกิจการพลเรือนทหารอากาศอาวุโส กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์/วิทยุ

และผู้ช่วยโฆษกกองทัพอากาศ 4 คน ประกอบด้วย 
- นาวาอากาศโท สุรินท์นาท  เจริญจิตต์ นายแพทย์ กองศัลยกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
- นาวาอากาศโทหญิง จิรายุ  ด้วงนุ้ย หัวหน้าแผนกสื่อสารมวลชน กองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- นาวาอากาศตรี ณัฐนัย  จันทร์เปล่ง รองหัวหน้าแผนกโครงการและงบประมาณ กองนโยบายและแผน สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ
- เรืออากาศโทหญิง วัชรีภรณ์  สร้อยทอง นายทหารกิจการทูตทหารและศึกษาต่างประเทศ แผนกกิจการทูตทหารและศึกษาต่างประเทศ สำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

โฆษกรัฐบาลประกาศแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับนักเรียนใน 29 จังหวัดสีแดงเข้มก่อน โดยวางแผนเร่งฉีดนักเรียน 5 ล้านคน ย้ำเพื่อให้นักเรียนได้กลับมาเรียนแบบปกติได้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักรัฐบาล ได้ประกาศถึงกำหนดแผนการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12 - 18 ปี จำนวน 5,048,081 คน โดยเบื้องต้นมีผู้ประสงค์จะฉีด 3.61 ล้านคน คิดเป็น 71.67% โดยนายธนกรได้กำชับว่าการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนนั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองเท่านั้น เพื่อให้นักเรียนกลับมาใช้ชีวิตที่เรียนหนังสือในโรงเรียนโดยเร็วที่สุด

นักเรียน 29 จังหวัดสีแดงเข้มที่ได้รับเข้าการฉีดวัคซีนได้แก่ กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตาก, นครปฐม, นครนายก, นครราชสีมา, นราธิวาส, นนทบุรี, ปทุมธานี, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, ยะลา, ระยอง, ราชบุรี, ลพบุรี, สงขลา, สิงห์บุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, สระบุรี, สุพรรณบุรี และอ่างทอง

และนอกจากนี้ พลเอกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะร่วมเดินทางไปร่วมพิธี Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม ณ โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ พร้อมกับโรงเรียนใน 12 เขตสุขภาพทั่วไทย เพื่อให้กำลังใจน้อง ๆ นักเรียนที่จะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไฟเซอร์ เป็นเข็ม 1

สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนนั้นจะเป็นการฉีดวัคซีนสูตร ไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ (4 ตุลาคม พ.ศ.2564 ) กับสถานศึกษา พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด 15,465 แห่งและจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ.2564

การฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียนนั้น เพื่อเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยและพร้อมในการเปิดเรียนแบบ On-site อีกทั้งเพื่อเป็นการให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินโครงการ Sandbox Safety Zone in School (SSS) สำหรับโรงเรียนที่มีความพร้อม ทางโรงเรียนจะต้องกลับมาเปิดเรียน On-site ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเครียดและข้อจำกัดของนักเรียนในการเรียนออนไลน์อีกด้วย

และเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2564 นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธี Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม ณ โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์ กรุงเทพ โดยลุงตู่ได้ทักทายเด็กนักเรียนที่นั่งรอรับการฉีดวัคซีน พร้อมกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดขอนแก่นเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กแล้ววันนี้ พร้อมกับหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศ ผู้ว่าขอนแก่น มั่นใจ เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ถ้านักเรียนในจังหวัดฉีดครบทั้ง 2 เข็มแล้วเตรียมพิจารณาเปิดเทอมในภาคการเรียนที่ 2 ทันที

วันนี้ (4 ตุลาคม พ.ศ.2564) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ เขตการศึกษาพิเศษ เขต 9 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ร่วมเปิดกิจกรรม Kickoff สร้างเกราะด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม พร้อมกันกับสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ในการให้บริการวัคซีนให้กับเด็กและเยาวชนในกลุ่มอายุ 12 - 18 ปี เข็มที่ 1 ไฟเซอร์ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่เข้าเกณฑ์อายุตามที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกวันนี้ 78 คน

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า “การให้บริการวัคซีนในกลุ่มอายุ 12 - 18 ปี พร้อมกันทั้งประเทศวันนี้ทุกจุดฉีดวัคซีนมีการดำเนินการพร้อมกันโดยขอนแก่นนำร่องในกลุ่มเด็กพิเศษ ที่ทุกคนได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองและเข้ารับวัคซีนเข็มแรกวันนี้และจะทยอยการให้บริการวัคซีนครอบคลุมทุกพื้นที่อำเภอของจังหวัดตามการจัดสรรของกระทรวงสาธารณสุข 

“ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการพบว่ากลุ่มอายุดังกล่าวทั้งจังหวัดมีทั้งสิ้น 147,000 คน โดยมีการยินยอมให้ฉีดวัคซีนรวม 90,000 คน ซึ่งชุดแรกของการรับวัคซีนตามการจัดสรรนั้นจะต้องเข้ารับการฉีดเข็มแรกในรอบแรกประมาณ40,000 คน”

"ขอนแก่นมีเด็กนักเรียน 12 - 18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงมัธยมต้นและมัธยมปลาย โดยจากการสำรวจทั้งหมดมีอยู่ 147,000 คน ที่จะต้องเข้ารับการฉีดและขณะนี้มีการยินยอมทั้งผู้ปกครองและนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 90,000 คน เริ่มฉีดวันนี้จะเป็นที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เป็นโรงเรียนเด็กพิเศษ และอีกหนึ่งที่เปิดให้บริการที่ศูนย์ประชุมไคซ์ เป็นความรับผิดชอบของ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ที่จะมีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนขอนแก่นวิทยายน ประมาณ 2,400 คน และที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเป็นจุดฉีดของ รพ.ศรีนครินทร์ ที่ทำการฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมานเช่นกัน ซึ่งวันนี้ขอนแก่นได้รับวัคซีนมาจากทางส่วนกลาง 47,580 โดส แล้วก็จะทยอยมาเป็นระยะ ๆ ภายใน 3 สัปดาห์เข็มที่ 1 จะต้องได้รับการฉีดทั้งหมด ประมาณ 85% ของกระทรวงศึกษาธิการได้วางแผนเอาไว้เพื่อให้โรงเรียนได้เปิดการเรียนการสอนให้ได้ในเทอมที่2"

ครบรอบ 25 ปี โรงพยาบาลพญาไท 3

ครบรอบ 25 ปี โรงพยาบาลพญาไท 3

(4 ต.ค.64)​ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพญาไท 3​ นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 เพชรเกษม 19  คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่ม PMC คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คุณภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล พร้อม แพทย์ พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญ และทำพิธีบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในโอกาส ที่ทางโรงพยาบาลพญาไท 3 ครบรอบ 25 ปี เพื่อเป็นศิริมงคล 

"สุชาติ" รูดซิปปากตอบปมปรับครม.​ โยน​ "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" จัดการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รมว.แรงงาน​ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาบุคคลของพรรค​ พปชร.ในการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงว่า เรื่องการปรับครม.เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรี​ และหัวหน้าพรรค ส่วนตัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนในพรรคพปชร.เองก็ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ เพราะการปรับครม.แต่ละครั้งจะเป็นดำริของหัวหน้าพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรคและคุยกันเรื่องนี้

 

ครั้งแรก รัฐเปิดมาตรฐานตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าหนุนการผลิตได้คุณภาพสากล

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ สถาบันยานยนต์ (สยย.) ได้ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดทำร่างมาตรฐานรถยนต์สามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) ไฟฟ้า (มอก.3264-2564) และร่างมาตรฐานด้านยานยนต์อัจฉริยะอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ โดยยึดหลักมาตรฐานอียู 168/2013 อ้างอิงในการจัดทำมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล 

สำหรับมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ากำหนดคุณสมบัติที่สำคัญในด้านต่างๆ เช่น ด้านความปลอดภัย สมดุลการเข้าโค้ง ต้องไม่ลื่นไถลออกนอกโค้ง เมื่อขับขี่เข้าโค้งที่รัศมีโค้ง 3 เมตร ด้วยความเร็วเข้าโค้งที่ (20+1) กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบเบรก ต้องมีระยะเบรกไม่เกิน 20.09 เมตร และไม่พลิกคว่ำหรือลื่นไถลออกนอกช่องทางที่กำหนด เมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้แรงเบรกที่เท้าไม่เกิน 500 นิวตัน การเบรกขณะจอดบนพื้นลาดเอียง ต้องหยุดนิ่งได้มากกว่า 60 วินาที โดยไม่ลื่นไถลลงบนพื้นลาดเอียงที่ 12 % เมื่อใช้แรงดึงเบรกมือไม่เกิน 200 นิวตัน ขณะที่ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า ต้องมีเกณฑ์การปล่อยสัญญาณรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และภูมิคุ้มกันต่อการรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นไปตามที่กำหนด 

นรข.บึงกาฬ ยึดกัญชาเกรดพรีเมียม 540 กิโล พบทิ้งริมน้ำโขงบึงกาฬ รวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 ต.ค.ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง หรือสถานีเรือ นรข.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผบ.นรข.นายนายธาตรี บุญมาก รอง ผวจ.บึงกาฬ พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ และน.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รอง ผบ.ควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.อ.อำนาจ กระโทกนอก ตัวแทนรอง.ผอ.รมน.พ.ต.ท.พลสันติ์ คมขาว ผบ.ร้อย 244 นายสมบัติ ฆ้อนทอง รักษาการนายด่านศุลกากรบึงกาฬ นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ป้องกันจังหวัดบึงกาฬ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น อินโนวา สีขาว ทะเบียน ฆล 7982 กรุงเทพมหานคร บรรทุกกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 540 แท่งน้ำหนักประมาณ 540 กิโลกรัมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีทองแดง ระดับเกรดพรีเมี่ยม ติดโลโก้รูปใบกัญชาในวงกลมสีเขียว พร้อมตัวหนังสือภาษอังกฤษ MADE IN LAO และสัญลักษณ์รูปคล้ายธงชาติ ของ สปป.ลาว

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก น.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามน้ำโขงมาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ชาวไทย บริเวณพื้นที่บ้านสะง้อ หมู่ที่ 2 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จึงได้สั่งการให้ น.ต.การันต์ มินวงษ์ หน.สน.เรือบึงกาฬ ร.ท.อุดม บัวสุข ผู้ควบคุมเรือ 111 ว่าที่ ร.ท.ไขยา เนียมแสง ผู้ควบคุมเรือลาดตระเวน 179 พร้อมชุดสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดร่วมกับ พ.ต.ท.ปิยะณัฐ ปะโสทะกัง สว ตร.น้ำบึงกาฬ พ.ต.ท.ธนพล โพธิดา สว.ตม.บึงกาฬ ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รอง ผบ.ร้อย ตชด.244 หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมบูรณาการวางแผนในการสกัดกั้นและจับกุม

โดยวางกำลังตามพื้นที่บริเวณใกล้เคียงจนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. ชุดชุ่มเฝ้าตรวจบริเวณจุดชมวิว บ้านสะง้อ ต.หอคำ ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 1 คันขับเข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ในขณะเดียวกันได้มีเรือติดเครื่องยนต์ 1 ลำแล่นเข้ามาจอดเทียบบันไดทางขึ้น-ลงแม่น้ำโขง บริเวณจุดที่รถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวจอดอยู่

ชาวแดนใต้นราฯ ภาคภูมิใจ ‘ผู้การตร.น้ำดีคนใหม่’ ลูกพื้นที่เป็นชาวมุสลิม เข้าใจพื้นที่ - พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเพื่อประชาชน

เนื่องในโอกาสที่ท่าน พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส คนใหม่มารับตำแหน่ง ในวันที่ 1 ต.ค./2564  ชาวจังหวัดนราธิวาส เมื่อได้ยินชื่อ และนามสกุล ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกัน ด้วยความปิติยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนายพลตำรวจมุสลิมท่านนี้มีน้ำใจ เป็นที่รู้จัก ที่ถูกล่าวขานเป็นตำรวจน้ำดีอีกคนหนึ่ง ที่ตั้งใจมารับใช้ประชาชน

โดยตลอดระยะเวลา หลายปีในช่วงรับราชการตำรวจ ตั้งแต่ยศน้อย ๆ ก่อนเป็นนายพลตำรวจ จะวนเวียนรับราชการ ทำหน้าที่ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นหลัก ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตลอดมา ถือเป็นคนพื้นเพจังหวัดชายแดนภาคใต้แท้ ๆ อนึ่งจะแสดงให้เห็นว่า ความข้าราชการ เป็นมุสลิมก็สามารถเติบโตในเส้นทางราชการได้

โดยรัฐไม่ได้มีการแบ่งแยกแต่อย่างใด และมองความสำคัญของประชาชนและข้าราชการทุกคน ล้วนเป็นคนไทยแม้จะนับถือศาสนาใด ขอเพียงตั้งใจศึกษา เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือข้าราชการ ทำหน้าที่เพื่อประชาชนและบ้านเมือง ทุกคนก็สามารถที่จะเติบโตในหน้าที่ ข้าราชการได้เสมอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top