Monday, 8 June 2026
NewsFeed

ซีเกมส์ไทย 2025!! สู่!! มาตรฐานโอลิมปิก ท่ามกลาง!! ความขัดแย้งชายแดน เดิมพันใหญ่ของกีฬาอาเซียน กีฬา ความปลอดภัย บทบาททางการทูต ในห้วงเวลาที่ความตึงเครียดยังไม่จางหาย

(19 ต.ค. 68) ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ ซีเกมส์ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 ครอบคลุม ‘กรุงเทพฯ–ชลบุรี–สงขลา’ ภายใต้แนวคิด “ซีเกมส์มาตรฐานใหม่” ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ใช้โครงสร้างการแข่งขันตามกติกาใหม่ของ สหพันธ์กีฬาซีเกมส์ (SEAGF) ที่เน้นการยกระดับให้เทียบเท่ากับเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก

ยกระดับเทียบโอลิมปิก: 50 กีฬา 574 อีเวนต์
นับจากปี 2025 เป็นต้นไป SEAGF บังคับใช้โครงสร้างใหม่ โดยทุกชาติเจ้าภาพต้องจัดการแข่งขันอย่างน้อย 36 ชนิดกีฬา โดยกรีฑาและกีฬาทางน้ำเป็นข้อบังคับ พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วน “กีฬาโอลิมปิก–เอเชียนเกมส์” เพื่อจำกัดการแทรก “กีฬาท้องถิ่นเพื่อโกยเหรียญ” แบบที่เคยเป็นข้อถกเถียงในอดีต
สำหรับปีนี้ ไทยยืนยันจัดการแข่งขันรวม 50 ชนิดกีฬา 574 อีเวนต์ แบ่งเป็น 278 ประเภทชาย, 241 ประเภทหญิง และ 55 ประเภทผสม/โอเพ่น สะท้อนความพยายามปรับโครงสร้างการแข่งขันให้แฟร์ โปร่งใส และเป็นสากลมากขึ้น

พิธีเปิด–ปิด ‘ย้าย’ สู่ราชมังฯ สอดรับมาตรการความมั่นคง
แม้แผนเดิมจะกระจายพิธีเปิด–ปิดในหลายเมือง แต่ล่าสุด คณะกรรมการจัดงานฯ ประกาศย้ายทั้งสองพิธีมายัง ราชมังคลากีฬาสถาน อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อความสะดวกในการควบคุมฝูงชน ดูแลแขกเหรื่อระดับผู้นำ และรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
ขณะที่การแข่งขันจะกระจายตามศูนย์กีฬาใน กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา ซึ่งอยู่ในระยะควบคุมของเจ้าหน้าที่ และพร้อมรองรับผู้ชมจากทั่วภูมิภาค
.
5 ไฮไลต์ที่ต้องจับตาในซีเกมส์ไทย
1. ศึกเหรียญดุเดือดขึ้น – เมื่อช่องว่างในการเลือกกีฬาท้องถิ่นลดลง การแข่งขันในชนิดกีฬาหลักอย่าง กรีฑา ว่ายน้ำ จักรยาน จะตัดสินชัยชนะในตารางเหรียญมากขึ้น เวียดนามและอินโดนีเซียจึงถูกมองว่าเป็นผู้ท้าชิงสำคัญ แม้ไทยจะได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพ
2. ดาวดังถอนตัว—สมดุลเปลี่ยน – ซูเปอร์สตาร์ยิมนาสติกอย่าง คาร์ลอส ยูโล จากฟิลิปปินส์ ยืนยันไม่เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ ส่งผลต่อจำนวนเหรียญของฟิลิปปินส์ในชนิดกีฬาดังกล่าว และอาจโยกคะแนนไปสู่ไทยหรือเวียดนามมากขึ้น
3. MMA มาแรงแบบเดโม – Mixed Martial Arts (MMA) ถูกบรรจุเป็นกีฬาสาธิต (Demo Sport) โดยไม่นับรวมเหรียญ แต่ได้รับความสนใจสูงจากผู้ชม โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีฐานแฟนกีฬาต่อสู้จำนวนมาก อาจปูทางสู่การบรรจุในอนาคต
4. มาตรฐานเข้มทั้งสนามและกติกา – เว็บไซต์ซีเกมส์ไทยเริ่มทยอยปล่อยตารางแข่งขันและสถานที่จัดอย่างเป็นทางการ ขณะที่ “แฮนด์บุ๊กเทคนิค” รายชนิดกีฬาระบุโควตา–กติกาไว้อย่างชัดเจน เพื่อลดความคลุมเครือในการแข่งขัน
5. ซีเกมส์เชื่อมสู่เวทีโลก – การใช้โครงสร้างการแข่งขันที่ใกล้เคียงโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์มากขึ้น สร้างโอกาสให้ชาติอาเซียนเตรียมความพร้อมเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

เงาทางการเมือง: ไทย–กัมพูชา ตัวแปรสำคัญนอกสนาม
ท่ามกลางความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาที่ปะทุขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม มีรายงานเหตุปะทะและเหตุระเบิดตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก แม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิงผ่านกรอบ ASEAN Summit ปลายเดือนตุลาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่สถานการณ์ยังคงจับตา
การย้ายพิธีเปิด–ปิดสู่พื้นที่ควบคุมอย่างราชมังคลาฯ และการคัดเลือกสนามที่ปลอดภัย จึงเป็นการสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงในเชิงความมั่นคง โดยหากข้อตกลงหยุดยิงประสบความสำเร็จ อาจช่วยลดแรงกดดันและฟื้นโฟกัสกลับสู่ “กีฬา” ได้มากขึ้น

โอกาสของไทยในสนามเหรียญ–และสนามภาพลักษณ์
ซีเกมส์ 2025 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะใช้เวทีนี้ยืนยันความพร้อมทั้งในมิติ กีฬา ความปลอดภัย และบทบาททางการทูต โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ความตึงเครียดระดับภูมิภาคยังไม่จางหาย
นอกเหนือจากความหวังบนตารางเหรียญ การเป็นเจ้าภาพที่มีมาตรฐานและความโปร่งใส จะส่งสัญญาณถึงบทบาทนำของไทยในอาเซียนในยุคที่กีฬาและการเมืองไม่สามารถแยกขาดจากกันได้อีกต่อไป

อปริหานิยธรรม 7 บทเรียนการเมือง จากพระพุทธเจ้า

(20 ต.ค. 68) ดร.อธิป อัศวานันท์ ได้โพสต์คลิปลง TikTok เกี่ยวกับ อปริหานิยธรรม 7 บทเรียนการเมืองจากพระพุทธเจ้า ที่ยังใช้ได้จริงทุกวันนี้ โดยในคลิปนั้นมีใจความว่า ...

ท่านทั้งหลายเคยทราบไหมครับว่า พระพุทธเจ้าของเรา เคยให้คำแนะนำทางการเมือง เกี่ยวกับการปกครอง ที่จะนำไปสู่ความเจริญของบ้านเมือง และนี่ก็คือ เรื่องราวของ อปริหานิยธรรม 7

พระพุทธเจ้า เคยกล่าวว่า ความแข็งแกร่งจากบ้านเมือง มาจากเหตุและปัจจัยเหล่านี้ พระพุทธเจ้า ทรงแสดงหลักการ 7 ประการ ที่ทำให้สังคมไม่เสื่อมถอย อปริหานิยธรรม 7

ประการแรก การหมั่นประชุมศึกษา นี่ไม่ใช่แค่การนั่งคุยกัน แต่เป็นการระดมสติปัญญา แลกเปลี่ยนมุมมอง หาทางออกร่วมกัน องค์กรที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันไม่มีที่ไหนเลยที่ไม่มีการประชุมปรึกษาหารือกัน

ประการที่ 2 ความพร้อมเพียงกัน มาประชุมก็มาพร้อมกัน เลิกก็เลิกพร้อมกัน ทำงานก็ทำด้วยกัน ไม่แตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่มีการเล่นพวก นี่คือพลังของความสามัคคีที่แท้จริง

ประการที่ 3 การเคารพกติกาที่มีอยู่ ไม่แก้ กฎระเบียบตามอำเภอใจ ไม่ยกเลิกสิ่งดีๆที่มีอยู่แล้ว นี่คือหลักนิติธรรมที่เราพูดถึง เราพูดกันบ่อย ในปัจจุบัน ทุกคนอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎ

ประการที่ 4 การเคารพผู้อาวุโส ผู้มีประสบการณ์ แต่ไม่ใช่การเชื่อฟังแบบหุ่นยนต์ เป็นการรับฟังด้วยเหตุผล เพราะท่านเหล่านั้นผ่านอะไรมามาก มีภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การเรียนรู้

ประการที่ 5 การไม่ข่มเหง หรือละเมิดสตรี สังคมที่ดี ต้องให้ความเคารพและปกป้องทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่า นี่คือเครื่องชี้วัดความศิวิไลซ์ ของสังคมนั้น ๆ

ประการที่ 6 การรักษาประเพณี วัฒนธรรม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเหล่านี้คือจิตวิญญาณของชุมชน เป็นสิ่งที่ยึดโยงให้คน รู้สึกเป็นพวกเดียวกัน มีรากแก้วร่วมกัน

และประการสุดท้าย การอุปถัมภ์คนดีมีศีลธรรม นักบวช นักปราชญ์ ผู้ทรงคุณธรรม เพราะคนเหล่านี้ คือเข็มทิศทางจริยธรรมของสังคม เมื่อสังคมให้คุณค่ากับคนดี คนดีก็จะเพิ่มขึ้น

และนี่ก็คือข้อคิดที่ลึกซึ้งมาก ข้าศึกศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่กองทัพจากภายนอก แต่เป็นความแตกแยกจากภายใน ประเทศที่แข็งแกร่ง ไม่ได้แพ้ใคร แต่แพ้ตัวเอง แพ้เพราะลืมหลักการพื้นฐานเหล่านี้

หลักการนี้คล้ายกับหลักประชาธิปไตยในสมัยใหม่มาก แต่จริง ๆ แล้ว มันลึกซึ้งกว่านั้น มันไม่ได้พูดถึงแค่ระบบการเมือง แต่พูดถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมและค่านิยมที่ทำให้สังคมเข้มแข็ง
.
ลองมองรอบตัวเราในวันนี้ ทั้งในระดับครอบครัว องค์กร หรือประเทศ เรายังคงรักษาหลักการเหล่านี้อยู่หรือไม่ เรายังพูดคุยปรึกษากันอยู่หรือเปล่า หรือต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง มีความเชื่อแบบสุดโต่งของตัวเอง เรายังเคารพกติการ่วมกันหรือไม่ หรือใครมีอำนาจก็ แก้กฎระเบียบได้ตามใจชอบ เรายังให้คุณค่ากับคนดี มีคุณธรรมอยู่หรือเปล่า หรือกลับไปยกย่องคนที่ร่ำรวย และมีอำนาจ โดยไม่สนใจว่า มาด้วยวิธีไหน

โฆษกยุคใหม่!! พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ ข้อมูลแน่น สื่อสารเร็ว ชัดเจน เชื่อถือได้ รับมือวิกฤตชายแดน สู้!! ข่าวลวง ด้วยข้อเท็จจริง ปกป้องอธิปไตย เพื่อคนไทยทุกคน ยกระดับการสื่อสาร!! ปีแห่งความพร้อมรบ

(19 ต.ค. 68) ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เคลื่อนไหวรวดเร็ว ความขัดแย้งชายแดนกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวในทุกวินาที และโลกออนไลน์ก็ต้องเปลี่ยนโครงสร้างของ ‘ข่าว’ ให้ต้องตอบสนองทันที

บทบาทของโฆษกกองทัพเรือจึงไม่ใช่แค่ผู้แถลง แต่คือ ‘ผู้นำด้านการสื่อสารความมั่นคง’ ที่ต้องไว วางใจได้ และรักษาสมดุลของชาติ

กองทัพเรือไทยเปิดตัว ทีมโฆษกชุดใหม่ ภายใต้แนวนโยบายปีแห่งความพร้อมรบ โดยมี พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ดำรงตำแหน่ง ‘โฆษกกองทัพเรือ’ อย่างเป็นทางการ พร้อมบทบาทสำคัญในการวางมาตรฐานการสื่อสารในยุคที่ความมั่นคงทางทะเล กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการจับตาจากทั้งในและนอกประเทศ

ประสบการณ์จริง ทักษะครบ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์
ชื่อของ ‘พล.ร.ต. ปารัช’ ไม่ใช่หน้าใหม่ในสายงานสื่อสารและยุทธศาสตร์ เขาคือหนึ่งในนายทหารเรือที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องจาก ‘สายปฏิบัติการ–ประชาสัมพันธ์–สื่อสารยุทธศาสตร์’ ของกองทัพเรือ
•    อดีต ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สลก.ทร.
•    อดีตรองเลขานุการกองทัพเรือ
•    ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
•    บูรณาการข้อมูลและการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ในภารกิจสำคัญระดับประเทศ
เขาคือ ‘คนทำงานตัวจริง’ ที่เคยลงพื้นที่แถลงความคืบหน้าประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจริง ภาพถ่าย และลำดับเหตุการณ์ที่ตรวจสอบได้ สร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมว่า ทุกคำพูดของกองทัพเรือ มีที่มาที่ไป และมีเจตนารมณ์เพื่อความสงบสุขของชาติ

กรอบแนวทาง “โฆษกยุควิกฤต” สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่แค่การแถลง
ภายใต้การนำของ พล.ร.ต. ปารัช ทีมโฆษกกองทัพเรือถูกวางกรอบการทำงานใหม่ให้ เป็นมืออาชีพ เข้ากับยุคข่าวสารความเร็วสูง ได้แก่:
•    Facts First, Fast  ยืนยันความจริงก่อน ดำเนินการสื่อสารภายใน 1–2 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์เกิดขึ้น
•    One Voice, Many Channels  สื่อสารข้อมูลเดียวกันผ่านหลายช่องทาง แต่มี “ศูนย์กลางเสียงเดียว”
•    หลักฐานภาพ–แผนที่–พิกัดจริง  ใช้ภูมิสารสนเทศ-ดาวเทียมยืนยันข้อเท็จจริง ลดการถกเถียงในพื้นที่สีเทา
•    ระวังถ้อยคำทางการทูต–เข้าใจชุมชนชายแดน  พูดชัด แต่ไม่ยั่วยุ
•    ประเมินความเชื่อมั่นของสาธารณะ  มี KPI วัดความรู้สึก–ปฏิกิริยาของประชาชนต่อการสื่อสารแต่ละเหตุการณ์

สื่อสารเพื่อสันติภาพ แต่ไม่ละเลยอธิปไตย
บทบาทของโฆษกกองทัพเรือในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการ ‘พูดแทนองค์กร’ แต่คือ การเป็นสะพานข้อมูลที่ซื่อสัตย์ ระหว่างหน่วยปฏิบัติการกับสังคม ให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพเรือไทยกำลังปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างสงบ สุขุม และมืออาชีพ

ด้วยบุคลิกสุขุมนุ่มลึก แต่ยึดมั่นในหลักการ พล.ร.ต. ปารัช ได้รับความเชื่อมั่นว่า จะเป็นโฆษกที่ ‘ไม่หวือหวาแต่ชัดเจน’ ไม่เพียงนำข้อเท็จจริงมาอธิบายต่อสังคม แต่ยังจะสื่อสารให้ เห็นภาพ เข้าใจง่าย และเชื่อถือได้ พร้อมเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤต

โฆษกมืออาชีพ ในสมรภูมิความไว้วางใจ
ในยุคที่ ‘ข่าวปลอม’ แพร่เร็วกว่าข้อเท็จจริง และ ‘ความรู้สึก’  มีอิทธิพลไม่แพ้ ‘ข้อมูล’ โฆษกกองทัพเรือจึงต้องเป็นมากกว่าแหล่งข่าว แต่คือ ‘ตัวแทนความน่าเชื่อถือ’ ขององค์กรที่ประชาชนไว้วางใจ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ จึงไม่ใช่แค่เพียง คนมานั่งถือไมค์ แต่นี่คือ ‘หลักยึดของข้อมูล’ ในวันที่ประเทศกำลังเผชิญความท้าทายทางชายแดน

เสียงของเขาจะชัดเจน หนักแน่น และรักษาสมดุลได้ในทุกย่างก้าว เพื่อชาติและประชาชนไทย

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รับมอบเงินกว่า 1.7 ล้าน งานบุญทอดกฐินสามัคคีวัดธรรมสถิตย์ เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์

วันที่ 19 ต.ค.68 พลเรือตรี กิติศักดิ์  สายนุช ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วย รอง ผอ.รพ.ฯ ฝ่ายบริหาร และกำลังพลผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมกิจกรรมงานบุญกฐินสามัคคี ณ วัดธรรมสถิต ต.สำนักทอง อ.เมือง จว.ระยอง

เพื่อเป็นการตอบแทนคุณพระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ ที่มีเมตตาช่วยเหลืองานบุญของ รพ.ฯ มาโดยตลอด และในครั้งนี้ หลวงปู่ ได้ให้ความเมตตาร่วมกับผู้บริหารและพนักงานบริษัทในเครือ THE NIYA CORPORATION เป็นเจ้าภาพบริจาคเครื่องวัดออกซิเจนในสมองในระหว่างการผ่าตัดหัวใจ (Cerebral Oximeter) มูลค่ารวม 
1,070,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดหมื่นบาท) โดยมี ผอ.รพ.ฯ เป็นผู้แทนในการรับมอบในครั้งนี้
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

หมู่เรือฝึก นนร.จีน ขอบคุณ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ดูแล นนร.จีน บาดเจ็บระหว่างการฝึก

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 นาวาเอกพัลลภ สุภากรณ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ฝ่ายบริหาร ให้การต้อนรับผู้แทนจาก คณะหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือจีน (นนร.จีน) มอบของที่ระลึก เพื่อเป็นการขอบคุณ ในโอกาสที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ให้การดูแลรักษานักเรียนนายเรือจีน ที่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการฝึก และเป็นการขอบคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ ในการเข้าศึกษาดูงาน สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรียิ่ง ในครั้งนี้ 

สำหรับ หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือจีน ประกอบด้วยเรือ CNS QI JIGUANG (83) และ CNS YIMENG SHAN (988) มีกำหนดเข้าเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-20 ต.ค.68 โดยจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จว.ชลบุรี 
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี รายงาน 0909535645

Harry Maguire จากตัวตลกแห่งโลกออนไลน์ สู่ฮีโร่แห่งเกียรติยศ สร้างความภูมิใจ แก่แฟนปีศาจแดงทั้งโลก

(21 ต.ค. 68) ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยสามารถถูกขยายและส่งต่อด้วยความเร็วแสง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (Harry Maguire) ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของปรากฏการณ์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงเวลาหนึ่ง ชื่อของเขาไม่ได้ถูกกล่าวถึงในฐานะกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก หรือเสาหลักของทีมชาติอังกฤษ แต่กลับกลายเป็น 'มีม' และเป้าของการล้อเลียนในโลกออนไลน์อย่างโหดร้ายทารุณ

ยุคมืด: เมื่อคำวิจารณ์กลายเป็นการด้อยค่าและนำไปสู่เสียงหัวเราะ

นับตั้งแต่ย้ายมาสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2019 ด้วยค่าตัวสถิติโลกสำหรับกองหลัง อาชีพของแม็กไกวร์ก็ถูกฉาบด้วยแรงกดดันมหาศาล ความผิดพลาดในสนามถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดและกลายเป็นการผลิตซ้ำในโลกโซเชียล มีมที่ล้อเลียนการเคลื่อนไหวที่ดูเชื่องช้า การสกัดที่ผิดพลาด หรือการทำเข้าประตูตัวเอง ได้สร้างภาพลักษณ์ของเขาให้เป็น 'ตัวตลก' แห่งวงการลูกหนัง คำวิจารณ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลงานในสนาม แต่ลามไปถึงชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ความกดดันเหล่านี้หนักหนาและบดขยี้เขาจนคนภายนอกแทบจะจินตนาการไม่ออกว่าเขาต้องเผชิญกับมันอย่างไรในแต่ละวัน ถึงแม้จะถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันทีมและตกเป็นตัวเลือกสำรองในช่วงฤดูร้อนปี 2023 แต่ท่ามกลางความพ่ายแพ้และเสียงเยาะเย้ย สิ่งหนึ่งที่แม็กไกวร์ไม่เคยทำคือ การถอดใจยอมแพ้

แสงสว่าง: การกลับมาที่เงียบงันแต่ทรงพลัง

ในช่วงที่หลายคนคาดการณ์ว่าเขาจะย้ายทีมและจบอาชีพในโอลด์ แทรฟฟอร์ดอย่างน่าผิดหวัง แม็กไกวร์กลับเลือกที่จะก้มหน้าทำงานหนักอย่างเงียบ ๆ เขาปฏิเสธโอกาสย้ายทีมที่สามารถทำให้เขาหลีกหนีจากแรงกดดัน และเลือกที่จะเชิดหน้าต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองในทีมที่เขารักต่อไป การบาดเจ็บของเพื่อนร่วมทีมเปิดประตูให้เขาได้กลับมายืนในแนวรับอีกครั้ง และนี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าประทับใจที่สุด เขาไม่ได้กลับมาพร้อมคำพูดที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีการโพสต์อะไรลงโซเชียลมีเดียให้เยิ่นเย้อ แต่แม็กไกวร์กลับมาพร้อมกับผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนาม 

ทันใดนั้น โลกฟุตบอลก็เริ่มเห็นแฮร์รี่ แม็กไกวร์คนเดิม—กองหลังที่แข็งแกร่งในการดวลตัวต่อตัว แม่นยำในการจ่ายบอลขึ้นหน้า ทรงพลังในการเล่นลูกกลางอากาศ และเมื่อไหร่ที่ทีมต้องการประตูในเวลาวิกฤต เขาจะอยู่ตรงนั้นเสมอที่หน้าปากประตูคู่แข่งเพื่อเป็นเป้าหมายแห่งความหวังที่เพื่อนร่วมทีมจะเปิดบอลเข้าไปให้เขาเสมอ  แม็กไกวร์แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่หายไปนาน การอ่านเกมที่เฉียบขาด และความทุ่มเทที่ส่งผลให้เขาได้รับรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก ในเดือนพฤศจิกายน 2023  และเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่านมาถึงยุคของกุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันอย่าง รูเบน อโมริม แม็กไกวร์มักจะถูกส่งลงสนามในช่วงเวลาสำคัญๆเสมอ ไม่ว่าจะในบทบาทตัวจริงหรือตัวสำรอง นี่ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาอีกครั้ง 

จากกำแพงแนวรับ สู่ฮีโร่ผู้โหม่งประตูชัย 'ศึกแดงเดือด'

หากยังมีใครกังขาในสปิริตและความสามารถของเขา การแข่งขัน 'แดงเดือด' นัดล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมาหมาดๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกไปเยือนลิเวอร์พูลถึงแอนฟิลด์ และสามารถคว้าชัยชนะได้ 2-1 คือบทพิสูจน์ที่ไม่มีข้อกังขาถึงคุณค่าในตัวตนของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ผู้สวมบทบาทเป็นมากกว่ากองหลังในเกมนี้ และนี่คือผลงานอันโดดเด่นของเขาจากแมตช์แห่งศักดิ์ศรีและเกียรติยศนี้

1. ผู้นำในแนวรับ: ตลอดทั้งเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดถูกบีบให้ตั้งรับอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง แม็กไกวร์คือผู้ที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงที่สุด เขาเข้าสกัดได้เด็ดขาด จัดการกับลูกครอสอันตรายด้วยความมั่นใจ และมีการอ่านเกมล่วงหน้าที่ยอดเยี่ยม การป้องกันของเขาคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งในจังหวะที่ ลิเวอร์พูลยิงชนเสาชนคานถึงสามครั้ง

2. ผู้ทำประตูชัย: ในนาทีที่ 84 หลังลิเวอร์พูลตีเสมอได้สำเร็จ ความกดดันถาโถมเข้าใส่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทีมเยือนอีกครั้ง แต่แล้วความพยายามของแม็กไกวร์ก็ได้รับรางวัลสูงสุด เมื่อลูกครอสอันชาญฉลาดจาก บรูโน แฟร์นันด์ส ลอยเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่พุ่งตัวโหม่งด้วยพละกำลังและความเด็ดขาด ลูกพุ่งเสียบมุมเป็นประตูชัย 2-1 ที่สำคัญที่สุดในฤดูกาลนี้ ประตูนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นการยุติสถิติอันยาวนานถึง 10 ปี ที่แมนฯ ยูไนเต็ดไม่สามารถบุกมาชนะในเกมลีกที่แอนฟิลด์ได้

การพิสูจน์ตัวตน คุณค่าของความพยายามและการไม่ยอมแพ้ “ครั้งแล้วครั้งเล่า”

ประตูชัยของแม็กไกวร์ในเกมใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า 'ตัวตลก' ในโลกออนไลน์ได้หายไปแล้ว และแทนที่ด้วย 'ฮีโร่' ที่กล้าหาญและไม่เคยยอมก้มหัวให้แก่คำดูถูกใด ๆ

บทเรียนแห่งความอดทน

เส้นทางของแฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักฟุตบอลที่กลับมาทำผลงานได้ดีหลังจากฟอร์มตก แต่มันคือเรื่องราวที่ทรงคุณค่าและน่าประทับใจยิ่งกว่านั้น มันคือบทพิสูจน์ของ ความทรหดอดทนทางจิตใจ (Mental Fortitude) ในยุคที่คนส่วนใหญ่จะเลือกหลีกหนีหรือตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่แม็กไกวร์กลับเลือกอีกเส้นทางหนึ่งที่ยากลำบากและท้าทายความเป็นลูกผู้ชายมากกว่า นั่นคือการก้มหน้าทำงานหนักเพื่อปรับปรุงตัวเอง แบกรับทุกความกดดันและเสียงเยาะเย้ยถากถางจากคนทั้งโลกและเปลี่ยนมันให้เป็นพลังส่งตัวเองสู่ความสำเร็จไม่ใช่แค่ของตัวเอง แต่ของทั้งทีมและทั้งสโมสร 

แม้ในเวลาที่เสียงก่นด่าและดูถูกจะประดังเข้าหาจากทุกสารทิศแต่แม็กไกวร์ก็ไม่เคยตอบโต้ด้วยคำพูดใด ทุกคำที่กล่าวถึงสโมสร โค้ช เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล (ที่ด้อยค่าเขาอย่างหนัก) มีแต่ถ้อยคำที่ให้เกียรติและขอบคุณอย่างจริงใจ เขาได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จาก 'ตัวตลก' ที่ทุกคนหัวเราะใส่ ให้กลายเป็น 'ฮีโร่' ผู้เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับทุกคนที่เคยถูกตัดสินหรือถูกมองข้าม ว่าตราบใดที่เรายังคงสู้และทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อ วันแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจจะมาถึงอย่างแน่นอน และประตูชัยที่แอนฟิลด์ในช่วงเวลาแห่งโชคชะตาในวันนั้น จะถูกจดจำไปตลอดกาล ว่าคือช่วงเวลาที่กองหลังที่ถูกเยาะเย้ยด้อยค่าอย่างต่ำต้อยดุจธุลีดิน ได้กลับขึ้นมาผงาดจากฝุ่นผงแห่งความอดทนและการทุ่มเททำงานหนักจนกลายเป็นผู้กอบกู้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนที่เคยดูหมิ่นเขามาก่อนด้วยเช่นกัน

ทรัมป์ลั่นกลางวงสื่อ!! ชี้ ยูเครนไม่มีทางชนะรัสเซียในสมรภูมิที่ยืดเยื้อ เผยแผนเร่งส่งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลีย พร้อมเดินหน้าดีลการค้ากับ ‘สี จิ้นผิง’ แต่ขู่จีน หากไม่ตกลง เตรียมเจอภาษีโหด 157% จากสหรัฐฯ

(21 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (20 ต.ค.) ว่า ไม่เชื่อยูเครนจะสามารถเอาชนะรัสเซียได้ในสงครามที่ยืดเยื้อ พร้อมระบุว่า “พวกเขายังอาจชนะได้ แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นไปได้” ซึ่งท่าทีดังกล่าวสะท้อนมุมมองที่ค่อนข้างสิ้นหวังต่อแนวรบของยูเครน ท่ามกลางความพยายามของชาติตะวันตกในการส่งอาวุธและความช่วยเหลือต่อเนื่อง

โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์ระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีแอนโธนี่ อัลบาเนซี (Anthony Albanese) ของออสเตรเลีย โดยทั้งสองฝ่ายหารือความร่วมมือด้านความมั่นคง ภายใต้ข้อตกลง AUKUS และการเร่งส่งมอบเรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐฯ ให้แก่กองทัพออสเตรเลีย ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่า “กำลังเดินหน้าอย่างเร่งด่วน” นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงแผนสร้างฐานซ่อมบำรุงเรือดำน้ำแห่งใหม่ในออสเตรเลีย มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าจะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่เกาหลีใต้ในเร็ว ๆ นี้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปข้อตกลงการค้าที่ “ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย” พร้อมเตือนว่าหากจีนไม่ยอมตกลง จะต้องเผชิญภาษีนำเข้าสูงถึง 157% ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า “เราขู่พวกเขาด้วยภาษีได้ และยังมีอีกหลายอย่างที่เราทำได้ แต่ไม่อยากทำถึงขั้นนั้น”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังย้ำว่าจีน “ไม่ได้มีเจตนาจะบุกไต้หวัน” และยกย่องกองทัพสหรัฐฯ ว่ายังเหนือกว่าจีนหลายเท่า โดยกล่าวทิ้งท้ายอย่างภาคภูมิว่า “เรามีอาวุธที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเรามี — และเรานำหน้าจีนไปไกลในเชิงกำลังทหาร”

เมื่อ AWS ล่มโลกออนไลน์หยุดหายใจ ย้อนรอย Facebook-Instagram- WhatsApp เคยดับพร้อมกัน สัญญาณเตือนโลกออนไลน์ ต้องไม่ฝากชีวิตไว้ในมือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

🌐 โลกเชื่อมโยงกันมากจน “หยุดทั้งระบบ” ได้เพียงชั่วพริบตา
เหตุการณ์ AWS ล่มเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2025 และเหตุล่มของ Facebook–Instagram–WhatsApp เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2021 สะท้อนภาพเดียวกันว่า โลกดิจิทัลปัจจุบัน “ไม่มีใครอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อีกแล้ว” เพียงโครงข่ายหลักของบริษัทหนึ่งหยุดทำงาน — ระบบของอีกหลายร้อยบริษัททั่วโลกก็พังไปด้วย

☁️ แล้ว AWS คืออะไร?
AWS (Amazon Web Services) คือบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) จากบริษัท Amazon มันเป็น “เบื้องหลัง” ของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ที่องค์กรทั่วโลกใช้ในการเก็บข้อมูล รันเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบหลังบ้านต่าง ๆ เว็บไซต์อย่าง Netflix, Zoom, Airbnb, TikTok, Grab และอีกนับพันราย ล้วนใช้ AWS เป็นฐานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) กล่าวง่าย ๆ คือ “AWS คือระบบไฟฟ้าแห่งโลกออนไลน์” ที่ขับเคลื่อนทั้งธุรกิจและชีวิตประจำวันของผู้คน

เมื่อระบบนี้ “ล่ม” จึงไม่ใช่เพียงเว็บไซต์หนึ่งล่ม แต่คือ “ระบบของโลกจำนวนมหาศาลดับพร้อมกัน”

⚙️ เมื่อระบบล่ม โลกออนไลน์หยุดหายใจ
เหตุการณ์ AWS ล่ม — 20 ตุลาคม 2025
- ปัญหาเริ่มต้นในช่วงเช้าเวลาสหรัฐฯ (ค่ำตามเวลาไทย) ที่ศูนย์ข้อมูล US-EAST-1, นอร์ทเวอร์จิเนีย
- เกิดข้อขัดข้องในระบบ “Network Load Balancer Monitoring” ส่งผลให้บริการหลายส่วนของ AWS ใช้งานไม่ได้ เช่น EC2, S3, DynamoDB, Route53 และ SQS
- เว็บไซต์และแอปที่ใช้ AWS เช่น Slack, Fortnite, Duolingo, Zoom, Ring และแอปการเงินหลายแห่ง ล่มพร้อมกันทั่วโลก
- การกู้คืนระบบใช้เวลาราว 4–5 ชั่วโมงกว่าบริการหลักจะกลับมาปกติ

เหตุการณ์ Facebook–Instagram–WhatsApp ล่ม — 4 ตุลาคม 2021
- เริ่มเกิดขึ้นเวลาประมาณ 15:39 UTC (22:39 น. เวลาไทย)
- ระบบ BackBone Router ของ Meta ผิดพลาด ส่งผลให้ DNS ของบริษัททั้งหมดถูกถอดออกจากอินเทอร์เน็ต
- ส่งผลให้บริการหลักทั้ง Facebook, Instagram, WhatsApp, Messenger และ Oculus ใช้งานไม่ได้ทั่วโลกนานกว่า 6 ชั่วโมง
- มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 3,500 ล้านคน และมูลค่าหุ้น Meta ร่วงเกือบ 5% ภายในวันเดียว

💼 ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
1. ธุรกิจหยุดชะงัก
- บริษัทที่รันระบบผ่าน AWS ไม่สามารถทำธุรกรรมหรือให้บริการลูกค้าได้
- แพลตฟอร์มสื่อและอีคอมเมิร์ซสูญเสียรายได้และความเชื่อมั่น

2. ความมั่นคงทางข้อมูลและระบบคลาวด์ถูกตั้งคำถาม
- เหตุการณ์เหล่านี้เตือนว่า “โลกพึ่งพาผู้ให้บริการไม่กี่รายมากเกินไป”
- Cloud provider รายใหญ่ไม่ต่างจาก “โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติของโลกดิจิทัล”

3. ผลทางจิตวิทยาและสังคมออนไลน์
- คนจำนวนมากรู้สึก “ว่างเปล่า” และตระหนักว่าโลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อชีวิตจริงเพียงใด
- การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศถูกตัดขาดทันที โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติหรือภัยพิบัติ

🧭 ทางแก้ไข: โลกต้อง “กระจายความเสี่ยงดิจิทัล”
1. Diversify Infrastructure
 - องค์กรไม่ควรผูกกับผู้ให้บริการ Cloud เพียงรายเดียว
- การใช้ระบบ Multi-Cloud (AWS + Google Cloud + Azure ฯลฯ) หรือ Hybrid-Cloud จะช่วยให้สลับระบบได้เมื่อเกิดเหตุ

2. ออกแบบระบบสำรอง (Failover Design)
- ควรมี Data Center สำรองในภูมิภาคอื่น หรือสำรอง DNS อัตโนมัติ
- สร้าง “Offline Workflow” ให้สามารถทำงานต่อได้ แม้ระบบหลักล่ม

3. เสริมความรู้ด้าน Digital Resilience
- องค์กรและผู้ใช้ควรเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้งานอยู่
- ภาครัฐควรมีนโยบาย “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งชาติ” ที่ไม่ผูกติดต่างชาติรายเดียว

4. วางระบบสื่อสารสำรองสำหรับภาวะฉุกเฉิน
- เช่น ใช้ SMS, Telegram, LINE หรือระบบสื่อสารองค์กรแบบภายใน
- เพื่อป้องกันการสูญเสียการติดต่อในสถานการณ์เร่งด่วน

🌏 บทสรุป: โลกดิจิทัลที่พึ่งพา “ศูนย์กลาง” มากเกินไป คือโลกที่เปราะบาง
เหตุล่มของ AWS และ Facebook คือสัญญาณเตือนว่า โลกออนไลน์ต้องไม่ “ฝากชีวิตไว้ในมือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง” อีกต่อไป อนาคตของเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่อง “ความเร็วและประสิทธิภาพ” แต่คือเรื่องของ “ความยั่งยืนและความยืดหยุ่นของระบบ” ที่จะทำให้มนุษย์อยู่รอดในวันที่โลกไร้ระบบได้จริง

เปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้งปี 2569 ใครจะพาไทยฝ่าเส้นทางที่เปราะบาง... คนไทยเตรียมลุ้นไปด้วยกัน

เปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้งปี 2569 ใครจะพาไทยฝ่าเส้นทางที่เปราะบาง... คนไทยเตรียมลุ้นไปด้วยกัน

มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ มอบรางวัล Sir Robert Peel Award  ครั้งที่ 2 ให้กับตำรวจ และบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้สังคม 

เมื่อวันที่ (19 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ดร.มณฑล เงินวัฒนะ ประธานมูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ พร้อม พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ และคณะผู้บริหารมูลนิธิ ได้จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ Sir Robert Peel Awards ครั้งที่ 2 ให้กับข้าราชการตำรวจ สื่อมวลชน บุคคล และบริษัทเอกชน ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม ในสาขาต่างๆ จำนวน 56 รางวัล ที่ห้องบุณยะจินดา 2 สโมสรตำรวจ อาทิ

รางวัลสาขา “องค์กรตำรวจดีเด่น” ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
 
รางวัลสาขา “ผู้บริหารหน่วยงานตำรวจดีเด่น” ได้แก่ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ.(191), พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน, พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม และ พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล.

รางวัลสาขา “เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ฝ่ายป้องกันและปราบปราม” ได้แก่ พ.ต.อ.สถาพร รอดโพธิ์ทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตาก, พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล, พ.ต.ท.ณัฐกิตต์ จอกโคกสูง รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ และ ร.ต.ท.เฉลิมชัย เทพอุด รอง สว.(ป.) สภ.สบปราบ

รางวัลสาขา “เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ฝ่ายงานสืบสวนและสอบสวน” ได้แก่ พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม, พ.ต.อ.ศิรณวิทญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส.บช.น.

รางวัลสาขา “เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ดีเด่น” ได้แก่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท.(หัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง), พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก.ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง และ ร.ต.ท.นุกุล เพ็งศรี รอง สว.(ป.) สภ.อุทัยธานี

รางวัลสาขา “ตำรวจผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม” ได้แก่ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม รอง ผบก.กต.4, ด.ต.ธัชนันท์ ต่วนชะเอม ผบ.หมู่ กก.4 ปทส., ด.ต.พิสิฏ มุมณี ผบ.หมู่ งานจราจร สน.บางชัน และ ด.ต.พัสกร ประมวลสิน ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล.

รางวัลสาขา “คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ผู้ช่วยเหลืองานตำรวจรวจและ ช่วยเหลือสังคม” ได้แก่ กต.ตร.สน.สายไหม, กต.ตร.สน.บางกอกน้อย, กต.ตร.สน.พหลโยธิน, กต.ตร.สน.บางใหญ่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top