Thursday, 11 June 2026
NewsFeed

'พระครู' เมืองเพชร เดินกลับวัดหลังรับพัดยศเสร็จ สมถะเรียบง่ายไม่ต้องมีรถแห่ มีแค่ 2 เท้าให้ก้าวเดิน

(4 ก.ค. 68) ผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อก @user615231788198 โพสต์ภาพพระรูปหนึ่งถือพัดยศเดินอยู่ริมถนน โดยมีผู้ติดตามสองคนเดินตาม โดยระบุข้อความว่า "หาชมได้ยากมาก พระครูสัญญาบัตร ไม่ทราบว่าท่านอยู่วัดไหน ชื่อนามท่านว่าอย่างไร แต่ดูท่านคงสมถะเรียบง่าย น่าศรัทธา รับพัดยศเสร็จเดินกลับแบบไม่อายใคร ไม่มีรถมารับแห่ ไม่มีขบวนใหญ่โต มีแต่เท้าเดิน 2 ข้าง 2 มือที่ถือพัด และเดินอย่างสง่างาม"

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ว่า พระรูปนี้ คือ ‘พระครูปทุมวัชรวรภาณ’ หรือ ‘หลวงพ่อชุม’ เจ้าอาวาสวัดประดิษฐวนาราม ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งหลวงพ่อได้เข้ารับพัดยศที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม และเมื่อพิธีรับพัดยศเสร็จสิ้น ท่านก็เดินกลับวัดทันที

‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ ถูกตะเพิดออกจากห้องทำงานทรัมป์ สื่อแฉ!! รัฐเกรงใส่ใจเรื่อง ‘เครื่องบินรบ F-47’ ที่กำลังประชุมลับ

(4 ก.ค. 68) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้ง Meta ตกเป็นข่าวว่า ถูกขอให้ออกจากห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ระหว่างการประชุมลับเกี่ยวกับเครื่องบินรบล่องหน F-47 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตามรายงานของ NBC ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่บางรายกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกสำนัก ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และถูกเข้าใจผิด โดยระบุว่า ซักเคอร์เบิร์กเข้ามาทักทายตามคำเชิญของทรัมป์ก่อนจะออกไปรอพบเป็นการส่วนตัวตามกำหนดนัดหมายเดิม

รายงานของ NBC ยังอ้างว่า มีเจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนหนึ่งเข้ามาแสดงบางอย่างในแล็ปท็อปให้ทรัมป์ดู ก่อนจะออกไป และยังมีสายโทรศัพท์เข้าระหว่างการประชุมหลายครั้ง สร้างความไม่สบายใจให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมในห้อง ซึ่งควรเป็นการประชุมที่ปลอดภัยและเป็นความลับ

รายงานยังระบุเพิ่มว่า ทรัมป์มักชอบจัดการประชุมแบบไม่เป็นทางการ ชอบเชิญแขกเข้ามาร่วมประชุมหรืออยู่นานกว่าที่กำหนด รวมถึงรับโทรศัพท์ระหว่างประชุม ซึ่งอาจก่อความเสี่ยงต่อความลับของชาติในบางครั้ง

ด้านผลสำรวจล่าสุดจาก Tech Oversight Project ร่วมกับ Public Policy Polling ระบุว่า ผู้สนับสนุนทรัมป์ 63% ไม่ชอบซักเคอร์เบิร์ก และมองว่าเขาคือซีอีโอเทคโนโลยีที่น่ารังเกียจที่สุด ในกลุ่มบริษัทเทคฯ ชั้นนำของสหรัฐฯ เนื่องจากพฤติกรรมพยายามใกล้ชิดกับผู้นำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เชียงใหม่-กองบิน 41 ให้การต้อนรับคณะเยี่ยมชมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุนัข ม้า และล่อ และการปฏิบัติงานด้านสัตวแพทย์ สัตวบาล และสัตวรักษ์

นาวาอากาศเอก ปกป้อง สุระกุล รองผู้บังคับการกองบิน 41 ให้การต้อนรับคณะกรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลัง ในโอกาสเยี่ยมชมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุนัข ม้า และล่อ และการปฏิบัติงานด้านสัตวแพทย์ สัตวบาล และสัตวรักษ์ ของกองบิน 41 เพื่อ นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณากำหนดเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุผลพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านสุนัข ม้าและล่อ และตำแหน่งพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านสัตวแพทย์สัตวบาลและสัตวรักษ์ ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2568 ณ กองบิน 41 

ในการนี้คณะฯ ได้ชมการสาธิตการตรวจค้นของสุนัขทหาร จากหมวดสุนัขทหาร กองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 41 พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดแสดงอากาศยาน เครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) ที่ประจำการ ณ โรงเก็บฝูง 411 กองบิน 41

บัณฑิตจีนวางแผนหลอกพ่อร่วมพิธีจบการศึกษา กลัวไม่ยอมมาเพราะจน!! สุดท้ายซ้อนแผนเซอร์ไพรส์พ่อ

(4 ก.ค. 68) หยาง กัวจง (Yang Guozhong) วัย 25 ปี บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยกุ้ยโจวหมินจู่ (Guizhou Minzu University) พาคุณพ่อวัย 70 ปีจากหมู่บ้านห่างไกลกว่า 300 กิโลเมตร มาร่วมพิธีจบการศึกษาที่เมืองกุ้ยหยาง โดยอ้างกับพ่อว่าต้องมีลายเซ็นผู้ปกครองเพื่อใช้ในการรับปริญญาบัตร เพราะกลัวพ่อไม่ยอมเสียค่าเดินทางมาหา

ในวันพิธี บัณฑิตหยางให้พ่อสวมชุดครุยแทนตนเอง และมอบปริญญาบัตรให้พร้อมคำพูดสุดซึ้งว่า “พ่อครับ เกียรตินี้เป็นของพ่อ” สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานและชาวเน็ตจีนนับล้านคน

ก่อนหน้านั้น หยางใช้เวลาหลายเดือนในการส่งอาหารหาเงินเก็บ 5,000 หยวน (ราว 25,000 บาท) เพื่อพาพ่อเที่ยวเมืองใหญ่ พักโรงแรมครั้งแรก และตื่นตาตื่นใจกับตึกสูงในเมืองกุ้ยหยาง

แม้แผนพาพ่อไปเที่ยวปักกิ่งต้องพับไปเพราะงบไม่พอ แต่หยางกล่าวว่าเขารู้สึกซาบซึ้งที่พ่อแม่และพี่สาวห้าคนช่วยส่งเสียจนเรียนจบ และอยากให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของคนเฒ่าคนแก่ในครอบครัว

ทั้งนี้ หยางเตรียมเดินทางไปทำงานที่มณฑลเจียงซีในเดือนกันยายนนี้ พร้อมบอกว่าคลิปของเขาเป็นไวรัลเพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจผู้สูงอายุและตอบแทนพ่อแม่ด้วยความกตัญญู

อ.อักษรศรี ชี้ สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีสุดโหดข่มขู่ - กดดันประเทศอื่น อาจทำให้โลกกลับสู่ 'กฎแห่งป่า' อีกครั้ง

(4 ก.ค. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า สหรัฐฯ ใช้กฎแห่งป่า เจรจาการค้ากับไทย Law of the ungle 
“ใครอ่อนแอ ก็จะโดนฝ่ายที่แข็งแรงกว่าขย้ำ” จีนเคยเตือนแล้ว!!

พร้อมระบุ เพิ่มเติมว่า ทรัมป์ ใช้มาตรการภาษีสุดโหดไปข่มขู่และกดดันประเทศอื่น จะทำให้โลกกลับสู่ "กฎแห่งป่า" !!

กฎแห่งป่า คือ “ผู้ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะชนะ” ประเทศเล็กที่อ่อนแอจะเสียเปรียบและต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง ระเบียบโลกและกฎระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เคยได้ตกลงกันมาก็จะพังทลายในที่สุด

หวังอี้ ของจีน  เคยกล่าวว่า... “บนโลกนี้มีประเทศมากกว่า 190 ประเทศ ถ้าทุกประเทศเน้นย้ำเหมือนกันว่าประเทศของฉันต้องมาก่อนและหมกมุ่นอยู่กับแนวคิดนี้ กฎแห่งป่า หรือ The law of the jungle ก็จะกลับมาครองโลกอีกครั้ง”

‘ฮุน เซน’ ยอมรับเขมรเสียเปรียบในวิกฤตชายแดน แต่ไร้ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้า

ฮุน เซนรับตรง ๆ “กัมพูชาเสียเปรียบ” ในวิกฤตชายแดน ชี้ไม่มีทางเลือกนอกจากอดทน พนมเปญ — ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในขณะนี้ เป็นสถานการณ์ที่ กัมพูชาเสียเปรียบ และ “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้า”

จากรายงานของ Khmer Times ฮุน เซนระบุว่า
> “นี่คือสถานการณ์แบบ lose–lose ที่ไม่มีใครชนะ แต่เราจะทำอย่างไรได้ มันไม่ใช่ปัญหาที่เราสร้างขึ้น กัมพูชาไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้”

อดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังคงทรงอิทธิพลสูงในรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่า ตนได้เสนอแนะต่อลูกชายคือฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีว่า

> “เราไม่ควรกังวลว่าชายแดนจะเปิดหรือปิด สิ่งที่เราต้องการคือการกลับไปสู่ภาวะปกติ เหมือนก่อนวันที่ 7 มิถุนายน 2025 โดยไม่จำเป็นต้องเจรจาใด ๆ”

พร้อมตอกกลับไทยว่า
> “ไทยไม่มีสิทธิจะมาสั่งการกัมพูชา หากพวกเขาอยากเปิดด่าน ก็จงแจ้งให้ประชาชนของตนเองทราบ เราก็จะดำเนินการตามปกติ”

แม้ถ้อยแถลงจะดูแข็งกร้าวในเชิงจุดยืนทางการเมือง แต่ก็สะท้อนชัดว่า ฝ่ายกัมพูชากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งทางเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และเสถียรภาพในประเทศ — จนต้องยอมรับว่า “ไม่มีทางเลือก” และอาจต้องอดทนกับความเสียเปรียบในระยะนี้

บัณฑิตสาว หลั่งน้ำตา!! สอบผ่าน ได้ทำงานประจำศาล ลำดับที่ 1 แต่ถูกยกเลิกสัญญา กะทันหัน ก่อนเริ่มงาน 1 วัน อ้าง!! จบไม่ตรง

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค. 68) นางสุพร อายุ 54 ปีแม่ค้าขายกะหรี่ฟัพท์ บริเวณตลอด ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีฯ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ อายุ 22 ปีเนื่องจาก น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ก่อนจบได้เข้าฝึกงานที่สำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 เดือน

และทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศสอบคัดเลือกเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการรายบุคคล ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม บุตรสาวตนจึงได้ตัดสินใจสมัครสอบและดำเนินการสอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ประกาศผลสอบทางเว็บไซต์ของ สำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 20 มิ.ย.2568 โดยประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านจำนวน 5 คน และบุตรสาวตนเป็นผู้สอบได้ในลำดับที่ 1 ทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แจ้งให้บุตรสาวตนไปรายงานตัวและทำสัญญาจ้างในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.พร้อมทั้งวางเงินสดประกันสัญญาจ้างร้อยละ 5 ของเงินค่าจ้าง เดือนละ 14,000 บาท เป็นเงิน 2,111 บาท 

“ตนและสามีพร้อมบุตรสาวดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกสาวมีงานทำจะมีรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวไป ในวันที่ทราบข่าวว่าสอบได้ลำดับที่ 1 ครอบครัวไม่มีเงินวางประกันสัญญาจ้าง แต่ก็วิ่งหยิบยืมเพื่อนบ้านจนสามารถไปรายงานตัวและทำสัญญาจ้างตามระเบียบที่กำหนดครบถ้วน มีกำหนดเข้าเริ่มทำงานวันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งบุตรสาวของตนได้เดินทางไปดูสถานที่ทำงาน จัดเตรียมโต๊ะทำงานเป็นที่เรียบร้อย แต่ในวันที่ 30 มิ.ย.2568 ก่อนวันเริ่มงาน 1 วันเหมือนฝันสลายเพราะทางหัวหน้า ฯได้แจ้งให้บุตรสาวของตนให้ไปเซ็นยกเลิกสัญญาจ้าง โดยอ้างว่าทางสำนักงานใหญ่ระบุว่า “จบสาขาที่ไม่ตรงกับความต้องการ” โดยบุตรสาวตนเสียใจเป็นอย่างมาก ต้องจำใจเดินทางไปเซ็นยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความเสียใจ 

อย่างไรก็ตามแม้จะเซ็นยกเลิกการจ้างงานไปแล้วแต่ทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ยัง ไม่คืนเงินค่าประกันสัญญา 2,111 บาทให้บุตรสาวแต่อย่างใด

ในขณะที่ น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ ซึ่งอยู่ในสภาพเครียด เศร้า เสียใจ กล่าวว่า ตนตั้งใจเรียนมาก ๆ เพราะทราบดีว่าครอบครัวลำบาก ฐานะยากจนเมื่อสอบ
เข้าทำงานได้ลำดับที่ 1 และผ่านการรายงานตัว ทำสัญญาจ้างจ่ายค่าประกันเรียบร้อยแล้วกลับถูกยกเลิกสัญญาและ

ทราบว่าเขาได้มีการเรียกคนที่สอบได้ลำดับที่ 2 มาทำสัญญาจ้างและเริ่มเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งตนคิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อย่างไรมันส่งผลกระทบกับชีวิตตนและครอบครัวเป็นอย่างมาก น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ กล่าวทั้งน้ำตา

‘อีซูซุ’ จัดทัพรถโชว์!! ในคอนเซ็ปต์ ‘อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย’ ชู!! ปิกอัพคุณภาพ ‘ดีแมคซ์ ดีจริง’ใน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025

(5 ก.ค. 68)  กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ในงาน 'ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' อีซูซุได้นำรถหลากรุ่นหลากสไตล์ รวม 8 คัน 

นำโดย รถอเนกประสงค์สุดหรู NEW! ISUZU MU-X 'THE NEXT PEAK' 4 คัน แบ่งเป็นรถมาตรฐานโรงงาน 2 คัน และรถตกแต่งพิเศษ 2 คัน โดยแต่งแนวแคมป์ปิ้งตอบรับสายท่องเที่ยว และแต่งหล่อรอบคันสำหรับสายเท่สปอร์ต 

ส่วนอีก 4 คันเป็นรถปิกอัพ NEW! ISUZU D-MAX ที่มาในคอนเซ็ปต์ “ดีแมคซ์ ดีจริง” ปิกอัพที่รวมทุกความต้องการไว้ครบ ทั้งในเรื่องความแรง ความประหยัดน้ำมัน ความทนทาน การเกาะถนน และความคุ้มค่า พร้อมกันนี้ยังได้ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” สะท้อนความจริงใจในการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทยตลอด 68 ปี โดยไม่เพียงพร้อมบริการดูแลและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้รถตลอดอายุการใช้งานเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการพัฒนาไปข้างหน้าของสังคมไทยควบคู่กันไปด้วย ทั้งในฐานะผู้ผลิตที่มั่นใจในการวางรากฐานการผลิตรถปิกอัพในไทยเพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% และร่วมกับคู่ค้าธุรกิจชิ้นส่วนในประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่แข็งแกร่งของไทยในระดับโลก ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศไทยทั้งในด้านการผลิตและบริการอย่างครบวงจร 

และในปี 2568 นี้ ประสบการณ์เข้าศูนย์บริการอีซูซุจะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการยกระดับสู่ Digital Experience เต็มรูปแบบ เพื่อให้ทุกการเข้าศูนย์ฯ ของลูกค้า ง่าย ชัดเจน และสะดวกยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่การนัดหมาย ที่ลูกค้าสามารถเลือกวัน-เวลาที่สะดวกได้ด้วยตนเอง การเสนองานซ่อมด้วยภาพถ่ายจริงเพื่อให้ง่ายในการตัดสินใจ พร้อมแอปพลิเคชัน my-ISUZU ที่แสดงผลการตรวจสภาพรถ และประวัติการซ่อมย้อนหลัง เพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในทุกครั้งที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการอีซูซุ ตามสโลแกน “ศูนย์บริการอีซูซุ วางใจได้ ตลอดการใช้งาน”

นอกจากนี้ อีซูซุยังได้จัดแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถอีซูซุดีแมคซ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2568  ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท จับรางวัลทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 22 รางวัล จำนวน 9 สัปดาห์ รวม 198 รางวัล คิดเป็นมูลค่ารวม 5,158,175.17 บาท (การลุ้นรางวัลจะถูกแบ่งตามรอบการจับรางวัล โดยผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น)

มาร่วม “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” กับ 'อีซูซุ' ยนตรกรรมคุณภาพเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย สัมผัสความพีคในด้านอรรถประโยชน์ที่เหนือกว่าของรถอเนกประสงค์สุดหรู NEW! MU-X 'THE NEXT PEAK' และรถปิกอัพตัวจริง NEW! ISUZU D-MAX ที่พร้อมเติมเต็มความคุ้มค่าดีจริงครบด้านทั้งแรงจัด ประหยัดจัด ทนจัด เกาะถนนจัด และคุ้มจัด พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่รถอีซูซุด้วยตัวท่านเอง ได้ในงาน 'ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' ระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568 ฮอลล์ 102-103 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา 

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

‘นักท่องเที่ยวอินโด’ โพสต์!! ลงโซเชียล โดน!! ตำรวจกัมพูชา ไถ!! เงิน 300 ดอลลาร์

(5 ก.ค. 68) เพจ ‘JanJao K. Sisprakaew’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ตำรวจกัมพูชา’ โดยได้ระบุว่า ...

นักท่องเที่ยวอินโดโพสต์ลงโซเชียล
ว่าถูกตำรวจเหมนเรียกให้หยุดตรวจ
นักท่องเที่ยวได้แสดงใบขับขี่ถูกต้องไปแล้ว

แต่ตำรวจยังคงเรียกร้องเอกสารอื่นๆ 
จนกระทั่งตำรวจเรียกร้อง 300 ดอลลาร์ 
ชายชาวอินโดนีเซียจึงต่อรองเหลือ 50 ดอลลาร์ แต่ตำรวจยังเรียกร้องเพิ่มอีก 4,000 เรียล

นักท่องเที่ยวจึงได้โพสต์เรื่องนี้ลงโซเชียล
หลังจากมีกระแสบนโซเชียล 
ตำรวจเหมนก็ถูกเรียกสอบ

🌎 กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ทบทวนยุทธศาสตร์กลางปี รับมือเศรษฐกิจและการเมือง ที่ผันผวนตั้งแต่ต้นปี เพื่อผลักดันการเติบโตในครึ่งหลังปี 2568[2025] 🌟

นำโดยคุณสมบัติ-ดร.ชลิดา-ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ร่วมระดมความคิด  ปรับวิธีการจัดการและสานพลังผู้บริหารกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ  เพื่อก้าวสู่ความเติบโต อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  ไปด้วยกัน ระหว่าง 5-6 ก.ค. 2568 ณ ห้องประชุม GRAND INTERLINK 

🤝 “Sustainable Growth”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top