Thursday, 11 June 2026
NewsFeed

เมื่อเขมรจอมโกหก โดดซบอกอเมริกาจอมหลอกใช้ ไทยยิ่งต้องระวัง เหตุยังมี “ไส้ศึกส้ม” ผสมโรงแทะตามสั่ง

(12 ส.ค. 68) ผมค่อนข้างเชื่อว่าถ้าไม่เกิดปัญหาสู้รบกันริมชายแดนระหว่าง “ไทยกับเขมร” ในห้วงเวลานี้ คนไทยจำนวนมาก ก็คงจะไม่ทราบว่า ผู้นำ ตลอดจนคนกัมพูชาจำนวนไม่น้อยมีนิสัยชอบสร้างเรื่องเท็จออกสู่สังคม และขาดปัญญาในการตรองหาข้อเท็จจริงชนิดที่ว่าไม่น่าจะมีเกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน” ได้เลย ความล้าหลังของล้าหลังทั้งปวง ต่ำทั้งจริยธรรม คุณธรรม ไร้ความรู้ และสามัญสำนึก หาดูได้ในสิ่งที่เรียกว่า “คนกัมพูชา” ยากจะมีในชนชาติอื่น

มากกว่าความปลิ้นปล้อน กลิ้งกลอก และการแต่งเรื่องโกหกรายวันเพื่อให้ “สังคมโลกเข้าใจผิด” ยังเป็นประเทศที่ “ไร้ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ” อย่างร้ายกาจ เรื่องการถูกหักหลังโดยกัมพูชา ประเทศที่เจ็บปวดอย่างเวียดนาม, จีน และไทยเราเองต่างรู้ซึ้งเป็นอย่างดี แต่เพราะความใจดีของ “สามชาติสุภาพบุรุษ” ที่ไม่อยากหมดเวลาไปกับการทำสงคราม จึงทำให้ “ชาติแห่งการเนรคุณ” ยืนหยัดสร้างความเสียหายให้กับโลกของเรามานานกว่าสิบปี ทั้งบ่อนพนัน, แหล่งค้ามนุษย์, ค้ายาเสพติด, เซฟเฮาส์ที่หลบซ่อนโจรทางการเมืองจากต่างประเทศ และที่สร้างความเสียหายต่อสังคมโลกมาหนัก ๆ ตลอดสามสี่ปีมานี้ก็คือ สแกมเมอร์, แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ และพนันออนไลน์ 

กลายเป็นประเทศที่เปิดหน้าว่าข้าคือ “โจรร้ายแห่งเอเชีย” หาเงินเข้าประเทศด้วยวิถีโจรอย่างเดียว แต่ถึงขนาดผู้นำชาติเป็น “โจรเถื่อน” ก็ยังมี “หนึ่งตระกูลที่ไม่ต่างจากโจร” ของประเทศไทย คอยอิงแอบ แนบชิด มีผลประโยชน์ร่วมกัน กระทั่งถึงวันที่ “ผลประโยชน์ไม่ได้ดังใจ” จึงเกิดสงครามชายแดน นำความสูญเสียของใหญ่หลวงตามมา ที่เจ็บใจที่สุดคือทำให้คนไทยผู้บริสุทธิ์ และทหารกล้าของไทยต้องเสียชีวิตเพราะ “ความชั่วของตระกูลหนีคดี” เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง 

เมื่อเขมรสู้ไทยไม่ได้ จึงหนีจีนหันไปซบอกอเมริกา แลกกับผลประโยชน์ทางพื้นที่ทั้งบนบก และทางทะเล เหนือใด ๆ เป็นการสร้างภาพไว้ต่อรองที่จะหาทางรอดให้กับตนเอง 

มองดู “นิสัยเขมร” แล้วชวนนึกถึง “ส้มสามกีบ” นั่นคือไม่มีหลัก ไม่มีราก ไม่มีความกตัญญู และไร้สัมมาทิฏฐิ ใครที่ยอมหมอบคลานให้กับชนชาติอื่นเพื่อเงิน ซ้ำยังคอยเป็น “ไส้ศึก” โจมตีประเทศตัวเองตามใบสั่ง คิดหรือว่าจะมีไอ้โง่ที่ไหนมันจะเชื่อ “คนเนรคุณชาติตัวเอง” 

ก็แค่ “หลอกใช้ให้เช็ดรองเท้า” ไปวัน ๆ เท่านั้นแหละครับ 

จีน แนะหน่วยงานรัฐเลี่ยงชิป H20 ของ Nvidia ยังกังวลด้านความปลอดภัย หนุนใช้เทคโนโลยีในประเทศแทน

(12 ส.ค. 68) ทางการจีนออกคำแนะนำให้บริษัทในประเทศ หลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 ของ Nvidia โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐหรือความมั่นคง หลังสื่อท้องถิ่นรายงานความกังวลด้านความปลอดภัยต่อชิปดังกล่าว แม้สหรัฐเพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามขายไปเมื่อเดือนก่อน

Nvidia ยืนยันว่า H20 ไม่ใช่สินค้าทางทหารและไม่มี “ช่องโหว่” ให้เข้าควบคุมระยะไกล พร้อมระบุว่าจีนมีชิปผลิตในประเทศเพียงพอ ไม่เคยพึ่งชิปสหรัฐสำหรับงานรัฐ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่พึ่งชิปจากจีน

รายงานเผยว่า จีนเร่งสนับสนุนเทคโนโลยีท้องถิ่น รวมถึงชิป AI จาก Huawei ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งอย่าง SMIC พุ่งกว่า 5% คาดได้อานิสงส์จากความต้องการชิปในประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ คำสั่งเลี่ยงชิป H20 ยังส่งผลต่อชิป AI ของ AMD ด้วย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจอนุญาตให้ Nvidia ขายเวอร์ชันลดสเปกของชิป Blackwell ในจีน แม้สหรัฐกังวลว่าปักกิ่งอาจใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางทหาร

ทหารเขมรได้แค่มอง!! วอนไทยอย่ากั้นลวดหนาม อ้างไม่เคยคิดล้ำแดนเข้ามา

หลังจากเมื่อวันที่ (10 ส.ค.68) เพจกองทัพบก Royal Thai Army รายงานว่า กองกำลังบูรพาและชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ เร่งติดตั้งรั้วลวดหนามหีบเพลงตลอดแนวชายแดนคลองพรหมโหด จากจุดตรวจอรัญประเทศ 20 (สะพานคลองลึก) ถึงจุดตรวจ 31 ระยะทางรวม 9.8 กม.

โดยก่อนหน้านี้ติดตั้งแล้วเสร็จ 6.3 กม. ในพื้นที่คลองลึก ระหว่างจุดตรวจ 08 ถึง 20 เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนที่มักใช้ลักลอบเข้า-ออกประเทศ

ล่าสุด เพจ 'สมาคมคน รักปักใต้ TV' เผยภาพจากมุมมองทหารกัมพูชา พร้อมข้อความ “มองทหารวางลวดหนามที่ชายแดน ขอร้องทหารไทยอย่ากั้นลวดหนาม”

‘แอร์โดอัน’ ยันตุรกียินดีเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมสุดยอดผู้นำ ‘ยูเครน-รัสเซีย’

(13 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) ของตุรกี เปิดเผยระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า ตุรกีพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระดับผู้นำระหว่างยูเครนและรัสเซีย เพื่อผลักดันให้เกิดการเจรจาสันติภาพ

แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีระบุว่า ทั้งสองผู้นำยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี และประเด็นสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยแอร์โดอันได้แสดงความพอใจต่อความคืบหน้าของการเจรจาโดยตรงระหว่างยูเครนกับรัสเซียในกรุงอิสตันบูล และหวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการหยุดยิงในรอบการเจรจาต่อไป

แอร์โดอันยังเชื่อว่าการตั้งคณะทำงานด้านการทหาร มนุษยธรรม และการเมือง จะเป็นการปูทางสู่การประชุมระดับผู้นำ พร้อมย้ำสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน

สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ (IFMA) สั่งคว่ำบาตรอิสราเอล หลังสังหาร ‘อัมมาร์ ฮามาเยล’ นักชกวัย 13 ปี ชาวปาเลสไตน์

(13 ส.ค. 68) สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) ประกาศคว่ำบาตรการแสดงสัญลักษณ์ชาติอิสราเอลในทุกการแข่งขัน ภายหลังเหตุการณ์สังหาร อัมมาร์ ฮามาเยล นักกีฬามวยไทยเยาวชนทีมชาติปาเลสไตน์วัย 13 ปี ซึ่ง IFMA ยกย่องว่าเป็น “ทูตสันติภาพเยาวชน”

สำหรับเหตุการณ์ที่สุดแสนหดหู่เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ โดยรายงานระบุว่าพบเด็กชายถูกยิงจากด้านหลังขณะเดินกับเพื่อน ก่อนถูกควบคุมตัวนาน 2 ชั่วโมง และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในรามัลเลาะห์

ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของ IFMA จะมีผลทันที คือห้ามแสดงธงชาติ เพลงชาติ และสัญลักษณ์ของอิสราเอลในทุกสนามแข่งขันของ IFMA หรือที่ได้รับการรับรอง โดยนักกีฬามวยไทยจากอิสราเอลยังสามารถลงแข่งได้ แต่ต้องใช้สถานะ “นักกีฬาส่วนบุคคลแบบเป็นกลาง” เช่นเดียวกับรัสเซียและเบลารุสหลังเหตุรุกรานยูเครน

นอกจากนี้ IFMA ยังสั่งห้ามจัดการแข่งขันในอิสราเอลจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การตำหนินักกีฬาอิสราเอลโดยตรง แต่เป็นการประท้วงอย่างสันติต่อการกระทำที่เป็นภัยต่อเด็ก และขัดต่อค่านิยมของกีฬาระดับโลก

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธาน IFMA ระบุว่า “เมื่อเด็กซึ่งเป็นทูตสันติภาพถูกสังหาร ความเงียบไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป” พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรม แต่เป็น “การเรียกร้องให้ลงมือ” โดยมาตรการคว่ำบาตรจะมีผลต่อเนื่องและทบทวนเป็นระยะ ภายใต้พันธกิจของ IFMA ที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

‘กฤษฎีกา - ก.พลังงาน’ ชวนร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่าง พ.ร.บ. โซลาร์รูฟท็อป ก่อนส่ง ครม. พิจารณาอีกรอบ

(12 ส.ค. 68) จากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอ และให้ส่งร่างกฎหมายไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน นั้น

ระบบกลางทางกฎหมาย : https://www.law.go.th/listeningDetail?survey_id=NTYzNURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในชั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อ สคก.ตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เสร็จแล้ว จะส่งกลับไปให้ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดย สคก.จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไปจนถึงวันที่ 20 ส.ค.2568

สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... ของกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย 32 มาตรา มีสาระสำคัญ ดังนี้

หมวด 1 บททั่วไป (ร่างมาตรา 6 และร่างมาตรา 7)

-กำหนดวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ได้แก่ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปด้วยความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อกำกับดูแลการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปโดยถูกต้อง และเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูล สถิติ และจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 6)

-กำหนดให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ไม่ถือเป็นการประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน และไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร (ร่างมาตรา 7)

หมวด 2 การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 17)

-กำหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแจ้งการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ เช่น การขออนุญาตเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบถึงวันที่จะติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อยู่ของพื้นที่ที่ทำการติดตั้ง และข้อมูลของอุปกรณ์ดังกล่าว (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 13)

-กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบ เพื่อสั่งการให้มีการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องแจ้งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

หากตรวจสอบพบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.นี้ ให้มีอำนาจสั่งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแก้ไขความบกพร่อง หรือความไม่ปลอดภัย หรือการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอุปกรณ์ดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ (ร่างมาตรา 14 และร่างมาตรา 15)

-กำหนดให้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เฉพาะภายในกิจการของสถานที่ติดตั้งเท่านั้น และห้ามการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากสถานที่ติดตั้ง เว้นแต่เป็นการจำหน่ายแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือแก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง โดยการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราไฟฟ้าที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยอัตราค่าไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (ร่างมาตรา 16 และร่างมาตรา 17)

หมวด 3 การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์และซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 18 และร่างมาตรา 19)

-กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยให้มีการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 18)

-กำหนดห้ามการถอดแยกชิ้นส่วนซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เว้นแต่การถอดและประกอบกลับเข้าตามเดิม การซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ การดำเนินการ เพื่อการศึกษา ทดลอง และวิจัย การถอดแยกของสถานกำจัดซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หากมีของเสียจากการถอดแยกชิ้นส่วนดังกล่าวเกิดขึ้นจะต้องนำของเสียนั้นไปกำจัดให้ถูกต้อง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 19)

หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ (ร่างมาตรา 20 ถึงร่างมาตรา 24)

-กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในกรณีที่ทราบหรือได้รับแจ้งเหตุว่าการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะหรือสถานที่ใกล้เคียง รวมทั้งมีอำนาจออกหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้ง หรือให้ส่งวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบได้ (ร่างมาตรา 20)

-กำหนดให้พนักงานท้องถิ่นที่จะปฏิบัติการตามหมวดนี้ต้องได้รับ การแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา 21 ถึงร่างมาตรา 24)

หมวด 5 บทกำหนดโทษ (ร่างมาตรา 25 ถึงร่างมาตรา 31)

-กำหนดโทษทางอาญาและโทษปรับเป็นพินัยสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำหนดโทษทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล

บทเฉพาะกาล
กำหนดให้ พ.ร.บ.นี้ ใช้บังคับกับการขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการมาก่อน พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับและยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นด้วย (ร่างมาตรา 32)

‘ภูมิธรรม’ แจ้ง ‘มทภ.2’ ขาดอะไรขอให้บอกตรงๆ งบกลางพร้อม ไม่ต้องโพสต์ขอบริจาคประชาชน

(13 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เผยถึงกรณีกองทัพภาคที่ 2 เปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลง อย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าหาก ทภ.2 ขาดแคลนอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นใด ๆ ขอให้แจ้งตรงมายังผู้บังคับบัญชาหรือกองทัพบกโดยตรง ไม่จำเป็นต้องโพสต์ขอรับบริจาคจากประชาชน เพราะรัฐบาลมีงบประมาณกลางรองรับเต็มที่ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรสร้างความเข้าใจผิดในสังคม 

ส่วนกรณีการใช้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน นายภูมิธรรมกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมฟ้องร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาโดยกัมพูชา ซึ่งมีเจตนาไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่ากองทัพและรัฐบาลจะร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขสถานการณ์และสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความกังวลของประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่หวาดกลัวและอพยพหนี โดยขอให้ประชาชนมั่นใจในความตั้งใจของภาครัฐที่จะดูแลความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนและทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ระบุว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับนักวิจารณ์การเมืองบางรายที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและไม่เหมาะสมในการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างความสงบเรียบร้อยในประเทศ 

หนุ่มออสซี่ วัย 20 ปี ประกาศตั้ง ‘สาธารณรัฐเวอร์ดิส’ มีรัฐบาล-ประชากร 400 คน!! บนพื้นที่พิพาท ‘โครเอเชีย-เซอร์เบีย’

(13 ส.ค. 68) แดเนียล แจ็กสัน (Daniel Jackson) นักออกแบบดิจิทัล ชาวออสเตรเลียวัย 20 ปี ประกาศตั้ง 'สาธารณรัฐเสรีเวอร์ดิส' บนพื้นที่ป่า 125 เอเคอร์ หรือประมาณ 316 ไร่ ริมแม่น้ำดานูบ ระหว่างโครเอเชียกับเซอร์เบีย ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่ไม่มีประเทศใดอ้างสิทธิ์ เดิมรู้จักในชื่อ 'พ็อกเก็ตทรี'

สำหรับสาธารณรัฐเสรีเวอร์ดิส มีทั้งธงชาติ รัฐบาล คณะรัฐมนตรี ใช้สกุลเงินยูโร กำหนดภาษาอังกฤษ โครเอเชีย และเซอร์เบียเป็นภาษาทางการ ซึ่งประชากรแล้วราว 400 คน โดย ‘แจ็กสัน’ ประกาศเอกราชเมื่อ 30 พฤษภาคม 2019 หลังเริ่มสร้างรัฐบาลตั้งแต่อายุ 18 ปี

การเดินทางเข้าประเทศทำได้ทางเรือจากเมืองโอซิเยก ประเทศโครเอเชีย แต่การตั้งถิ่นฐานถูกต่อต้านอย่างหนัก โดยในเดือนตุลาคม 2023 ตำรวจโครเอเชียจับกุมและเนรเทศผู้ตั้งถิ่นฐานหลายคน รวมถึงแจ็กสัน พร้อมสั่งห้ามเข้าประเทศตลอดชีวิต โดยอ้างว่าเป็น 'ภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ'

ปัจจุบัน แจ็กสันอ้างว่าดำเนินงานในฐานะ 'รัฐบาลพลัดถิ่น' พร้อมกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่โครเอเชียตั้งกล้องสอดส่องตามชายฝั่งเวอร์ดิสเพื่อขัดขวางการเข้าพื้นที่จากฝั่งเซอร์เบีย เขายืนยันต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับโครเอเชีย แม้จะถูกปฏิบัติอย่างแข็งกร้าวก็ตาม ขณะเดียวกัน เซอร์เบียมีท่าทีเปิดกว้างมากกว่า

ทั้งนี้ พลเมืองเวอร์ดิสแต่ละคนจะได้รับหนังสือเดินทางอย่างถูกต้อง แต่แจ็กสันเตือนว่าไม่ควรใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศ แม้จะมีบางกรณีที่ใช้ผ่านด่านเข้าได้จริงก็ตาม ประเทศเล็กแห่งนี้คัดเลือกพลเมืองอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับผู้มีทักษะที่จำเป็น เช่น แพทย์หรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเจอปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง แต่แจ็กสันยังมั่นใจว่าจะได้กลับไปครองพื้นที่นี้อีกครั้ง เพราะโครเอเชียไม่ได้อ้างสิทธิ์ในดินแดนนี้ หากทำได้สำเร็จเขาก็พร้อมจะสละตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ และจัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้ต้องการถือครองอำนาจถาวร

‘เสธ.หิ’ โพสต์จวกผู้นำเขมร ‘หลบอยู่หลังกระโปรงมาลี’ สุ่มไฟใส่ร้ายไทย

(13 ส.ค. 68) หลังจากที่ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แจ้งต่อเลขาธิการสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น อ้างกองทัพไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา นายชุม ซอนรี ระบุว่าตั้งแต่การหยุดยิงเริ่มมีผล 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยรุกล้ำเข้าดินแดนกัมพูชาซ้ำหลายครั้ง วางลวดหนามและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมายในหลายพื้นที่

ล่าสุด ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  และผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า 

“อย่าให้เสื่อมเกียรติมากไปกว่านี้เลย เวลายิง ก็ยิงไทยก่อน สู้ไม่ได้ ก็แหกปาก ขอให้หยุดยิง ตั้งแต่หยุดยิง กัมพูชาก็เสริมทหารไม่ได้หยุด แล้วยังจะมาหน้าด้านให้ไทยถอยทหารลงมาอีก กฎของการหยุดยิง หยุดกันตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้นแหละ เป็นทหาร เป็นผู้นำ อย่าหลบอยู่หลังกระโปรงมาลี ทำให้ประเทศเสื่อมเสียไปมากกว่านี้เลย” เสธ.หิ โพสต์

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่จัดกิจกรรม 'Mom & Me Love in a Frame' เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดกิจกรรมพิเศษ 'Mom & Me Love in a Frame' เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ โดยมี นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบของที่ระลึกวันแม่แก่ผู้โดยสารและผู้ร่วมงาน ภายในกิจกรรมมีการให้บริการ Photo Booth พร้อมทำพวงกุญแจ (Keychain) จากภาพถ่ายสุดประทับใจ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกและสร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูกและครอบครัว ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความสุขจากการได้เก็บช่วงเวลาสำคัญไว้ในภาพถ่ายและของที่ระลึกสุดพิเศษ 

ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในด้าน Hospitality และความใส่ใจ (Service Mind) ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่พร้อมดูแลผู้โดยสารดุจคนในครอบครัว สร้างความประทับใจในทุกการเดินทางและทุกโอกาสพิเศษ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนผู้โดยสารและผู้สนใจร่วมสนุกผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงโพสต์ภาพจากกิจกรรม พร้อมติดแฮชแท็ก AOTชวนบอกรักแม่ปี68 เพื่อแบ่งปันความรักและความประทับใจไปยังสังคมออนไลน์ สร้างบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นในวันแม่แห่งชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top