Thursday, 4 June 2026
NewsFeed

ฝนถล่มไทย!! วิเคราะห์ฝน 15 วันล่วงหน้า ฝนตกทั่วไทยโดยเฉพาะตะวันตก คลื่นลมแรงในอันดามันระวัง เกษตรกรเตรียมกักเก็บน้ำทันที

อัพเดทภาพผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 14-27 พ.ค.69

วิเคราะห์จากแบบจำลองฯของศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป( ECMWF)  init. 2026051312: มีสัญญาณของลมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งอันดามัน สภาพอากาศยังแปรปรวน ช่วง 14-22 พ.ค.69 ทั่วไทยมีฝนเ/ฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะพื้นที่ทางด้านตะวันตกของไทย ภาคเหนือ( จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ) ภาคกลาง (อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี) ภาคตะวันออก ตามแนวชายฝั่ง กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่  )

ส่วนภาคอีสานมีฝนบางแห่ง (ฝนน้อยกว่าภาคอื่นๆ) ฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้หลายเวลา ยังต้องติดตามเฝ้าระวัง กำลังจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล (จากฤดูร้อน เตรียมเข้าสู่ฤดูฝน)  สภาวะฝนของไทยยังตกไม่สม่ำเสมอ ทั้งเชิงพื้นที่และเชิงปริมาณ เช้าถึงบ่ายอากาศร้อน เย็นถึงค่ำมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง18-20 พ.ค.69 ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก

คลื่นลมในทะเลอันดามันแรงขึ้น ท่องเที่ยวในระยะนี้ต้องระวังฝนฟ้าคะนองคลื่นลมแรง ส่วนชาว กทม.และปริมณฑล ฝนจะเริ่มมีในช่วงบ่ายถึงค่ำ (ฝนหลังเลิกงาน) ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกรถติด การจราจรติดขัดโดยเฉพาะใกล้เปิดเทอม ต้องเผื่อเวลาเดินทาง ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ออกนอกบ้านพกร่มไปด้วย รวมถึงเสื้อกันฝนโดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่จักรยานยนต์ สำหรับช่วง 23 - 28 พ.ค.69 ฝนของประเทศไทยตอนบน ลดลงบ้าง แต่ยังมีฝนบางแห่ง เน้นด้านรับมรสุมสำหรับภาคใต้ฝั่งอันดามันยังมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักได้  ขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

ส่วนการเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน รอประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเร็วๆนี้ ในระยะนี้พื้นที่ใดที่เริ่มมีฝนแล้ว พี่น้องเกษตรกร ควรหาวิธีกักเก็บน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ ในช่วงที่มีฝนน้อย การลงมือเพาะปลูกพืช ควรเตรียมการ รอให้ฝนตกสม่ำเสมอมากว่านี้จึงค่อยลงมือเพื่อป้องกันความเสียหาย กิจกรรมกลางแจ้งยังมีความเสี่ยงพายุฝนฟ้าคะนอง ในระยะนี้ต้องระวัง ข้อมูลยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลที่มีการนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสภาพอากาศ)

“ทรัมป์ผู้สร้างชาติจีน” ? ชาวเน็ตจีนแซวทรัมป์ “ชวน เจี้ยนกัว” ผู้สร้างชาติจีน หลังนโยบายแข็งกร้าวดันโลกหันเข้าหาปักกิ่ง นโยบายข่มพันธมิตร–ถล่มอิหร่าน ถูกมองช่วยปักกิ่งเพิ่มอิทธิพลโลก

ใครคือ ผู้สร้างชาติ (จีน) !! ชาวเน็ตจีน เรียกทรัมป์ว่า "Chuan Jian Guo” ชวน เจี้ยนกัว" (川建国) คำเรียกชื่อเล่นเชิงเสียดสี แปลว่า 🇺🇸 "#ทรัมป์ผู้สร้างชาติ (จีน) 🇨🇳

เพราะสิ่งที่ทรัมป์ทำ เช่น การขึ้นภาษีประเทศอื่น ชอบข่มขู่ทำกร่างใส่พันธมิตรเดิมของตัวเอง ความผิดพลาดไปถล่มอิหร่านและนโยบายอื่นๆ  ของทรัมป์ ล้วนส่งผลเสียต่อสหรัฐฯ โดยไม่ได้ตั้งใจ และกลับมีกระแสตีกลับส่งผลให้ประเทศต่างๆ สนใจเปลี่ยนมาคบกับจีน #ถนนทุกสายมุ่งสู่จีน  🇨🇳 ในสายตาชาวเน็ตจีน  ทรัมป์จึงเป็นผู้สร้างชาติ (จีน) โดยแทร่ 🤭 ช่วยให้จีนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง Make China Great Again !!

เครดิตภาพ : มิตรสหายชาวจีนท่านหนึ่ง

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02w3zCey6m8PuK2wu6cSwSkEP5H7ESbKb96cDiRWRTgP7SfGKNnygRmZRXLGFw8AyWl&id=1037140385&mibextid=wwXIfr

สสส.หนุน “Dental Mind Connect 360°” ดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกนิสิตทันตแพทย์ 19 สถาบัน เปิดโมเดลดูแลใจนิสิตทันตแพทย์ สร้างด่านหน้ารับมือภาวะเสี่ยง สสส.ชี้วัย 18–24 ปี เสี่ยงซึมเศร้าสูง

สสส.หนุน “Dental Mind Connect 360°” สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกในโรงเรียนทันตแพทย์ 19 สถาบัน รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด–ซึมเศร้า

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 –สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “DENTAL MIND CONNECT 360° : Integrated Digital Counseling & Proactive Mental Health Screening for Dental Students”ขึ้น ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายในโรงเรียนทันตแพทย์ เพื่อพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกสำหรับนิสิตทันตแพทย์ทั่วประเทศ

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ความร่วมมือในการสร้างระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนและนิสิตนักศึกษา ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ จากข้อมูลการประเมินสุขภาพจิตคนไทย ปี 2567 พบว่า กลุ่มเยาวชนวัยเรียนมหาวิทยาลัยและวัยทำงานตอนต้น อายุ 18–24 ปี มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงกว่ากลุ่มอื่น โดยมีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าร้อยละ 26.9 มีภาวะเครียดสูงร้อยละ 24.5 และนำไปสู่การป่วยซึมเศร้าถึงร้อยละ 6 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิต การเรียน การใช้ชีวิต และปัญหาอื่น ๆ ตามมา

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส. จึงร่วมกับเครือข่าย พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเยาวชนในระดับมหาวิทยาลัยหลายโมเดล รวมถึงการพัฒนารูปแบบเฉพาะสำหรับเครือข่ายโรงเรียนทันตแพทย์ โดยร่วมกับองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยนเรศวร ออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทปัญหาของโรงเรียนทันตแพทย์โดยเฉพาะ ตั้งแต่การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านสุขภาพจิต การพัฒนาสภาพแวดล้อม หลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอนที่เอื้อต่อสุขภาวะทางใจ การสร้างกลไกดูแลสุขภาวะทางจิต ระบบให้คำปรึกษาและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการพัฒนาแนวปฏิบัติร่วม นวัตกรรมด้านสุขภาพจิต และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพจิต

“เรื่องสุขภาพจิตในระบบการศึกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต การเรียนรู้ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาบุคลากรโรงเรียนทันตแพทย์จาก 19 สถาบัน ให้สามารถดูแลนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานสามารถถอดบทเรียนให้เห็นรูปแบบเพื่อขยายผลเป็นองค์ความรู้ให้หน่วยงานอื่นต่อไป” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ทพ.ภัชรพล สำเนียง คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายในโรงเรียนทันตแพทย์ กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มนิสิตทันตแพทย์เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกสถาบันต้องร่วมกันให้ความสนใจอย่างจริงจัง จากการสำรวจนิสิตทันตแพทย์จำนวน 4,255 คน จาก 17 มหาวิทยาลัย พบว่าสถานการณ์สุขภาพจิตอยู่ในระดับน่ากังวล โดยมีนิสิตจำนวนมากที่มีภาวะเสี่ยง แต่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการช่วยเหลือทางสุขภาพจิต สะท้อนช่องว่างสำคัญของระบบดูแลและการเข้าถึงบริการ ทั้งนี้ ปัจจัยความเครียดสำคัญของนิสิตทันตแพทย์เกิดจากภาระการเรียน การฝึกปฏิบัติทางคลินิก ความสัมพันธ์ในสังคมการเรียน และสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณภาพชีวิต และสุขภาวะทางใจของนิสิต

รศ.ดร.ทพ.ภัชรพล กล่าวว่า โครงการนี้องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จึงมุ่งพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับบุคลากรและนิสิตทันตแพทย์ สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีคณะทันตแพทยศาสตร์ 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วม มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการดูแลนิสิตได้อย่างเหมาะสม ผ่านการเรียนรู้เรื่องการประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น เทคนิคการฟังอย่างใส่ใจ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การรักษาความลับทางวิชาชีพ ตลอดจนการวางระบบส่งต่อและติดตามผู้มีความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติร่วมระหว่างสถาบัน เพื่อให้หวังให้เกิดกลไกการดูแลสุขภาพจิตที่เป็นระบบในโรงเรียนทันตแพทย์ ทั้งในมิติการคัดกรอง เฝ้าระวัง ให้คำปรึกษา ส่งต่อ และติดตามผล พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เอื้อต่อการเติบโตของนิสิตทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และสุขภาวะทางใจอย่างสมดุล

"แก้วตา ธิษะณา" ออกโรงหนุน ‘เนติวิทย์’ “รักชาติไม่ควรถูกบังคับ” ปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยหลักอารยะขัดขืน แก้วตาย้ำไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่คือการท้าทายระบบที่ไม่เป็นธรรม

“เนติวิทย์ปฏิเสธเกณฑ์ทหาร ไม่ได้ปฏิเสธสังคม ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ แค่ไม่ยอมรับที่ต้องบังคับให้มนุษย์คนนึงต้องถืออาวุธ ในโครงสร้างอำนาจที่เขาไม่ได้เลือก แต่รัฐกำหนดให้มีโทษทางอาญา การปฏิเสธของเนติวิทย์ไม่ใช่ความขี้ขลาดไม่รักชาติ

ไม่ใช่หนีหน้าที่โดยไร้เหตุผล แค่อารยะขัดขืนยอมเอาตัวเองเสี่ยงคุก เพื่อบอกว่าสังคมว่าผิดปกติ แค่บอกว่าผมไม่ยอมรับระบบนี้ แต่รัฐกลับตอบกลับเขาด้วยการจำคุก  รักชาติไม่ควรโดนบังคับการเกณฑ์ทหาร “ แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.พรรคก้าวไกล ไลฟ์สด กรณีเนติวิทย์ อดีตนิสิตจุฬาคนดัง ไม่รับการเกณฑ์ทหาร มีแววว่าโดนจำคุก

‘สีจิ้นผิง’ ย้ำสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เผยผลหารือเศรษฐกิจลุล่วง เน้นประโยชน์ร่วมและความเท่าเทียม ชี้สงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ เรียกร้องรักษาแรงขับเคลื่อนบวก

สายสัมพันธ์เศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

วันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวระหว่างหารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ กรุงปักกิ่ง ว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั้นเกื้อหนุนและเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

สีจิ้นผิงระบุว่าเมื่อวันพุธ (13 พ.ค.) คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ บรรลุผลลัพธ์เชิงบวกและสมดุลในภาพรวม ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศและของโลก

นอกจากนี้ สีจิ้นผิงเผยว่าข้อเท็จจริงได้พิสูจน์หลายครั้งแล้วว่าสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ และการหารือบนพื้นฐานของความเท่าเทียมคือหนทางที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวในยามที่มีความเห็นต่างและข้อขัดแย้ง พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกที่ร่วมสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก

ที่มา : Xinhua

ไทยประกาศศักยภาพ!! Mobility Hub เอเชีย เปิดเวที Future Mobility Thailand 2026 ผนึก TyreXpo–AutoMROtive ดันยานยนต์อนาคต รวมทัพเทคโนโลยียานยนต์โลก ชูไทยเป็น Global Matching Hub

ไทยประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต งาน Future Mobility Thailand 2026 ผนึก TyreXpo Asia Bangkok และ AutoMROtive บนเวทีนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่

กรุงเทพฯ— นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026) และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์ อุตสาหกรรมยางล้อ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และระบบขนส่งแห่งอนาคตระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และ Mobility Hub ของภูมิภาคเอเชีย

งานดังกล่าวสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบดิจิทัลในภาคการผลิต ตลอดจนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและซัพพลายเชนโลก ซึ่งกำลังเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางธุรกิจด้าน Future Mobility ในภูมิภาค

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของภาคพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ งาน Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงานของภูมิภาค”

ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้พัฒนาระบบ EV ผู้ผลิตยางล้อ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และโซลูชันอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจรจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า (Business Matching) และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ด้านผู้จัดงานระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดยานยนต์และอุตสาหกรรม Aftermarket ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งจำนวนยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของระบบโลจิสติกส์ การเติบโตของรถยนต์ใช้งานระยะยาว (Aging Fleet) รวมถึงการเร่งตัวของตลาด EV ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ

Future Mobility Thailand 2026 จึงถูกวางบทบาทให้เป็น “Global Marketplace และ Global Matching Hub” ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน ผู้ผลิตเทคโนโลยี และองค์กรระดับนานาชาติไว้ในเวทีเดียว ขณะที่ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จะเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมยางล้อ อะไหล่ และธุรกิจซ่อมบำรุงยานยนต์แห่งภูมิภาค ที่สะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจรของเอเชีย

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดจากผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลก ครอบคลุมทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ระบบ AI และ Smart Manufacturing สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนโซลูชันด้านยางล้อ การซ่อมบำรุง และอุปกรณ์ Aftermarket ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

สภาอุตสาหกรรมฯ หนุนยุทธศาสตร์ 5I ขับเคลื่อนชิ้นส่วนไทยสู่ตลาดโลก

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2568 มีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ราว 3 แสนล้านบาท และรองรับแรงงานกว่า 750,000 คน ส.อ.ท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5I ภายใต้วิสัยทัศน์ "The New Chapter of Thai Industry" ประกอบด้วย Intelligent Industry, Innovation & Creative Industry, International Alliance & Network, Industrial Infrastructure Reform และ Inclusive & Sustainable Growth เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยจาก 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ให้พร้อมแข่งขันในเวทีสากล

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า "งานนี้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ I3 — International Alliance & Network ของ ส.อ.ท. โดยตรง เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้รักษาความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์โลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Supply Chain Hub อย่างแท้จริง"

TAPMA ยืนยันพลังอุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทย — Transform ไม่ใช่ถูกแทนที่

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบการใน Supply Chain ยานยนต์กว่า 2,400 บริษัท รองรับแรงงานมากกว่า 700,000 คน ขณะที่โลกยังมีรถยนต์สะสมที่ใช้งานอยู่มากกว่า 2.2 พันล้านคัน โอกาสสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจึงยังคงเปิดกว้างในทุกตลาด ทั้ง Aftermarket, EV, Next Generation ICE และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

"อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่กำลังถูกแทนที่ แต่คืออุตสาหกรรมที่กำลัง Transform สู่อนาคต Future Mobility Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวทีแห่งการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และอนาคตของประเทศไทย" นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กล่าว

TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ชูเวทีระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมยาง–Aftermarket

Mr.Sukumar Verma กรรมการผู้จัดการ – Maritime & Energy, Informa Markets Singapore ผู้จัดงาน TyreXpo Asia Bangkok กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางรถยนต์ในอาเซียนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้าที่พัฒนาขึ้น ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความยั่งยืน และการนำเทคโนโลยีบริการขั้นสูงมาใช้ โดยการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริการ ความเร็ว ความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการบริหารต้นทุนรวมของการครอบครองยานพาหนะ

ปีนี้ยังได้เปิดตัว AutoMROtive 2026 ซึ่งขยายโฟกัสไปสู่อุปกรณ์เวิร์กช็อป ระบบวินิจฉัย เทคโนโลยีการบำรุงรักษา และโซลูชัน Aftermarket รุ่นใหม่ที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม ควบคู่กับการ Co-locate กับ Future Mobility Thailand, INTERMACH, SUBCON Thailand และ Plastics & Rubber Thailand ซึ่งสร้างโอกาสการเข้าถึงระบบนิเวศยานยนต์–การผลิตอย่างครบวงจร

"TyreXpo Asia Bangkok ยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำของภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมยางและ Aftermarket ยานยนต์ การรวมสามงานในครั้งนี้สร้างโอกาสอันมีคุณค่าสำหรับความร่วมมือทางธุรกิจ การค้นพบเทคโนโลยี และการขยายตลาดทั่วภูมิภาค"

Mr.Sukumar Verma ยังกล่าวเสริมเกี่ยวกับงาน Future Mobility Thailand 2026, TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ว่า “งาน Future Mobility Thailand 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "From Aftermarket Parts Excellence to Future Global Mobility" โดยสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) ร่วมกับ Informa Markets ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เวทีสัมมนาและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระดับนานาชาติ และการนำเสนอศักยภาพผู้ประกอบการไทยในหลากหลายสาขา.

งานทั้งสามจัด ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 พร้อม Co-located กับ INTERMACH, SUBCON Thailand และ Plastics & Rubber Thailand ซึ่งรวมพื้นที่จัดงานกว่า 6 ฮอลล์ สร้างระบบนิเวศการผลิตและยานยนต์ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค

EEC เดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล!! “อีสท์ วอเตอร์” พร้อมส่งน้ำต่อเนื่อง รองรับ Data Center ระดับโลก ชูโครงข่ายท่อส่งน้ำภาคตะวันออก รับการลงทุนเทคโนโลยี

“อีสท์ วอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่น เริ่มส่งน้ำป้อน Data Center ชลบุรี 

“อีสท์ วอเตอร์” ประกาศเริ่มส่งน้ำให้ BDC ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว ตอกย้ำบทบาท “ผู้สร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก” (Water Security Solution) พร้อมหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนระดับโลก และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคง

ล่าสุดกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ โดยบริษัท อีสท์วอเตอร์ สเตคอน ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (EWS) เริ่มส่งจ่ายน้ำ เพื่อรองรับการใช้น้ำของ บริษัท บริดจ์ ดาต้า เซ็นเตอร์ ไอไอไอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ BDC พร้อมขยายการให้บริการแก่ลูกค้า Data Center อีก 2 ราย ภายในปี 2569 มูลค่าสัญญาภายใต้ EWS ตลอดอายุ 20 ปี รวมสูงสุด 3,240 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมต่อศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล โครงการ Data Center ขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพสูงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

อีสท์ วอเตอร์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ที่ถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ Data Center ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อีกทั้ง Data Center เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI  ซึ่ง “น้ำ” ถือเป็นสาธารณูปโภคสำคัญ ของการดำเนินธุรกิจ Data Center จากระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็นจากน้ำที่ต้องมีเสถียรภาพตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มบริษัท อีสท์ วอเตอร์มีโครงข่ายท่อส่งน้ำที่เชื่อมโยงครอบคลุมทั้งภูมิภาค สร้าง Water security ผ่านการบริหารจัดการแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำสำรอง ความต่อเนื่องในการส่งจ่าย และคุณภาพน้ำระดับอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าการส่งน้ำให้ผู้ใช้บริการจะมีความต่อเนื่องแม้ในช่วงภัยแล้งหรือภาวะสภาพอากาศแปรปรวน ก็ยังสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง

อีสท์ วอเตอร์ ยืนยันว่า พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มศักยภาพสอดรับกับการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อเดินหน้าพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ชวนมาฝึกเขียน (Writing)สำหรับเด็กม.ต้น สอบชิงทุนการศึกษา กับครูฮ้วง 

ครั้งแรกในประเทศไทย จัดสอน Academic Writing Workshop เพื่อสอบชิงทุนรัฐบาลสิงคโปร์(asean scholarship) 
.
Workshop รุ่นที่ 1 10 คนแรกแค่ 8,500 บาท จากราคาต็ม 10,800 บาท 
ติดต่อสาขา หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ (Little Thinkerland)080-0517755 
ติดต่อสาขา  CP 3 พญาไท (GDD Coding) 096-6345485
.
#THESTATESTIMES
#NEWS
#NewsFeed

'มิลลิ' ขอโทษ!! ขอโทษสังคมหลังกดไลก์โพสต์ โดนทัวร์ลงรุนแรงในโซเชียลมีเดีย ต้นสังกัดรีบออกแถลงการณ์เคลียร์ ยอมรับขาดความรอบคอบและมีผลกระทบ

“มิลลิ ดนุภา” ขอโทษแล้ว โผล่กดไลก์ “มายด์-พาย” รับผิดขาดความรอบคอบ

รถทัวร์แหกยับคนดังที่เข้าไปเมนต์ให้กำลังใจ “มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล” กับสามี “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” หลังจากที่ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” เผยคลิปเสียงเป็นหลักฐานย้ำว่าถูกพี่ชายล่วงละเมิดทางเพศ

งานนี้นอกจากดาราเมนต์ให้กำลังใจ แม้แต่คนบันเทิงที่กดไลก์โพสต์ดังกล่าว ต่างโดนทัวร์ลงด้วยเช่นเดียวกัน ถึงขั้นในทวิตเตอร์รวบรวมรายชื่อคนดังไปฟาดกันสนั่น คนที่โดนหนักอีกรายคือ “มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล”

โดนสวดยับถึงเรื่องนี้ ร้อนต้นสังกัดออกมาเทคแอ็กชั่นทันทีขณะที่มิลลิก็ได้ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นการไม่ระมัดระวังการใช้โซเชียล ทำให้หลายคนผิดหวัง เกิดความไม่สบายใจ ยอมรับผิดว่าขาดความรอบคอบ และใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสม อยากขอโทษอย่างจริงใจ รู้ว่าการกระทำและคำพูดที่ใช้ในโซเชียลได้ทำร้ายและทำให้หลายคนผิดหวัง เมื่อมองย้อนกลับไป ตระหนักว่าประมาทและขาดความรู้สึกมากแค่ไหน เสียใจจริงๆ พร้อมยืนยันไม่เคยตั้งใจสนับสนุนความรุนแรงหรือลดทอนความเจ็บปวดของใคร

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000045314

มหาอำนาจจับตา!! จีน–สหรัฐฯ ถกตะวันออกกลาง ยูเครน เกาหลี และไต้หวันบนโต๊ะเดียว จีนย้ำ “ไต้หวัน” คือประเด็นสำคัญสุดในสัมพันธ์สหรัฐฯ เตือนจัดการพลาดเสี่ยงปะทะตรง

แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศจีน

“ผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่สำคัญ เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง วิกฤตยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี

ผู้นำทั้งสองยังเห็นพ้องที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting) และการประชุมสุดยอด G20 ในปีนี้ให้ประสบความสำเร็จ”
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่าโลกกำลังเผชิญ “ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยพบในรอบศตวรรษ” และตั้งคำถามสำคัญว่า จีนกับสหรัฐฯ จะสามารถหลีกเลี่ยง “กับดักทูซิดิดีส” (Thucydides Trap) และสร้างรูปแบบความสัมพันธ์มหาอำนาจแบบใหม่ได้หรือไม่
ประธานาธิบดีสี ยังอีกกล่าวว่า เขาและทรัมป์เห็นพ้องร่วมกันในการสร้าง “ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์แบบสร้างสรรค์” (constructive China-U.S. relationship of strategic stability)

โดยจีนอธิบายว่า หมายถึง
-ความร่วมมือเป็นแกนหลัก
-การแข่งขันต้องอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้
-ความขัดแย้งต้องบริหารจัดการได้
-และรักษาสันติภาพระยะยาวที่คาดการณ์ได้

จีนยังย้ำว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเป็นแบบ “ได้ประโยชน์ร่วมกัน” และความขัดแย้งต่าง ๆ ควรแก้ผ่าน “การหารืออย่างเท่าเทียม”

อีกประเด็นสำคัญคือ จีนย้ำชัดว่า “ไต้หวัน” เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า หากจัดการผิดพลาด อาจนำไปสู่ “การปะทะหรือแม้แต่ความขัดแย้งโดยตรง” ระหว่างสองประเทศ

ฝั่งทรัมป์กล่าวว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เยือนจีน พร้อมชื่นชมสี จิ้นผิง ว่าเป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” และบอกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับสี จิ้นผิง เป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุดระหว่างผู้นำของสองประเทศ
ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการเห็นจีนประสบความสำเร็จ และต้องการร่วมมือกับจีนเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

“กับดักทูซิดิดีส” (Thucydides Trap) คือแนวคิดที่อธิบายว่า เมื่อมหาอำนาจเดิมรู้สึกถูกท้าทายจากมหาอำนาจใหม่ที่กำลังเติบโต ความหวาดระแวงและการแข่งขันระหว่างทั้งสองฝ่ายอาจนำไปสู่สงครามได้ แม้ไม่มีใครต้องการสงครามตั้งแต่แรก

แนวคิดนี้มาจาก “ทูซิดิดีส” (Thucydides) นักประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ที่อธิบายว่าสงครามระหว่าง “สปาร์ตา” (Sparta) และ “เอเธนส์” (Athens) เกิดจากการที่สปาร์ตาหวาดกลัวอำนาจที่เพิ่มขึ้นของเอเธนส์ ปัจจุบันคำนี้มักถูกใช้เปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจเดิม กับจีนที่กำลังผงาดขึ้นมาแข่งขันในเวทีโลก

แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศจีน:
https://www.fmprc.gov.cn/.../202605/t20260514_11910330.html

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1295882209366803/?rdid=lGkd9MGA8n0DYS53#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top