Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

ไทย..โชว์ ! ศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บนเวทีโลก GCA+20 ชูธง SDGs นำภาคประมงสู่การพัฒนายั่งยืน

(24 ก.ย.64)​ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประเทศไทย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมฯ ผ่านระบบออนไลน์ ในการประชุมระดับรัฐมนตรีภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา อันเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture 2020 : GCA+20) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประเทศไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับนานาประเทศ พร้อมแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง ในฐานะหน่วยงานผู้แทนประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture GCA+20 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2564 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในธีม “Aquaculture for Food and Sustainable Development” จัดโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Agriculture and Rural Affairs of the People’s Republic of China : MARA) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) และองค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (The Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific : NACA)

 

“คุณสมบัติ” ประธานกลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ แชร์ประสบการณ์ Cabling & Networking Solution for University พร้อมวิทยากรชั้นนำเจาะลึก กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มาแชร์ประสบการณ์ Cabling & Networking Solution for University พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำมาเจาะลึกรายละเอียดการเลือกใช้สายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คให้เหมาะกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ไอทีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน

อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เกษตรศาสตร์, มหิดล, เทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, รังสิต, ขอนแก่น, ราชภัฏสงขลา, นอร์ทเชียงใหม่, บูรพา ฯลฯ

เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพจริงและไปประยุกต์ใช้ได้ อีกทั้งยังมีกิจกรรมแจกของรางวัล ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนานตลอดทั้งงาน


???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

“ โฆษกรัฐบาล”เผย “นายก”ย้ำสธ.เร่งให้ปชช.สามารถซื้อชุดตรวจเร็ว ATK ตามร้านค้าทั่วไปและออนไลน์ได้ 

นายธนกร  วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้ประกอบการขายสินค้า บริการรายย่อย สามารถเข้าถึงชุดตรวจเร็ว ATK ได้อย่างทั่วถึงในราคาที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินกิจการ กิจกรรมเศรษฐกิจ ทั้งการเดินทาง การผลิต และการบริการ มีความปลอดภัย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมติเห็นชอบให้จำหน่ายชุดตรวจ ATK ตามร้านค้าทั่วไป จากเดิมที่อนุญาตให้ขายเฉพาะร้านขายยา ที่มีเภสัชกรประจำร้าน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาตนำเข้าถูกต้องจาก อย.นำมาขายได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน รวมถึงการขายผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะได้จัดทำประกาศใช้เพื่อเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้ชุดตรวจATK ยังเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องได้รับอนุญาตโฆษณาขายสินค้าจากอย.ก่อน

“พันธมิตรจิตอาสา” รวมพลัง “4ส.12” ลุยบางลำพู ส่งอาหารด้วยใจช่วยชาวชุมชนวัดสามพระยา หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดเกือบทุกบ้าน

วันที่ 26 กันยายน ที่ชุมชนวัดสามพระยา เขตพระนคร นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.นัฐโชติ รักไทยเจริญชีพ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คุณวิรัช ปัณฑ์ศิริโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด(มหาชน) คุณศรุต ทั่งทอง กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรควิพ จำกัด คุณอัจฉริยา รัตนโชติพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทเรเวล่า โคออปเปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.12)

พร้อมตัวแทนมูลนิธิสหชาติ ในนามกลุ่ม “พันธมิตรจิตอาสา” เป็นสะพานบุญ ส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” จากเครือบริษัท ซีพี และโลตัส พร้อมหน้ากากอนามัย ส่งต่อความห่วงใยถึงชาวชุมชนวัดสามพระยา โดยมี คุณสุธาทิพย์ วงษ์วิกย์กิจ คุณอำภา รอดผ่องผุด กรรมการชุมชน พร้อมชาวบ้านร่วมรับมอบ

คุณสุธาทิพย์ วงษ์วิกย์กิจ เปิดเผยว่า ชุมชนวัดสามพระยามีสภาพค่อนข้างคับแคบแออัด มีบ้านเรือน 85 ครัวเรือน มีสมาชิกพักอาศัย 250 คน พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 เกือบทุกหลังคาเรือน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 112 คน ได้ทำการรักษาจนหาย บางส่วนต้องย้ายออกไปพักนอกชุมชน ในช่วงที่มีการระบาดหนัก ชุมชนวัดสาพระยา เป็นศูนย์เเยกกักตัวในชุมชน (Community  Isolation) แห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากการติดเชื้อโควิด 4  คน และอีก 4 คนเสียชีวิตจากผลข้างเคียง ล่าสุดพบมีผู้ติดเชื้อโควิดใหม่จำนวน 3 คน

 

'อดีตทูต​ฯ'​ ชี้กระแส​ Soft​ Power​ ไทย​ กำลังมา!! หลัง​ 'ลิซ่า'​ ดัน 'ลูกชิ้นยืนกิน'​ เป็นไวรัลทั่วโลก

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า... 

ลูกชิ้นยืนกิน By Lalisa นี่คือตัวอย่างของผลที่เกิดจาก Soft Power โดยใช้ศิลปินระดับโลกลูกหลานไทยบุรีรัมย์ เป็นสื่อ ! 

จริงอยู่ถึงแม้ว่าน้องลิซ่า จะเป็นผลผลิตการปั้นของเกาหลี แต่ด้วยความเป็น “คนไทย” ของน้องลิซ่า อันนี้ถือว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างเกาหลีและไทย 

ไทยเรามี “วัตถุดิบ” (ทรัพยากรบุคคล) ส่วนเกาหลีมี “พลังในการขับเคลื่อน” เมื่อรวมกันแล้วก็ = Soft Power ที่ทรงพลังทีเดียว

ช่วงนี้ต้องยอมรับว่า “พลัง” ของ Soft Power ไทยนั้นยังเป็นรองเกาหลี เพราะเกาหลีมีความพร้อมในทุกๆ​ ด้านมากกว่า มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเข้มแข็ง มี Unity มากกว่า เกาหลีตีโจทย์ทางด้าน Soft Power เก่งกว่า ก็ไม่เป็นไร ช่วงนี้ไทยเราก็อาศัยโดยสารร่วมขบวนรถไฟ Soft Power ของเกาหลีไปก่อน

ไว้เราโตจนมีศักยภาพเพียงพอ เราค่อยดำเนินการทำ Soft Power ด้วยตัวเราเอง ตอนนี้ขอให้ศึกษาวิธีการของเกาหลีเป็นตัวอย่างให้มากที่สุด เพราะเกาหลีถือว่าเป็นประเทศที่ผลักดันเรื่อง Soft Power เก่งที่สุดในโลก (ในสายตาผม) 

การที่เกาหลีทรงพลัง หรือถือเป็นมหาอำนาจทางด้าน Soft Power นั้น เขาได้ใช้ “ตัวหมากเบี้ย” หรือ เหล่าศิลปิน ดารา นักร้องที่เขาปั้นจนกลายเป็นศิลปินระดับโลกในการเป็น พรีเซนเตอร์ ในการขายสินค้าและบริการของเกาหลี จนขายดิบขายดี ไม่ว่า มือถือ รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ 

โดยให้ “ตัวหมากเบี้ย” (ศิลปิน ดารา นักร้อง) ขับเคลื่อนผ่าน MV / Concert / ภาพยนตร์ ทีวี ซีรีส์ เรื่องต่างๆ

แค่ศิลปิน ดารา นักร้อง มีภาพว่าใช้ของอะไร กินอะไร หรือแค่เอ่ยปากอยากกินอะไร แค่นี้เองแต่ผลที่ตามมามันกลายเป็น “พลังซื้อ” อันมหาศาลจากทุกมุมโลก

ลูกชิ้นยืนกิน ที่ลิซ่า พูดถึงน่ะเป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ เท่านั้น ส่วนเกาหลีใช้วิธีแบบนี้จนทำให้สินค้าเกาหลีขายดี เช่น ถ้าย้อนหลังไป 20 กว่าปี สมัยที่มือถือ Nokia / Motorola เป็นที่นิยมในตลาดนั้น ผู้คนยังไม่รู้จักหรือนิยมมือถือ Samsung เลย 

แล้วตอนนี้เป็นไง ? มือถือ Samsung ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ​ ของโลกได้ เพราะเกาหลีเก่งในการสอดแทรกความนิยมแบรนด์สินค้าเกาหลีลงไปในทุกอณูของ Soft Power ที่เกาหลีเล่น

สำหรับไทยเราก็เริ่มแบบ “ตั้งไข่” ได้แล้ว แต่ยังเดินเตาะแตะอยู่ ถึงแม้ยังไม่แข็งแกร่งเท่าเกาหลี แต่เราก็สามารถอาศัย “โอกาสร่วม” กับเกาหลีไปพลางๆ​ ก่อน

ตอนนี้ผมนึกในใจอยากให้ ลิซ่า แค่บ่นอยากกิน อยากทำอะไร หรืออยากได้อะไรจากเมืองไทยอีกสักทีละอย่างสองอย่าง รับรองสินค้าหรือบริการตัวนั้นจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบเดียวกับ “ลูกชิ้นยืนกิน” 

ถ้าเกาหลีเขาขายสินค้าจากอุตสาหกรรมหลักของเขาเช่น มือถือ รถยนต์ ได้ ไทยเราก็ต้องขายสินค้าและบริการต่างๆ​ ให้ติดปากคนทั้งโลกได้เช่นกัน

ตอนนี้กีฬามวยไทยก็ไปไกลแล้ว ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น ส้มตำ ก็ไปแล้ว

เราต้องหาทางผลักดัน “ลูกชิ้นยืนกิน” หรือ ของทานเล่น Snack ต่างๆ ให้ติดปากคนทั่วโลกจนอยากมาชิมได้เช่นกัน

“ทิพานัน” เผยชาวสุโขทัยซาบซึ้งนายกฯ ดำเนินการ 9 เรื่องเร่งด่วนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายทั่วถึง-โปร่งใส เพื่อมาตรการเยียวยา ฟื้นฟูโดยเร็ว ชี้ทุกฝ่ายต้องช่วยประชาชนก่อน วอนฝ่ายค้านอย่าจ้องดิสเครดิตทางการเมือง 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุโขทัยเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมว่า โดยภาพรวม จ.สุโขทัยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ในพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งขวา 9 อำเภอ 56 ตำบล 288 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร 169,297 ไร่ บ่อปลา 1,326 ไร่ ถนน 118 สาย สะพาน 6 แห่ง ท่อระบายน้ำ 7 แห่ง ตลิ่งและคันกั้นน้ำ 6 แห่ง ฝาย 9 แห่ง ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ประสานงานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าเป็นการเร่งด่วนแล้ว

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ล่าสุดสิ่งที่นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในภาวะฉุกเฉินเร่งด่วนนี้ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการ 9 ภารกิจเร่งด่วน คือ 

1.) อพยพผู้ประสบภัยและสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย โดยคำนึงมาตราการป้องกันโควิด-19 ด้วย  
2.) จัดเตรียมศูนย์อพยพชั่วคราวและต้องประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้ผู้ประสบภัยได้ทราบและมาพักอาศัยกรณีเกิดภาวะน้ำท่วมฉุกเฉินไว้   
3.) ในส่วนพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้นั้น ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาอาหารแห้ง น้ำดื่มและยารักษาโรค 
4.) อำนวยความสะดวกการใช้ไฟฟ้าแก่พี่น้องประชาชนให้มีใช้อย่างเพียงพอต่อเนื่อง รวมทั้งแนะนำข้อปฏิบัติเกี่ยวกับไฟฟ้ากรณีเกิดน้ำท่วมให้มีความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด 
5.) จัดให้มีชุดปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็วทางเรือเพื่อให้การรักษาพยาบาลพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม 
6.) สำรวจและขจัดสิ่งขวางทางน้ำไหลเพิ่มให้เหมาะสม 
7.) ด้านการคมนาคมนายกรัฐมนตรีได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแสดงสัญลักษณ์และเตือนภัยเส้นทางสัญจรที่เป็นอันตราย ไม่ควรผ่าน ให้ประชาชนได้เตรียมตัวได้ทัน มีจุดบอกระดับน้ำท่วมในจุดที่มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อความปลอดภัย 
8.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตให้ช่วยเฝ้าระวังสัญญาณให้การได้อยู่เสมอ 
9.) ให้เร่งสำรวจความเสียหายของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอย่างทั่วถึงและโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการเยียวยา และฟื้นฟูโดยเร็วที่สุดและครบถ้วน ซึ่งทุกข้อสั่งการหากติดขัดตรงไหนก็ขอให้ผู้เกี่ยวข้องรีบรายงานมาที่นายกรัฐมนตรีโดยด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนต่อไป

นราธิวาส-ชาวบ้านมะรือโบตก ร่วมผลิตเตียงไม้ไผ่ ส่งมอบให้แม่ทัพภาคที่ 4 สนับสนุนช่วยเหลือโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ร่วมสู้ภัยโควิด 19 ไปด้วยกัน 

ที่เทศบาลตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ชาวบ้านในตำบล ได้ร่วมกันผลิตเตียงไม้ไผ่ จำนวนกว่า 50 เตียง มอบให้แก่ พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 นำไปช่วยเหลือส่งต่อกระจายยังโรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ที่มีความขาดแคลนเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโรคโควิด 19  ก่อนแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมหารือติดตามสถานการณ์โรคระบาดโควิด19 ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลมะรือโบตก ร่วมกับผู้บริหารเทศบาลตำบลมะรือโบตก ณ ห้องรับรองสภาเทศบาลตำบลมะรือโบตก โดยมี ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอระแงะ และนายอับดุลรอฮิม เจะโซะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบตก พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และส่วนราชการในพื้นที่ร่วมประชุม เพื่อกำหนดมาตรการแนวทางในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในพื้นที่ 

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ประชาชนรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการช่วยกับเฝ้าระวังป้องกันโควิด 19  โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ อสม.เจ้าหน้าที่ ผู้นำศาสนา และผู้นำในพื้นที่ โดยได้ชื่นชม และขอบคุณผู้นำศาสนาที่ได้ทำความเข้าใจแนวการปฏิบัติศาสนกิจของกับประชาชนในพื้นที่ภายใต้การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 อีกทั้งขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวตำบลมะรือโบตกที่ได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำเตียงไม้ไผ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยกองทัพจะได้นำเตียงไม้ไผ่ที่ได้รับมอบในครั้งนี้ส่งต่อกระจายไปยังโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ต่อไป 

ด้านนายอับดุลรอฮิม เจะโซะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบตก กล่าวว่าการส่งมอบเตียงไม้ไผ่ในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ที่มีจำนวนประชาชนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามต้องประสบปัญหาขาดแคลนเตียง สำหรับรองรับผู้ป่วย ซึ่งชาวตำบลมะรือโบตก ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมร่วมสู้ภัยโรคโควิด19 ไปด้วยกัน ด้วยการตระหนักเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้ร่วมกันผลิตเตียงสนามจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นตามธรรมชาติคือไม้ไผ่ซึ่งมีความแข็งแรงคงทนถาวรมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และที่สำคัญเป็นวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ตำบลมะรือโบตก โดยได้ผลิตเตียงสนามจากไม้ไผ่ จำนวน 50 เตียงส่งมอบให้แม่ทัพภาคที่ 4 นำไปมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และโรงพยาบาลสนามในพื้นที่

รัฐเริ่มผ่อนคลายฯ เหตุวิเคราะห์แล้วรอบด้าน เชื่อ!! 'เชื้อซา - บทเรียนตปท.' ช่วยไม่พลาดอีก

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษา ศบค. ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

ผมเห็นบางคนเขียนโพสต์ว่า เรารีบเปิด ผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไป ประเทศต่างๆ ไม่มีประเทศไหนเปิดแล้วรอดเลย ต้องกลับมาปิดใหม่อีก เหมือนมีคนวางยานายกและรัฐบาลให้ล้มเหลว 

แต่ผมว่า เราต้องดูปัจจัยแวดล้อมด้วย ประเทศที่เปิดไปส่วนใหญ่ (หรือทั้งหมด) คือ เปิดเพราะฉีดวัคซีนได้เยอะแล้ว เพราะฉีดไปก่อน แต่พอเปิดแล้ว มาเจอเดลตาอาละวาด เจาะทะลุวัคซีน และกระจายสู่คนที่ไม่ได้ฉีดเป็นวงกว้างอีก แต่ถ้าดูกันดีๆ สัดส่วนผู้เสียชีวิตจะไม่มากเท่าไหร่ คนเสียชีวิตส่วนมากก็คือ คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่ยังเหลืออยู่ 

แต่ไทยเรา ได้เห็นบทเรียนจากประเทศต่างๆ จึงค่อยๆ ผ่อนคลาย และหากจะเปิดประเทศ ก็เปิดเป็นพื้นที่ไป และมีความเข้มงวดกว่าประเทศอื่นๆ ที่ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้เกือบเหมือนก่อนโควิด แถมตอนแรกยังไม่ใส่แมสก์ด้วย แถมของไทยเองรู้ตัวแล้วว่าเดลตาเป็นตัวปัญหา แพทย์ เช่น อ.ยง ท่านจึงศึกษาว่าต้องฉีดแบบไหนถึงจะป้องกันเดลตาได้ แล้วก็ใช้มาตรการทางสังคมเพิ่มด้วย

ตม.สุราษฎร์ธานี จับต่อเนื่อง! บุกรวบนักพนันเมียนมากลางสวนยาง ลักลอบเล่นพนันชนไก่ ไม่สนโควิด

27 ก.ย. 2564 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานีแถลงการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ลักลอบเล่นการพนัน (ชนไก่)  นำโดย ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.ท.ชาตรี ชูแก้ว รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี สนธิกำลังร่วมกับ สภ.เคียนซา และ กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26  ก.ย.64 ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันจับกุมตัวบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา  จำนวนทั้งสิ้น 7 รายดังนี้

1.Mr.Si Thura

2.Mr.Aung Win Thein

3.Mr.Tun Lin Oo

4.Mr.Myo Min

5.Mr.Min Aung

6.Mr.Win Kyaw Oo

7.Mr.Win Htein

โดยจับกุมได้  ที่บริเวณภายในสวนยาง ริมถนนเคียนซา201(เจริญราษฎร์) ม.2  ต.เคียนซา อ.เคียนซา จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 7 คนว่า "ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน (ชนไก่) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต"

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้สืบทราบว่ามีบุคคลต่างด้าวรวมกลุ่มกันลักลอบเล่นการพนันไก่ชนอยู่ที่บริเวณภายในสวนยางริมถนนเคียนซา 201 (เจริญราษฎร์) หมู่ 2 ต. ปลายริก อ. เคียนซา จว. สุราษฎร์ธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสนธิกำลังร่วมกับสภ. เคียนซาวางแผนจับกุมจนกระทั่งวันนี้ (26 ก.ย. 64) เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบบริเวณจุดที่มีการลักลอบเล่นการพนันไก่ชนดังกล่าวพบบุคคลลักษณะเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวนประมาณ 20 คนกำลังล้อมวงรอบสังเวียนชนไก่โดยมีไก่ชนกำลังชนอยู่จำนวน 1 คู่และลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อบุคคลลักษณะเป็นบุคคลต่างด้าวดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถจับกุมตัวนักพนันเมียนมา ได้จำนวน 7 คน 

นอกจากนี้ได้พบไก่ชนจำนวน 5 ตัวพร้อมสังเวียน ,ถังแก๊สและแผ่นเหล็กสำหรับลูบน้ำไก่ , เงินสดรวมทั้งสิ้น 21,290 บาท สอบถามผู้ถูกจับที่ 1-7 รับว่าได้มีนายยาวไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง สัญชาติเมียนมาเป็นผู้จัดสังเวียนขนไก่และชักชวนผู้ถูกจับกับพวกนำไก่ชนมาชนพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแต่อย่างใดโดยจัดไก่ชนจำนวน 3 ยก พนันเอาทรัพย์สินคู่ละ 5,000 บาทโดยจะนำเงินสดของแต่ละคนมารวมกันเป็นการวางเดิมพัน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม  ส่วนพวกที่หลบหนีได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ในที่เกิดเหตุแล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ยึดอุปกรณ์ชนไก่พร้อมไก่ชนเงินสดและรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลาง  นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. เคียนซา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและมาตรการในการป้องกันปราบปรามของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.ตม.6 เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่เพิ่มสูงขึ้น การรวมกลุ่มทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด หรืออาจเกิดคลัสเตอร์ในการแพร่ของเชื้อโรคได้

 

‘นิพนธ์’ ห่วงประชาชน 3 จชต.เดือดร้อน ลุยติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง-เขื่อนปัตตานี เร่งเตรียมการภาคใต้เข้าฤดูมรสุม

ที่เขื่อนบางลาง หมู่ที่ 2 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์/รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการควบคุมระดับน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนบางลาง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียง

โดยมีรองผวจ.ยะลา  ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 17 หน.สนง.ปภ.ยะลา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนบางลาง ซึ่งในปีที่แล้วบริเวณนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มากกว่าปกติ วันนี้จึงลงมาเพื่อเตรียมความพร้อมซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะเยอะกว่าปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่าน ดั้งนั้น พื้นที่ภาคใต้ในช่วงปลายตุลาคม - ธันวาคม จะเข้าสู่ช่วงมรสุม จึงต้องวางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ บูรณาการร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการวางแผนร่วมกันในการรับมวลน้ำที่จะเข้ามาในช่วงฤดูการมรสุม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต ซึ่งการเตรียมความพร้อมที่ดีจะเป็นการยับยั้งการสูญเสียและบรรเทาความเสียหายได้

นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างคันเขื่อนอีกฝั่ง(ชุมชนหมู่ที่2)ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากปีมาณน้ำจากต้นปีนี้มีการเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนอีกด้วย

ทั้งนี้ จังหวัดยะลามีเขื่อนบางลางที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ให้เน้นย้ำหลักคิด"สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล" ถ้าทำควบคู่กันก็จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน  การสร้างที่ให้น้ำอยู่ ที่มาของน้ำหลัก ๆคือน้ำฝนในช่วงมรสุมหรือเข้าสู่ฤดูฝนต้องกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมจัดทำทางให้น้ำไหล เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ ลงสู่ทะเล อย่าให้กระทบต่อประชาชน บริเวณบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตร มุ่งคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการวางแผนป้องกันน้ำหลากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงนี้อย่างเคร่งครัด  รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือและกำลังคนที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือบรรเทาภัยอย่างเต็มศักยภาพ ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนบางลาง (ข้อมูลวันที่ 25 ก.ย. 64) มีปริมาตรน้ำอ่าง 5,341 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุที่ระดับเก็บกัก

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top