Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

เซี่ยงไฮ้ "ปารีสแห่งตะวันออก" : มหานครแห่งอนาคต พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน

“เซี่ยงไฮ้เป็น1ใน4มหานครใหญ่ของจีน(เทียนจิน ฉงชิ่ง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง)ที่ผมมีโอกาสไปเยือนครบทุกมหานครในช่วงกว่า30ปีที่ผ่านมา ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดนับแต่จีนเริ่มนโยบาย4ทันสมัยโดยเติ้งเสี่ยวผิง วันนี้กลับมาเซี่ยงไฮ้อีกครึ่งจึงถือโอกาสเล่าเรื่องราวของมหานครแห่งนี้”
อลงกรณ์ พลบุตร ตุลาคม 2025

เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) คือมหานครที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของจีน ผ่านภูมิทัศน์ที่สะท้อนความขัดแย้งและความผสมผสานระหว่างสองยุคสมัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ "ปารีสแห่งตะวันออก" ในอดีต และ "ศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก" ในปัจจุบัน เป็นเมืองที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศจีนได้อย่างชัดเจนที่สุด จากหมู่บ้านริมน้ำเล็ก ๆ สู่ "ปารีสแห่งตะวันออก" และกลายมาเป็น ศูนย์กลางการเงินระดับโลก ในปัจจุบัน ด้วยจำนวนประชากรที่หนาแน่นกว่า 24 ล้านคน เซี่ยงไฮ้จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งจีนและเวทีโลก

อดีต จากหมู่บ้านประมงสู่ "ปารีสแห่งตะวันออก" ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 19 เซี่ยงไฮ้มีสถานะเป็นเพียงเมืองค้าขายขนาดเล็ก แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นหลัง สงครามฝิ่น (1842) เมื่อเซี่ยงไฮ้ถูกเปิดเป็น เมืองท่าสนธิสัญญา

อิทธิพลตะวันตก: มหาอำนาจตะวันตกได้เข้ามาจัดตั้ง เขตสัมปทาน (Concessions) ทำให้พื้นที่เหล่านี้อยู่ภายใต้กฎหมายและการบริหารของชาวต่างชาติ ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร สัญลักษณ์ยุคเก่า: เดอะบันด์ (The Bund) คือภาพสะท้อนของยุคทองนี้ ด้วยอาคารสไตล์ Art Deco และ Neoclassical ที่เคยเป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินและบริษัทการค้าระดับโลก

จุดสิ้นสุด: ความรุ่งเรืองต้องหยุดชะงักลงเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ในปี 1949 บทบาทและอิทธิพลในระดับโลกของเซี่ยงไฮ้จึงถูกจำกัดลง

ปัจจุบัน : สร้างอนาคตใหม่
ตั้งแต่ทศวรรษ 1990s รัฐบาลจีนได้กำหนดให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและเป็นหน้าเป็นตาของชาติ โดยเฉพาะการสร้าง เขตผู่ตงใหม่ (Pudong New Area) ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต: ผู่ตงเปรียบเสมือนภาพความทะเยอทะยานของจีน ด้วยกลุ่มตึกระฟ้าที่ล้ำยุค เช่น เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (Shanghai Tower) ซึ่งมีความสูงถึง 632 เมตร กลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย
มหานครคู่ขนาน: ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้จึงมีภูมิทัศน์ที่โดดเด่น คือ การเผชิญหน้ากันของ เดอะบันด์ (อดีต) และ ผู่ตง (อนาคต) ข้ามแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งสะท้อนการผสมผสานประวัติศาสตร์เข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

บทบาททางเศรษฐกิจ : ฟันเฟืองของโลก

เซี่ยงไฮ้มีบทบาทสำคัญในสามมิติหลัก ได้แก่ การเงิน การค้า และนวัตกรรม ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่โตจนมี GDP ต่อปีสูงกว่า 4 ล้านล้านหยวน
1. ศูนย์กลางการเงิน (Financial Hub)
ตลาดทุน: เป็นที่ตั้งของ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดรวมใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญที่สุดของจีน
สกุลเงินหยวน: รัฐบาลใช้เซี่ยงไฮ้เป็นฐานในการผลักดันสกุลเงินหยวนให้เป็นสากลมากขึ้น โดยมุ่งเป้าให้เป็นศูนย์กลางสกุลเงินหยวนโลก

2. ศูนย์กลางการขนส่งและการค้า (Logistics Hub)
ท่าเรืออันดับหนึ่ง: ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าโลก โดยมีปริมาณการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ (TEUs) สูงกว่า 40 ล้าน TEUs ต่อปี ซึ่งถือว่าคับคั่งที่สุดในโลก
การเชื่อมต่อ: ทำหน้าที่เป็นประตูหลักเชื่อมต่อพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอันอุดมสมบูรณ์ในลุ่มแม่น้ำแยงซีกับตลาดโลก

3. ศูนย์กลางนวัตกรรม (Innovation Hub)
เทคโนโลยีขั้นสูง: เซี่ยงไฮ้เป็นฐานที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่ารายได้ในอุตสาหกรรมนี้สูงถึง 5 หมื่นล้านหยวน ในเขตผู่ตง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่อิงกับความรู้และนวัตกรรม

เซี่ยงไฮ้จึงเป็นมากกว่าเมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่ผสมผสานอดีตเข้ากับความยิ่งใหญ่ของอนาคตเพื่อขับเคลื่อนจีนในฐานะผู้นำบนเวทีเศรษฐกิจโลก

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ปรับเวลาให้บริการช่วงยี่เป็ง เพิ่มมาตรการเข้มป้องกันโคมลอย พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลยี่เป็งหรือวันลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ปรับเวลาทำการบิน โดยเที่ยวบินสุดท้ายจะทำการบินได้ถึงเวลา 19.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน    

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่า วันละ 32,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติร้อยละ 17 ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและแนะนำการใช้ระบบ Self-Service อาทิ เครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS), ระบบรับฝากสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD/SBD) และระบบตรวจสอบบุคคลด้วยใบหน้า (Biometric System) เพื่อช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่า มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงรวม 161 เที่ยวบิน โดยเป็นเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 41 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบิน) และเที่ยวบินเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 64 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 32 เที่ยวบิน) พร้อมกันนี้ ยังมีการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอีก 44 เที่ยวบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับหลังเทศกาล

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจทางวิ่งและทางขับจากวันละ 6 รอบ เป็น 8 รอบต่อวัน เพื่อเก็บซากโคมที่อาจปลิวเข้ามาในเขตการบิน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการปล่อยโคมลอยและโคมควันอย่างใกล้ชิด พร้อมสามารถเข้าดำเนินการเก็บซากได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งจากหอบังคับการบินหรือนักบิน อีกทั้งยังร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยสุ่มตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานในเขตการบิน เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 

ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดตกแต่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 1–7 พฤศจิกายน 2568 ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตการทำกระทงจากดอกบัว และแจกกระทงกะลาเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามแนวทางพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านความพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

นายการันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลยี่เป็ง สายการบินทุกสายได้ปรับตารางบินให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 19.00 น. ส่งผลให้มีเที่ยวบินหนาแน่นตลอดทั้งวัน อีกทั้งกิจกรรมยี่เป็งในตัวเมืองเชียงใหม่อาจทำให้การจราจรรอบสนามบินหนาแน่น จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน

สมุทรปราการ-มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ร่วมกับ S.MILES Group มอบทุนการศึกษา ปลูกต้นเฟื่องฟ้า กว่า 1,000 ต้น สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับเยาวชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา โดยคุณ เมธากุล สุวรรณบุตร ประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ได้จัดกิจกรรม CSR เพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ 

ในโอกาสนี้ ทางมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ยังได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 30,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนในโรงเรียน พร้อมกันนี้ ทางทีม S.MILES Group ยังได้ร่วมกัน ปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวน 1,400 ต้น 

เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับนักเรียนและเยาวชน รวมถึงสร้างบรรยากาศที่สดใสให้กับโรงเรียน ทั้งนี้ ต้นเฟื่องฟ้าเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ความงดงาม และความหวังใหม่ มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษาเชื่อว่าต้นเฟื่องฟ้าเล็กๆ เหล่านี้ จะเติบโตไปพร้อมกับความฝันของน้องๆ ทุกคน ให้ร่มเงาและแรงบันดาลใจในทุกก้าวของการเรียนรู้

นอกจากนี้ ยังมีการนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียน คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ร่วมกิจกรรม 

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนการศึกษาและโอกาสที่เท่าเทียม เพราะเรามั่นใจว่า “การให้” คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืน “การศึกษาต้องมาก่อน”

Rajnavy Football Club เข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อแสดงความยินดีและรับนโยบายในการพัฒนาสโมสรสู่ความเป็นมืออาชีพ

เมื่อวันที่ (30 ต.ค. 68) พลเรือเอก ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี พร้อมด้วย พลเรือโท สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รองประธานสโมสร พลเรือตรี ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล ผู้จัดการทีม และพลเรือตรี อโศก ศรีสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป เข้าเยี่ยมคำนับ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบของที่ระลึกและรับฟังแนวทางนโยบายในการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลราชนาวี ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม

สมุทรปราการ-มูลนิธิ มวลชนทัพภาค ๑ ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๑ จัดกิจกรรม “ บริจาคโลหิต น้อมรำลึกพระมหา กรุณาธิคุณ ๒ มหาราช“

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๓๕๖๘ ณ เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับเกียรติจาก แม่ทัพภาคที่๑ มอบให้ พอ.ธนิวรรธณ์ คำกรุนันหกานต์ รอง ผอ.รมน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน ในพิธี พร้อมด้วยนายสรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ภายในงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนหลายแห่ง ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ และ พนักงานในสังกัดเข่าร่วมบริจาคโลหิตจำนวนมาก ได้รับความอนุเคราะห์จากเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นำอุปกรณ์การรับบริจาคโลหิต มาปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าว

กิจกรรมนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของทั้งสองพระกษัตริย์ ผู้ทรงคุณ อันประเสริฐต่อแผ่นดินไทย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน ร่วมกันทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และสร้างจิต สำนึกในด้านการให้อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน

'กัน จอมพลัง' แจงปมล็อกสเปก ยัน!! ได้ของถูก คุณภาพดี เหลือ 6,000 จาก 23,000 ชี้พูดความจริงแต่คนไม่พอใจ

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) ‘กัน จอมพลัง’ ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

ล็อกสเปค จาก 23,000 เหลือ 6,000 บาท แล้วยังไง 
ก็เทียบกับคนอื่นแล้วราคา 23,000 บาท 22,000 บาท ล็อกสเปคเหลือแค่ 6,000 บาท 
ผมถามทุกคนอย่างนี้ดีไหม 

ก็มันมีเจ้าเดียวที่ผลิตได้ ทำได้ในราคาที่ถูก แล้วก็รวดเร็ว 
เราก็หาเจ้า ที่มันเหมาะสมกับการทำงาน แล้วแถมเขาลดราคาให้อีก 
หาราคาอย่างนี้ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหนแล้ว

มีแต่คนบอกว่า ให้พูดความจริง พอความจริงไม่ตรงใจ ก็เบี่ยงไปอย่างอื่นอีก

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับวันหยุดยาว 5 วันเต็ม หยุดข้ามปี!! แบบไม่ต้องลางานเพิ่ม

(1 พ.ย. 68) ต้องบอกเลยว่าในเดือนธันวาคมนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเดือนที่หลายคนรอคอยเพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายช่วงและที่สำคัญมีวันหยุดพิเศษเพิ่มอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่รัฐบาลประกาศ วันหยุดพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีวันหยุดดังนี้

วันหยุดเดือนธันวาคม 2568

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร / วันชาติ / วันพ่อแห่งชาติ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 วันรัฐธรรมนูญ

วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 วันสิ้นปี

วันหยุดพิเศษช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 วันขึ้นปีใหม่

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 – วันหยุดพิเศษเพิ่มเติม (ตามมติคณะรัฐมนตรี)

ช่วงสิ้นปี คณะรัฐมนตรีมีมติให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ช่วงส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่หยุดยาวมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 รวม 5 วันเต็ม (ทั้งนี้ วันที่ 2 มกราคม 2569 เป็นวันหยุดพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกาศของแต่ละองค์กร)

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 345898

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท :  449 328

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 111 690

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 87

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท :  345897 345899

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท : 151807 275964 372861 742450 416741

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท : 231454 309293 320575 367408 406498 432527 624961 886473 901759 945526

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท : 
372848  554459  034875  616353  972837
283619  486349  250773  533934  581991
483837  949743  542108  039184  034682
299476  060471  059554  342118  225976
083510  384547  982809  558965  221495
394760  478604  951811  856702  456052
626969  178606  623348  263137  266926
685305  357303  774512  808184  958168
749936  764632  7275290  379774  22669
005170  672363  973879  187218  621577

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท :
454567  203550  017469  104992 388374
994900  142375  865792  384866  673286
193  425541  327297  496131  032997 691
062960  119019  370767  531239  410723
855304  199848  042645  656303  888388
935791  573163  368512  743235 499780
874547  630020  869844  432236  499824
027532  252424  027756  134746  788440
238077 063283  724114  378288  918769
453239  062418  846251  934338  455805
277548  704615  755906  862470  885180
500087 514548 359396  878391  002137
535748 348324  337060  192290 662085
499502  469810  581340  785389 061816
231959  050413  139934  571550  529501
649557  329595  209547  156459  610072
609205  505868  853862  271803  780480
336305 385514  5144820  420301 99045
699332  453201 236644  397017  687066
432598  566649 778642  743096 616600

สรุปผลงาน CEO AIS คนเดิม 'สมชัย เลิศสุทธิวงค์' ผู้นำด้านดิจิทัล ขับเคลื่อน 3G→4G→5G ก่อนส่งไม้ต่อให้ CEO คนใหม่

(1 พ.ย. 68) ไทม์ไลน์ผลงานของ  ‘สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ (คัดไฮไลต์ตามลำดับเหตุการณ์)

ก่อนเป็นซีอีโอ: ปูทาง “เครือข่ายมวลชน”
• CMO ที่พา AIS เข้าสู่ยุค 3G 2100 (พ.ศ. 2556): ช่วงดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer (CMO) บริษัทเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1GHz เดือนพฤษภาคม 2556 และเร่งขยายครอบคลุมจนสิ้นปีแตะ ~80% ของประชากร—ฐานสำคัญของการย้ายผู้ใช้สู่เทคโนโลยีใหม่ในเวลาต่อมา

• ผู้นำทีมการตลาด: เป็นผู้บริหารสายการตลาดที่สื่อมวลชนอ้างถึงในฐานะ CMO ระหว่างการเร่งคุณภาพบริการช่วงเปลี่ยนผ่าน 3G

1 ก.ค. 2557: ขึ้นเป็นซีอีโอ AIS
• บอร์ดมีมติแต่งตั้ง สมชัย เลิศสุทธิวงค์ เป็นซีอีโอ มีผล 1 ก.ค. 2557 รับไม้ต่อจากคุณวิชญ์ เมฆทรงกลด และประกาศเป้าหมายยกระดับ AIS สู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2558–2559: วางรากฐานโครงข่ายยุค 4G และ “บ้าน”
• 4G เปิดเชิงพาณิชย์ (ม.ค. 2559) ผ่านบริษัทลูก AWN—ปูทางสู่การใช้งานดาต้าในวงกว้าง

• AIS Fibre: จากการทดลองให้บริการตั้งแต่ เม.ย. 2558 สู่การเปิดทางการ พ.ค. 2559 ด้วยเป้าหมายขึ้น Top-3 ภายใน 3 ปี และเป็นผู้นำภายใน 5 ปี—เป็นก้าวใหญ่ของ “คอนเวอร์เจนซ์ มือถือ + บรอดแบนด์บ้าน”.
• ดันบริการองค์กร/ดิจิทัล: ขยายบริการ M2M/LBS สำหรับลูกค้าองค์กร สะท้อนยุทธศาสตร์ Diversification นอกเหนือมือถือ

2563: “ครั้งแรกของไทย” กับ 5G เชิงพาณิชย์
• 24 ก.พ. 2563 AIS เปิด 5G เชิงพาณิชย์ เป็นรายแรกของประเทศบนย่าน 2600 MHz—จุดพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2565–2566: สายบ้านโตต่อเนื่อง + ฐาน 5G ขยาย
• ธุรกิจ Fixed Broadband ทะลุ 2.1 ล้านครัวเรือน Q3/2565 และยังเติบโตต่อในปี 2566—คานอำนาจรายได้ฝั่ง “บ้าน” ให้แข็งแรงควบคู่มือถือ

2567–2568: วาระขยาย–ส่งไม้ต่อ
• วาระซีอีโอขยายเพิ่มอีก 1 ปี (ต.ค. 2567) เพื่อความต่อเนื่องของแผนงาน ก่อนเข้าสู่เฟสส่งไม้ต่อ

• ประกาศผู้สืบทอด: บอร์ดแต่งตั้ง ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนถัดไป มีผล 3 พ.ย. 2568—ทีมแกนเดิม ขยายต่อคอนเวอร์เจนซ์และ 5G/ไฟเบอร์โดยไม่สะดุด

กลไกความสำเร็จ (Key Plays)
1. เริ่มจากลูกค้า—จบที่โครงสร้างรายได้: DNA นักการตลาดทำให้การตัดสินใจด้านคลื่น/แพ็กเกจ/ประสบการณ์ ถูกผูกกับพฤติกรรมผู้ใช้จริง (จาก One-2-Call!, Serenade ตั้งแต่ปี 2004 สู่ยุค 5G).
2. Convergence ที่ทำได้จริง: มือถือ + อินเทอร์เน็ตบ้าน (AIS Fibre) + บริการองค์กร—ลดความผันผวนของรายได้ ยืดอายุความสัมพันธ์ลูกค้า (LTV) และสร้าง “เครือข่ายชีวิตดิจิทัล” ครบวงจร

3. ผู้นำการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีระดับประเทศ: จาก 3G 2100 → 4G → 5G รายแรก—ช่วยยกระดับความพร้อมดิจิทัลของผู้ใช้-ธุรกิจ-รัฐ ให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น

ประวัติการศึกษา (ย่อ)
• ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (สถิติประยุกต์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การตลาด) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม
• หลักสูตรผู้บริหารเด่น: Thai IOD (เช่น RCP/DCP), Capital Market Academy

ส่งท้าย: “ส่งไม้ต่ออย่างมีแบบแผน”
ภายใต้วาระที่ยืดเพื่อความต่อเนื่องในปี 2567 สมชัยวางโรดแมปและทีมงานไว้ครบ ก่อนประกาศ ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผล 3 พ.ย. 2568—สะท้อนธรรมาภิบาลการสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) ที่ชัดเจน และทำให้ยุทธศาสตร์ มือถือ+บ้าน+องค์กร เดินหน้าต่อไม่สะดุด ในช่วงที่ไทยกำลังก้าวลึกสู่โครงสร้างพื้นฐาน 5G-ไฟเบอร์-คลาวด์

อั้ม อิราวัต เล่าบทสนทนาจากใจ กลางภารกิจต่างประเทศ 'อดีตนายกฯอิ๊ง' เลือกทำเพื่อคนไทย ก่อนครอบครัว

(1 พ.ย. 68) ‘อั้ม อิราวัต’ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ‘แพทองธาร ชินวัตร’ โดยมีใจความว่า ...

มีครั้งหนึ่ง นายกฯอิ๊ง บินไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศ
(ในฐานะนายกฯแม่ลูกอ่อน) คุณปอ ก็ไม่ได้ไป ลูกก็ไม่ได้ไป
ภารกิจครั้งนั้น นานติดกันหลายวัน

นายกฯอิ๊ง บอก “คิดถึงลูกสุดหัวใจ”

ผมถาม : ทำไม่อ่ะครับ? เขาไม่ให้เอาสามีกับลูกไปเหรอ?

นายกฯอิ๊ง : เอาไปได้ค่ะพี่หมอ จะบินแยกไปก็ได้
แต่ภารกิจนั้น ตารางแน่นมาก มันไม่เหมาะกับเวลา
ต้องใช้สมาธิใช้พลังเยอะ คิดถึงลูก คิดถึงครอบครัวก็จริง..
แต่อิ๊งคือ “นายกรัฐมนตรีของคนไทย” 

คิดถึงงานที่มาทำให้คนไทยมากกว่า และเลือกจะมาทำแล้ว
บางครั้งก็ต้องกัดฟัน อดทน ลุยงานให้ดีที่สุด..

*จากส่วนหนึ่ง ของบทสนทนาส่วนตัวของผม
กับ อดีตนายกฯ Paetongtarn Shinawatra
ตอนนั้น คุณปอ Pidok Sooksawas ก็ยืนอยู่ด้วย

ทุกท่านอ่านแล้วคิดกันเองละกันครับ
แต่สำหรับผม ยังไงผมและครอบครัว..
ก็ยังเลือก พรรคเพื่อไทย ตลอดกาล  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top