Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘สุริยะ’ เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมชง ครม.ไฟเขียว ‘รถไฟทางคู่เฟส 2-มอเตอร์เวย์นครปฐม’ 3.58 แสนล้าน

(23 ส.ค. 68) กระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมชง ครม.ไฟเขียวโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 และมอเตอร์เวย์นครปฐม พร้อมเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างภายในปีงบประมาณ 2569

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ 6 โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เข้าครม. วงเงินรวม 2.97 แสนล้านบาท โดยเริ่มนำร่อง 3 เส้นทาง ได้แก่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี และ สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา

อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ มอเตอร์เวย์หมายเลข 8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 61,154 ล้านบาท อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

สุริยะกำชับกรมทางหลวงเร่งเปิดประมูล 2 โครงการที่ ครม.อนุมัติแล้ว ได้แก่ ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ (M5) วงเงิน 31,358 ล้านบาท และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (M9) วงแหวนรอบนอกตอนบางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 56,035 ล้านบาท

‘เจือ ราชสีห์’ ผลักดัน!! กรมทางหลวงชนบท นำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี จ้างที่ปรึกษาโครงการ ศึกษาความเหมาะสม สร้างสะพานข้าม ‘ทะเลสาบสงขลา’

(23 ส.ค. 68) ชาวสงขลา ขอบคุณ ‘นายเจือ ราชสีห์’ ล่าสุดกรมทางหลวงชนบท ได้นำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จำนวน 9 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อเชื่อม เทศบาลนครสงขลา อ.เมืองสงขลา - อ.สิงหนคร จ.สงขลา

Honda เปิดตัว Accord e:HEV Minor Change เริ่มต้น 1,479,000 บาท เพิ่มฟีเจอร์!! ตอบสนองความต้องการ อัปลุคใหม่ เสริมความสปอร์ต

(23 ส.ค. 68) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด
อี:เอชอีวี ใหม่ คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับการเพิ่มฟีเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information - BSI) และ ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor - CTM) ในทุกรุ่นย่อย และอัปลุคใหม่ เสริมความสปอร์ต ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่

• ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
• ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
• ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
• ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
• ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E

พร้อมราคาใหม่ เพื่อยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น ทั้ง 3 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1,479,000 บาท

● รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท
● รุ่น e:HEV EL ราคา 1,599,000 บาท
● รุ่น e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท

ให้คุณเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568 ร่วมสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 22 - 31 สิงหาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ฮอนด้ายกขบวนไลน์อัปรถ xEV ในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถ e:HEV - The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ และรถยนต์ไฟฟ้า จัดแสดงที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 พิเศษกับโซน The City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่เสิร์ฟสุด ตอบโจทย์ทุก ไลฟ์สไตล์ มอบความสนุก เร้าใจในการขับขี่ และความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ทั้งในรุ่น ซิตี้ และซิตี้ แฮทช์แบ็ก พร้อมกับ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก DRIVAL Limited Edition พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตสุดเท่ โดยโซนนี้มาพร้อมกิจกรรมให้ลูกค้าได้ร่วมสนุก เพื่อสัมผัสจุดเด่นต่าง ๆ ของ The City Series เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากฮอนด้า ภายในงานนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอฟีลกู้ดแบบต่อเนื่อง ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลย ไม่ต้องลุ้น’ ได้ที่งานและข้อเสนอเดียวกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ รีบด่วน!! ก่อนตกขบวนความคุ้ม

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า มุ่งมั่นสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะยกระดับประสบการณ์ตลอดการใช้ งานให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยพร้อมขับเคลื่อนและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตของผู้คน การเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในวันนี้ เรารับฟังเสียงของลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ ๆ ในทุกมิติ โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอช อีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน พร้อมเป็น พาร์ตเนอร์ที่เคียงข้างและให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยาก”

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่า 204,000 บาท*)

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้าและสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมไลน์อัปรถยนต์ xEV ที่หลากหลายได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 - 31 สิงหาคม 2568 จัดเต็มข้อเสนอฟีลกู้ดทั้งในงานและที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

● เว็บไซต์: www.honda.co.th
● Facebook Official Account: Honda Thailand
● LINE Official Account: @honda-thailand

กษัตริย์กัมพูชา เสด็จจีน ตั้ง 'ฮุนเซน' เป็น!! ผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์

(23 ส.ค. 68) กระทรวงข่าวสารกัมพูชา รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี แห่งกัมพูชา พร้อม พระวรราชมารดา นโรดม มุนีนาถ สีหนุ เตรียมเสด็จฯ เยือน ประเทศจีน ในวันที่ 23 ส.ค. นี้ เพื่อรับการตรวจพระพลานามัย โดยระหว่างที่พระองค์ ไม่ได้ประทับอยู่ในกัมพูชา สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่รักษาการประมุขแห่งรัฐ

ชาวประมง โพสต์ป้อง!! ‘เจ๊ไฝ’ ขอโทษ!! ที่ขายปูให้ในราคาแพง ชี้!! เป็นผู้มีพระคุณ ไม่เคยต่อราคา ลั่น!! ถ้าจะด่าเจ๊ ด่าผมเถอะ

(23 ส.ค. 68) ทีมงาน ชาวประมง วัตถุดิบปูม้าส่งเจ๊ไฝ โพสต์ป้อง ขอโทษที่ขายปูราคาแพง ขอบคุณเจ๊ไฝ สนับสนุนประมงพื้นบ้าน ทำให้ได้วัตถุดิบคุณภาพสูง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ดรามาเจ๊ไฝลามมานับสัปดาห์เริ่มจากปัญหาการคิดเกินราคาโดยไม่แจ้งไว้บนเมนูจนไปสู่การปรับตามกฎหมายแต่การวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่เสร็จสิ้น

ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Stang Hst Srisuk ได้ออกมาโพสต์รูปคู่ และเขียนข้อความถึงที่มาของราคาปูม้า ที่ทำให้ต้นทุนไข่เจียวปูเมนูดังที่ใคร ๆ ก็อยากไปชิม ว่า มีที่มาอย่างไร และขอบคุณเจ๊ไฝ ในฐานผู้มีพระคุณ

โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ขอโทษที่ขายปูให้เจ๊ไฝแพงครับตอนแรกผมว่าจะไม่โพสต์เรื่องนี้แต่เห็นคนออกมาโจมตีกันเยอะเลยอยากออกมาปกป้องผู้มีพระคุณของเราจะบอกว่าผมหิวแสงก็ได้แต่ถ้าจะด่าเจ๊ไฝด่าผมเถอะเจ๊ไฝเป็นผู้มีพระคุณกับผมทีมงานและชาวประมงจังหวัดสุราษฎร์และนครศรีธรรมราชตั้งแต่คนเรือคนแกะเนื้อปูคนคัดคุณภาพและจัดส่ง

ทุกคนมีรายได้ที่ดีและเป็นธรรมกันหมด ปูคุณภาพสูง ต้องทำจากปูเป็น ที่รับซื้อจากประมงพื้นบ้าน หรือประมงเรือเล็กอวนลอย จับวันต่อวัน ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ปริมาณต่อลำที่จับได้น้อยมาก หากเทียบกับประมงเรือใหญ่ กว่าจะได้ปูก้อน 1 กก. ต้องใช้ปูตัวเกือบ 10 กิโลกรัม

ราคาปูมีขึ้นลงตามฤดูกาลและสถานการณ์ต่าง ๆ เหตุผลเพราะบางวันประมงออกเรือไป จับปูตัวมาได้ไม่ถึง 1 กก. ได้ปูก้อนยังไม่ถึง 10 ชิ้นเลย ทำให้ต้นทุนสูงมาก ถ้าไม่มีคนยอมซื้อราคาสูงกว่าทุน ชาวประมงจะขาดทุนทันที และคนที่ยอมซื้อราคาสูงกว่าเพื่อน คือ เจ๊ไฝ ที่ไม่เคยต่อราคา ราคาเท่าไหนเท่านั้น เพราะแกรู้ว่ากว่าจะได้มาเป็นปูก้อนแต่ละชิ้น มันมีเบื้องหลังอะไรบ้าง ทำให้ Bird Market และทีมงาน

สามารถช่วยเหลือชาวประมง ให้มีรายได้และไม่ขาดทุน แม้ในวันที่จะได้ปูมาน้อยก็ตาม สำหรับผม เรื่องดราม่าไม่ติดป้ายราคา แกรู้ตัวว่าทำผิดพลาด และพร้อมแก้ไข แต่ถ้าจะเหยียบกันให้จมดินเลย ผมว่าก็ไม่ควร กว่าจะมีคนไทยที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ ยกระดับ Street Food ไทย ให้เป็นที่ยอมรับระดับโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะงั้น…ถ้าจะด่าเจ๊ไฝ ด่าผมเถอะครับ ผมส่งปูให้เจ๊ไฝแพงเอง”

รมช. สธ. นำทีมลุยสอบ รพ.เอกชน ออกใบตรวจโรคต่างด้าวปลอม

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมลงตรวจโรงพยาบาลเอกชน ย่านบางน้ำจืด สมุทรสาคร หลังได้รับเบาะแสการออกใบอนุญาตตรวจสุขภาพให้แรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณี ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้รับข้อมูลว่ามีสถานพยาบาลเอกชนบางแห่ง ออกใบตรวจสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีการตรวจสุขภาพจริง เพื่อให้แรงงานเหล่านั้นสามารถขึ้นทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ในวันนี้ตน พร้อมด้วยทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงนำทีมพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ โรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็ก ย่านบางน้ำจืด จังหวัดสมุทรสาคร โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าโรงพยาบาลดังกล่าว มีการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่มีรายชื่อตามหลักเกณฑ์ของสถานพยาบาลเอกชนที่จะตรวจสุขภาพต่างด้าว ตามประกาศกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน  

โดยจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว แต่ไม่ได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตให้บริการเพิ่มเติมในการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สมุทรสาคร แต่อย่างใด จึงถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 35 (4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับมีคำสั่งให้ระงับการให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครต่อไป

“การตรวจคัดกรองสุขภาพแรงงานต่างด้าว เป็นขั้นตอนสำคัญในการคุ้มครองความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน การที่สถานพยาบาลขาดการควบคุมมาตรฐาน หรือออกเอกสารใบรับรองแพทย์เท็จนั้น ย่อมก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคติดต่ออันตราย อันจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ไปจนถึงเศรษฐกิจของประเทศ ตนจึงขอให้ผู้ประกอบกิจการทุกท่าน ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ อย่าเห็นแก่ทรัพย์สินจนถึงขั้นเอาสุขภาพของคนส่วนมากมาเสี่ยง” นายชัยชนะ กล่าว

ด้านทันตแพทย์อาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสถานพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 41 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร 17 แห่ง ส่วนภูมิภาค 24 แห่ง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตอีก 9 แห่ง โดยสถานพยาบาลที่ประสงค์จะให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว จะต้องขออนุญาตให้บริการเพิ่มเติม จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่  และจะต้องจัดบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว พ.ศ. 2567 กำหนด อีกทั้ง หากจะออกตรวจสุขภาพคนต่างด้าวนอกสถานที่ จะต้องแจ้งรายละเอียดต่อผู้อนุญาต ก่อนวันออกให้บริการไม่น้อยกว่าสิบวัน หากผลตรวจสุขภาพปรากฏเป็นโรคต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ จะต้องรายงานผลการตรวจไปยังหน่วยงานของรัฐตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ด้วย หากฝ่าฝืนจะถือว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ และอาจมีมาตรการทางปกครอง สั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวอีกด้วย

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษแก่ นศ. หลักสูตรรัฐประศาสนศาตร์มหาบัณฑิต รุ่นที่ 12 และ 13 มรพส.

(23 ส.ค. 68) พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ราชการทหารแก่ นศ. หลักสูตรรัฐประศาสนศาตร์มหาบัณฑิต รุ่นที่ 12 และรุ่นที่ 13 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ณ ห้องเรียนรวม ชั้น 8 คณะสังคมศาตร์ และการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก 

โดยการบรรยายของท่านแม่ทัพภาคที่ 3 มีเนื้อหาหัวข้อบรรยายเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ของทหาร กับความมั่นคงของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้องดังนี้  
1. บทบาทหน้าที่ของกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3
2. บทบาทของกองอำนวยการรักความมั่นคงภายในภาค 3
3. บทบาทของ ศปปส. ภาค 3
4. บทบาทของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3
5. โครงการทหารพันธุ์ดี 

ในครั้งนี้ท่านแม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้ตอบข้อซักถามและพูดคุยกับ นศ. หลักสูตรรัฐประศาสนศาตร์มหาบัณฑิต รุ่นที่ 12 และ รุ่นที่ 13 บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยการจัดบรรยายพิเศษนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ นศ. ได้รับทราบถึงแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์จากการทำงานจริง รวมถึงบทบาทในอาชีพทหาร ทั้งในด้านการดำรงตน การเสียสละเพื่อประเทศชาติ และบทบาทของกองทัพบกในการดูแลความมั่นคงของชาติอย่างลึกซึ้งมากขึ้น  

เชียงใหม่-เกษตรฯ ยกระดับกาแฟไทย สู่การบรรลุเป้าหมาย 1,000 ไร่ ในปี 2570

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จัดงาน “กาแฟไทย เติบโตไปกับป่า สร้างคุณค่า
ให้โลก” ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างการรับรู้การผลิตกาแฟภาคเหนือตลอดห่วงโซ่อุปทาน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 1,000 ไร่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกาแฟไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งเน้นให้เกิดกลไกสนับสนุนทางการผลิต การวิจัย การพัฒนา การตลาด และบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้และเป็นธรรม

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการเปิดงานฯ ว่า การยกระดับกาแฟไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้มองแค่การผลิต แต่กำลังสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะในพื้นที่สูง เข้าถึงโอกาส เข้าถึงตลาด และเป็นเจ้าของอนาคตของตนเองได้ ที่ผ่านมาได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจการส่งเสริมการผลิตกาแฟคุณภาพ การวิจัย และพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานกาแฟอย่างยั่งยืน 

โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม กว่า 36 หน่วยงาน ซึ่งการขับเคลื่อนภายใต้กรอบ MOU จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันมีเป้าหมายพัฒนาเกษตรกรกว่า 12,000 ครัวเรือน เข้าสู่ระบบกาแฟคุณภาพภายใน 3 ปี โดยนำร่องในพื้นที่ 1,000 ไร่ สำหรับกิจกรรมในวันนี้เป็นการสนับสนุนต้นกาแฟคุณภาพพันธุ์อะราบิกา กว่า 66,900 ต้น พร้อมองค์ความรู้ตลอดห่วงโซ่อุปทานให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ครั้งนี้ 

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้เป็นอีกหนึ่ง
โอกาสสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในอำเภอแม่แจ่มและอำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่เป็นพื้นที่
ปลูกกาแฟแหล่งสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเกษตรกรจะได้ร่วมเรียนรู้การเพาะกล้ากาแฟ
การจัดการดินสำหรับการปลูกกาแฟบนพื้นที่สูง การบริหารจัดการศัตรูกาแฟ เช่น มอดเจาะเมล็ดกาแฟ วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อรักษาคุณภาพกาแฟ ร่วมถึงการองค์ความรู้เสริมต่างๆ เช่น หลักสูตรนักชงกาแฟบาริสต้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมถึงหลักสูตรการตลาดต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น 

ปัจจุบันความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศยังไม่เพียงพอ ปีการผลิต 2567/68 ประเทศไทยมีผลผลิตเพียง 14,665 ตัน ในขณะที่ความต้องการบริโภคสูงถึง 96,794 ตัน คิดเป็นร้อยละ 15 เท่านั้น ในขณะที่ข้อมูล
การพยากรณ์ผลผลิต สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 พบว่า เนื้อที่ปลูกกาแฟอะราบิกา
ที่ให้ผลผลิตมีจำนวน 119,607 ไร่ ให้ผลผลิต (สาร) 10,606 ตัน คิดเป็นผลผลิตเฉลี่ย 89 กิโลกรัมต่อไร่ 
ส่วนกาแฟโรบัสตา มีเนื้อที่ให้ผลผลิต 75,396 ไร่ ผลผลิต (สาร) 5,649 ตัน หรือเฉลี่ย 75 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งยังต่ำกว่าความต้องการของบริโภคในปัจจุบันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การยกระดับกาแฟไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญของภาคเกษตร 

ดังนั้น การส่งเสริมและพัฒนากาแฟ จึงต้องตอบโจทย์ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ลดการเผาในพื้นที่เกษตร ก้าวสู่ความยั่งยืนด้านอาหาร การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับ กิจกรรมในวันนี้ นับเป็นก้าวแรกในการสำคัญในการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 1,000 ไร่ ในการยกระดับกาแฟ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่จะเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคขับเคลื่อนยกระดับกาแฟไทยร่วมกันโดยมีเกษตรกร
เป็นศูนย์กลาง และมีระบบที่ชัดเจนในการตรวจสอบย้อนกลับจากแหล่งปลูกคุณภาพได้ โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลพื้นที่ปลูกกาแฟและฐานข้อมูลผู้ผลิต ซึ่งเป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจะต้องดำเนินการให้ได้มาตรฐานสากล ลดข้อบกพร่อง (Defect) ของเมล็ดกาแฟ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
ทั้งในและต่างประเทศต่อไปในอนาคตอีกด้วย

‘ผู้กองอะตอม’ ลั่น!! ไม่เคยใส่ ‘บิกินี - แต่งโป๊’ เผย!! ถูกมือดี ตัดต่อ ‘ภาพวาบหวิว’ ลงโซเชียล

(23 ส.ค. 68) ‘ผู้กองอะตอม’ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์  ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และล่ามประจำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว@atompavichaya หลังมีผู้ไม่หวังดีนำภาพตัดต่อของเธอในลักษณะวาบหวิวเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุข้อความว่า...

“ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ชี้แจงนะคะ ภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพใส่ชุดว่ายน้ำเอย ภาพอื่น ๆ เอย เป็นภาพตัดต่อทั้งหมดนะคะ ชีวิตนี้ยังไม่เคยใส่บิกินี่หรือแต่งตัววาบหวิวเลยค่ะ เพราะแม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

จาก ‘กบาล’ ถึง ‘สงกรานต์’ รากเหง้าภาษา และวัฒนธรรม

ใครที่อ่านบทความของเอย่ามาตั้งแต่ต้นๆ โดยเฉพาะทุกครั้งที่เอย่าพูดถึงเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม เอย่ามักจะบอกว่าวัฒนธรรมและภาษาหลายๆ คำในย่านนี้ที่คล้ายๆ กัน วันนี้เอย่าจะยกคำเหล่านี้มาให้ทราบกัน

คำแรกคือ กบาล ในภาษาเขมรและภาษาไทยแปลว่าหัว มีการกล่าวอ้างว่าคำว่ากบาลนี้ไทยน่าจะนำมาจากภาษาเขมรในอดีต แต่ความจริงแล้วคำนี้น่าจะมาจากภาษาบาลีคำว่า กปาล (Kapala) ที่แปลว่าหัวนั่นเอง

คำว่า Kambawza ในภาษาไทใหญ่นั้นว่ากันว่าประวัติของคำว่ากัมบาวซาที่แปลว่าอาณาจักรไทใหญ่เกิดจากเจ้าชายจากอาณาจักรกัมปูเจียเข้ามาปกครองในดินแดนรัฐฉานในคริสต์ศักราชที่ 957 แต่เมื่อสืบดูแล้วพบว่าในคริสต์ศักราชที่ 957 ในเวลานั้นกัมปูเจียอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรขอมของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ดังนั้นหากสืบค้นคำนี้จริงๆ คงต้องกล่าวว่า กัมปูเจีย นี่มีหลักฐานที่ปรากฎเป็นจารึกโบราณว่าคำว่ากัมปูเจียมาจากคำว่า กัมพุช ซึ่งเป็นแคว้นหนึ่งของอินเดียโบราณนั่นเอง

คำสุดท้าย สงกรานต์

รู้หรือไม่คำว่าสงกรานต์ของไทยมาจากภาษาสันสกฤต คำว่า ‘สํกฺรานฺติ’ (Sankranti) ซึ่งมีความหมายว่า การเคลื่อนย้าย หรือ การเปลี่ยนผ่าน

ในอินเดียยังมีเทศกาล มกรสันกรานติ เป็นจุดสิ้นสุดของฤดูหนาวและเป็นจุดเริ่มต้นของวันที่ยาวนานขึ้น

ในไทยเราเพี้ยนคำว่าสันกรานติเป็นคำว่า สงกรานต์ อันหมายถึงการเปลี่ยนผ่านปีจากปีเก่าสู่ปีใหม่ เช่นเดียวกับในพม่าคำว่าตะจ่านก็มีรากศัพท์มาจากคำว่า สันกรานติอันหมายถึงการเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกัน และเช่นเดียวกับคำว่า โจลชนัมทเมย ในภาษาเขมรซึ่งก็มีรากศัพท์จากคำว่าสันกรานติ เช่นเดียวกัน

เอย่าแค่จะบอกว่าทุกประวัติของภาษาและวัฒนธรรมมันมีรากเหง้าเสมอ ผู้ที่ไร้รากก็เสมือนคนไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นใคร เช่นนั้นก็ไม่ควรมีสิ่งใดให้ภูมิใจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top