Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

ตร. และภาคีร่วมแถลงผลการส่งคลิปกล้องหน้ารถ โครงการอาสาตาจราจร พร้อมรณรงค์ขับขี่ตามกฎจราจร ผ่านโครงการถนนปลอดภัย 

(31 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร.(มค) มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มค 1) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ แจ้งอริยวงศ์  รอง ผบช.สยศ.ตร พล.ต.ต.สหัสสชัย โลจายะ ผบก.ผค. พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษา ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ฝ่ายสื่อสารองค์กร สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 คุณวีณา เสรีอรุโณ หัวหน้าฝ่ายโปรดิวเซอร์ สถานีวิทยุ จส.100 พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัย ทางถนน วุฒิสภา ร่วมแถลงผลการขับเคลื่อนโครงการ อาสาตาจราจร ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยยังคงมอบเงินรางวัลให้กับเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี หรือเป็นคลิปที่เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนเกิดการตระหนักรู้ในการขับขี่ตามกฎจราจร โดยงานวันนี้มีการมอบรางวัล ให้กับคลิปที่ได้รับการคัดเลือก ประจำเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 68 รวม 20 รางวัล เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัย เป็นผู้สนับสนุน    

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า คลิปที่ประชาชนส่งมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้จัดทำโครงการ  “อาสาตาจราจร” ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด, จส.100 และ สวพ.91 เพื่อเป็นโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนช่วยกันเป็นตาจราจร ส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจร หรือคลิปอุบัติเหตุบนท้องถนน จากกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นพยานหลักฐาน ในการติดตาม ผู้กระทำผิดกฎจราจรมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งนำไปใช้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ให้ประชาชนขับขี่ตามกฎจราจร ด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างในคลิป 

สำหรับวันนี้เป็นการการมอบรางวัลของคลิปที่ได้รับการคัดเลือกประจำเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 2568 รวมจำนวน 20 คลิป โดยทางคณะทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับได้ร่วมกันคัดเลือก และมอบรางวัลให้เจ้าของคลิปดังกล่าว โดยมี บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เป็นผู้สนับสนุน เงินรางวัล ซึ่งรอบนี้มีอุทาหรณ์จากการขับรถที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรทั้งการตัดหน้าระยะกระชั้นชิด และการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหัน จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น เหตุการณ์จากคลิปเหล่านี้ จะเป็นข้อเตือนใจให้พี่น้องประชาชนเคารพกฎหมายและมีน้ำใจบนท้องถนนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและผู้ร่วมทาง    

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน ที่ส่งคลิปมา เพื่อร่วมกันเป็น “อาสาตาจราจร” ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้ รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร 100 % เพื่อสร้างจิตสำนึกการขับขี่ตามโครงการถนนปลอดภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ครับ ขอบคุณครับ 

รวมรายชื่อ ‘นักมวยไทย’ แสดงพลังรักชาติ ร่วมบู๊แนวหน้า!! บนสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก หนุ่ยไดโน มวยไทยคลาสสิค Nuidino MuayThaiclassic เปิดรายชื่อสุดยอดนักมวยไทย ที่ถอดนวมชั่วคราวไปสวมเครื่องแบบทหารปกป้องแนวหน้าในสมรภูมิชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศไทย

สำหรับรายชื่อนักมวยที่เข้าร่วมรบในครั้งนี้ ได้แก่ เจมส์ศักดิ์ ทีเด็ด99, ลำพูนชัย แก้วสัมฤทธิ์, บุญหลง คลองสวนพลูรีสอร์ท, เก้าล้าน ศิษย์บุญมี, ลมโชย ส.เถระพัฒน์ และ อีที ทีเด็ด99

นอกจากนี้ ‘เวโร’ นักชกสาวชาวเมียนมา ที่ขึ้นชกในศึก “One Championship” ได้โพสต์ชูธงชาติไทย ยกเป็นประเทศที่ได้รับความอบอุ่น รู้สึกเหมือนบ้านหลังที่ 2 พร้อมขอบคุณคนไทยที่ให้โอกาสเสมอมา และขอยืนเคียงข้างชาวไทยในสถานการณ์ครั้งนี้

เช่นเดียวกับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ นักสู้ชาวไทยชื่อดัง และ โคตะ มิอุระ กำปั้นชาวญี่ปุ่น ออกมาสื่อสารให้ชาวโลกได้รับรู้เหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโพสต์ธงชาติไทย และข้อความขอให้ชาวไทยปลอดภัย

ปักกิ่งเรียก Nvidia แจงด่วน!! ชิป H20 อาจมีช่องโหว่เรื่องระบบติดตาม หวั่นแอบส่งข้อมูลกลับสหรัฐฯ แม้ปิดดีลซื้อ-ขายกันแล้ว 300,000 ชิ้น

(31 ก.ค. 68) สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (Cyberspace Administration of China) แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงในชิปปัญญาประดิษฐ์ H20 ของ Nvidia ซึ่งเพิ่งกลับมาจำหน่ายในจีนหลังสหรัฐฯ เพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก โดยทางการจีนเรียก Nvidia เข้าชี้แจงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ชิปดังกล่าวอาจมี “ช่องโหว่” หรือระบบติดตามที่กระทบข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานในประเทศ

กรณีนี้เกิดขึ้นหลังวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายให้ชิป AI ที่ส่งออกต้องมีระบบระบุตำแหน่ง เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งทางการจีนมองว่าอาจเป็นการสอดแนมและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

แม้ Nvidia จะยังไม่ออกแถลงการณ์ใด ๆ แต่ก่อนหน้านี้ “เจนเซ่น ฮวง” ซีอีโอของบริษัทเดินทางเยือนจีนอย่างเปิดเผย เพื่อแสดงความจริงจังกับตลาดจีน และได้รับคำสั่งซื้อชิป H20 มากถึง 300,000 ชิ้น ท่ามกลางความต้องการสูงในวงการเทคโนโลยีของจีน รวมถึงภาคการทหารและมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนจับตาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้เคยสั่งห้ามหน่วยงานสำคัญใช้สินค้าจาก Micron Technology, Inc. บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา และเคยเรียกร้องให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์จาก Intel โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงเช่นกัน

นอกจากนี้ Nvidia ยังอยู่ระหว่างถูกสอบสวนด้านการผูกขาดในจีนจากกรณีซื้อกิจการ Mellanox เมื่อปี 2020 ซึ่งทางการจีนระบุว่า บริษัทอาจละเมิดเงื่อนไขที่เคยตกลงไว้กับหน่วยงานกำกับตลาดของจีนอีกด้วย

‘เอกนัฏ’ กดปุ่มโอนเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 100% หลังร่วมมือร่วมใจลดเผาอ้อยต่ำสุดในประวัติศาสตร์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 มีมติเห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/68 โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายไปก่อนนั้น ซึ่งวันนี้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด 100% จะทยอยได้รับเงินชดเชยในอัตรา 69 บาทต่อตันอ้อย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะจ่ายเงินให้กับเกษตรกรผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐของรัฐบาล

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/68 มีชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือ 126,418 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 67.95 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 4,688 ล้านบาท ซึ่งชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือจะต้องสมัครและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ สแกนบัตรประชาชน ณ สถานที่รับจดทะเบียนชาวไร่อ้อยของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และเป็นสมาชิก I - Industry กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เงินที่โอนเข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวันนี้ (31 กรกฎาคม 2568) เป็นวันแรก มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับเงิน 77,044 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 55 ล้านตัน เป็นเงิน 3,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60.94% ของเกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงิน

“ผมขอบคุณเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่ร่วมมือกันลดการเผาอ้อยได้ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.86% สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนสำคัญในการลดเผาอ้อย รัฐบาลตั้งใจที่จะสนับสนุนและดูแลชาวไร่อ้อยที่ทำดี ให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ร่วมกับ DGA และ ธ.ก.ส. จะเร่งตรวจสอบข้อมูลชาวไร่อ้อยที่ดำเนินการตามเงื่อนไขข้างต้นให้ครบถ้วน คาดว่าจะสามารถโอนเงินงวดต่อไปได้ในสัปดาห์ถัดไป” รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวปิดท้าย

สภาทองคำโลก คาดราคาครึ่งปีหลังยังลุ้นไปต่อ ส่วนดีมานด์ทองไทยยังแข็งแกร่ง แม้ราคาพุ่งแรง

สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) รายงานแนวโน้มความต้องการทองคำประจำไตรมาส 2/68 โดยระบุว่า ความต้องการทองคำภาคผู้บริโภคโดยรวมของไทยยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 11.6 ตัน หรือ 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ด้านความต้องการทองคำโดยรวมทั่วโลกจากทุกภาคส่วน (ซึ่งรวมถึงการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ หรือ Over-the-counter: OTC) รายไตรมาสนั้นอยู่ที่ 1,249 ตัน เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาท่ามกลางสภาวะที่ทองคำมีราคาสูง โดยการเติบโตในไตรมาสนี้ส่งผลมาจากกระแสการลงทุนในทองคำที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์บวกกับทิศทางราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) ทองคำแท่งสำหรับนักลงทุน ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้ระดับความต้องการลงทุนทองคำโดยรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 170 ตัน ในไตรมาสนี้ เทียบกับไตรมาสที่ 2/67 ที่มีการลดลงเพียงเล็กน้อย กองทุนที่จดทะเบียนในเอเชียเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการเพิ่มระดับความต้องการลงทุนทองคำถึง 70 ตัน ในระดับที่สอดคล้องกับฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อรวมกับกระแสเงินลงทุนไหลเข้าจากไตรมาสที่ 1 ที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ความต้องการรวมจากกองทุนทองคำ ETF ทั่วโลกสูงถึง 397 ตัน และเป็นยอดครึ่งปีแรกที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 63

ด้านทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพื่อการลงทุนทั่วโลกได้เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นอีก 307 ตัน ซึ่งรายงานเผยว่า นักลงทุนไทยมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นถึง 10 ตัน และเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยยังมีการเติบโตด้านความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำที่แข็งแกร่งอีกด้วย โดยเพิ่มขึ้นถึง 35% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีตัวเลขที่ลดลง ในภาพรวมของภูมิภาค นักลงทุนจีนยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยมีความต้องการสูงถึง 115 ตัน ในขณะที่นักลงทุนอินเดียยังคงเพิ่มการถือครองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 46 ตัน ในไตรมาสที่สอง ส่วนตลาดตะวันตกแสดงให้เห็นแนวโน้มที่ต่างจากกัน ยอดการลงทุนสุทธิในยุโรปเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็น 28 ตัน ในขณะที่ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำในสหรัฐฯ กลับลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 9 ตัน ในไตรมาสที่สอง

ธนาคารกลาง ยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องแต่ในระดับที่ชะลอตัวลง โดยเพิ่มขึ้นอีก 116 ตัน ในไตรมาสที่ 2/68 แต่ถึงแม้จะมีการชะลอตัวลง การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ ผลการสำรวจทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางประจำปี ชี้ให้เห็นว่า 95% ของผู้จัดการฝ่ายบริหารเงินทุนสำรองเชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ด้านความต้องการทองคำเครื่องประดับนั้นยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยปริมาณความต้องการจากทั่วโลกที่ลดลง 14% ใกล้แตะระดับต่ำของช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 63 โดยความต้องการทองคำเครื่องประดับในจีนลดลง 20% ขณะที่อินเดียหดตัว 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในแง่มูลค่า ตลาดทองคำเครื่องประดับทั่วโลกกลับเติบโตขึ้น โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของประเทศไทย ความต้องการทองคำเครื่องประดับนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก โดยมีปริมาณลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม ทั้งนี้ ตลาดในภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มหันไปนิยมเครื่องประดับที่มีความบริสุทธิ์ของทองคำที่ต่ำลง

ส่วนอุปทานทองคำโดยรวมเพิ่มขึ้น 3% เป็น 1,249 ตัน โดยปริมาณการผลิตจากเหมืองแร่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาสที่สอง ด้านการรีไซเคิลทองคำเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อพิจารณาจากสภาวะราคาที่อยู่ในระดับสูง ในขณะที่ประเทศไทยมีอุปทานจากการรีไซเคิลทองคำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่มีการเติบโตของอุปทานอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 67

นายเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นปี 68 อันเป็นผลมาจากความตึงเครียดทางการค้าและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ที่ผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ราคาทองคำจะพุ่งสูงทำสถิติใหม่ แต่ความต้องการทองคำในประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง ด้วยระดับการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการทองคำเครื่องประดับกลับชะลอตัวลง

แนวโน้มราคาครึ่งปีหลังอาจปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์

ด้านนายหลุยส์ สตรีท (Louise Street) นักวิเคราะห์การตลาดอาวุโส ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า ราคาทองคำได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 26% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีผลการดำเนินการที่เหนือกว่าสินทรัพย์หลักหลายประเภท และด้วยผลการดำเนินการที่น่าประทับใจตั้งแต่ต้นปีนี้ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลงในช่วงครึ่งหลังของ 68

อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงมีความผันผวนสูงและคาดการณ์ได้ยาก จึงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกหรือสภาวะภูมิรัฐศาสตร์มีการเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งอาจผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

‘พิชัย’ ชี้ภาษีสหรัฐ 19% ยังช่วยไทยแข่งขันเวทีโลก พร้อมเตรียมมาตรการภาษี เงินอุดหนุน ซอฟต์โลน ดูแลผู้ประกอบการ เกษตรกร

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประกาศ Tariff rate ที่ 19% สะท้อนถึงมิตรภาพและความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย–สหรัฐฯ ช่วยให้ไทยยังคงแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเปิดประตูสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายได้ และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย

ทั้งนี้ การทำงานยังไม่สิ้นสุด รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการและพี่น้องเกษตรกร จึงได้จัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งงบประมาณ Soft Loan เงินอุดหนุน มาตรการภาษี และการปฏิรูปกฎระเบียบที่จำเป็น เพื่อยกระดับให้ไทยสามารถปรับตัวและก้าวสู่โลกเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

ผลการเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกในอนาคต

"ขอบคุณทีมไทยแลนด์สำหรับความทุ่มเทและความพยายามอย่างเต็มที่ในสถานการณ์ที่ยากจะควบคุม แต่เรายังมีภารกิจอีกมากที่ต้องสู้ต่อไป เพื่อประเทศไทยของพวกเราทุกคน"

‘เฉลิมพร’ ชี้ทรัมป์เจรจาเก่ง!! ใช้จิตวิทยาต่อรองภาษี เปิดมาที่ 36-46% แล้วลดเหลือ 19% ทำคนไทยดีใจทั้งที่ยังขาดทุน

(1 ส.ค. 68) นายเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ผู้ดำเนินรายการด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Chalermporn Tantikarnjanarkul' ว่า…

“ใครจะว่าทรัมป์บ้า แต่เขาเจรจาเก่งมากนะครับ ถ้าให้ภาษี 19-20% แต่แรก รับรองไม่มีใครยอม แต่พอเปิด 36-46% แล้วลดมา 20% คนที่ได้ 19% เลยดีใจเหมือนได้กำไร ทั้งที่ขาดทุนกันหมด” 

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ทั่วโลก (Reciprocal Tariff) 

โดยไทยโดนอัตราภาษี 19 % จาก 36 % และจะมีผลในอีก 7 วันหลังจากวันลงนามคำสั่ง จากเดิมที่กำหนดมีผล 1 ส.ค. 68

เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม! ได้เวลาอัปเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกับโปรโมชั่นที่แรงที่สุดในรอบปีที่ 'โซนมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า'!

เรายกทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ มาลดราคากระหน่ำสูงสุดถึง 60%! ให้คุณช้อปได้อย่างสบายใจ เพราะสินค้าทุกชิ้นมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รับรองคุณภาพและความปลอดภัย 

อย่ารอช้า! มาช้อปของดีมีคุณภาพในราคาที่คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!
📍เจอกันที่ 'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์' วันที่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 – 21:00 น.

มาค้นหาเสน่ห์และอุดหนุนสินค้าไทยกันที่ 'โซนมหกรรมสินค้าจาก SME ไทย'! 💚

โซนนี้คือหัวใจของงานที่รวบรวมผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) คัดสรรมาอย่างดีกว่า 200 บูธทั่วประเทศ! คุณจะได้พบกับสินค้าที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร

หมวดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย: พบกับผ้าทอพื้นเมือง, เสื้อผ้ามัดย้อม, กระเป๋าดีไซน์เก๋ และเครื่องประดับสุดชิค 

หมวดอาหารและเครื่องดื่ม: ลิ้มลองรสชาติอาหารหาทานยาก, ขนมไทยโบราณ, และเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ 

หมวดของตกแต่งและงานคราฟต์: เพลิดเพลินกับของแต่งบ้านทำมือ, สินค้าสายมูเสริมดวง, และงานฝีมือสุดประณีต

ทุกการจับจ่ายของคุณในโซนนี้ คือการสนับสนุนและต่อยอดความฝันของผู้ประกอบการไทยโดยตรง มาช้อปของดีมีสไตล์ แถมยังได้ช่วยเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน!

📍ที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' วันที่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค.
ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 10:00 – 21:00 น.

วันสุดท้ายแล้ว! 🚨 โอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ช้อปในมหกรรมสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลางปี! ใครที่ยังไม่ได้มา หรือมาแล้วแต่ยังช้อปไม่จุใจ วันนี้คือโอกาสสุดท้ายของคุณแล้ว!

ย้ำอีกครั้ง! สิ่งที่คุณจะพลาดถ้าไม่มาวันนี้:

สินค้าโปรโมชั่น: หลายร้านค้าอาจจัดโปร 'Final Call' ลดหนักกว่าเดิม!

ของดีหายาก: สินค้าบางชิ้นอาจจะเหลือไม่เยอะแล้ว หมดแล้วหมดเลย

คอนเสิร์ตปิดท้าย: เวลา 18:45 น. มาระเบิดความสนุกส่งท้ายกับ 'อ๊อฟ ปองศักดิ์'

อย่าปล่อยให้ความคุ้มค่าหลุดมือไป! รีบเดินทางมาที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ด่วน!

📍ที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 10:00 – 21:00 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top