Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

ราเมศ เผย จุรินทร์ ขอบคุณ ปชช. มีส่วนร่วมเป็นสมาชิกสูงสุดในทุกพรรค ย้ำ ตัวแทน สาขา ดูแล ปชช. เต็มที่

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงรายงานข่าวที่ระบุถึงการตรวจสอบข้อมูลของพรรคการเมือง ที่ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยยังดำเนินการอยู่ ข้อมูลล่าสุด พบว่า 
มีพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่จำนวน 83 พรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค มีสมาชิกสูงสุด คือ 90,780 ราย สาขาพรรคการเมือง 18 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 312 ราย ว่า

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ขอขอบคุณประชาชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นสมาชิกพรรค มีจำนวนมากที่สุดในทุกพรรคการเมือง ส่วนเหตุที่มีตัวเลขลดน้อยลงจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีสมาชิกที่อยู่ในระหว่างการต่ออายุสมาชิกอีกเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการทางทะเบียน นายจุรินทร์ ย้ำกับบุคลากรของพรรคทุกภาคส่วนรณรงค์ ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค เพื่อร่วมในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ ร่วมสะท้อนปัญหาเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบาย พรรคพร้อมยินดีรับฟังในทุกเรื่อง และนายจุรินทร์มีนโยบายชัดเจนในเรื่องการรับฟังทุกความเห็น ไม่ว่าจะเป็นโครงการฟังไทย หรือจุรินทร์ออนทัวร์ ที่เคลื่อนออกไปนอกพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนเป็นประจำทุกสัปดาห์ 

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ยังให้ความสำคัญกับการตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้ง รวมถึงสาขา เนื่องจากมีความสำคัญในการทำงานขับเคลื่อนร่วมกับพรรคส่วนกลางรวมไปถึง ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค เพื่อทำงานรับใช้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ จนขณะนี้สาขาพรรคมีถึง 18 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด มีจำนวนถึง 312 ราย จำนวนมากที่สุด 

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์’ ทรงกรุณาประทานยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร แด่เรือนจำกลางเชียงใหม่ 100,000 เม็ด

วันที่ 20 กันยายน 2564 หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ นางสาวชญาณิศา ฐาณิชณาณัณ กรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะไบบูรี่ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเชิญยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรประทาน ให้ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ เพื่อใช้ช่วยเหลือบรรเทาภัยเบื้องต้นในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัส (โควิด-19) ที่กำลังแพร่ะบาดในเรือนจำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง และเรือนจำในเครือข่าย โดยมี พันตำรวจตรีชัยรัตน์ กิจงาม เป็นผู้อ่านหมายหนังสือประทานยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า โดยแต่เดิม หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเสมอมา ทรงจัดหาสิ่งของต่าง ๆ ที่พอจะช่วยเหลือ บรรเทาภัย และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้า และผู้ประสบภัยจากโรคระบาด โควิด-19 มาโดยตลอด ซึ่งตลอดช่วงเวลา 2 ปี ของการแพร่เชื้อโรคระบาดนี้ พระองค์ท่านมีรับสั่งให้คณะทำงานในส่วนพระองค์ แบ่งสายงานหาทางให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัดมาโดยตลอด

ศปก.ศบค. แนะ ผู้ประกอบการ เตรียมตัวเข้าสู่พื้นที่โควิดฟรีเซ็ตติ้ง เข้ม มาตรการสาธารณสุข-ฉีดวัคซีนครบ 80% ยกตัวอย่าง ร้านก๋วยเตี๋ยวเจี๊ยบเชิญยิ้ม ทำได้ดี ย้ำ พร้อมก่อนเปิดก่อน ทยอยกันไป

ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)แถลงข่าวประจำวันในช่วงหนึ่ง ว่า พื้นที่ที่จะพัฒนาให้เป็นโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ตามเกณฑ์ของสาธารณสุข คือจะต้องระดมการฉีดวัคซีนของอำเภอนั้นๆ หรือตำบลนั้นๆ ให้ครบ 80% และการจะเปิดกิจการนั้นพนักงานที่จะเปิดร้านจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100% โดยหลักเป้าหมายทั่วประเทศ เดือนตุลาคมจะเป็นการระดมการฉีดวัคซีน ซึ่งตอนนี้เราจะได้เห็นอัตราฉีดเกิน 8แสนโดสต่อวัน ในทุกจังหวัดจะมีอย่างน้อยหนึ่งอำเภอที่ประชากรจะได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่ง ครอบคลุม 70% และถ้าอำเภอใดหรือตำบลใดได้รับการคัดเลือกเป็นโควิดฟรีเซ็ตติ้งหรือเป็นพื้นที่นำร่องปลอดโควิดจะต้องมีการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 80% ดังนั้นแต่ละจังหวัดจึงมีบริบทที่ต่างกัน บางที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว บางที่เป็นนิคมอุตสาหกรรม หรือบางจังหวัดเป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ ซึ่งทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สามารถพิจารณาจัดสรรได้ตามเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่

สิงคโปร์ส่อแวววิกฤต ติดโควิดทะลุ 1,000 คน 2 วันติด ทั้งที่ฉีดวัคซีนมากอันดับต้น ๆ ของโลก

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศสิงคโปร์ พุ่งทะลุ 1 พัน 2 วันติด ทางการจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาด หวั่นระบบสาธารณสุขตึงตัว

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์รายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 1,012 คน แบ่งเป็น 3 คน มาจากต่างประเทศ และอีก 1,009 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ นอกจากนี้ ทางการยังพบการระบาดแบบกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

‘เทพมนตรี’ เย้ย ‘ไพบูลย์' ตรรกะตลก! ไม่กล้าดีเบตกับ ‘หมอวรงค์' อ้างไม่ใช่นักกฎหมาย

20 ก.ย. 64  เพจ "ไทยภักดี" ได้โพสต์ข้อความว่า นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่รับคำท้าดีเบต นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เรื่องแก้รัฐธรรมนูญว่า "ท่านไพบูลย์ให้เหตุผลว่า คุณหมอไม่ใช่นักกฎหมาย ตรรกะแบบนี้มันตลก เพราะยุคสมัยนี้ไม่ควรวัดกันแค่จบอะไรมา ที่จบมาโดยตรงเป็นบ้าก็เยอะ เป็นศรีธนญชัยก็แยะ เอาเปรียบชาวบ้านเป็นอาชญากรก็ไม่น้อย ความเชี่ยวชาญมันอยู่ที่ความสนใจ การใฝ่หาความรู้ ความพากเพียร ขยันอดทน ดีกรีด็อกแด็กมีมากมายที่สู้สติปัญญาชาวนาชาวไร่ก็ยังไม่ได้

ท่านไพบูลย์ลองคิดดู หรือที่ไม่กล้ารับคำท้าเพราะกลัว ความกลัวของคนถ้าไม่ขลาดเขลาเป็นทุนเดิม ก็คงเป็นเพราะเถียงสู้ไม่ได้ หรือไม่มีความจริงใจบริสุทธิ์ใจต่อเรื่องที่เขาสงสัย 

ท่านไพบูลย์เป็นบุคคลชวนต้องสงสัยเอามาก ๆ เพราะสิ่งที่ทำมีนักกฎหมายจำนวนไม่น้อยเขาว่าไม่ถูกต้อง

ถ้าถามแบบคนมีตรรกะพื้น ๆ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา แต่แก้ไปแก้มาตีความเข้าข้างตัวจนแก้ได้ 3 มาตรา แล้วนำไปโหวตจนครบวาระ 3 เสียงส่วนใหญ่ที่เป็น ส.ส.และส.ว.ไม่มีใครตั้งข้อสังเกต ไม่มีใครไม่เห็นด้วยมันแปลก เหมือนใช้พวกมากลากไป

แล้วพอหมอวรงค์ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนเพราะถ้านำขึ้นทูลเกล้าฯ เลยจะไม่งาม ท่านไพบูลย์ก็รีบออกมาบอกว่าไม่ต้อง

รัฐบาลเคาะขยายกรอบหนี้สาธารณะเพิ่มเป็นไม่เกิน 70%

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ มีมติเห็นชอบให้มีการทบทวนกรอบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากเดิมที่กำหนดไว้ ต้องไม่เกิน 60% เป็น ต้องไม่เกิน 70% ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้กับรัฐบาล และไม่เป็นอุปสรรคหากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อดำเนินนโยบายการคลังในระยะปานกลาง โดยยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในเกณฑ์ดี

 

"สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสซุม” จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2564 "New Normal" สุดยิ่งใหญ่!

เมื่อวันที่ 16-18 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา "สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม" (ไทย) ดำเนินการจัดสัมมนาเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติกและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ผ่านระบบทางไกลและ FB สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ระหว่าง16-18 ก.ย. 2564 สำเร็จเสร็จสิ้นในภารกิจดังกล่าว นับเป็นการประชุมที่ประสบความสำเร็จ สมาชิกเข้าประชุมในระบบ Zoom ทั่วประเทศ และหลายท่านติดตามผ่านเพจในเครือข่ายออทิสติกไทยด้วย

การจัดประชุมดังกล่าว ครบถ้วนทั้ง ภาคเวทีวิชาการ ที่มีวิทยากรทั้งไทยและต่างประเทศ เช่นจาก SAAC หรือ St. Andrew’s Autism Center โดย Bernard Chew และDennis Aug ประเทศ สิงค์โปร์มาร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนกับคณะนักวิชาการและผู้บริหารสมาคมฯของประเทศไทย เน้นต้นแบบระบบการจัดสวัสดิการที่พักอาศัยสำหรับบุคคลออทิสติกในประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งถือเป็น Best Pratise. ที่ดี โดยแบ่งเป็นSession ต่าง ๆ

Session ที่ 1 ด้านนโยบาย  การสัมมนากล่าวรายงาน โดย อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมกล่าวเปิดโดยอธิบดีสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรม พก. และนำเสนอแนวคิด “Human to Ability” ที่กรม พก.กำหนดเป็นเป้าหมายหลักในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการกว่า 2 ล้านคน โดยนโยบายการทำงาน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือระดับชาติ (National Lever)เน้น Big Data ด้านคนพิการ การขับเคลื่อนการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก การเสริมพลังคนพิการและภาคีเครือข่าย ระดับเชิงประเด็น (Sectorial Lever) เน้นการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการ การปรับเปลี่ยนระบบการจดทะเบียนคนพิการ ให้เป็นระบบดิจิตอล การปรับระบบ การจัดให้มี One Stop Service การปฎิรูปการดำเนินงานกองทุนคนพิการ การปรับปรุงระเบียบด้านสวัสดิการคนพิการและการช่วยเหลือคนพิการที่ไม่มีผู้ดูแลหรือมีแต่ไม่สามารถดูแลคนพิการได้  ทั้งนี้เน้นการบริหารจัดการองค์กรที่ดี และการพัฒนากำลังคนที่ทำงานด้านคนพิการทั้งระบบ 

ช่วงต่อมาผู้เชี่ยวชาญ กรม พก. คุณณัฐอร อินทร์ดีศรี บรรยายถึง กรอบแนวคิดและความคืบหน้าในการจัดทำ อันบัญญัติสวัสดิการคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ที่ผ่านการพิจารณาจากอนุกรรมการด้านสวัสดิกราคนพิการและเตรียมนำเสนอคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติต่อไป

Session ที่ 2 ส่วนความร่วมมือภาคธุรกิจ คุณรมมุก เพียจันทร์ ผู้แทนจากกลุ่มTrue นำเสนอเรื่องการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานกับภาคีออทิสติกไทย ทั้งสมาคมและมูลนิธิออทิสติกไทยและชุมชน เช่น การร่วมจัดงานวันออทิสติกโลก การจัดจ้างงานบุคคลออทิสติก การสนับสนุนการจัดตั้ง”ธนาคารชุมชนออทิสติก” การเปิดช่องทางการตลาดออนไลน์ การสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม การพัฒนาแอปฟลิเคชั่นและระบบการคัดกรองความต้องการจำเป็นพิเศาหรือ STS

Session ที่ 3 ด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม ผอ.นภา เศรษฐกร  ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม(สวส) ให้เกียรติบรรยายพิเศษ เรื่อง”การขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคม” ซึ่งเครือข่ายออทิสติก มีความเข้าใจและเข้มแข็งในเรื่องนี้มาก มีวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2 แห่ง คือ บริษัทออทิสติกไทย วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่มี Brand Art Story by Autisticthai /Bran For All Coffee และ บริษัทเด็กพิเศษวิสาหกิจเพื่อสังคมจังหวัดพังงา มีBran ผลิตภัณฑ์ของตนเอง

Session ที่ 4 ด้านกรณีศึกษาในประเทศ กรณีตัวอย่างการจัด”ศูนย์ดำรงชีวิตอิสระคนพิการ” หรือ ศูนย์ IL คุณธีรยุทธ สุคนธวิท ประธานสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระฯ ซึ่งบุกเบิกงานนี้มากว่า 20ปี ได้อธิบาย”แนวคิด ประเภทการจัดบริการ และแนวการจัดการ” ให้รับทราบ ซึ่งนับว่า ศูนย์IL มีกิจกรรมที่สนับสนุนคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวครบทุกมิติ ทั้งมิติสุขภาพ ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบหลักประกันสุขภาพ มิติสังคม ที่มีบริการข้อมูลข่าวสาร บริการให้คำปรึกษาฉันท์เพื่อน บริการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระ บริการผู้ช่วยคนพิการ และการพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ เช่น การประสานการรับสิทธิต่าง ๆ รวมถึงช่วงโควิด-19ก็ได้จัดความช่วยเหลือคนพิการในสังกัดหน่วยบริการด้วย

Session ที่ 5 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากประธานกลุ่มโซนภาคของสมาคมจะถอดบทเรียนการทำงานร่วมกัน ในประเด็นการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ซึ่งรายละเอียดติดตามได้ในเวปไซต์ออทิสติกไทยดอทคอม

Session ที่ 6 องค์ความรู้จากต่างประเทศ มีการเชิญวิทยากรต่าง ๆ ประเทศจาก SAAC ประเทศสิงคโปร์ตามกล่าวข้างต้น เล่าถึงระบบการจัดการResidential Home Day Activity Center ทำให้กลุ่มผู้นำสมาคม สามารถนำแนวคิดมา Adopt and Adapt เพื่อนำสู่การพัฒนาระบบ”บ้านพิทักษ์สิทธิออทิสติกในประเทศไทยได้  ตัวอย่างชุดความคิด เรื่อง 10 มิติที่ควรคำนึงถึง ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติก (สุขภาพ การศึกษา ที่พักอาศัย การเดินทาง ความเป็นพลเมือง เศรษฐกิจ การสร้างงาน/สร้างอาชีพ ความสัมพันธ์กับครอบครัว สันทนาการ และคุณค่าความเป็นมนุษย์ ) เป็นหลักสำคัญในการออกแบบบริการกับบุคคลออทิสติกทุกระดับ) โดยการจัดการในบ้านพิทักษ์ในสิงคโปร์ เน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียกว่าKey Learning Domains ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร ทักษะเชิงสมรรถนะ การปฎิบัติกิจวัตรประจำวัน การฝึกอาชีพขั้นพื้นฐานที่เน้น คุณค่าที่ได้ทำงาน นันทนาการ กีฬา ศิลปะ และการพัฒนาทักษะสังคมอารมณ์ ส่วนด้านการบริหารจัดการเน้น  การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน โดยระบบของสิงคโปร์รัฐจะอุดหนุนงบประมาณให้บางส่วน และผู้ปกครองสนับสนุนบางส่วน รวมทั้งการจัดหาผู้สนับสนุนต่าง ๆ ด้วย

 

"ธนาธร" เชื่อชัยชนะอยู่ไม่ไกล ปลุกประชาชนล้มระบอบประยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปใน 5 ด้าน

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 64 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่าน เพจเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 โดยมีข้อความดังนี้

15 ปีรัฐประหาร 19 กันยาฯ ประชาชนยังสู้ และเราจะชนะ

วันนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นผมกำลังเจรจาธุรกิจอยู่กับบริษัทคู่ค้าในเซาท์แอฟริกา มีสายโทรศัพท์จากประเทศไทยโทรเข้ามาหลายสาย บอกว่าเกิดการทำรัฐประหารขึ้นแล้วในประเทศไทย มีเพื่อนฝูงหลายคนออกมาต่อต้าน พลังหลักปักหลักกันอยู่ที่สนามหลวง

เมื่อผมกลับถึงไทยในสัปดาห์ต่อมา ก็ได้ไปร่วมต่อต้านการทำรัฐประหารกับกลุ่ม ‘19 กันยา’ ตามแต่เวลาและโอกาสจะอำนวย

หลังจากนั้นผมก็พยายามมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อผลักดันวาระประชาธิปไตยอย่างแข็งขันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 50 และ 60 ในกระบวนการประชามติ, การแสดงจุดยืนทางการเมืองไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อเปิดทางให้เกิดการทำรัฐประหาร, การแสดงพลังในฐานะพลเมือง เข้าร่วมการเสวนาและการชุมนุมต่าง ๆ ของฝ่ายประชาธิปไตย (และได้รู้จักปิยบุตรครั้งแรกก็จากการเข้าฟังเสวนาของคณะนิติราษฎร์), แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการบอยคอตการเลือกตั้งและการปิดคูหาการเลือกตั้ง

และนำมาสู่การรวมกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์คล้ายกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น

ผ่านไป 15 ปี ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่ในวงจรของการที่สถาบันที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ไม่ยึดโยงกับประชาชน พยายามกุมอำนาจสูงสุดเหนือประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ทำลายกลไกที่เป็นปากเสียงให้แก่ประชาชน ทำลายความชอบธรรมของระบอบรัฐสภา ทำให้พรรคการเมืองและสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงกลไกค้ำยันอำนาจของชนชั้นนำ แทนที่จะทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน

‘อัษฎางค์’ ยก ‘ลิซ่า’ ต้นแบบรักษารากเหง้า ไม่ทิ้งความเป็นไทย สุดท้ายก้าวสู่ความสำเร็จ

ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง เพื่อความสำเร็จ
หรือรักษารากเหง้าของตนเองเอาไว้ ถึงจะประสบความสำเร็จ?

ลลิษา กับรากเหง้าแห่งความสำเร็จ

มีพวกที่หลงอยู่ในโลกมายาคติที่หลอกลวง…

บอกว่าน้องลิซ่า ไปโด่งดังในต่างประเทศแล้วก็ทิ้งความเป็นไทยไปเลย ซึ่งมันก็แปลว่า บอกให้น้องทิ้งรากเหง้าของตนเองไปซะ โกอินเตอร์แล้วก็ทำตัวอินเตอร์ไปซะ

แต่ความเป็นจริงในโลกแห่งความจริง…

คนที่เป็นตัวของตัวเอง นำเสนอความเป็นตัวของตัวเอง 

ซึ่งหมายถึง ยังคงยึดรากเหง้าของตนเอง มักเป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและชีวิต โดยไม่ต้องแบกรับความลำบากในการเสแสร้งเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น

ไม่เชื่อไปดูศิลปินดารานักร้องที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ล้วนนำเสนอความเป็นตัวเอง นำเสนอรากเหง้าของตัวเองทั้งนั้น

เรามักได้ยินชาวต่างชาติชื่นชมน้องลิซ่าด้วยคำว่า

She is so confident.

ซึ่งคำนี้ กรรมการชาวเกาหลีเป็นคนแรกที่พูดในวันที่ตัดสินใจเลือกน้องลิซ่ามาเป็นศิลปินฝึกหัด

แล้วหลังจากวันนั้น แฟนเพลงทั่วโลกก็ชื่นชมเธอประโยคเดียวกัน

การที่น้องลิซ่าหรือใครก็ตามจะ feel confident ได้ ต้องมาจากการทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง

She is so confident. หมายถึง

If a person or their manner is confident, they feel sure about their own abilities, qualities, or ideas.

ถ้าไม่หลอกตัวเอง จะเห็นได้ว่า มีคนมากมายที่รู้สึกอับอาย ด้อยค่าถ้าจะอ้าปากบอกใครว่าบ้านเกิดของตนมาจากต่างจังหวัด มาจากบ้านนอกบ้านนา โดยเฉพาะคนอีสาน

แล้วดูน้องลิซ่า มาจากบุรีรัมย์ อีสานแท้ ๆ แต่ไปดังไกลถึงต่างประเทศ ยังไม่เคยลืมรากเหง้าของความเป็นคนบุรีรัมย์ ความเป็นคนไทย

แล้วดูกระแสนิยมที่มีต่อตัวน้องลิซ่าซิ แฟนคลับพูดถึงลิซ่าว่ายังไง

ลิซ่า กรี๊ด เป็นคนไทย กรี๊ด ชุดไทย กรี๊ด ชุดประจำชาติไทย กรี๊ด

จำไว้ เมื่อใดที่คุณรู้สึก confident คุณรู้สึกมั่นใจ ในความเป็นคุณ คุณจะทำอะไรด้วยความสบายใจ และเมื่อคุณสบายใจ คุณก็จะทำอะไรได้ดี เมื่อคุณทำอะไรได้ดี ความสำเร็จทั้งการงานและชีวิตจะตามมา

เป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ

ไม่ใช่เกิดมาเป็นคนต่างจังหวัด เป็นชาวราชภัฏ-ราชมงคล แล้วอับอาย อึดอัด กับความเป็นตัวเอง

ไม่ใช่เกิดเป็นคนไทยแล้วรังเกียจความเป็นคนไทยของตนเอง

'ณัฐชา' จี้ ‘ผบ.ตร.’ แจงความคืบหน้ากรณีเหตุยิงผู้ชุมนุมหน้า ‘สน.ดินแดง’ เผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เปิดรายงานชี้เป้าผู้ต้องสงสัยมา 5 วันแล้ว แต่ยังไม่เห็นความกระตือรือร้นเร่งคลี่คลายคดีจากตำรวจ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ระบุว่า จากการแถลงข่าวเปิดหลักฐานรายงาน เหตุยิงผู้ชุมนุมหน้า สน. ดินแดง เมื่อ 16 ส.ค. ซึ่งผ่านมาเป็นเวลาถึง 5 วันแล้ว จนขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงความคืบหน้าหรือมีคำตอบเพิ่มเติม รวมถึงไม่มีการติดต่อจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอข้อมูลและรายงานฉบับดังกล่าวเพื่อไปทำงานต่อเลย ทั้งที่หลักฐานที่รวบรวมมานั้นค่อนข้างชัดเจน จนสามารถมีข้อสันนิษฐานเบื้องได้ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ เพราะถึงแม้วันนั้นจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายจุด แต่ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงว่า เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดได้ไปรวมกันในพื้นที่สุดท้ายคือหน้า สน.ดินแดง ในจุดที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมหรือประชาชนทั่วไปเข้าไปได้ เราจึงยังรอคำตอบอยู่ว่า กลุ่มบุคคลก่อเหตุที่ปรากฏในหน้า สน.ดินแดง กลุ่มนั้นเป็นใคร และเมื่อมีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่ามีกลุ่มบุคคลอยู่ในพื้นที่ควบคุมดูแลเฉพาะของเจ้าหน้าที่ แต่ทำไมเวลาผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มแล้วยังหาตัวคนกลุ่มนี้ไม่ได้ เปรียบเทียบกับกรณีของผู้ชุมนุมอื่น ๆ แค่มีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่าสามารถหาตัวและตามไปถึงบ้านได้ทุกครั้ง ทำไมพอเป็นกรณีที่คาดว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องจึงดำเนินการอย่างล่าช้า ไม่มีความกระตือรือร้นเหมือนกรณีที่ต้องการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม

“คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ได้ตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงและมีการเปิดเผยรายงานจากการรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิด 54 ตัว ในบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ข้างเคียง รวมถึงได้สัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เด็กชาย A อายุ 14 ปี ถูกยิงหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 กระสุนเข้าบริเวณหัวไหล่ด้านหลัง ทะลุออกด้านหน้า และเด็กชาย B อายุ 15 ปี ถูกยิงบนถนนฝั่งตรงข้าม สน.ดินแดงกระสุนเข้าบริเวณคอ และฝังอยู่ใกล้แกนสมอง ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในอาการโคม่าและครอบครัวยังคงรอความยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่ในการติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีจนถึงตอนนี้”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top