Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

ถอดคำพูด ‘บิ๊กตู่’ หลังลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย 

ดราม่า ‘สวดมนต์’ ถอดคำพูด ‘บิ๊กตู่’ หลังลงพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย

“ปัญหาไม่ได้มีเฉพาะตรงนี้
มันมีหลายที่ด้วยกันนะจ๊ะ
วันนี้พายุเข้ามาลูกนะ
ปีก่อน ปี 64 นะ ปี 63 นะ เข้ามา 5 ลูก

นี่ลูกเดียวนะ แจ๊บๆ หน่อย...นะ”

'เมเจอร์' รอลุ้น ศบค. เคาะ ผ่อนคลายโรงหนังเปิดให้บริการ หลังเตรียมพร้อม 'พนักงานฉีดครบโดส-เว้นระยะห่าง'

(27 ก.ย. 64) นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป หรือ MAJOR เปิดเผยถึงความพร้อมการเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ หาก ศบค.มีการประกาศคลายล็อกว่า…

บริษัทพร้อมเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยมาตรฐาน สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมาตรฐานสาธารณสุข ด้วย 5 แผนแม่บท ‘สะอาด มั่นใจ ปลอดภัยทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานได้รับวัคซีน 100% โดยบริษัทมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้รับวัคซีน ภายใต้ โครงการ ‘I GOT VACCINATED’ #ฉีดวัคซีนแล้วนะ โดยพนักงานทุกคนของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม ทั้งพนักงานส่วนกลางและพนักส่วนปฏิบัติงานการให้บริการ

ขณะเดียวกันยังจะตรวจคัดกรองก่อนให้บริการ ลูกค้าที่เข้าใช้บริการต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และพนักงานทุกคนจะต้องผ่านการตรวจ ATK ก่อนเริ่มงาน ทั้งพนักงานส่วนกลางและพนักงานระดับปฏิบัติงาน ซึ่งต้องตรวจ ATK เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง

‘ราเมศ’ เผย ‘จุรินทร์’ ห่วงผู้ประสบภัยน้ำท่วม สั่งลูกพรรคทุกเขต ตั้งศูนย์ติดตาม ช่วยเหลือเร่งด่วน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหรือ ภาคกลาง ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค มีความห่วงใยต่อ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมได้สั่งการให้รัฐมนตรีของพรรค ส.ส. อดีต ส.ส. ประธานสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ร่วมกันให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเต็มที่ให้ทุกเขตเลือกตั้ง มีศูนย์ประชาธิปัตย์เฝ้าติดตาม ประสานและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ร่วมกันทำงาน ทั้งในพื้นที่และส่วนกลางอย่างเต็มรูปแบบ ในส่วนกลาง สำนักงานใหญ่ของพรรคจะมีศูนย์เฝ้าติดตาม ประสานและให้ความช่วยเหลือ โดยให้ศูนย์บลูเฮ้าส์ blue house มีนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด เป็นผู้รับผิดชอบ 

ขณะนี้รัฐมนตรีของพรรคได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบในแต่ละจังหวัดที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

จุรินทร์ ดันส่งออก ข้าว-ลำไย พร้อมชวนอินโดนีเซียซื้อสินค้าไทยกว่า 1,860 รายการผ่านช่องทางออนไลน์

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจําประเทศไทย H.E. Mr.Rachmat Budiman เข้าเยี่ยมคารวะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องรับรอง ชั้น 11 สำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์ โดยวาระนี้มีนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมด้วย 

จากนั้น นายจุรินทร์ ได้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยกล่าวว่า สำหรับภาพรวมระหว่างการค้าไทย อินโดนีเซีย อินโดนิเซียถือว่าเป็นคู่ค้าลำดับ 3 ของไทยในอาเซียน และเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญลำดับ 7 ในโลกของไทย รองจากจีน ญี่ปุ่น อียู สหรัฐฯ มาเลเซีย เวียดนาม มูลค่าการค้า 8 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่าการค้าร่วมกัน 347,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% สินค้าที่ไทยส่งออกไปอินโดนีเซียที่สำคัญ เช่นรถยนต์และส่วนประกอบ +65.4% เม็ดพลาสติก +74.7% ผลิตภัณฑ์ยาง +97% อาหารสัตว์เลี้ยง +52% ลำไย +91.8% เครื่องดื่ม +30.9 % ยางพารา +27.6% เป็นต้น ส่วนสินค้าที่นำเข้าจากอินโดนีเซียที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.น้ำมันดิบ +328% 2.เคมีภัณฑ์ +91.6% และ 3.เหล็กกับผลิตภัณฑ์เหล็ก +251%โดยนำเข้ามาเพื่อภาคการผลิตส่งออกต่อไปในปี 64 หรือ ช่วง 8 เดือนแรก ไทยยังได้ดุลการค้าอินโดนิเซียอยู่ 3,248 ล้านบาท 

ประเด็นที่ตนได้หยิบยกมาหารือแล้วก็แจ้งให้ท่านทูตช่วยประชาสัมพันธ์ต่อไปประกอบด้วย

1. ขอให้ท่านทูตช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าไทยที่เราพึ่งนำขึ้นขายบนแพลตฟอร์ม blibli.com ของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 22 กันยายน 64  ที่ผ่านมา สินค้าทั้งหมดมี 1,863 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นอาหารสุขภาพ ความงามและไลฟ์สไตล์

2.ตนได้ขอเชิญเอกชนและประชาชนอินโดนิเซียหรือผู้นำเข้ามาร่วมกิจกรรม OBM (Online Business Matching ) ของประเทศไทย อย่างน้อย 2 งานสำคัญช่วงนี้ 1.งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ THAIGROOVE วันที่ 23 ถึง 26 พฤศจิกายนปีนี้ 2.งาน Phuket Gems Fest วันที่ 30 พฤศจิกายนถึง 3 ธันวาคม 64

3.ตนขอให้ท่านทูต ช่วยรีบรับนัดกรมการค้าต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ในการเจรจาเรื่องข้าวเพื่อจะได้เร่งรัดการส่งออกข้าวไทยไปยังอินโดนีเซียต่อไปในอนาคต

4.ตนได้ขอให้ท่านทูตเร่งรัดการออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ไทยที่จะไปประจำที่สำนักงานใหญ่อาเซียนของไทยที่จาการ์ตา

นอกจากนี้การส่งออกลำไยของไทยไปยังอินโดนีเซีย 3-4 ปีนี้ติดขัดปัญหาเรื่องของการออกมาตรการของอินโดนีเซียที่จะต้องมี 1.จีเอพีคือสวนที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน 2.ต้องมีจีเอสพีซึ่งเป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และ3.จะต้องผ่านความเห็นชอบ 2 กระทรวงของอินโดนีเซีย คือกระทรวงเกษตรและกระทรวงการค้า ตนได้ขอให้ท่านทูตได้รับทราบข้อมูล เพื่อหาทางคลี่คลายให้ลำไยไทยสามารถไปสนองความต้องการของผู้บริโภคอินโดนิเซียได้มากขึ้น

สุดท้ายในเรื่องการส่งออกแอร์คอนดิชั่นเนอร์จากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย เมื่อปีที่แล้วอินโดนิเซียได้ออกมาตรการพิเศษ 2 ข้อ 1.จะต้องมีการยื่นขออนุญาตนำเข้าอินโดนิเซียก่อน 2.จะต้องให้อินโดนิเซียตรวจโรงงานในประเทศไทยก่อนจึงจะส่งออกไปได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมกังวลว่าอาจจะขัดกับหลักของ WTO และหลักการของอาเซียนในเรื่องของการสร้างอุปสรรคการค้า 

แต่อย่างไรก็ตามในประเด็นต่างๆทั้งหมดนี้ยังสามารถที่จะไปหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาร่วมกันได้ในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commitee:JTC )ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียซึ่งเรามีข้อตกลงกันมาตั้งแต่ปี 54 แต่ยังไม่เคยมีการประชุม จึงเสนอว่าขอให้ร่วมมือกันจัดการ JTC ครั้งแรกขึ้นโดยประเทศไทยยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพ เสนอว่าควรจะเป็นช่วนธันวาคมปีนี้ เพื่อคลี่คลายปัญหาระหว่างกันด้านการค้าการลงทุนและในเรื่องอื่นๆ ซึ่งตนจะไทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีการค้าอินโดนิเซียต่อไป 

ส่วนอินโดนิเซียมี 3-4 ประเด็น ที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาหารือ ประเด็นแรก อินโดนิเซียประสงค์จะส่งออกกุ้งสดมายังประเทศไทย เพื่อนำมาใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออกของไทย ขณะนี้มีอุปสรรคอยู่บางประการ ตนรับว่าจะไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะส่งเสริมตัวเลขการส่งออกของเราต่อไปด้วย

จากกรณีที่เด็กวัย 14 ปีเสียชีวิตจากความเครียดที่ถูกโกง หลังซื้อโทรศัพท์มือสองผ่านไอจีร้าน phonebymint พบผู้เสียหายเกิน 500 คน มีเงินหมุน 35 ล้าน ทางปปง. มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ แต่ยังจับตัวการมาลงโทษไม่ได้

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ได้แถลงผลการจับกุม น.ส.นฤมล ชำนาญ อายุ 18 ปี และ น.ส.สายน้ำผึ้ง ชนะมาร อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในการหลอกขายโทรศัพท์มือถือให้เด็กอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้น้องเกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

โดยผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่ารับจ้างเปิดบัญชีให้ น.ส.พิยดา ทองคำพันธ์ เปิดร้านค้าออนไลน์ผ่านอินสตาแกรมชื่อ phonebymint โดยมียอดผู้ติดตามทั้งสิ้น 60,000 คน 

เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2564 มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ภัทษลัลฎาค์ เกิดพงษ์” ได้ออกมาโพสต์เนื้อหาว่า “phonebymint นางสาวพิยดา ทองคำพันธ์ ตัวจริง ณ ปัจจุบัน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง (มีผู้เสียหายกว่า 500 คน) VS ครอบครัวน้องก้องเด็กอายุ 14 ที่เครียดจนเส้นเลือดสมองแตก ที่ต้องสูญเสียน้องไปอย่างไม่มีวันกลับ ชีวิตดี ๆ บนความตายของผู้อื่น โกงมาเกิน 5 ปี ผู้เสียหายเกิน 500 คน มีเงินหมุน 35 ล้าน นางมีหลายแอ็กเคานต์ หลายเพจ นางจ้างคนเปิดบัญชีไปทั่ว เวลาเสิร์ชชื่อคนโกงจึงไม่ขึ้น เพราะเป็นบัญชีธนาคารคนอื่นที่นางจ้าง แต่สุดท้ายเส้นทางการเงินจะไปรวมอยู่ที่นาง ส่วนเด็กอายุ 18 เมื่อวานที่โดนจับแค่คนรับเปิดบัญชี

“บิ๊กบี้” สั่ง จัดชุด อส.กร. ดูแลเคียงข้างทุกพื้นที่กว่า 7,435 ตำบล ทั่วประเทศ 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่เน้นย้ำให้หน่วยทหารระดมทรัพยากรทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ กองทัพบก โดยกรมกิจการพลเรือนทหารบกจึงได้จัดให้มี อาสาสมัครกิจการพลเรือน (อส.กร.) ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ ปี 2563 ปัจจุบันมี อส.กร. รวมทั้งสิ้น 26,000 คน ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนใน 7,435 ตำบล (ตำบลละ 3 คน) และ ในปี 2565 ขยายการดูแลเป็น 75,000 หมู่บ้าน ทั่วประเทศ ทั้งในส่วนภูมิภาค และในพื้นที่ชายแดน ทำหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยทหารในพื้นที่ เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารและสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการทหารพันธุ์ดี, การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19, งานด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น โดยผู้ที่รับหน้าที่เป็น อส.กร. นั้น เป็นผู้ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ, มีจิตอาสา,  มีความเสียสละ และร่วมเป็นเครือข่ายของกองทัพบกที่มุ่งปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยทหาร 

ล่าสุดในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19  อส.กร. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลชุมชน ร่วมกับ รพ.สังกัดกองทัพบก 37 แห่ง ทั่วประเทศ ในการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค, รณรงค์การฉีดวัคซีน, การช่วยประสานการคัดแยกกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่อยู่ในระบบการกักตัวในบ้าน (Home Isolation) และการกักตัวในชุมชน (Community Isolation) รวมทั้งช่วยประสานงานกับโรงพยาบาลในการช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงเมื่อมีอาการเร่งด่วนฉุกเฉินในชุมชนที่ตนเองรับผิดชอบอีกด้วย ทั้งนี้ อส.กร. ทุกคนได้ผ่านการฝึกการอบรมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตนเองในสถานการณ์โควิด-19 เพื่อความปลอดภัยในขณะปฏิบัติภารกิจและสามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่ชุมชน เป็นการป้องกันชุมชนจากโรคโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง 
 

หลาย ๆ คนอาจยังไม่เชื่อใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 นำไปสู่การคัดค้านไม่ให้คนในครอบครัวฉีดด้วย ในประเทศเนเธอร์แลนด์เกิดกรณีเด็กวัย 12 ขวบ ฟ้องร้องพ่อตัวเอง ที่ไม่ให้ฉีดวัคซีน เพราะต้องการไปเยี่ยมคุณยายที่กำลังจะเสียชีวิต

ที่เมืองโกรนิงเงิน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เด็กวัย 12 ขวบ ชนะการฟ้องร้องในชั้นศาลเพื่อขอให้ตัวเองได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิด-19 เพราะผู้เป้นพ่อไม่ยอมให้ฉีด ส่วนสาเหตุในการฉีดคือ เด็กชายต้องการเดินทางไปเยี่ยมคุณยายที่กำลังจะเสียชีวิต 

ในกรณีนี้ส่งผลให้ผู้พิพากษาตัดสินว่า การฉีดวัคซีนโรคระบาดโควิด-19 จะลดโอกาสในการแพร่เชื้อไปยังคุณยายซึ่งกำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลาม ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่มีอาการรุนแรงถ้าติดเชื้อโควิด-19 

ปัจจุบัน ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้อนุญาตให้เด็กอายุระหว่าง 12 - 17 ปีชาวดัตช์สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ แต่เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเท่านั้น ซึ่งตัวของคุณพ่อไม่ต้องการให้ลูกได้รับการฉีดวัคซีน

บาร์ต ทรอมป์ ผู้พิพากษาประจำศาลแขวงโกรนิงเงิน กล่าวว่า “เด็กชายควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยทันที เพราะประโยชน์ที่เขาจะสร้างมีความสำคัญมากกว่าความกังวลของพ่อ”

‘แอลลี่’ ศิลปินอายุน้อย มากความสามารถ ใครจะรู้ว่ากว่าจะมีวันนี้ เธอต้องฝ่าฟันสารพัดคำดูถูก และการถูกบูลลี่ แต่เธอก็ได้พิสูจน์ตัวเอง มองมุมบวก แปรเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดัน จนก้าวขึ้นมาเป็นไอดอลวัยรุ่นที่น่าจบตามอง

“แอลลี่ - อชิรญา นิติพน” ศิลปินวัย 17 ปี จากค่าย 411 Music ลูกสาวศิลปินชื่อดัง “อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน” กับ “จอย-อัจฉริยา อังคสุวรรณศิริ” ที่ล่าสุด เจ้าตัวก้าวสู่การเป็นเฟรชชี่เต็มตัว ในสาขาวิชา “Online Bachelor of Professional Studies in Music Business” วิทยาลัยดนตรีเบิร์กลีย์ (Berklee College of Music) เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปถึงเส้นทางกว่าจะก้าวเข้าสู่วงการเพลง เดินตามความฝันด้านนักร้อง ได้เป็นศิลปินคนแรกของค่าย ที่แจ้งเกิดในเพลง “How To Love” และทำงานร่วมกับ ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังชาวเกาหลี แอลลี่ต้องผ่านการฝึกเป็นศิลปินที่ใช้มาตรฐานเดียวกับ K-pop ส่งไปฝึกที่ประเทศเกาหลีใต้ ทั้งระบบการฝึกซ้อม การมีผู้จัดการดูแลใกล้ชิด ทีมโปรดิวเซอร์ระดับโลก เรียกได้ว่าได้เห็นการถูกขัดเกลาให้เติบโตทั้งความสามารถ และการมีวินัยในการฝึกอย่างทุ่มเท ผ่านคราบน้ำตามานับไม่ถ้วน

ด้วยความที่แอลลี่เป็นที่จับตามาตั้งแต่เด็ก ในฐานะทายาทศิลปินผู้เต็มไปด้วยความมั่นใจ กล้าแสดงออก แต่กว่าจะมีวันนี้เธอพบความเห็นมากมายที่พูดถึงเธอในโลกโซเชียลฯ และคำตัดสินนั้นทำให้เธอเปลี่ยนไป

แอลลี่เผยว่า คำแรงที่เคยเจอมา คือ “คิดว่าไม่ได้ผ่านอะไรมาเลย You ไม่ได้พยายามเลย”

ด้วยภาพลักษณ์และการถูกจับตามอง ทำให้แอลลี่ถูกมองว่า “เป็นศิลปินด้วยวิธีการที่ง่าย” “เติบโตมาในครอบครัวศิลปิน” แต่เธอยังคงมีมุมมองบวกๆ ซึ่งรับรู้ได้ผ่านบทสัมภาษณ์ ที่กล่าวว่า

“หนูก็คิดว่าถ้าเราไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรเป็นอะไร เราสามารถถามได้ อย่างแอลลี่เทรนหนักขนาดไหน แอลลี่เทรนนานแค่ไหน เป็นเรื่องที่ถามกันได้เพราะสงสัยกันได้ค่ะ

หนูก็ตอบด้วยความยินดีอยู่แล้ว หนูชอบเล่าเรื่องมากๆ แต่ว่าในชีวิตประจำวัน ที่มีคำว่านี่ไม่ได้พยายามเลยใช่ไหม หรือว่าไม่ได้ใช้เวลากับการทำเลยใช่ไหม หนูคิดว่าคนที่พยายามจริงๆ แล้วเขากำลังเหนื่อย ได้ยินคำเหล่านั้นมันยิ่งเหนื่อยเข้าไปอีกค่ะ

องอาจ – ผู้การแต้ม ดึง “ศปฉ. ปชป.” ลุยตรวจ ATK ชุมชน หลักสี่ จตุจักร 

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และหัวหน้าทีมประสานข้อมูลผู้ติดเชื้อ ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ (ศปฉ.ปชป.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศปฉ. ปชป. จัดกิจกรรม #ตรวจ(ATK)ก่อนติด ขึ้นที่แฟลตเคหะบางบัวซอยพหลโยธิน 49/1 เขตหลักสี่ จตุจักร โดยความร่วมมือจากโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ พร้อมด้วยทีมงาน ปชป. หลักสี่ จตุจักร นำโดย "ผู้การแต้ม" พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมด้วย ซึ่งมีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจเข้ารับการตรวจกว่า 400 ราย สำหรับในช่วงบ่ายจะได้ไปดำเนินกิจกรรมต่อที่ชุมชนนครหลวง ซ.เสือใหญ่ รัชดา 36 ต่อไป 

ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดยังคงมีอยู่ แม้ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อจะทยอยลดลงก็ตามทำให้ความต้องการในการช่วยเหลือเพื่อหาเตียงจึงน้อยลงตามไปด้วย ศปฉ. ปชป. จึงเห็นว่าควรมีบริการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย Antigen test kit (ATK) เพื่อเร่งคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน และลดการแพร่กระจายเชื้อต่อไป โดยกิจกรรมดังกล่าว ศปฉ.ปชป. ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนอย่างน้อย 4 แห่ง ในกรณีที่พบผลการตรวจ ATK เป็นบวก โรงพยาบาลที่มาให้บริการจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่เหมาะสมในการรักษาตัวต่อ พร้อมรับผู้ติดเชื้อเข้าไปดูแลใน Hospitel ต่อไป อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พรรคได้มีการจัดตรวจเชิงรุก ATK ให้แล้วในเขตต่าง ๆ หลายพื้นที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลพี่น้องประชาชนภายใต้สถานการณ์วิกฤตอย่างต่อเนื่อง

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ห่วงใยประชาชน - ครอบครัวตำรวจ - ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ในหลายจังหวัด พร้อมสำรวจความเสียหายของสถานีตำรวจ บ้านพักราชการ

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุดีเปรสชั่น ฉบับที่ 1 ลง 23 ก.ย. 64 จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุม เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางในช่วงวันที่ 24-25 ก.ย. 64 ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจก่อให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำป่าไหลหลาก อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญ และมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงข้าราชการตำรวจ และครอบครัวของข้าราชการตำรวจ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเช่นเดียวกัน โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชา

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top