Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

สมุทรปราการ-ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับ ชมรมโฮปฯ แจกข้าวสารอาหารแห้ง กว่า 1,000 ชุด เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 

ที่วัดมหาวงษ์ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย นายอัครนันท์ พร้อมด้วย นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา นำคณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปฯ และ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ นำข้าวสารอาหารแห้ง ประเภท มาม่า ปลากระป๋อง ข้าวส่าร และขนมปี๊บ จำนวนกว่า  1,000 ชุด นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากไร้ คนพิการ รวมถึงประชาชนที่ขาดแคลนในหลายๆ พื้นที่

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม โดยมีเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการค่อยจัดระเบียบและให้บริการในด้านความสะดวก และพยาบาล

โดยทางด้าน นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ และนางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล กล่าวว่า ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา โดยได้แจกข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด เพื่อเป็นมหากุศลถวายให้แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 

ทั้งนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้จัดกิจกรรมนี้เป็นปีที่ 2 โดยปีนี้แจกมากกว่าปีที่แล้ว และได้ส่งไปยัง วิทยาลัยเทคโนโลยีสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเด็กที่ไม่มีญาติ จำนวน 200 ชุด จะมีข้าวสาร นม ขนมปัง และอาหารแห้ง ซึ่งทางชมรมจะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน 

นอกจากนี้ทางชมรมโฮปฯ ก็มีจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย พร้อมทั้งยังให้การช่วยเหลือคนป่วยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งในแต่ละเดือนก็จะช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และบริจาคโลงศพให้แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทางชมรมก็เข้าไปให้การดูแลช่วยเหลือ เช่น ตึกถล่ม หรือเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่ผ่านมา

ผบ.ทร. ยืนยัน 3 ปี ได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ กำลังเร่งปรับแผนต่อเรือ หลังโครงการหยุดชะงักเกือบ 3 ปี

(13 ส.ค. 68) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันโครงการเรือดำน้ำจะเดินหน้าต่อ โดยหลังแก้ไขข้อตกลงและได้รับความเห็นชอบจากอัยการสูงสุด จะนับสัญญาใหม่และใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี จึงจะได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ พร้อมเร่งเตรียมกำลังพลและปรับแผนการต่อเรือ หลังโครงการหยุดชะงักเกือบ 3 ปี

ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุว่า ครม.อนุมัติให้ต่อเรือดำน้ำ 1 ลำก่อน ส่วนโครงการเรือฟริเกตยังเดินหน้าต่อเนื่อง แม้งบปีนี้จะได้เพียงลำเดียว แต่ถือเป็นการเปิดทางให้ลำที่ 2 หากรัฐบาลอนุมัติเพิ่ม พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถภายใน

ส่วนท่าจอดเรือดำน้ำ นั้น ผบ.ทร. ระบุว่า ได้ดำเนินการตั้งแต่ เริ่มเซ็นสัญญา และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันต้องไปเก็บงานว่าในส่วนใดยังไม่เรียบร้อยและส่วนใดเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กองทัพเรืออยู่ระหว่างทบทวนสถานการณ์และงบประมาณ เพื่อกำหนดทิศทางพัฒนาท่าเรือว่าจะเน้นฝั่งอันดามันหรืออ่าวไทย โดยต้องเลือกลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และคุ้มค่าต่อการเสริมศักยภาพทางทะเลของประเทศ

‘คิม จองอึน’ ยกหูหา ‘ปูติน’ คุยกระชับความสัมพันธ์ ย้ำยืนเคียงข้างรัสเซียเสมอ พร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจ

(13 ส.ค. 68) เกาหลีเหนือหนุนรัสเซียเต็มที่ ‘คิม จองอึน’ ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยืนยันผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ว่าประเทศของตนจะยึดมั่นในสนธิสัญญาระหว่างเกาหลีเหนือ–รัสเซีย และพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจของผู้นำรัสเซียอย่างไม่ลังเล ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA

ทั้งสองผู้นำได้หารือถึงประเด็นที่สนใจร่วมกัน พร้อมชื่นชมความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดย คิมจองอึน แสดงความขอบคุณ ปูติน ที่ร่วมแสดงความยินดีกับประชาชนเกาหลีเหนือ ในโอกาสครบรอบ 80 ปี การปลดปล่อยคาบสมุทรเกาหลี

คิมจองอึน ระบุว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปีดังกล่าว ชาวเกาหลีเหนือจะรำลึกถึงทหารโซเวียตที่เสียชีวิตเพื่ออิสรภาพของเกาหลี และยกย่องการเสียสละของกองทัพแดงในฐานะตัวอย่างสูงสุดของจิตวิญญาณสากล ขณะที่ปูตินกล่าวขอบคุณการสนับสนุนของเกาหลีเหนือ พร้อมชื่นชมความกล้าหาญและการเสียสละของกองทัพประชาชนเกาหลี

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังขยายตัวในทุกมิติ และตั้งเป้าจะเพิ่มความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต 

นราธิวาส - แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหวขนอาวุธข้ามแดน เร่งประชุมวางแผนสกัดกั้นเข้ม

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนทางอากาศเหนือพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดนจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับฝ่ายอำนวยการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานและปรากฏภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ลักลอบขนย้ายอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ชายแดนไทย

การบินสำรวจในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อประเมินเส้นทางลำเลียง การซ่อนเร้น และจุดเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนอาวุธ พร้อมตรวจสอบความหนาแน่นของพื้นที่ป่า การตั้งฐานที่มั่นของหน่วยลาดตระเวน และความพร้อมของจุดตรวจชายแดน

ภายหลังภารกิจทางอากาศ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมเร่งด่วนกับ ชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการสกัดกั้นในพื้นที่สำคัญ เน้นการปิดเส้นทางลำเลียง การเพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน และการทำงานประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นตัวขับเคลื่อนแผนปฏิบัติ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีโอกาสเสริมศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ ได้

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอย บุกค้นบ่อฝังกลบโรงงานปราจีนบุรี พบผิดเงื่อนไขหลายจุด!! กระทบวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่

(13 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมาย 'ทีมสุดซอย' นำโดยนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ บก.ปทส. เข้าตรวจสอบบริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังประชาชนร้องเรียนว่ากิจการส่งผลกระทบต่อชุมชน โดยใช้หมายค้นจากศาลจังหวัดกบินทร์บุรี

จากการตรวจสอบ พบว่าบริษัทได้รับอนุญาตทำกิจการ 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตเชื้อเพลิงทดแทน, คัดแยกและฝังกลบของเสียไม่อันตราย แต่กลับพบปัญหาหลายจุด เช่น ไม่มีเครื่องจักรตามอนุญาต มีการตั้งโรงงานบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้รับอนุญาต กากของเสียจำนวนมากถูกกองไว้ และหลุมฝังกลบมีน้ำชะกากล้นไหลเสี่ยงออกนอกพื้นที่ รวมทั้งไม่เว้นระยะ Buffer Zone ตามเงื่อนไข

เจ้าหน้าที่สั่งให้บริษัทหยุดการฝ่าฝืน พร้อมรังวัดแนวเขตที่ดินใหม่ จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดมาใช้หมุนเวียนในโรงงาน ห้ามปล่อยออกนอกพื้นที่ หากไม่แก้ไขตามคำสั่ง อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออกได้เก็บตัวอย่างน้ำและกากของเสียไปตรวจวิเคราะห์ หากพบค่าผิดปกติจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย โดยทั้งหมดเป็นไปตามนโยบาย 'ปิดประตูตีมาร' เพื่อจัดระเบียบโรงงานรีไซเคิลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพของประชาชน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดนใต้ มอบนโยบายเสริมความพร้อมการปฏิบัติราชการ

(13 ส.ค. 68) เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.ตร.สน.) เดินทางตรวจเยี่ยมและประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการปฏิบัติราชการ และการดูแลสวัสดิภาพกำลังพล โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รรท.ผบก.ภ.จว.นราธิวาส , พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.สำราญฯ ได้นำความห่วงใย ถ่ายทอดข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับ เพื่อให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการเสริมความพร้อมของหน่วยและบุคลากร สนับสนุนการปฏิบัติราชการให้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยกำชับในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับบุคคลและหน่วย , ให้ผู้บังคับบัญชาลงตรวจสถานีตำรวจและฐานปฏิบัติการ ปรับปรุงกายภาพให้มีความปลอดภัย ฝึกข้อมแผนป้องกันหน่วยให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อันเป็นการลดความสูญเสีย และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจด้วยการดูแลสวัสดิการอย่างเหมาะสม

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปประชุมร่วมระหว่างตำรวจไทย - มาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 18 - 21 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะได้เตรียมข้อเสนอแนะในบางประเด็นที่เป็นประโยชน์ เช่น การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องหมายแดงของตำรวจสากล ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรรมต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการมอบนโยบาย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเหตุลอบวางระเบิด ตามคำสั่ง ตร.ที่355/2568 ณ ห้องประชุม War Room ศปก.ตร.สน.

ทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมาย กองทัพเรือ ประจำปี 2568

(13 ส.ค. 68) ทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมายของกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภาหลังใหม่ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี

ในโอกาสนี้ พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลจากภาคเอกชนที่ได้รับการเสนอชื่อ เข้ารับเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมาย ซึ่งมอบเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ให้การสนับสนุนกองทัพเรืออย่างต่อเนื่องและมีผลเป็นรูปธรรม อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตลอดจนเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติและประชาชน

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลุยชายแดนใต้ มอบนโยบาย–กำชับเข้มความปลอดภัยกำลังพล

(13 ส.ค. 68) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ส.ค. 2568 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้อำนวยการ ศปก.ตร.สน. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ผู้บังคับบัญชาใน จชต.  โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รรท.ผบก.ภ.จว.นราธิวาส , พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยเน้นเสริมความพร้อมการปฏิบัติราชการ ดูแลสวัสดิภาพกำลังพล และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับบุคคลถึงหน่วยปฏิบัติ โดยกำชับตรวจสถานีตำรวจ–ฐานปฏิบัติการ ปรับปรุงกายภาพหน่วย ฝึกซ้อมแผนป้องกันเพื่อลดความสูญเสีย พร้อมสร้างขวัญกำลังใจและดูแลสวัสดิการอย่างเหมาะสม

พล.ต.ท.สำราญฯ เผยว่า ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมตำรวจไทย–มาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 28 ระหว่าง 18–21 ส.ค. 2568 โดยเตรียมเสนอความร่วมมือด้านบังคับใช้หมายแดงสากลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ภายหลังมอบนโยบาย ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดตามคำสั่ง ตร. ที่ 355/2568 ณ ห้องประชุม War Room ศปก.ตร.สน.

ไทย–ลาวผนึกกำลังร่วมทลายเครือข่ายยาเสพติด! รับตัว 5 นักค้ายาข้ามแดน ตามหมายจับคดีร้ายแรง

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.68) ที่ห้องประชุมศุลกากรหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย–ลาว อ.เมืองหนองคาย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมนายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมแถลงผลความร่วมมือไทย–ลาวในการรับตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับกลับไทย จำนวน 5 ราย ตามโครงการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามยาเสพติด

นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 4 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมทวิภาคีไทย–ลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 20 ระดับรัฐมนตรี เมื่อ 25 ธันวาคม 2567 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันติดตาม จับกุม และส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ โดยฝ่ายลาวให้คำมั่นดำเนินการตามเป้าหมายที่ไทยร้องขอ จำนวน 21 ราย

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการประสานงานระหว่าง ป.ป.ส.ภาค 4 สำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และกรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่กบดานในลาวแต่ยังสั่งการลักลอบนำยาเข้าประเทศทางภาคอีสานได้สำเร็จ

ผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวกลับไทย ได้แก่ นายกิตติชัย นานลืม หรือ “โตโต้” ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย และศาลจังหวัดอุดรธานีนายศรันย์ภัทร สุขช่วย ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นายธนากร แน่นอุดร ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี นายเอกรัฐ มากมูล ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม และน.ส.ชลิตา ไสยเวช ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม

ทั้งนี้ ป.ป.ส. ขอย้ำว่า จะเร่งไล่ล่าผู้ต้องหาหลบหนีในต่างประเทศต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายค้ายา และปิดเส้นทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ไทยอย่างเด็ดขาด

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5  แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 5 คดี

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า จำนวน 3,600,000 เม็ด, เคตามีน จำนวน 100 กก. และไอซ์ จำนวน 150 กก. 

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.68) เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญของในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 5 คดี ดังนี้ โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์  ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และพล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ โดย นายนายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงรายสำนักงาน ปปส.ภาค 5  โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5

ผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี
1. สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง เคตามีน จำนวน 100 กก. และ ไอซ์ จำนวน 40 กก.
2. สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
3. สภ.วังชิ้น จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,800,000 เม็ด
4. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจของกลางไอซ์ จำนวน 110 กก.
5. สภ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด

รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า จำนวน 3,600,000 เม็ด, เคตามีน จำนวน 100 กก. และไอซ์ จำนวน 150 กก.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top