Monday, 8 June 2026
NewsFeed

‘พลังประชารัฐ’ วาง!! ‘ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล’ นั่ง!! ‘แม่ทัพเมืองหลวง’ เตรียมลุย!! ศึกเลือกตั้ง 2569

(23 ต.ค. 68) การวางแม่ทัพครั้งใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ถูกวางตัวให้เป็น แม่ทัพเมืองหลวง

พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปรับทัพครั้งใหญ่ หวังให้นายธีรชัย เป็นแม่ทัพใหญ่ในเมืองหลวง โดยให้วางยุทธศาสตร์ใหม่ในเมืองหลวง เพราะเขาคือนักเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อมั่นในระบบ เขาคืออดีตเลขาธิการก.ล.ต และนักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารแห่งประเทศไทย เขามีจุดยืนในความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการมาของเขาสะท้อนพรรคพลังประชารัฐ ที่เลือกความมีเสถียรภาพเหนือกระแส จากพักที่พึ่งอำนาจของรัฐ ไปสู่พรรคการเมืองที่มีความน่าเชื่อถือ นี่คือนิยามของพรรคพลังประชารัฐ ก้าวใหม่ที่จะเดินไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2569

‘ป๋าเต็ด’ ฟาดใส่!! ‘สมาคมฟุตบอล – รัฐบาล’ หลังปลด โค้ชทีมชาติไทย แบบฟ้าผ่า!! ลั่น!! แยกแยะไม่ออก

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) ‘ป๋าเต็ด’ โพสต์เฟซ!! เผยข้อคิด ‘ข่าวกีฬาไทยวันนี้’ ทิ่มแรง!! สมาคมฟุตบอล-รัฐบาล โดยระบุข้อความว่า …

ข่าวกีฬาไทยวันนี้

1.สมาคมฟุตบอลแยกไม่ออกระหว่างโค้ชที่ดีกับโค้ชที่ชอบ

2.รัฐบาลแยกไม่ออกระหว่างไพ่ที่เป็นการพนัน กับไพ่ที่เป็นกีฬา

I SUS…

‘ทนายเดชา’ จี้!! ตรวจสอบ มูลนิธิ ‘กัน จอมพลัง’ บี้!! สอบเพิ่มปม ‘รถหรู’ จอดที่บ้านเพียบ เสียภาษีถูกต้องหรือไม่!! ชี้!! หากทำดี อย่ากลัวการตรวจสอบ

(23 ต.ค. 68) จากกรณี กัน จอมพลัง โพสต์คลิปชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ถึงประเด็น “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” โดยระบุว่า ตนไม่ได้เป็นประธานหรือกรรมการของมูลนิธิ แต่เป็นเพียงผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดการที่ไม่มีชื่อตนอยู่ในคณะกรรมการจึงถูกมองว่าผิด ยืนยันว่าทุกฝ่ายต่างมีหน้าที่ของตน ทั้งฝ่ายทำงานและฝ่ายตรวจสอบ ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อความโปร่งใส

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ต.ค.2568 ที่ Decha&Lbs ทนายคลายทุกข์ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง กล่าวถึงกรณี มูลนิธิ “กัน จอมพลัง” ว่า ตอนนี้มีคนตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการจัดตั้งมูลนิธิ รวมถึงเงินเข้าออก ตอนนี้เริ่มมีการตรวจสอบและคิดว่าน่าจะตรวจสอบได้แล้ว โดยการจัดตั้งมูลนิธิส่วนมากการรับบริจาคก็ต้องการจะเอาเงินไปช่วยเหลือ แต่จะนำไปใช้อย่างถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องดูจากการกระทำ

ส่วนขั้นตอนระบบการทำงานของมูลนิธิกันจอมพลังเป็นอย่างไรนั้น เบื้องต้นเท่าที่ทราบจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการที่มีชื่อ ไม่ใช่ดำเนินการจากคนภายนอกเข้ามาครอบงำกิจการ และยังมีเคสตัวอย่างที่ต้องถูกยุบมูลนิธิ เนื่องจากมีการถูกครอบงำกิจการ และทรัพย์สินทั้งหมด ต้องตกเป็นของแผ่นดิน

จึงตั้งข้อสงสัยว่า “กัน จอมพลัง” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิเลยในทางกฎหมายต้องดำเนินการด้วยเสียงข้างมากของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 3 มีชื่อเพื่อนของตน 1 คน ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการมูลนิธิดังกล่าว ซึ่งไม่ค่อยรู้เรื่องราว

ตนจึงตั้งข้อสงสัยอีกว่า 3 คณะกรรมการเป็นนอมินีหรือไม่ ซึ่ง กัน จอมพลัง ไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ ไม่มีสิทธิ์มาขับเคลื่อนหรือสั่งการมูลนิธิในการทำแต่ละโครงการได้ การทำถนน หรือบังเกอร์ ต่าง ๆ ได้

ล่าสุดที่มีการออกมาเปิดเผยว่า หากเลิกมูลนิธิกันจอมพลัง จะโอนทรัพย์สินทั้งหมดไปให้ “มูลนิธิธรรมนัส” ต่อมา กัน จอมพลัง บอกว่า จะเปลี่ยนเป็นอีกมูลนิธินั้น ซึ่งไม่สามารถทำได้ จึงอยากฝากคนที่เป็นนายทะเบียนกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและออกมาชี้แจง ซึ่งกรณีที่ “กัน จอมพลัง” ออกมาพูดว่ามูลนิธิอื่นก็ทำเหมือนกัน ก็ให้เปิดชื่อมูลนิธิมาเลยว่ามีมูลนิธิไหนบ้าง ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มี

และที่มีการตั้งคำถามว่าทำไม “กัน จอมพลัง” ไม่ใช้ชื่อตัวเองเป็นกรรมการมูลนิธิ ทนายเดชา กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบว่าทำไม กัน จอมพลัง ถึงทำแบบนั้น แต่เคยสอบถามจากมูลนิธิอื่น ๆ เหมือนเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย เปรียบเหมือนนักการเมืองที่ส่วนใหญ่มักจะใช้นอมินีในการฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงภาษี

ส่วนที่ทนายเดชาโพสต์เกี่ยวกับมูลนิธิม้า ทนายเดชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ถ้าเปิดมูลนิธิมาแล้วแต่ไม่ได้บริหารจัดการเอง ให้บุคคลภายนอกจัดการก็เปรียบเทียบเหมือนการเปิดบัญชีม้า จึงฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย เนื่องจากหลักฐานชัดเจนแล้วเขาออกมายอมรับแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิ

รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยที่สามารถสั่งเรียก 3 คณะกรรมการมาดำเนินการสอบสวนได้เลย ส่วนตัวก็เป็นห่วงในเรื่องของการเบิกถอนเงินสด เช่นเดียวกับเคสหลวงพ่ออลงกต จะทำให้การตรวจสอบนั้นยากขึ้น

และหากประชาชนตั้งใจบริจาคเพราะชื่อมูลนิธิ แล้วมารู้ภายหลังว่า กัน จอมพลัง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะเข้าข่ายฐานฉ้อโกง ถึงแม้ว่าเงินดังกล่าวที่โอนไปจะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง และประชาชนได้ประโยชน์ ทนายเดชา กล่าวว่า ตรงนี้ก็ต้องไปตรวจสอบ อย่างเช่น การซื้อเสื้อเกราะ ที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า มีราคาที่ต่ำกว่าทางมูลนิธิจัดซื้อ จึงตั้งคำถามว่า เงินส่วนต่างไปตกหล่นที่ไหน

ล่าสุด กัน จอมพลัง ออกมาตัดพ้อว่า การทำความดีทำไมยากขนาดนี้ ต่อไปคงไม่มีใครกล้าทำความดีนั้น ตนขอยกตัวอย่างเช่น ทนายตั้ม ที่เปิดมูลนิธิเพื่อประชาชนถูกตรวจสอบและถูกดำเนินคดีติดคุกอยู่ตอนนี้ รวมไปถึงหลวงพ่ออลงกตที่ทำดีมา 30 ปี แต่ก็ยังถูกตรวจสอบ ดังนั้นหากทำดีอย่ากลัวการตรวจสอบ

ส่วนเรื่องที่ทนายเดชาโพสต์เกี่ยวกับรถแลมโบร์กีนีสีแดง ทนายเดชา กล่าวว่า มีคนสนิทของตน ให้ข้อมูลว่า กัน จอมพลัง มีรถหรูจอดที่บ้านอยู่หลายคัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่ามีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

รวมถึงคนในวงการลอตเตอรี่ ฝากถามถึงเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2 แสนฉบับ รายได้ 2-3 ล้านบาทต่อเดือน ว่าได้มาอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากสงสารคนรากหญ้า และยังมีหลายบริษัทที่รอการตรวจสอบ

ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนตาสว่าง ทุกครั้งที่บริจาคเงินกับคนดัง ควรดูข้อมูลให้ชัดเจนซึ่งเรื่องนี้อาจจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากไม่ดำเนินการ จึงฝากไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากตรวจสอบแล้วว่าเป็นคนดีก็ทำงานต่อไป

‘ตรีนุช’ ย้ำ!! อาชีพไกด์ ห้าม!! ต่างด้าวทำ ต้องสงวนไว้ให้ ‘คนไทยเท่านั้น’ ฝ่าฝืน!! มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท ส่งกลับประเทศ

(23 ต.ค. 68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงไฮซีซันด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่นิยมเดินทางในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์หรือผ่านบริษัทนำเที่ยว ซึ่งส่งผลให้มีผู้ประกอบธุรกิจบางรายใช้บริการไกด์หรือมัคคุเทศก์ชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะอาชีพมัคคุเทศก์หรืองานจัดนำเที่ยว เป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น และเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด ซึ่งระบุไว้ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า รัฐบาล มีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศ ซึ่งหากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลือกจ้างไกด์ต่างชาติแทนคนไทย นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายแล้วยังถือเป็นการแย่งอาชีพของคนไทยอีกด้วย เนื่องจาก งานมัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว เป็นงานที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีที่ 1 ห้ามคนต่างด้าวทำเด็ดขาดในจำนวน 27 งาน เพราะเป็นอาชีพสงวนของไทย คนต่างด้าวจึงไม่สามารถขอใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนเพื่อทำงานดังกล่าวได้ รวมทั้งหากได้รับใบอนุญาตทำงานแล้วแต่ภายหลังลักลอบทำงานมัคคุเทศก์ จะมีความผิดตามกฎหมาย

“คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และจะถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ ขณะที่นายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ  จะมีความผิดเช่นเดียวกัน โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี” นางสาวตรีนุช  กล่าว

ผู้ที่พบเห็นการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 02 354 1729 หรือที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

World Tour เดี่ยว หลัง!! เซ็นสัญญา Wasserman Music ดูแลการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก เตรียมตัวให้พร้อม ร้อง เต้น ด้วยกัน!!

(23 ต.ค. 68) สัญญาณการทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวรอบโลกเริ่มต้นขึ้นแล้ว กับศิลปินสาวมากความสามารถอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความสำเร็จระดับโลกอย่างถล่มทลายกับ BLACKPINK และยังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในอาชีพนักร้องเดี่ยว

ล่าสุด ลิซ่าได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ Wasserman Music เพื่อดูแลและเป็นตัวแทนการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก เรียกว่า เตรียมตัวให้พร้อม วอร์มนิ้วรอไว้เลย และพบกับเส้นทางใหม่ระดับอินเตอร์ของลิซ่า

ปัจจุบันสาว ๆ BLACKPINK กลับมาทัวร์คอนเสิร์ตระยะสั้นถือเป็นทัวร์คอนเสิร์ตแบบ all-stadium ครั้งแรกของวง เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ณ สนามกีฬาโกยาง ประเทศเกาหลีใต้และจะสิ้นสุดในวันที่ 26 มกราคม ณ สนามกีฬาไคตัก ในฮ่องกง

ลิซ่ามีผลงานเพลงที่ได้รับการยกย่องมากมายด้วยตัวเอง เช่น 'Rockstar' (โปรดิวซ์โดย Ryan Tedder และ Sam Homaee), 'New Woman' ร่วมกับ Rosalía, 'Born Again' ร่วมกับ Doja Cat และ Raye และ “Moonlit Floor”

นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงเดี่ยวที่ Coachella ในปีนี้ด้วย รวมถึงเป็นคว้ารางวัล K-pop เดี่ยวคนแรกทั้งในงาน MTV Video Music Awards และ MTV European Music Awards แถมปีที่ผ่านมาลิซ่ายังสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเดบิวต์การแสดงในบทบาท 'มุก' ในซีรีส์ 'The White Lotus' (ซีซัน 3) ทางช่อง HBO อีกด้วย

สมุทรปราการ-สมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ แถลงข่าวเตรียมจัดใหญ่!! งานแสดงสินค้าจากโรงงาน  FACTORY OUTLET FAIR 2025 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ภายในร้านบ้านเกาะยอ ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทางสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ เปิดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ในการเตรียมจัดงานแสดงสินค้าจากโรงงานและพี่น้องชาวใต้ FACTORY OUTLET FAIR 2025 

นายไพรัตน์ จันทร์ไชยแก้ว นายกสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าวถึงการจัดงาน โดยมี นายชาญณรงค์ รมย์ทอง เลขานุการจัดงาน พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ทองเหลือ นายอรุณ บุญเพชรทอง นายถาวร รัตนพันธุ์ คณะกรรมการฝ่ายจัดงาน และป๋าเท็ดดี้ โลโซ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้

มีสมาชิกสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว โดยสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ กำหนดการจัดงาน "สมาคมชาวใต้สมุทรปราการ Factory Outlet Fair 2025" ในวันที่ 5 - 14 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 - 23.00 น ณ ลานอเนกประสงค์ เยื้องหมู่บ้านพฤกษา 106 สมุทรปราการ ถนนตำหรุ-บางพลี ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

สำหรับวัตถุประสงค์ ทางสมาคมมีนโยบายการจัดงานขึ้นเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้รวมถึงพี่น้องประชาชน อีกทั้ง จัดหาทุนดำเนินกิจกรรมของสมาคมสู่พี่น้องชาวใต้ทั่วประเทศ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานจะนำไป จัดซื้อจัดหา วัสดุอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคที่จำเป็นนำไปมอบให้ทหารชายแดนที่กำลังปกป้องรักษาชายแดนไทย 

จากสถานกาณ์ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ และรายได้อีกส่วนหนึ่งจะดำเนินการดูแลบรรเทาทุกข์พี่น้องตามเหตุสถานการณ์ต่างๆ ต่อไป 

ทั้งนี้ การจัดงานสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ ได้ดำเนินการจัดงานมาเป็นระยะเวลาถึง 12 ปี โดยการจัดงานจะจัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมของทุกปี ในการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่น้องชาวได้ ทั้งในสมุทรปราการและพี่น้องพันธมิตรได้รวมตัวพบปะสังสรรค์ 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อส่งต่อสาธารณะประโยชน์ในเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายพบปะสังสรรค์โดยมีสมาชิกพี่น้องชาวใต้เข้าร่วมงาน รวมถึงหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ และเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนการสร้างอาชีพ การกระจายรายได้ในท้องถิ่น สนับสนุนส่งเสริม-พัฒนาความสามารถของเยาวชน ส่งเสริม-รักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานพิเศษกว่าทุกครั้ง 

โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุน จากองค์กรต่างๆ มากมาย เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น และได้รับประโยชน์ในการจัดกิจกรรม ครั้งนี้ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 2,000 คน โดยได้รับการสนับสนุนร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรม การจำหน่ายสินค้าธงฟ้า การจำหน่ายสินค้า ของใช้ อาหาร เครื่องดื่ม จากประชาชนทั่วไปบูธจัดแสดงสินค้าต่างๆ 

การประกวดดนตรีระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยมีรางวัลให้แก่ผู้เข้าประกวด เพื่อยกระดับความสามารถของเยาวชนและประชาชนเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมธุรกิจบันเทิง และยังต่อยอดให้ได้ใช้ความสามารถในการประกอบอาชีพต่อไป โดยการประกวดนี้ได้รับความร่วมมือจาก ค่ายเพลง และศิลปิน มาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน 

นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงาน งานออกร้านจากศิลปินดารา การแสดงบนเวที พบกับคอนเสิร์ต ศิลปิน 5 ธันวาคม 2568 BIG BROTHER วันที่ 4 ศิลปิน Dit Smile Buffalo-But Nursery Sound-B-Angle- Syam วันที่ 6 ธันวาคม วง ซูซู วันที่ 10 ธันวาคม ตัวตึงก๊อปปี้โชว์ วันที่ 12 ธันวาคม วงไก่กะละมัง วันที่ 13 ธันวาคม บ เบิ้ล 300 วันที่ 14 ธันวาคม รถแห่ ช.ช้าง มิวสิค ชัยภูมิ

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมวันพยาบาลแห่งชาติ มอบโล่รางวัลเกียรติคุณ และรางวัลคนดีศรีดอกปีบ

ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ต.กิติศักดิ์ สายนุช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีกล่าวอาศิรวาทราชสดุดี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดขึ้น เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2568 และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2568

น.อ.หญิงสุมาลี ไวยเนตร รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงานว่า องค์กรพยาบาลฯ ได้ให้ความสำคัญยิ่งกับพยาบาลวิชาชีพผู้ประพฤติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ที่มุ่งให้การช่วยเหลือด้านสุขภาพประชาชนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม โดยไม่หวังประโยชน์และสิ่งตอบแทนใดๆ 
และเพื่อยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบ คนดี ศรีดอกปีบของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ให้เกิดความภาคภูมิใจ และปฏิบัติตนตามรอยพระบาท ฝ่ายการพยาบาลฯ จึงได้จัดพิธีแสดงความยินดี มอบโล่รางวัลกับผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณพิเศษและรางวัลคนดีศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สำหรับพยาบาลวิชาชีพและพนักงานช่วยเหลือผู้ป่วย 

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีต่อวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และจัดให้มีกิจกรรมวิชาการ การเสวนาในโครงการ “Healthy habits for aging สุขกายสุขใจวัยเก๋า” โดยเผยแพร่ความรู้สำหรับผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป ในการดูแลสุขภาพตนเอง การค้นหาความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน อาทิ การป้องกันการหกล้ม การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยภายในบ้าน 

อีกทั้งจัดนิทรรศการแสดงบอร์ดพระราชกรณียกิจเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า บอร์ดวิชาการทางด้านสุขภาพ และบูทกิจกรรมสุขภาพจำนวน 10 บูท ถวายเป็นพระราชกุศลฯ 

พล.ร.ต.กิติศักดิ์ สายนุช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เน้นย้ำว่า การทำงานของพยาบาลคือ การสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ต้องใช้ความเสียสละ กรุณา และยึดมั่นในหลักคุณธรรม น้อมนำและดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในฐานะ "พยาบาลของพระราชา" ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ป.ป.ส. ซ้อนแผนรวบหนุ่มอังกฤษคาคอนโดหรู! ยึดโคเคน 1.1 กก. มูลค่ากว่า 3 ล้าน เตรียมปล่อยต่อนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงผลปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลังสนธิกำลังร่วมกับ ขว.ทบ. และ ขกท.ศปก.ทภ.1 ซ้อนแผนจับกุมชายชาวอังกฤษ วัย 25 ปี ได้คาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมของกลาง โคเคน 1.1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ที่ลักลอบนำเข้ามาผ่านพัสดุไปรษณีย์ เตรียมส่งต่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกลุ่มปาร์ตี้

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตรวจพบพัสดุต้องสงสัยจากต่างประเทศ ซุกซ่อนโคเคนภายในกล่องน้ำหนักรวม 1,100 กรัม ระบุชื่อผู้รับเป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อตรวจสอบกับคอนโดฯ กลับไม่พบชื่อผู้พักอาศัยดังกล่าว จึงแจ้งให้ไปรษณีย์มารับคืน ทันใดนั้นชายชาวอังกฤษได้ปรากฏตัวลงมาขอรับพัสดุ ทำให้ชุดสืบสวนที่เฝ้าซุ่มอยู่เข้าควบคุมตัวทันที

จากการตรวจค้นภายในห้องพักยังพบ กัญชาเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง จึงแจ้งข้อหา “นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวย้ำว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่าไทยจะไม่ยอมให้ถูกใช้เป็นแหล่งพักหรือแพร่กระจายยาเสพติดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยาเสพติดกลุ่ม Club Drugs อย่างโคเคน ยาอี คีตามีน แฮปปี้วอเตอร์ หรือแก๊สหัวเราะ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงในสถานบันเทิง เราได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามอย่างเข้ม เพื่อปกป้องสังคมและเยาวชนจากภัยยาเสพติดทุกรูปแบบ”

‘ผู้สูงอายุญี่ปุ่น’ แห่!! กลับทำงาน ตั้งเป้าทำงานถึง 90 ปี เพื่อความมั่นคง และคุณค่าในสังคม

(23 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Japan - แจนแปล’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ความจริงเบื้องหลังบำนาญญี่ปุ่น: "เงินไม่พอใช้" คนแก่แห่กลับไปทำงาน-ตั้งเป้า "อยากทำงานถึง 90 ปี"เรื่องจริงหลังวัยเกษียณที่ญี่ปุ่น …

ชายวัย 67 ปีคนหนึ่ง เคยทำงานบริษัทขนส่งมาทั้งชีวิต แกตัดสินใจลาออกมาพักเมื่อ 2 ปีก่อน ตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างสงบด้วยเงินบำนาญ แต่พอใช้จริง ๆ กลับรู้สึกไม่มั่นคงเลย เงินที่ได้มามันไม่พอใช้จ่ายเหมือนเมื่อก่อน สุดท้ายแกเลยต้องกลับไปหางานทำอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ทำงานต่อเพื่อเก็บเงินไว้ใช้เติมความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ

• เช่น ไว้ไปเที่ยวบ้าง ไว้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง อีกด้านหนึ่ง มีชายวัย 89 ปี ที่ใช้ชีวิตแบบต้องคุมเข้มทุกอย่าง ค่าอาหารต่อวันต้องไม่เกิน 500 เยน ต้องใช้ชีวิตประหยัดสุด ๆ แต่แกก็ยังพอมีมุมที่ทำให้มีความสุขได้บ้าง คือการไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อน ๆ สัปดาห์ละครั้ง 

•แกบอกว่า “แค่ได้ร้องเพลงกับเพื่อน ๆ แค่นี้ก็พอแล้ว”

นี่คือภาพชีวิตจริงของผู้สูงอายุญี่ปุ่นในยุคที่ “เงินบำนาญอย่างเดียวอยู่ไม่ได้”
หลายคนจึงเลือกที่จะกลับไปทำงาน ทั้งที่เลยวัยเกษียณมานานแล้ว
บางคนบอกว่า “จะทำงานไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว” เหตุผลไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่มันคือความต้องการที่จะมีคุณค่า ไม่เป็นภาระใคร และได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม

• จากตัวเลขสถิติตอนนี้
ญี่ปุ่นมีคนอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 36 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมด และจำนวนคนแก่ที่ยังต้องทำงานก็เพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2024 นี้มีคนสูงอายุทำงานมากถึง 9.3 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
• งานวิจัยของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่า
ประมาณ 4 ใน 10 ของผู้สูงอายุที่ยังทำงานอยู่ ให้เหตุผลว่า “อยากทำงานไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว” เหตุผลในการทำงานต่อไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องรายได้เท่านั้น แต่รวมไปถึงการรักษาสุขภาพ การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น และการรู้สึกว่าตัวเองยังมีส่วนร่วมในสังคม

ปัจจุบัน คนอายุ 65–69 ปีในญี่ปุ่นกว่าครึ่งยังคงมีงานทำอยู่ ส่วนช่วงอายุ 70–74 ปี ก็ยังมีเกือบหนึ่งในสามที่ยังทำงาน และแม้แต่คนอายุเกิน 75 ปี ก็ยังคงมีบางส่วนที่ไม่หยุดทำงาน เพราะสำหรับผู้สูงอายุหลายคน การทำงาน มันคือวิธีที่ทำให้พวกเขายังมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างมีความหมาย…

กมธ.ทหารฯ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง 'เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS'

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) เวลา 08.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม หมายเลข 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS” โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน โอกาสนี้ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เข้าร่วมงานเสวนา พร้อมด้วย สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการฯ อนุกรรมาธิการฯ ผู้ปฏิบัติงานให้แก่สมาชิกวุฒิสภา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ภายใต้มิติของ CLASS เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ได้กลายเป็นโอกาส และความท้าทายในการสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ โดยผลการเสวนาทางวิชาการในวันนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะได้แนวความคิด อันเป็นที่มาของข้อเสนอเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยคนไทยเพื่อประเทศไทย

สำหรับการจัดเสวนาทางวิชาการในช่วงเช้า มีการอภิปรายในหัวข้อ “เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS (Cyber-Land-Air-Space-Sea)” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลโท ชาติชาย ชัยเกษม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Cyber พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Land พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Air และพลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Sea โดยมี นายก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการข่าวไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินรายการ

ส่วนในช่วงบ่าย มีจัดการอภิปราย หัวข้อ “หมุดหมายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ นายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย และ CEO บริษัท ASIMAR พลอากาศเอก สุพิจจารณ์ ธรรมวาทะเสรี อดีตรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ดร.กตัญญู กลับสุวรรณ นายกสมาคม Smart Cities Thailand และผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีและนวัตกรรม นายกฤต กุลหิรัญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด นายภาคย์ บุญยุบล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการดาวเทียม บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

การเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ นักวิชาการ และภาคเอกชน ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามและโอกาสใหม่ ๆ ภายใต้บริบทเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 และกรอบมิติความมั่นคง CLASS (Cyber-Land-Air-Space-Sea) โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงแห่งชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาต้นแบบระบบอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อวางยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีและการป้องกันประเทศที่ทันสมัย เชื่อมโยงทุกมิติความมั่นคง ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top