Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

เปิดทฤษฎีสมคบคิด!! ‘ฮุนเซน’ ไม่ได้ต้องการปราสาท เป้าหมาย!! ทรัพยากรจุดพิพาท ‘น้ำมัน - ก๊าซธรรมชาติ’

ในช่วงที่มีการรบพุ่งที่ชายแดนอย่างดุเดือดกลับมีเสียงหนึ่งดังมาถึงหูของเอย่า  นั่นคือหากปัญหาที่ทำให้ทางกัมพูชานั้นรบพุ่งกับไทยไม่ใช่เพื่อต้องการดินแดนหรือปราสาทอย่างที่ทางกัมพูชาพยายามแล้ว อะไรละคือสิ่งที่จะมาเป็นชนวนครั้งนี้ได้

แต่กลับมีกลุ่มนักทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองสร้างประเด็นให้ชวนคิดอยู่ว่าหากทางฮุนเซนไม่ได้อยากได้ปราสาทแล้ว อะไรละคือสิ่งที่ชายคนนี้ต้องการ ว่าแล้วก็ต้องย้อนกลับไปก่อนจะมีประเด็นเรื่องปราสาทตาเมือนธม กัมพูชาก็มาฮึ่มๆ กับไทยเรื่องเกาะกูด แถมฝ่ายการเมืองไทยก็ขานรับเสียด้วย ทำเอาเป็นประเด็นร้อนเพราะจะทำให้ไทยเสียดินแดนจนมีคนออกมาแฉว่ามากกว่าเรื่องของเขตแดนนั่นคือทรัพยากรที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ว่ากันว่ามูลค่าของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตรงบริเวณเกาะกูดมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านบาท และนั่นน่าจะเป็นประเด็นที่ชวนคิดว่า 2 ตระกูลระหว่างไทยและกัมพูชานั้นคิดอะไรอยู่

ประเด็นคือเมื่อมีการต่อต้านจนประเด็นเรื่องชายแดนเกาะกูดร้อนแรงขึ้นอีกทั้งประชาชนกัมพูชาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเหตุการณ์นี้ ก็ทำให้ฝั่งกัมพูชานั้นเปลี่ยนแผนไปวุ่นวายกับเรื่องปราสาทและดินแดนแทนเพื่อเรียกพลังมวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วม จุดนี้จะทำให้เห็นว่าทางกัมพูชาพยายามที่จะกล่าวหาไทยว่าเป็นผู้กระทำก่อนเพื่อที่สุดท้ายจะอ้างผลประโยชน์เรื่องดินแดนให้มีการแบ่งปักปันดินแดนใหม่เพื่อที่จะนำมาซึ่งผลของการปักปันดินแดนบริเวณเกาะกูดด้วยเช่นกัน  หากเป็นไปตามแผนนี้ นั่นแปลว่ากัมพูชาจะแสร้งทำเป็นยอมเสียอาณาเขตที่เคยเป็นของไทยแต่กัมพูชาเข้ามายึดไปดื้อๆอย่างปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควายและปราสาทเขาพระวิหาร แต่จะขออาณาเขตทางทะเลตรงบริเวณเกาะกูดมาแทน ดูแบบนี้ใครไม่รู้ความจริงก็จะมองว่ากัมพูชายอมเสียเปรียบ แต่หากคนที่รู้ความจริงคือนายฮุนเซนไม่ได้สนใจความต้องการของประชาชนของเขาเลยเพียงแต่เอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือเพื่อแอบอ้างความถูกต้องในขณะที่ตนเองและพวกพ้องก็จะทำการฮุบทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นของตนและพรรคพวก ซึ่งนั่นก็รวมถึงพยาธิ เอ้ย ญาติที่ฝั่งไทยด้วยกระมัง เรื่องนี้อาจจะฟังดูเป็นนิทานการเมืองที่สนุกสนานแต่หากมองในอีกมุมแล้วนี่คือแผนอันเลือดเย็นของทั้งผู้นำกัมพูชาและคนที่ได้ชื่อว่าผู้อยู่เหนือผู้นำรัฐบาลไทยที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของเหล่าทหารและผู้บริสุทธิ์ของทั้ง 2 ประเทศ  

สุดท้ายเรื่องที่ไม่คาดคิดและอาจจะไม่ได้เกินที่จะคาดหมายคือการมาของสหรัฐอเมริกาที่จะมาตั้งฐานทัพในกัมพูชา ถามว่างานนี้สหรัฐได้อะไร…? ต้องถามอีกทีว่าแปลกไหมที่อยู่ดีๆ สหรัฐก็ลดภาษีนำเข้าให้ไทยเท่ากับกัมพูชาทั้งๆ ที่ไทยก็ไม่ได้เสียอะไรเลย ทุกคนไม่สงสัยอะไรบ้างหรือว่าเบื้องหลังการไปตั้งกองทัพสหรัฐครั้งนี้ฝ่ายไทยนี่แหละอาจจะส่งซิกแนลไปให้พ่อใหญ่สมเด็จวุ้นเส้นก็เป็นได้ และแน่นอนผลที่ได้คือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐเมื่อกัมพูชาหักหลังจีน เวียดนามที่เป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อจีนมาตลอดคงยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้ฐานทัพศัตรูมาอยู่ในดงที่ทางฝ่ายจีนต้องการขยายอำนาจเป็นแน่แท้  และเชื่อว่าความวุ่นวายที่จะเกิดกับกัมพูชาอาจจะนำมาเรื่องปัญหาเขตแดนแน่นอน อย่าลืมว่าพวกเขายังไม่ได้สิ่งที่ต้องการได้ และเชื่อได้ว่าอเมริกาน่าจะเป็น 1 ในหมากของ 2 ตระกูลใหญ่วางไว้เพื่อให้เกิดปัญหาในทะเลอ่าวไทยในอนาคตเพื่อจะชักนำให้เกิดการปักปันเขตแดนใหม่เพื่อจะทำการแบ่งสันปันส่วนสมบัติแผ่นดินกัน สุดท้ายมีคนบอกว่าลองดูให้ดีหลังจากนี้ อาวุธฝ่ายกัมพูชาที่จะนำมาใช้รบอาจจะไม่ใช่อาวุธจากจีนอีกต่อไปแต่จะเป็นอาวุธจากประเทศซีกโลกตะวันตกแทน

สุดท้ายอย่างว่านะคะ…..นี่คือทฤษฎีสมคบคิดของนักทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองคิดกันขึ้นโดยนำเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์นะคะ

‘ชาวอิสราเอล’ เตรียมหาที่อยู่ใหม่ ในประเทศที่ปลอดภัย ตั้งเป้า!! ย้ายมา ‘ไทย’ เป็นอันดับที่ 2 รองจาก ‘กรีซ’

(2 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ชาวอิสราเอล’ โดยมีใจความว่า ...

#ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับสองสำหรับชาวยิว

การค้นหาประเทศที่ปลอดภัยสำหรับชาวอิสราเอลเพิ่มขึ้นถึง 5,000 เปอร์เซ็นต์

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ยิดอัท อัหรอนุต รายงานว่า

"หลังจากสงครามกับอิหร่าน การค้นหาเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติของชาวยิว และความปลอดภัยในการเดินทางได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำค้นหาเช่น “#ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชาวยิว” กลายเป็นคำยอดนิยม"

"เป้าหมายการเดินทางยอดนิยมตามลำดับได้แก่ กรีซ ไทย สหราชอาณาจักร ปราก เวียนนาคอสตาริกา โตเกียว ประเทศอัลบาเนีย (เพิ่มขึ้น 500%) และเกาะคาฟาลิโนของกรีซ (เพิ่มขึ้น 80%) เติบโตอย่างมาก" 

#ไทยเราถูกเลือกเป็นอันดับ2

ความจริงมีหนึ่งเดียว!!

(2 ส.ค. 68) ความจริงมีหนึ่งเดียว!! พลจัตวา แซมซุล ริซาล บิน มูซา (Brigadier General Samsul Rizal bin Musa) ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซีย บอกว่า ค่อนข้างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้มันคือเรื่องจริงตนรู้สึกสงสารและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพลเรือนที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเด็กๆ ต้นพูดได้เลยว่า พวกเรารู้สึกเสียใจจริงๆ และอยากให้คนภายนอก ได้เห็น และเชื่อว่าพวกเขาสามารถคิดวิเคราะห์ได้ว่าสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ตนหวังว่า สันติภาพจะไม่มีวันเลือนลาง อย่าให้มีสงครามเกิดขึ้นอีกเลย

NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL ครอสโอเวอร์เอสยูวี สปอร์ตพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สง่างามด้วย โคโดะ ดีไซน์ เริ่มต้น 899,000 บาท

(2 ส.ค. 68) มาสด้าเผยโฉมอีกหนึ่งยนตรกรรมภายใต้ ESSENTIAL COLLECTION ครอสโอเวอร์เอสยูวีสปอร์ตพรีเมี่ยม NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL ภายใต้แนวคิด “LIVE A LIFE OF VALUE” เติมเต็มชีวิตให้คุ้มค่ากับเอสยูวีที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สง่างามด้วย โคโดะ ดีไซน์ ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบสนองดีที่สุดให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการควบคุมการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พิเศษสุด ลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.mazda.co.th

ทั้งนี้ New Mazda CX-30 Essential ได้มีการปรับเพิ่มออพชันและฟีเจอร์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกรุ่น ซึ่งปัจจุบัน Mazda CX-30 มีจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย

1. CX-30 Carbon Edition ราคาจำหน่าย 1,211,000 บาท
2. CX-30 SP ราคาจำหน่าย 1,199,000 บาท
3. CX-30 S ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท
4. CX-30 C ราคาจำหน่าย 989,000 บาท

สำหรับ New Mazda CX-30 Essential ได้มีปรับไลน์อัพใหม่ ประกอบด้วย

1. รุ่น PRIME ราคาจำหน่าย 899,000 บาท รุ่นเริ่มต้นใหม่ ที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
2. รุ่น ULTRA ราคาจำหน่าย 999,000 บาท ปรับอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น C
3. ร่น SIGNATURE ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท ปรับเพิ่มอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น S ในราคาเท่าเดิม

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร มีประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานมากกว่า 74 ปี ด้วยการเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสุขและเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้า ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้กับโลก ผู้คน และสังคม อันเป็นปณิธานสูงสุดของเรา ทั้งนี้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์มาสด้ายังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก คือ การคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของแบรนด์ในทุกยนตรกรรม ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตาม มาสด้ายังคงคุณค่าหลัก 5 ประการ หรือ 5 Common Values ในการพัฒนารถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ประกอบด้วย

- Artful Design การออกแบบสร้างสรรค์ดุจงานศิลปะชิ้นเอก Car As Art ถ่ายทอดภายใต้คอนเซ็ป KODO: Soul of Motion จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว โดดเด่นด้วยความสวยงามต้องตาต้องใจผู้พบเห็น ทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน รวมถึงสีภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าที่ผลิตขึ้นด้วยแนวทาง “ทาคุมินูริ” ที่หมายถึงการเพ้นท์สีโดยช่างผู้ชำนาญการ

- Japanese Mastery ความเชี่ยวชาญ พิถีพิถันในแบบฉบับของญี่ปุ่น คุณค่าระดับสูง สัมผัสได้จากคุณภาพอันประณีตพิถีพิถัน และมีเสน่ห์เฉพาะของชาวญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดลงในทุกองค์ประกอบของรถมาสด้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการตัดเย็บและการคัดสรรวัสดุภายในที่ประณีตดุจงานทำมือ แบบสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น - Human-Centricity การออกแบบโดยเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงการใช้งานตามหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์เป็นหลัก ทั้งในเรื่องตำแหน่งผู้ขับขี่ การจัดวางอุปกรณ์ความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงการจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งที่ช่วยรักษากระดูกสันหลังให้มีรูปทรงตัว S ทำให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่

- Effortless Joyful Driving ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและควบคุมง่ายดั่งใจ กับระบบการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล มั่นใจทุกการเข้าโค้ง พร้อมรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงระบบความปลอดภัย i-Activsense ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องและโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟช่วยลดการบาดเจ็บให้น้อยที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
.
- Ingenious Solution นวัตกรรมอัจฉริยะขั้นสูง อาทิ เครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า SKYACTIV-G และเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE โดดเด่นด้วยการรวมทุกข้อดีของเกียร์อัตโนมัติจากทุกระบบเข้ามาไว้ด้วยกัน ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว

ครอสโอเวอร์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม New Mazda CX-30 Essential ได้รับการออกแบบตามสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้ KODO Design, Soul of Motion มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เน้นถึงความเรียบง่ายแต่งดงาม ถือเป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจของมาสด้าในการมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมขึ้นไปอีกขั้น เพราะปรัชญาการออกแบบมาสด้า คือรถยนต์เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก “Car As Art” ที่บรรจงสรรค์สร้างขึ้นด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ และยังคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเทคโนโลยี SKYACTIV และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย i-Activsense ที่ให้ทั้งสะดวกสบายและความปลอดภัยไปพร้อมกัน

Mazda CX-30 คือครอสโอเวอร์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์เหล่านี้ไว้อย่างลงตัวในทุกองค์ประกอบ ทั้งยังได้รับการการันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม Thailand Car of the year 2020 เป็นรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล World Car of the Year 2020, คว้ารางวัล Golden Steering Wheel Award 2019 ประเภท Compact SUV จากประเทศเยอรมนี, รางวัล RedDot Award 2020 ประเภท Product Design จากประเทศเยอรมนี, รางวัล Design Trophy 2020 ประเภท SUV และ ประเภท “Champion of all Classes” จากประเทศเยอรมนี และยังได้รับรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายจากหลายประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย รถรุ่นนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สร้างศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดให้กับแบรนด์มาสด้ามาจนถึงปัจจุบัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “Mazda CX-30 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกันกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ถึงแม้ว่าการเปิดตัวจะเจอกับวิกฤตที่หนักหนาสาหัส แต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมรถยนต์รุ่นนี้ลดลง กลับทำให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบันมีรถยนต์รุ่นนี้อยู่ในการครอบครองของลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 25,000 คัน และยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว New Mazda CX-30 Essential ภายใต้กลุ่ม ESSENTIAL COLLECTION ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนรุ่นย่อยใหม่ และปรับราคาใหม่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น โดยรุ่นเริ่มต้นใหม่ที่เพิ่มเข้ามามีราคาให้เข้าถึงได้ง่ายเพียง 899,000 บาท ทางมาสด้าได้พัฒนาและออกแบบรุ่นย่อยใหม่ โดยคัดสรรอุปกรณ์ให้เหมาะสมและจำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบ พร้อมราคาใหม่ที่ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่กำลังมองหารถเอสยูวีสไตล์ใหม่ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของชีวิตคู่ หรือเป็นครอบครัวเริ่มต้นขนาดเล็กที่ต้องการความอเนกประสงค์จากรถเอสยูวีที่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน และมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม”

มาสด้าต้องการให้รถยนต์มาสด้าเข้ามาเติมเต็มวิถีการดำรงชีวิตของลูกค้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจในการเดินทาง ก่อเกิดเป็นความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครอสโอเวอร์เอสยูวี New Mazda CX-30 Essential จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยองค์ประกอบที่ใส่มาครบครัน พร้อมส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่และดีไซน์ที่สง่างาม ที่สำคัญมีการปรับราคาใหม่ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ลูกค้าที่สนใจสามารถแวะชมและสัมผัสคันจริงได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th

Deal ซื้อ Saab JAS 39 E/F Gripen ไม่มีวันล่ม!! เพราะ ‘สวีเดน’ อย่างเด็ดขาด เผย!! การทิ้งระเบิดเขมรของไทย เป็นปฏิบัติการ รบจริงครั้งแรก แต่ได้ผลดีเยี่ยม

(2 ส.ค. 68) เหตุผลคือ JAS 39 C/D Gripen (ที่ไทยใช้ถล่มเขมรร่วมกับ F-16) เป็นเครื่องบินรบ และตั้งแต่สวีเดนผลิต JAS 39 มาแล้ว 2-300 ลำ รวม 3 รุ่นแล้ว (เกือบ 40 ปี) เครื่องบินรบรุ่นนี้ยังไม่เคยปฏิบัติการรบจริงเลย นอกจากการบินสกัดกั้น ซึ่งยังไม่เคยมีการปะทะทางอากาศเลย 

การทิ้งระเบิดเขมรโดย JAS 39 Gripen ของไทยจึงเป็นปฏิบัติการรบจริงครั้งแรกของเครื่องบินรบรุ่นนี้ และกลายเป็นการโฆษณาเครื่องบินรบแบบ JAS 39 E/F Gripen ให้กับ Saab บริษัทสวีเดนผู้ผลิต โดยไม่เสียค่าโฆษณาเลย เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของเครื่องบินรบแบบนี้ ซึ่งยังไม่เคยปฏิบัติการรบจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เพราะ Saab JAS 39 E/F Gripen เป็นเครื่องบินรบ คุณลักษณะและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่จะดึงดูดลูกค้าให้ซื้อที่ดีที่สุดก็คือ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง เมื่อ JAS 39 Gripen ของไทยปฏิบัติการรบได้ผลดีเยี่ยม สามารถปฏิบัติการรบร่วมกับเครื่องบินรบต่างแบบได้ นั่นคือ ความสำเร็จของ Saab JAS 39 Gripen ซึ่ง JAS 39 Gripen ของไทย สามารถทำลายเป้าหมายได้สำเร็จด้วยความแม่นยำต่อเป้าหมายทางทหารต่าง ๆ ของเขมร รวมทั้งระบบ BM-21 ซึ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนพลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์ไปสิบกว่าชีวิต รวมทั้งโรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชนอีกหลายแห่ง

ดังนั้น นอกจาก JAS 39 E/F Gripen ฝูงใหม่แล้ว กองทัพอากาศ ควรต้องจัดซื้อจัดหา JAS 39 C Gripen มาเติมให้เต็มฝูงเพื่อทดแทนลำที่ประสบอุบัติเหตุให้เต็มฝูงด้วย

ดร.โญ มีเรื่องเล่า

‘อาจารย์อุ๋ย’ เดือด!! เลือดไทยต้องไม่สูญเปล่า ต้องจับ!! ‘ฮุนเซน’ ทันที หากเหยียบแผ่นดินไทย

(2 ส.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า

จากการรุกรานโดยใช้กำลังอาวุธอย่างไร้มนุษยธรรมโดยกัมพูชาที่กระทำต่อสถานที่ทางพลเรือนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ปั๊มน้ำมัน สถานศึกษาหรือโรงพยาบาล ซึ่งถูกกองกำลังกัมพูชาโจมตี โดยมีภาพหลักฐานว่านายฮุนเซน ซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นประมุขหรือผู้นำของรัฐ แต่เป็นเพียงประธานวุฒิสภา เท่านั้น จึงไม่สามารถใช้ความคุ้มกันของผู้นำรัฐต่างประเทศได้จากการถูกดำเนินคดีหรือบังคับคดีในศาลของรัฐอื่น ภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต 

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา มาตรา 135/1 กำหนดว่า “ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้ 

(1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ 

(2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ 

(3) กระทําการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใด.... อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสําคัญ ถ้าการกระทํานั้นได้กระทําโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย....อันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทําความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท” 

และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 7 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 135/1 นอกราชอาณาจักร ให้ถือว่ากระทำในราชอาณาจักร ดังนั้นการกระทำของนายฮุนเซน ที่จงใจโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งนอกเหนือจากเป็นความผิดฐานอาชญากรสงคราม ซึ่งต้องส่งเรื่องขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศที่ใช้เวลานานและถูกครอบงำโดยชาติตะวันตก ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา รัฐบาลไทยจึงควรดำเนินคดีฐานก่อการร้ายต่อนายฮุนเซนและพรรคพวกด้วย ซึ่งจะทำให้นายฮุนเซนและพรรคพวกต้องถูกจับกุมทันทีหากเหยียบแผ่นดินไทย และเจ้าหน้าที่รัฐของไทยที่ไปพบแล้วไม่ชี้เป้าหรือจับกุมก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย 

นอกจากนี้ความผิดฐานก่อการร้ายยังเป็นความผิดมูลฐานตาม พรบ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งทำให้ ปปง. สามารถตรวจสอบ ยึด และอายัดทรัพย์ของนายฮุนเซนและพรรคพวกที่อยู่ในประเทศไทย แม้ว่าจะอยู่ในชื่อนอมินีก็ตาม เพื่อนำมาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทหารและพลเรือนไทยอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับทุกชีวิตของคนไทยที่ต้องสังเวยให้กับการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของนายฮุนเซน ด้วยความปรารถนาดี

‘ทรัมป์’ สั่ง!! เคลื่อน ‘เรือดำน้ำนิวเคลียร์’ สองลำ ประจำการ หลังรัสเซีย!! ขู่กลับ จากกรณีทรัมป์ ให้ ‘ปูติน’ ยุติสงคราม

(2 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (1ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาสั่งให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำ “ประจำการในภูมิภาคที่เหมาะสม” เพื่อตอบโต้ต่อคำเตือนของดมิทรี เมดเวเดฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียที่ส่งถึงสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

เมดเวเดฟ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า การยื่นคำขาดใหม่แต่ละครั้งของทรัมป์ต่อรัสเซียเพื่อบังคับให้ยุติสงครามกับยูเครน “เป็นภัยคุกคามและเป็นก้าวสู่สงคราม”

เมดเวเดฟเขียนบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ไม่ใช่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่กับประเทศของเขาเอง”

ทรัมป์กล่าวเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า เขาจะลดระยะเวลาเส้นตายสำหรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน จาก 50 วัน เหลือไม่ถึงสองสัปดาห์ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับ “ภาษีศุลกากรอัตราสูงสำหรับคู่ค้าของมอสโก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “จากคำกล่าวที่ยั่วยุอย่างยิ่งของอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ผมได้สั่งให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำประจำการในพื้นที่ที่เหมาะสม เผื่อกรณีที่มีอะไรมากไปกว่าคำกล่าวที่โง่เขลาและยั่วยุเหล่านี้”

“คำพูดมีความสำคัญมาก และมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ ผมหวังว่านี่จะไม่ใช่หนึ่งในกรณีเหล่านั้น” ทรัมป์กล่าว ขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!!”

เมดเวเดฟทวีตเมื่อวันจันทร์ว่า

“ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย: 50 วันหรือ 10 วัน... เขาควรจำไว้ 2 สิ่ง”

1. รัสเซียไม่ใช่อิสราเอลหรือแม้แต่อิหร่าน 2. คำขาดแต่ละคำคือภัยคุกคามและก้าวไปสู่สงคราม” เมดเวเดฟเขียน

“ไม่ใช่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่กับประเทศของเขาเอง อย่าไปยึดติดกับเส้นทางของโจผู้ง่วงซึม!” เมดเวเดฟกล่าวเสริม โดยอ้างถึงอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดี เตือนเมดเวเดฟเกี่ยวกับวาทกรรมของเขา พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ความร่วมมือทางการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดีย

ผมไม่สนใจว่าอินเดียจะทำอะไรกับรัสเซีย พวกเขาสามารถนำพาเศรษฐกิจล่มสลายไปด้วยกันได้ ผมไม่สนใจหรอก” ทรัมป์เขียน “เราทำธุรกิจกับอินเดียน้อยมาก ภาษีศุลกากรของพวกเขาสูงเกินไป เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราสูงที่สุดในโลก

“ในทำนองเดียวกัน รัสเซียและสหรัฐอเมริกาแทบจะไม่ทำธุรกิจร่วมกันเลย” ทรัมป์กล่าว “ขอให้เป็นแบบนี้ต่อไป และบอกเมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียที่ล้มเหลว ซึ่งคิดว่าตัวเองยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ ให้ระวังคำพูด เขากำลังเข้าสู่ดินแดนที่อันตรายมาก!!”

เมดเวเดฟขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ตอบโต้

เมดเวเดฟตอบโต้ในวันพฤหัสบดีด้วยแถลงการณ์ว่า “หากคำพูดเพียงไม่กี่คำจากอดีตประธานาธิบดีรัสเซียสามารถกระตุ้นให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ทรงอิทธิพลในปัจจุบันเกิดปฏิกิริยาวิตกกังวลเช่นนี้ได้ ก็ชัดเจนว่ารัสเซียทำถูกต้องแล้ว และจะยังคงเดินต่อไปบนเส้นทางที่เลือก”

“สำหรับคำพูดของเขาเกี่ยวกับ ‘เศรษฐกิจที่ล่มสลาย’ ของอินเดียและรัสเซีย และ ‘การเสี่ยงภัยในดินแดนอันตราย’ บางทีเขาน่าจะกลับไปดูหนังเรื่องโปรด ซอมบี้ของเขา และระลึกไว้ว่า ‘มือปีศาจ’ ในตำนานนั้นอันตรายเพียงใด” เมดเวเดฟกล่าว

มือปีศาจ (Dead Hand) คือระบบของรัสเซียที่ใช้โจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์โดยอัตโนมัติ หากตรวจพบการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

บอกเพื่อนชาวต่างชาติ ถึงความจริง กรณีข้อพิพาท ‘ไทย – กัมพูชา’

(2 ส.ค. 68) คอลัมน์ ใดใด Digest ในวันนี้ ขอส่งเสียงดังดัง ไปยังทั่วโลก ให้ได้รับรู้ถึง ‘ความจริง’  

Truth From Thailand

Dear all my friends out there,

During the past few days, you may have noticed from the news sources around the globe that there has been a conflict between Thailand and Cambodia along the border line.  There were days of military clashes in several battlefields. Lives are lost on both sides. Peace has been taken away.  

Then, you may have also noticed that there were groups of Cambodian descents and immigrants gathering in some cities in the US, Europe, Austria and New Zealand trying to tell the world that Thailand has started this war by shooting first while Cambodian government spokesperson and social media influencers have been saying the same things repeatedly. Not only blaming that Thailand has shot the first bullet but also telling the world to fake, uncheckable and even unreal informations such as Thai military aircraft spreads poisonous gas to kill Cambodian civilians and soldiers while using and sharing a false image of an original picture from US wildfire suppression mission in California or things like Cambodian troops have shot down many Thai army’s F-16 aircrafts, etc. Worst of all, the Cambodian government declared a lie to the world that Thai military troops have shot the first bullet while , in fact, there are several verifiable evidences that Thailand didn’t neither start the attack nor attempted to use military force in this conflict. It is , with proven and visible facts, Cambodian government who intentionally began to attack Thai soldiers and ,worst of all, Thai innocent civilians. 

Please let me give you some proven examples. 

1. According to the analysis from Nathan Ruser, a satellite data analyst at the Australian Strategic Policy Institute (ASPI), there were most significant signs of military buildup and rising tensions originated from the Cambodian side. Cambodian military forces had reinforced various positions and rapidly deployed strategic reinforcements immediately afterward, according to the heat map caught on satellite. 

2. On 16th & 23rd July 2025, prior to 24th (the 1st day of the clash), Thai soldiers have severely injured (losing legs) by stepping on the land mines which are examined and found as brand new later on. Even the photo taken at Ta Kwai castle area (one of the battlefields) by Cambodian press shows many brand new PMN2 land mines ready to be embedded to the ground. This is absolutely against the Ottawa treaty (an international agreement that bans the use, stockpiling, production, and transfer of anti-personnel landmines) that both Thailand and Cambodia have signed. 

3. There are proven evidences showing that Cambodian troops have used several UNESCO certified World’s heritage sites as military bases. This is serious violation of the international law, particularly the 1954 Hague Convention that states “the cultural property can not be used for military purposes. Again, Cambodia has signed this convention. 

4. Civilian targets within Thai border have been destroyed by Cambodian fire power “on the first day of the clash”. This includes Convenient store (7-11), Civilian houses, Hospital and Schools. Those have been shot at and destroyed. This is truly a violation of the Geneva Convention Relative to the Protection of Civilian Persons in Time of War of 12 August 1949. 

During the past week, Thai people have witnessed too many ravaging incidences caused by this unnecessary warfare. We have seen our heroes fall after their acts of valor, innocent lives were taken including little children and their mothers and grief of those who lost their beloved ones. We have seen smoke of gunfires, bullets flying , bloods and tears. 

Even though, I cannot speak on behalf of all Thais but as far as I’m concerned, we don’t despise Cambodians. Historically, we have been very supportive to them as their closest neighbor and friend. When countless numbers of Cambodian fled to Thailand in order to escape Khmer Rouge, we opened our door to them and set up camps on our soil to comfort and protect them for the sake of friendship and humanity. Nowadays, we have been giving Cambodian people supports on education, jobs,  medical treatments, financial and economic subsidies. 

Thai people are usually peaceful by nature ,however, when it comes to a fight, we firmly stand our ground. All we want is to protect our sovereignty and maintaining our humanity at all cost. 

Therefore, I am sending you this message as if I were standing right in front of you with hope in my heart, asking you to consider these visible evidences that I have mentioned and more with your unbiased recognition and stand impartially with the truth. 

A truth that will eventually bring peace and justice to every soul who lives and falls.

Sincerely, 

Kavil Navanugraha 

An Ordinary Thai

#TruthFromThailand

ด้วยจิตคารวะ

กูรูการตลาด วิเคราะห์!! เลือกตั้งครั้งหน้า ‘พรรคส้ม’ อาจได้ สส.น้อยลง ชี้!! มีแต่วาทกรรม แอบอ้างผลงาน ไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของผู้บริหารประเทศ

(2 ส.ค. 68) TikTok ช่อง ‘modernizationmarketings ยุคใหม่การตลาดของไทย’ ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

ตัวชี้วัดที่สามารถบอกได้ว่า พรรคการเมืองส้มอาจจะเหลือน้อย หรืออาจจะสูญพันธุ์ไปเลยก็ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เรื่องนั้นก็คือ 

เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้วยการนำของพรรคแดง แต่เกือบทั้งหมดเลย ที่เป็นทั้งกองเชียร์พรรคการเมืองส้ม และกองเชียร์ของพรรคการเมืองแดง และกองเชียร์ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่มีใครเรียกร้องให้พรรคการเมืองส้มเข้ามากอบกู้เศรษฐกิจเลย

การที่คนจำนวนมาก มองว่าพรรคการเมืองสีส้ม ไม่สามารถที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจกอบกู้เศรษฐกิจได้ ไม่ได้เกิดจากการโจมตี การใส่ร้าย 

แต่เกิดจากการกระทำของ พรรคการเมืองสีส้มเอง ซึ่งมีแต่วาทกรรม หรือแอบอ้างผลงาน การคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ไม่มี การมองก็มองในมิติเดียว ซึ่งมันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top