Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

คาสซิม โจมาร์ต โตกาเยฟ ให้คำมั่นสร้างประเทศ สู่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและอธิปไตยในปี 2025

(7 ม.ค.68) ประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ได้กล่าวในตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ Ana Tili เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2025 โดยในบทสัมภาษณ์ที่สะท้อนความสำเร็จและมองไปข้างหน้า ประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ได้กล่าวถึงความสำเร็จที่สำคัญของคาซัคสถานในปี 2024 พร้อมทั้งแผนงานที่มุ่งมั่นสำหรับปีต่อไป โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามัคคี ความยืดหยุ่น และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปี 2024 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของคาซัคสถาน รัฐบาลได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโดยก่อสร้างที่อยู่อาศัย 18 ล้านตารางเมตร และซ่อมแซมถนนกว่า 7,000 กิโลเมตร อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ปิโตรเคมี และการผลิตได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมบันทึกผลผลิตข้าวที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ

นโยบายสังคมยังคงเป็นลำดับความสำคัญ โครงการกองทุนแห่งชาติสำหรับเด็กได้เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือ เงินบำนาญและเงินเดือนข้าราชการได้รับการเพิ่มขึ้น รวมถึงการก่อสร้างโรงเรียนและศูนย์กีฬาจำนวนมาก โตกาเยฟเน้นว่านโยบายเหล่านี้เป็นการลงทุนในศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของประชาชน

ในเวทีระหว่างประเทศ คาซัคสถานยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะประเทศผู้ประสานงานเพื่อสร้างสันติภาพ ท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน

น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในปีที่ผ่านมาได้เปิดเผยข้อบกพร่องของระบบโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีแผนที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำกว่า 40 แห่ง และปรับปรุงคลองชลประทานกว่า 14,000 กิโลเมตรภายในปี 2030 โตกาเยฟยังชื่นชมการร่วมมือจากอาสาสมัครทั่วประเทศในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

แม้จะมีความก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจ โตกาเยฟยอมรับว่าจำเป็นต้องมีการตัดสินใจที่กล้าหาญมากขึ้นเพื่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืน การกระจายภาคอุตสาหกรรมและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งเป็นหัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ โดยโครงการขนาดใหญ่ เช่น การขยายเส้นทางรถไฟและพลังงานสีเขียว จะเปลี่ยนแปลงระบบการเชื่อมโยงของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ย้อนถึงเหตุการณ์เดือนมกราคมเมื่อสามปีที่ผ่านมา โตกาเยฟย้ำถึงความสำคัญของความยุติธรรมและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ พร้อมทั้งเน้นว่าการเสริมสร้างหลักนิติธรรมเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศและสร้างเสถียรภาพ

การเสริมศักยภาพเยาวชนยังคงเป็นหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ของโตกาเยฟ เขาเรียกร้องให้เยาวชนให้ความสำคัญกับการศึกษา ความเป็นมืออาชีพ และการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกัน ภาษาและวัฒนธรรมคาซัคที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่สะท้อนถึงการเติบโตทางวัฒนธรรมของประเทศ

เมื่อเข้าสู่ปี 2025 วิสัยทัศน์ของโตกาเยฟชัดเจน เพื่อการเสริมสร้างอธิปไตย ดำเนินการปฏิรูป และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการเน้นโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และบริการสังคม รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

ด้วยความเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คาซัคสถานพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและพลังกลางในเวทีโลก เพื่อเชื่อมโยงความขัดแย้งและสร้างความร่วมมือในโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น

'สถาบันพระปกเกล้า' จัดงานครองราชย์ สู่ 100 ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อวานนี้ (6 ม.ค.68) พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า จัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงกาเฉลิมพระเกียรติในโอกาส '99 ปี แห่งการครองราชย์  สู่ 100 ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก' พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 

นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกู้เกียรติ ภูมิรัตน์ กรรมการพิพิธภัณฑ์ฯ ประธานกรรมการจัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ และ คณะกรรมการ 

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรม เสวนาพูดคุยประเด็นที่มาและความสำคัญของการจัดงาน โดย นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์ฯ นายศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ นาฏศิลปินทักษะพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และ ผศ.ดร.มณิศา วศินารมณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ดำเนินรายการโดย นายณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ นักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 27 สถาบันพระปกเกล้า (ปปร.27)

พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารสถาบันฯ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และนายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

เนื่องในโอกาสอันสำคัญแห่งการครบรอบ 100 ปี การขึ้นครองราชย์ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ.2569 สถาบันพระปกเกล้า โดยพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ “99 ปี แห่งการครองราชย์ สู่ 100 ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอด 2 ปี นับตั้งแต่นี้จนถึงปี 2569 

โครงการประกอบด้วย งานเสวนาวิชาการ บรรยายพิเศษ การจัดแสดงนิทรรศการ และงานการแสดงเฉลิมพระเกียรติ ที่ได้หยิบยกเอาดนตรีนาฏกรรมอันทรงคุณค่าและเกี่ยวเนื่องในรัชสมัย โดยเฉพาะงานสมโภชพระนคร 150 ปี ซึ่งเป็นงานสำคัญงานหนึ่ง มาร้อยเรียงเป็นชุดการแสดงที่จะจัดให้มีขึ้นตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 - 12 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 17.00 – 20.30 น. ณ อาคารใหม่สถาบันพระปกเกล้า หลานหลวง และพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานพบกับ การแสดงเฉลิมพระเกียรติจาก สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมพิเศษมากมาย เชิญชวนแต่งกายชุดไทยเพื่อร่วมเก็บภาพบรรยากาศงามสมโภชอย่างจุใจ ถ่ายภาพย้อนยุคด้วย AI ร่วมกิจกรรมเวิร์คชอป ทำยาดม ต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง มาลัยลูกปัด และดอกไม้โปรยทาน ชม ชิม อาหารย้อนยุค รวทั้งบูธสินค้าชุมชนจากนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรธรรมาภิบาลกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศสำหรับผู้บริหาร (GGE) รุ่นที่ 2 และหลักสูตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.) รุ่นที่ 1

กิจกรรม workshop พิเศษต่างๆ อาทิ  กิจกรรมสาธิตการทำยาดม การทำพุ่มดอกบัว  เปิดลงทะเบียนเพียง 5 รอบเท่านั้น 

จเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ด่วน อ.แม่สอด จ.ตาก ติดตามกรณีนักแสดงจีนหายตัว กำชับทำคดีให้ชัดหลังพฤติการณ์คล้ายขบวนการค้ามนุษย์

วันนี้ (7 ม.ค.68) เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และ พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมคณะ ลงพื้นที่ด่วนไปยัง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการหายตัวของ นายซิงซิง หรือ หวังซิง นักแสดงสัญชาติจีน จากรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เจ้าหน้าที่ได้นำรูปของนักแสดงคนดังกล่าวเข้าตรวจสอบในระบบไบโอเมติกซ์ทำให้ยืนยันได้ว่า นายหวังซิง เดินทางเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. เป็นการเดินทางจากสนามบินผู่ตง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ซึ่งไม่ได้แจ้งรายละเอียดที่พัก  

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันว่าพบตัว นายหวังซิง แล้ว ซึ่งได้เดินทางมารับตัวที่ อ.แม่สอด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายที่ขับรถตู้ไปรับ นายหวังซิง ที่สนามบิน มาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นไม่ปรากฏว่า นายหวังซิง อยู่ในลักษณะถูกบังคับหรือลักพาตัว โดยเมื่อนำตัวไปส่งที่ชายแดน อ.แม่สอด แล้ว ได้มีคนมารับช่วงต่อไปยังจุดหมายทางช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ และทำให้เรื่องดังกล่าวกระจ่างมากที่สุดเนื่องจากลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกับขบวนการค้ามนุษย์

ผช.รมต.กต. ติง “วิโรจน์” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง 4 ลูกเรือไทยยังไม่ได้รับการปล่อยตัว หวั่นถูกเมียนมามองกดดันแทรกแซง - เตือนอย่าเอาชีวิตคนมาเป็นเรื่องการเมือง 

(7 ม.ค. 68) นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร จะขอประธานสภาผู้แทนราษฎร อนุมัติการเดินทางไปศึกษา และตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเรือประมงไทย ถูกเรือรบของเมียนมายิง และมีลูกเรือชาวประมงไทย 4 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เกาะสอง และเพื่อให้มั่นใจว่า ลูกเรือชาวประมงไทย จะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยในวันที่ 13 – 14 มกราคมนี้ว่า หากนายวิโรจน์ และกรรมาธิการการทหารฯ จะเดินทางไปในกรณีดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศคงไม่สามารถห้ามได้ แต่ก็จะต้องขออนุญาตผ่านช่องทางการทูต แต่การไปพบผู้คุมเรือนจำนั้น ก็ไม่มีอำนาจปล่อยตัว และอาจทำให้เมียนมามองว่า ไปกดดันและแทรกแซง ทำให้การแก้ปัญหายากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้นายวิโรจน์ ควรใคร่ครวญดี ๆ นึกถึงผลที่ตามมาด้วย เพราะผู้ที่ถูกขังคือลูกเรือไทย ดังนั้น จึงอย่าเอาชีวิตคนมาเป็นเรื่องการเมือง

‘พระพยอม’ ชี้ คนไทยไม่ควรบล็อกสมอง ‘ทักษิณ’ แนะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ต่อยอดช่วยชาติ

(7 ม.ค. 68) พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์ในรายการเอื้อย talk ทางมติชนทีวี โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวฝากปริศนาทางธรรม ถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เดิมบอกจะกลับมาเลี้ยงหลาน แต่ดูเหมือนว่าระยะหลังจะทำหน้าที่หลากหลาย ว่า จะไปบล็อกสมองคนพรรค์นี้ไว้เพื่ออะไร?  คนพรรค์นี้มีสมอง จะเอาสมองคนพรรค์นี้ไว้แค่เลี้ยงหลานเหรอ? จ้างใครก็ได้มาเลี้ยงหลานได้ตั้งหลายคน

ส่วนคนอย่างทักษิณ ต้องเค้นสมองออกมาทำงาน ส่วนเวลาพักผ่อนก็แค่ไปเล่นกับหลานบ้าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ขอคนไทยอย่าไปบล็อกสมองคนแบบนี้ ในอดีตเคยมีมาแล้วหลายยุคหลายสมัยที่เสียคนแบบนี้ไป ยกตัวอย่างเช่น ท่านปรีดี (พนมยงค์) และอีกหลายท่าน 

ต่อคำถามที่ว่า นายกรัฐมนตรี ถูกพ่อควบคุมนั้น พระพยอม กล่าวว่า ถ้าสมมติว่า พ่อเป็นอันธพาล สันดานไม่ดี เป็นคนชั่วร้าย แล้วมาสอนมาตักเตือนลูก ถ้าเป็นเช่นนี้ ลูกไม่ควรเชื่อฟัง แต่ถ้าพ่อเป็นผู้มีประสบการณ์ที่ดี อย่างที่นายกรัฐมนตรี บอกว่า อยากเอาประสบการณ์ของพ่อที่ประสบความสำเร็จ เมื่อครั้งเป็นพรรครัฐบาล ที่ช่วยปลดหนี้ ปลดสิน ชาวไร่ชาวนา ถ้าเอาสมองส่วนนี้มา แล้วลูกเอาไปผลักดันต่อ นำไปต่อยอด มันจะเสียหายอะไร?

ดาราจีน พาเหรดแฉขบวนการค้ามนุษย์จับตัวเรียกค่าไถ่ ชี้ กรณี ‘ซิงซิง’ ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้ามีเหยื่อแล้ว 3 คน

(7 ม.ค. 68) หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวของ “ซิงซิง” นักแสดงหนุ่มชาวจีน ที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-พม่า ซึ่งมีพฤติการณ์คล้ายกับขบวนการค้ามนุษย์ ก็มีนักแสดงหลายคนออกมาเปิดเผยว่าตนเองก็ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน!

โดยนักแสดงที่ชื่อ "เติ้งโหย่ว"ได้โพสต์ว่า เขาก็ถูกชักชวนจากบุคคลที่ใช้ชื่อวีแชตว่า "GMMGrammy~十六" ติดต่อให้มาทำงานที่ไทยเช่นเดียวกันกับซิงซิง แต่เขารู้สึกแปลกๆ และได้เตือนนักแสดงคนอื่นๆ ให้ระวังคนคนนี้เอาไว้ด้วย

ด้านนักแสดงที่ชื่อ "ฟ่านหู่" ก็ออกมาเปิดเผยประสบการณ์โดนแก๊งหลอกลวงระดับมืออาชีพ หลอกมาไทยพร้อมกับนักแสดงอีกหลายคน ทว่าโชคดีที่เขาพบพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ และทำการส่งข้อความไปหาผู้กำกับชาวไทยที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้าง ก่อนที่จะได้รู้ความจริงว่าตนเองกำลังโดนหลอก และวางแผนหลบหนีมาได้สำเร็จ

ขณะที่นักแสดงอีกคน ที่ชื่อ "สี่ว์ต้าจิ่ว" ได้โพสต์ว่า เขาถูกหลอกเหมือนกัน และได้นั่งเครื่องบินมาที่ไทยด้วย แต่เขาเอาตัวรอดมาได้และเดินทางกลับจีนแล้ว โดยซิงซิงน่าจะอยู่ในล็อตที่ 3 ส่วนเขาเป็นล็อตที่ 2 หรือกล่าวคือ ขณะนี้มีคนอย่างน้อย 3 กลุ่มที่ถูกหลอกลวง โดยมีเหยื่อมากกว่า 1 ราย

รายงานระบุว่า นี่เป็นวิธีการตกเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะมีการแทรกซึมเข้าไปตามกลุ่มเพื่อน หรือกลุ่มหางานในวีแชต ชักจูงและหว่านล้อมให้ผู้คนหลงเชื่อ พร้อมกับเสนอค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง เพื่อดึงดูดความสนใจ ซึ่งคล้ายกับกรณีของ "สี่ว์ป๋อชุน" ในปี 2023 ที่เขาเห็นประกาศรับสมัครนักแสดงในกลุ่มพาร์ทไทม์ โดยบอกว่าเป็นโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ ต้องเก็บเป็นความลับ

หลังจากพูดคุยและตกลงกันเรียบร้อย สี่ว์ป๋อชุนก็เดินทางไปยังแคว้นปกครองตนเองสิบสองปันนา กลุ่มชาติพันธุ์ไท มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) จากนั้นก็ถูกพาตัวไปยังพม่า และถูกกักตัวไว้ เพื่อเรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว ถึง 620,000 หยวน (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) และถึงแม้จะได้เงินไปแล้วแต่เขาก็ต้องรออีก 100 กว่าวันถึงจะถูกปล่อยตัวกลับจีน

นายพลยูกันดา ลูกชายปธน. ประกาศกร้าวอยากตัดศีรษะผู้นำฝ่ายค้าน

(7 ม.ค.68) มูฮูซี ไคเนรูกาบา หัวหน้ากองทัพยูกันดา ซึ่งเป็นบุตรชายของประธานาธิบดีโยเวอรี มูเซเวนี ผู้นำคนปัจจุบันของยูกันดา ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายว่าเขาต้องการตัดศีรษะ 'บ็อบบี้ ไวน์' ผู้นำฝ่ายค้านที่มีชื่อเสียงของประเทศ

ไคเนรูกาบา ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีจากบิดา ผู้ปกครองยูกันดามาตั้งแต่ปี 1986 มักจะโพสต์ข้อความที่กระตุ้นความโกรธในสื่อสังคมออนไลน์ โดยในปี 2022 เขาเคยข่มขู่จะบุกประเทศเคนยา ก่อนที่ในภายหลังเขาจะขอโทษและกล่าวว่าโพสต์บางรายการเป็นเพียงการประชดประชัน

ในโพสต์ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ (5 ม.ค.) ไคเนรูกาบาได้กล่าวว่า พ่อของเขา 'มซี่' คือบุคคลเดียวที่ทำให้บ็อบบี้ ไวน์ ผู้นำฝ่ายค้านยังคงปลอดภัยจากเขา "หากมซี่ไม่อยู่ ผมจะตัดหัวเขาวันนี้" ไคเนรูกาบากล่าว

บ็อบบี้ ไวน์ ซึ่งมีชื่อจริงว่า โรเบิร์ต คยากูลันยี เคยได้รับคะแนนเสียงมาเป็นอันดับสองในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2021 ตอบโต้โพสต์ของไคเนรูกาบาโดยกล่าวว่า เขาไม่มองคำขู่ครั้งนี้เป็นเรื่องเล่น ๆ และไม่เคยละเลยความพยายามหลายครั้งในการลอบสังหารตน

ไคเนรูกาบาได้ตอบกลับว่า "ในที่สุด! ฉันปลุกคุณแล้วหรือ? ก่อนที่ฉันจะตัดหัวคุณ คืนเงินที่พวกเราเคยให้คุณยืม" โดยอ้างว่ารัฐบาลเคยจ่ายเงินให้ไวน์เพื่อหวังทำลายฝ่ายค้าน

โฆษกรัฐบาลยูซานดาเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่าโพสต์ของไคเนรูกาบาในโซเชียลมีเดียควรถือเป็นความคิดเห็นที่ไม่ควรนำมาคิดจริงจังหรือมองว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล

ไวน์ ซึ่งเคยเป็นนักดนตรีและได้ผันตัวมาทำการเมืองเป็นผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งในเวทีการเมืองของมูเซเวนี และได้ปฏิเสธผลการเลือกตั้งปี 2021 โดยอ้างว่ามีการทุจริตในการเลือกตั้งและการข่มขู่ประชาชน

นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนได้กล่าวหาว่ารัฐบาลมูเซเวนีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแพร่หลาย รวมถึงการทรมานและการกักขังโดยไม่มีการตัดสิน ขณะที่รัฐบาลยูซานดาได้ยืนยันว่าไม่เคยมีการทุจริตในการเลือกตั้งหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน

สหรัฐฯ แบล็กลิสต์ 'Tencent' ฐานทำงานให้กองทัพจีน

(7 ม.ค.68) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่มชื่อบริษัทจีนหลายแห่งในบัญชีดำ โดยรวมถึง เทนเซ็นต์ (Tencent) และ CATL ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำงานให้กับกองทัพจีน แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่การดำเนินการนี้ทำให้หุ้นของบริษัททั้งสองร่วงทันที

บัญชีดำของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า Section 1260H ได้เพิ่มบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนหลายแห่ง ซึ่งถือเป็นคำเตือนให้บริษัทและองค์กรต่าง ๆ ในสหรัฐฯ พิจารณาความเสี่ยงในการทำธุรกิจกับบริษัทเหล่านี้ แม้บริษัทที่ถูกระบุในบัญชีดำจะไม่ได้รับคำสั่งห้ามทำธุรกิจในสหรัฐฯ โดยตรง แต่ก็เพิ่มแรงกดดันในการคว่ำบาตรบริษัทจีน

หลังจากการเปิดเผยรายงานดังกล่าว หุ้นของ Tencent ลดลง 7% ในเช้าวันที่ 7 มกราคม ส่วนหุ้นของ CATL ก็ร่วง 4% ทันที อย่างไรก็ตาม Tencent ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจผิด บริษัทยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือทำธุรกิจกับกองทัพจีน และการถูกขึ้นบัญชีดำจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท

ในทางเดียวกัน CATL ก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ โดยระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน และทางการจีนก็ได้ตอบโต้คำกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลและเป็นการปราบปรามบริษัทจีนอย่างไม่ยุติธรรม

'พีระพันธุ์' แจงปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป ลดภาระประชาชน ลั่นไม่สนใจนายทุนพลังงาน เหตุไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใคร

เมื่อวันที่ (6 ม.ค. 68) ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบกระทู้ ที่ถามโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ที่ถามถึงเรื่องมาตรการสนับสนุนตลาดพลังงานสะอาดผ่านโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ว่าการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันปล่อยมลพิษมากที่สุด ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านไฟฟ้าไปเป็นพลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งที่ผ่านมาถูกเอื้อให้กับกลุ่มทุน ที่รัฐบาลซื้อพลังงานหมุนเวียน ที่เริ่มตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เวลาที่รัฐบาลจะซื้อก็อ้างเรื่องความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ซี่งตนตั้งคำถามทุกครั้งว่าเป็นความมั่นคงของประเทศหรือของใครกันแน่ เพราะปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าความต้องการหรือหลักการสำรองไฟฟ้าอยู่แล้ว โดยเป็นการเพิ่มภาระค่าไฟให้กับประชาชนทั่วประเทศ มีโรงงานไฟฟ้าที่ไม่ได้ผลิตเลย แต่ยังได้เงินจากประชาชนผ่านค่า FT ที่สำคัญคือการรับซื้อนั้น ไม่มีการประมูล ตนเห็นด้วยกับความกล้าหาญของนายพีระพันธุ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการรับซื้อไฟฟ้าและให้ชะลอการรับออกไป แต่เรายังต้องติดตามว่าจะกลับมาดำเนินการต่อหรือไม่ 

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีบารมีนอกรัฐบาลที่ไปถ่ายรูปในสนามกอล์ฟใช่หรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ เรื่องนี้ท่านมองเห็นถึงโครงสร้างการรับซื้อพลังงานสะอาดหรือไม่ เช่น โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop)จะมีการขยายการรับซื้อจากภาคประชาชนเหมือนกับกลุ่มทุนหรือไม่ รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่ทำให้การขออนุญาตใช้เวลานาน ท่านจะทำอย่างไร จะมีมาตรการจูงใจภาคครัวเรือนเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น และจะมีวิธีลดภาระอย่างไร

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ได้ชี้แจงว่า ตนยืนยันว่าส่วนตัวไม่ทราบมาก่อนว่ามีการผูกขาดพลังงาน เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง จึงยังไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ในทันทีทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน แต่ยอมรับว่าตนหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้ง ยังมีข้อผูกพันทางกฎหมาย มันไม่ใช่ทันใจที่เราอยากทำ  ซึ่งนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมามีความชัดเจนอยู่แล้วว่า จะต้องลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดย 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีนโยบายขึ้นค่าไฟฟ้าและตรึงราคาค่าแก๊สไว้ตลอด ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถลดราคาได้ แต่ได้พยายามไม่ให้ขึ้นไปมากกว่านี้ ที่สำคัญรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อประเด็นปัญหานี้ ถ้าติดตามการทำงานของตน มันมีคำตอบอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว

“ส่วนตัวผมไม่ชอบเรื่องความไม่โปร่งใส ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้น นโยบายเรื่องนี้ ตนขออนุญาตกราบเรียนว่าเรามีความคิด ผมกับท่าน ตรงกันอยู่แล้วที่จะดำเนินการ สำหรับประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ผมเห็นด้วยกับท่าน ผมคิดอีกแบบ  ความมั่นคงทางพลังงานไม่ใช่เพียงแค่การทำให้มีพลังงานในปริมาณที่มากขึ้น แต่ความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริงต้องทำให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองในการมีไฟฟ้าใช้ได้ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งจากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำ ประเทศเราที่เหมาะสมที่สุดคือแสงอาทิตย์ ดังนั้น จึงควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความมั่นคงทางด้านพลังงาน อย่าพูดถึงขายเลยครับ เอาแค่ไม่ต้องจ่ายค่าไฟ ไม่ต้องพะวงว่าอีก 4 เดือน ค่าไฟจะปรับเท่าไหร่ ปัจจุบันที่ต้องปรับเพราะไฟฟ้าผลิตจากแก๊ส เราเจอภาวะราคาตลาดโลก ทำให้กำหนดราคาไม่ได้คงที่ ผมก็พยายามศึกษา เพราะเป็นสัญญาที่ทำข้อตกลงไว้แล้ว” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ ย้ำว่าตนไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องแยกส่วนการไฟฟ้าไปอยู่ในกระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทย เพราะเมื่อมีการแยกระหว่างการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ทั้ง 2 หน่วยงาน ต้องรับไฟฟ้ามาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งเป็นฝ่ายผลิตแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายขาย ทุกขั้นตอนต้องมีกำไร หากไม่มีกำไรก็ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ตนอยากจะหาทางแก้ปัญหา แต่ทั้งหมดนี้ สว. และ สส. เป็นผู้บัญญัติกฎหมาย รู้หรือไม่ กฎหมายไฟฟ้าฝ่ายผลิตกำหนดตั้งแต่ปี 2511 ดังนั้น ควรมีการปรับแก้ ปัญหาพลังงาน ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเห็น แต่ประเด็นคือใครจะเป็นคนทำ

“ท่านนายกฯ แพทองธารก็กำชับผมด้วยซ้ำไป ผมไม่อยากให้เข้าใจผิด ท่านนายกฯเศรษฐามาถึงนายกฯแพทองธารได้กำชับผมมาโดยตลอดให้ช่วยแก้ปัญหา” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ ชี้แจงรายละเอียดว่า เวลาประชาชนจะขอติดแผงโซลาร์ต้องขออนุญาตถึง 5 หน่วยงาน ซ้ำซ้อน และยุ่งยากมาก รวมถึงต้องรอเป็นปี ตนในฐานะกำกับกระทรวงอุตสาหกรรมและพลังงานก็ได้สั่งการแก้ระเบียบไปแล้ว วันนี้การแก้กฎหมายไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน อีกนานกว่าจะเข้า ครม. รวมถึงเรื่องการหาเงินทุน

“ผมไม่ทราบหรอก เพราะผมไม่ใช่นายทุน  แต่วันนี้มันเกิดกับพี่น้องประชาชน ผมต้องแก้ไข แล้วถ้าหากว่าท่านติดตามข่าวสารเหมือนที่ท่านพูด ท่านจะเห็นเลยว่าอะไรที่ส่อไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ผมสั่งระงับทั้งนั้น เพราะผมไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับใคร ผมมาทำหน้าที่ตรงนี้ก็เหมือนกับท่านครับ เรามาเป็นผู้แทนมาทำงานให้กับประชาชน ครั้งหนึ่งในชีวิตทำตรงนี้ทำให้ดีที่สุด ผมทำทุกอย่างภายใต้นโยบายรัฐบาลและตามแนวทางคือเพื่อความมั่นคงทางพลังงานให้กับประชาชน” นายพีระพันธุ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top