Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

‘จักรภพ’ พาคนรัก!! เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ขอคำปรึกษาทักษิณ เตรียมจดทะเบียนสมรส

(4 ม.ค. 68) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายก และ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (3 ม.ค. 68) ตนพร้อมด้วย นายสุไพรพล ช่วยชู หรือ ป๊อบ คู่ชีวิต  เดินทางเข้าพบ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อเรียนเชิญเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส รับกฎหมาย พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่ประเทศไทยจะประกาศใช้ ในวันที่ 22 มกราคม 2568 

นายจักรภพ กล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้ เพื่อขอคำปรึกษา ดร.ทักษิณ เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสและการฉลองแต่งงานของเรา ในฐานะที่ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ที่บทบาทสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ในนามพรรคเพื่อไทย จนนำไปสู่ประกาศใช้ในวันที่ 22 มกราคมนี้ นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความหมายมาก เพราะว่าคนเพศเดียวกันหรือที่เรียกว่า LGBTQ+ ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้ เหมือนกับมนุษย์คนอื่นในโลกนี้ เพื่ออยู่ภายใต้ระบบกฎหมายเดียวกัน 

“ท่านเมตตาให้คำปรึกษาอย่างผู้ใหญ่ในครอบครัวทั้งในเรื่องวัน เวลา รูปแบบ แม้แต่ฤกษ์พานาที โดยท่านย้ำว่า ต้องยึดหลักโบราณเพื่อหาวันที่เหมาะสม” นายจักรภพ กล่าว นายจักรภพ กล่าวถึงเส้นทางความรักของตัวเองว่า คบหาดูใจกับ คุณป๊อบมายาวนานถึงกว่า 23 ปี พอ ๆ กับ การผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เมื่อปี 2544 ที่รัฐบาล นำโดยนายกรัฐมนตรี ทักษิณ  เริ่มเสนอแนวคิดให้คนรักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมาย แต่ต้องยุติลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสสังคมต่อต้าน รัฐบาลจึงมองเห็นว่าสังคมไม่พร้อม เรื่องนี้จึงตกไป ต่อมา ปี 2555 มีการเรียกร้องจากกลุ่ม LGBTQ+ ต้องการจดทะเบียนสมรส แต่ถูกปฏิเสธ จึงได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง 

ต่อมาในปี 2556 สมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีผลักดันให้มีกฎหมายรองรับของกลุ่ม LGBTQ+ อีกครั้ง โดยได้ยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตเพื่อให้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่สำเร็จ และยุติลงในปี 2557  หลังจากนั้นก็มีการเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนและพรรคการเมือง และกระแสโลก ที่เรียกร้องสมรสเท่าเทียม และมีการเดินหน้าอย่างจริงจัง จนนำไปสู่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ในสมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และจะประกาศใช้ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ในรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นับเป็นการผลักดันต่อสู้อย่างยาวนานของพรรคเพื่อไทย ในการสร้างประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์โลกจนประสบความสำเร็จในที่สุด

'ช้างศึก' กลับถึงบ้านเกิด พร้อมความมั่นใจเกินร้อย!! 'ปฏิวัติ' ลั่น!! พร้อมสู้เพื่อแชมป์ ต่อหน้าแฟนบอลชาวไทย

เมื่อวานนี้ (3 ม.ค. 68) เวลา 18.30 น. ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเสร็จภารกิจการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 หรือ ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก กับทีมชาติเวียดนาม

โดย ทีมชาติไทย เพิ่งบุกไปพ่ายเวียดนาม ในนัดแรก ที่ เวียด จี๋ สเตเดียม ด้วยสกอร์ 1-2 ซึ่งหลังจากนี้จะกลับมาฟื้นฟูร่างกายและฝึกซ้อมต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนัดที่สอง

หลังเดินทางถึง ‘ปฏิวัติ คำไหม’ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย กล่าวว่า “มันยังมีอีกเกมให้เราแก้ตัว พี่นิว (พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี) พยายามปลุกใจ ให้นักเตะทุกคนมั่นใจว่าเราสามารถกลับมาได้ เราต้องทำเต็มที่ ต้องสู้ต่อในเกมสุดท้าย”

“ไม่ว่าจะเจอใครเราต้องรัดกุมอยู่แล้ว แต่ต้องเน้นให้มันมากขึ้น เพราะมันเป็นเกมสุดท้ายของเรา เกมที่จะส่งผลว่าเราจะได้แชมป์หรือไม่ได้แชมป์ หลังจบเกมโค้ชอิชิอิ บอกว่าเราต้องสู้ ผ่านมาเจ็ดเกมแล้ว เหลืออีกแค่นัดเดียว ไม่มีทางอื่น ต้องก้มหน้าก้มตาสู้อย่างเดียว”

“ผมมั่นใจครับ เพราะถ้วยมาที่ไทยแล้ว มั่นใจว่าเราจะได้ ขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่คอยซัพพอร์ตพวกเรา เกือบ 50,000 คนที่จะมาในสนาม ขอบคุณมากครับ พวกเราจะสู้ให้เต็มที่ที่สุด มันเป็นเกมนัดสุดท้ายของพวกเราด้วย เราอยากได้แชมป์ เราจะสู้เต็มที่ต่อหน้าแฟนบอลชาวไทย”

โปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย จะทำศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบชิงชนะเลิศ เลกสอง พบกับ ทีมชาติ เวียดนาม ที่ สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 5 มกราคม 2568 เวลา 20.00 น. 

ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32, AIS PLAY, True sport2 ช่อง 667

มาร่วมกันเชียร์บอลไทยไปด้วยกัน

‘หลานม่า’ มีลุ้น!! หลังเพจ ‘ออสการ์’ เปิดชื่อ 15 หนัง ชิง ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศ’ รอผลโหวตเพื่อเข้าสู่ 5 เรื่องสุดท้าย ประกาศผล วันศุกร์ที่ 17 มกราคม นี้

(4 ม.ค. 68) หลังจากก่อนหน้านี้ มีการเปิดเผยว่า หลานม่า (How to Make Millions Before Grandma Dies) ภาพยนตร์ไทยจาก GDH สร้างประวัติศาสตร์เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ฝ่าด่านหนังต่างประเทศ จำนวน 85 เรื่อง ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 15 เรื่องที่เข้ารอบ รางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 สาขา ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (ACADEMY AWARDS / BEST INTERNATIONAL FEATURE FILM SHORTLIST)

โดยล่าสุด เฟซบุ๊กของออสการ์ The Academy ก็ได้โพสต์ เปิดชื่อ 15 ภาพยนตร์นานาชาติ ที่มีชื่อให้โหวตเพื่อเข้าสู่ 5 เรื่องสุดท้าย ที่จะประกาศในวันศุกร์ที่ 17 มกราคมนี้

พร้อมถ่ายทอดการประกาศรางวัลในวันที่ 2 มีนาคม ผ่าน ABC และ Hulu

สำหรับลิสต์รายชื่อภาพยนตร์ทั้งหมด มีดังนี้

Brazil, I’M STILL HERE
Canada, UNIVERSAL LANGUAGE
Czech Republic, WAVES
Denmark, THE GIRL WITH THE NEEDLE
France, EMILIA PÉREZ
Germany, THE SEED OF THE SACRED FIG
Iceland, TOUCH
Ireland, KNEECAP
Italy, VERMIGLIO
Latvia, FLOW
Norway, ARMAND
Palestine, FROM GROUND ZERO
Senegal, DAHOMEY
Thailand, HOW TO MAKE MILLIONS BEFORE GRANDMA DIES
United Kingdom, SANTOSH

ทั้งนี้ ในโพสต์ดังกล่าว ก็มีคนเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจภาพยนตร์จากประเทศต่างๆ รวมถึงหลานม่า ไม่น้อยทีเดียว

‘ไอติม’ อัด!! ก.ศึกษาฯ แก้ ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ตรงจุด แนะส่วนกลางชี้ขาด!! ทุกโรงเรียน หยุดบังคับเด็ก

(4 ม.ค. 68) จากกรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวยืนยันว่า กระทรวงมีหนังสือยกเลิกระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2566 ดังนั้น ‘ทรงติ่งหู’ หรือ ‘ทรงขาว 3 ด้าน’ จะไม่ถูกเรียกว่า ‘ทรงผมนักเรียน’ อีกต่อไป เพราะไม่มีการระบุความสั้น/ยาวของทรงผมนักเรียนชายและนักเรียนหญิงแล้ว ส่วนการจะกำหนดให้ผู้เรียนไว้ทรงผม แต่งกายแบบไหน ให้เป็นไปตามวิจารณญาณของสถานศึกษา โดยให้โรงเรียนเปิดช่องทางให้ผู้เรียนพูดคุยเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดนั้น

เรื่องนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน แสดงความเห็นผ่าน X เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า หาก ศธ. ตั้งเป้าว่าไม่ควรมีนักเรียนคนไหนที่ต้องถูกบังคับเรื่องทรงผม ผมเห็นว่าสิ่งที่กระทรวงทำอยู่ ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุดครับ

สิ่งที่กระทรวงทำ = ยกเลิกการบังคับจากส่วนกลางว่านักเรียนจะต้องมีทรงผมแบบไหน แต่เปิดช่องให้แต่ละโรงเรียนตัดสินใจเองได้ที่จะบังคับนักเรียนในโรงเรียนนั้นๆ เรื่องทรงผม

สิ่งที่กระทรวงควรทำ = ออกมาตรฐานจากส่วนกลาง เพื่อกำหนดว่าทุกโรงเรียนจะต้องหยุดการบังคับนักเรียนเรื่องทรงผม

‘ดร.อานนท์’ วิจารณ์!! นายกฯ ใส่ผ้าซิ่นกลับหัว ชี้!! บรรพบุรุษชินวัตร เคยมีชื่อเสียง ด้านการค้าผ้า

(4 ม.ค. 68) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สวมชุดผ้าไทย พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส ร่วมพิธีทำบุญในวันขึ้นปีใหม่ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล

โดยผศ.ดร.อานนท์ ระบุว่า ชินวัตรไหมไทยเป็นกิจการที่มีชื่อเสียงของตระกูลชินวัตร และดำเนินกิจการมาจนถึงทุกวันนี้ พ่อเลี้ยงเลิศ ชินวัตร ผู้เป็นปู่ นายทักษิณ ชินวัตร ต่างก็เคยค้าผ้าไหมกันมาก่อน

ทำไมลูกหลานสตรีในตระกูลชินวัตรจึงไม่มีความรู้ใด ๆ ในเรื่องผ้าไทย จนไม่รู้จักกระทั่งตีนซิ่น หัวซิ่น สวมใส่สลับไปหมด น่าอับอายขายหน้าถึงบรรพบุรุษว่ามีลูกหลานที่มิได้รับการถ่ายทอดสิ่งดี ๆ เช่นภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษ มาแม้แต่น้อย นับว่าเสียชาติเกิดที่เกิดมาในตระกูลชินวัตรโดยแท้

‘ไรเดอร์’ รถล้ม!! ยังเป็นห่วงลูกค้าที่สั่งอาหาร กลัวรอ ‘ออเดอร์’ ‘กู้ภัยใจดี’ ต้องอาสาไปส่งต่อให้เอง ทำชาวเน็ต ซึ้งในน้ำใจ

(4 ม.ค. 68) คุณต้นกล้า อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองใหม่24 ได้เปิดใจเกี่ยวกับ กรณีที่ได้ช่วยเหลือ ‘ไรเดอร์’ โดยได้ระบุว่า ...

ตอนแรกตนไปส่งแฟนมา จากนั้นมาเจอเหตุกับอาสาร่วมกตัญญูบูรณะพอดี เห็นไรเดอร์เจ็บ และดูท่าทีเป็นห่วงออเดอร์ลูกค้าที่ยังไม่ไปส่ง ตรงซอยสุขสวัสดิ์ 9/1 ตนเองเลยบอกไปว่า “งั้นพี่ไปโรงพยาบาลเลย กับทางอาสาร่วมกตัญญูบูรณะนะ เดี๋ยวผมไปส่งข้าวให้ก็ได้” ซึ่งตอนนั้น ไรเดอร์ก็มีสีหน้าตกใจมาก แต่ก็ยินยอมให้ตนเอาออเดอร์ไปส่งให้ลูกค้า

โดยตนได้ขอเบอร์ลูกค้ามา แล้วบอกจะไปส่งออเดอร์ ในตอนแรกลูกค้าตกใจที่ไรเดอร์ประสบอุบัติเหตุ จึงขอออกมารับคนละครึ่งทาง แต่ตนบอกว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปส่งของเอง ลูกค้าจะได้ไม่ต้องออกมา”

จากนั้นก็ขับรถไปส่งข้าวให้กับลูกค้าแทนไรเดอร์ ก่อนจะโทรหาลูกค้า ซึ่งปกติก่อนหน้านี้ตนเองเคยรับจ๊อบเป็นไรเดอร์อยู่แล้วด้วย ก็เลยไปส่งให้ลูกค้าในระยะทาง 3 กิโลเมตร ลูกค้าเองก็ใจดีออกมารอหน้าปากซอย ไม่ให้เข้าไปหา พอส่งเสร็จลูกค้าขอบคุณ และให้ค่าน้ำมา 100 บาท ตอนแรกตนปฏิเสธแต่ทางลูกค้าก็ไม่ยอม

เหตุผลที่ตัดสินใจส่งและช่วยเหลือ เพราะว่าตนเองเป็นจิตอาสา ตั้งใจที่จะทำให้ช่วยเหลือสังคม ขณะที่ทางไรเดอร์เองก็ขอบคุณ เขาเองก็เป็นห่วงออเดอร์และก็เจ็บตัวด้วย สภาพร่างกายตอนนั้น มีแผลถลอกตามร่างกาย เนื่องจากล้ม คาดว่าน่าจะโดดฝาท่อ แต่ไม่มีคู่กรณี

ทั้งนี้ ตนได้เห็นคอมเมนต์ ก็รู้สึกดีใจมาก ที่มีคนชื่นชม เพราะปกติเห็นแต่ข่าวอาสาตีกัน จึงอยากให้คนเห็นอีกมุมมองหนึ่งของจิตอาสาอย่างพวกตนบ้าง เพราะมุมมองดี ๆ ยังมีอีกเยอะ

‘ปาล์มมี่’ ขอหยุดงาน ไม่มีกำหนด หลังคนใกล้ชิด!! ป่วยกะทันหัน

(4 ม.ค. 68) แฟน ๆ แห่ส่งกำลังใจ ให้นักร้องสาว ‘ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ’ กันอย่างล้นหลาม หลังจากที่เจ้าตัวขอหยุดงานอย่างไม่มีกำหนด เนื่องด้วยมีคนสำคัญในครอบครัวของ ‘ปาล์มมี่’ ป่วยกะทันหัน 

โดยทางต้นสังกัด genie records ได้ออกมาโพสต์จดหมายแจ้งข่าวที่ระบุว่า … 

"ทางต้นสังกัด genie records ขอแจ้งให้ทราบว่า เนื่องด้วยมีคนสำคัญในครอบครัวของ ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ ป่วยกะทันหัน โดยทางปาล์มมี่ไม่สามารถออกไปปฏิบัติงานข้างนอกได้อย่างปกติ เพราะต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดแบบปลอดเชื้อ 

จึงเรียนแจ้งให้ทราบว่า ปาล์มมี่จะขอหยุดงานอย่างไม่มีกำหนด ทางต้นสังกัดและศิลปินต้องขออภัยแฟนเพลงทุกท่าน, ผู้จัดงาน, และผู้เกี่ยวข้อง ทุกท่านมา ณ ที่นี้"

หนุ่มโคราชร้อง กกต.ให้ตรวจสอบ ‘เจ๊หน่อย’ ผู้สมัครนายก อบจ.เพื่อไทย โอนงบกว่า 23 ล้านบาทโดยมิชอบ อาจถึงขั้นโดนใบแดง!!

(4 ม.ค. 68) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุนทร ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบนายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำอันอาจจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ หน่อย ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย และพวก จำนวน 35 คน ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.อบจ.นครราชสีมา

นายสุนทรกล่าวว่า วันนี้มาในฐานะประชาชนชาวโคราชคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ในพื้นที่ อยากเห็นผู้สมัครทุกคนมีความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร วันนี้มาร้องเรียนขอให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบคุณสมบัติของนางยลดา อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา คนล่าสุด ซึ่งพบว่าขณะดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ในการประชุมสภา อบจ.นครราชสีมา สมัยสามัญที่ 2 ครั้งที่ 3 ได้ยื่นญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ โดยมี ส.อบจ.เข้าร่วมประชุม จำนวน 39 คน ยกมือเห็นชอบตามที่ นายก อบจ.นครราชสีมา เสนอญัตติ จำนวน 36 คน (รวมนายก อบจ.) และงดออกเสียง จำนวน 3 คน

นายสุนทรกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 (และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 รวมทั้งสิ้น 12 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 23,873,918 บาท เนื่องจากในห้วงระยะเวลาดังกล่าวไม่มีภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติแต่อย่างใด

ต่อมา นางยลดาได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 พร้อมกับ ส.อบจ.ในกลุ่มอีก 15 คน ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ในครั้งนี้ ซึ่งการกระทำของนางยลดาและ ส.อบจ.เกี่ยวกับการอนุมัติโครงการดังกล่าว อาจเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 มาตรา 65 ซึ่งมีโทษตาม 126 แห่งกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากหากพบว่ากระทำผิดจริงก็อาจถึงขั้นโดนใบแดงได้เลย วันนี้จึงมาร้องขอให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา เร่งดำเนินการตรวจสอบ เพราะจะมีผลกระทบต่อความไม่สุจริตในการเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.นครราชสีมา ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

ด้านนายสุรพงษ์เปิดเผยว่า หลังจากเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 4 คน ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายทักษิณ เขื่อนโคกสูง, เบอร์ 2 นางยลดา หวังศุภกิจโกศล, เบอร์ 3 นายมารุต ชุ่มขุนทด และเบอร์ 4 ร.ต.อ.นิติรักษ์ ฟักกระโทก ในส่วนผู้สมัคร ส.อบจ.นครราชสีมา ทั้ง 48 เขต จาก 32 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวนทั้งสิ้น 153 คน โดย กกต.ประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้นไปแล้ววันสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบคุณสมบัติปรากฏว่าผู้สมัครนายก อบจ.ทั้ง 4 คน มีคุณสมบัติครบทุกคน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ขณะที่ผู้สมัคร ส.อบจ.จำนวน 153 คน พบว่า ขาดคุณสมบัติไป 3 คน ประกอบไปด้วย ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต 2 อ.สีคิ้ว, เขต 1 อ.จักราช และ เขต 1 อ.ชุมพวง ซึ่งผู้สมัครทั้ง 3 รายนี้ ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมเทศบาล จึงทำให้ขาดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ.ในครั้งนี้

ส่วนเรื่องการร้องเรียนขณะนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องผู้สมัครร้องเรียนพฤติกรรมของผู้สมัครด้วยกันเอง ที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน เรื่องการป้องกันเหตุความรุนแรงในพื้นที่ ขณะนี้ กกต.จังหวัดนครราชสีมา ได้ตั้งชุดสืบสวนข่าว 3 ชุด และชุดเคลื่อนที่เร็ว 6 ชุด ทำงานร่วมกับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา 8 คน เพื่อหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจจะก่อเหตุความรุนแรง หากมีเบาะแสก็พร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.เข้าไประงับเหตุได้ทันที ซึ่งได้มีการลงพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

‘สาวเวียดนาม’ โดนโซเชียลถล่มยับ!! หลังเชียร์นักเตะช้างศึก ทีมชาติไทย

(4 ม.ค. 68) Youtube ช่อง ‘UP Comment’ ได้นำเสนอเรื่องราวของ 'สาวเวียดนาม' ซึ่งโดนโซเชียลถล่มหนัก หลังเชียร์ทีมชาติไทย โดยในคลิปนั้นมีใจความว่า ...

เป็นประเด็นในโซเชียลมีเดีย ประเทศเวียดนาม เมื่อ ‘ง็อก-เหวียน-โด’
สาวเวียดนามรายหนึ่ง ที่ได้มีการปรากฏภาพของเธอสวมเสื้อเชียร์ทีมชาติไทยในศึกเอเอฟเอฟคัฟ ที่เวียดนาม นั้นสามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติไทยไปได้สองประตูต่อหนึ่ง 

งานนี้เธอโดนชาวเวียดนามรุมประณามอย่างหนักด้วยข้อหาไม่รักชาติพร้อมกับตั้งคําถามเพราะเหตุอันใดเธอจึงเชียร์ทีมชาติไทย

ตามข้อมูล ได้มีการระบุว่า เธอได้มีการติดตามเชียร์ทีมชาติไทยมากว่า 10 ปีแล้วและทุกครั้งที่ทีมชาติไทยมาแข่งขันที่ประเทศเวียดนามเธอก็มักจะเข้าไปให้กําลังใจทีมชาติไทยอยู่เสมอ ซึ่งจากภาพดังกล่าวที่ถูกสื่อเวียดนามเผยแพร่นี้เอง ก็สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเวียดนามเป็นจํานวนมาก จนถึงขั้นที่เธอนั้นถูกชาวเวียดนามรุมสาปแช่ง แล้วรวมถึงมีการรุมรีพอร์ตเฟซบุ๊ก และติ๊กต็อกของเธอจน ถูกระงับการใช้งานไปเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากนี้ชาวเวียดนาม ได้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงมีการบูลลี่เธอเป็นอย่างมาก 

เรามาเริ่มต้นกันที่ความคิดเห็นของชาวเวียดนามท่านแรกครับท่านนี้เค้าบอกว่า ถ้าผมอยู่ใกล้ ๆ ผมจะฉีกเสื้อตัวนั้นทิ้งท่านนี้ก็น่าจะหมายถึงเสื้อทีมชาติไทยนะครับ

ความคิดเห็นต่อไป ช่างมันเถอะมันก็โต ๆกันแล้ว แล้ว เธอมีจุดประสงค์อะไรที่ไปสนามกีฬาที่มีคนเวียดนามเยอะขนาดนั้น

ความคิดเห็นต่อไป นอกจากกีฬาสีแล้วฉันยังไม่เคยเห็นใครทําร้ายเด็กแบบนี้เลย ชอบทีมไหนเชียร์ทีมไหนก็ลุยเลยเธอไม่ใช่คนทรยศเธอไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายและเธอก็ไม่เคยสาปแช่งประเทศตัวเอง

คุณกินข้าวเวียดนามดื่มน้ำเวียดนามและสูดอากาศของเวียดนามที่บรรพบุรุษต้องเสียสละ เพื่อให้ได้มันมา แต่พอเวียดนามยิงประตูได้ ทําไมเธอถึงโกรธ

ความคิดเห็นต่อไป ทําไมคนไทยคนนี้ถึงมีชื่อเหมือนเวียดนามท่านนี้ก็แสดงความคิดเห็นแบบประชดประชันไว้

ตั้งฐานทัพบินมาถล่มเวียดนาม อยากจะถามเธอว่าเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

เธอคงตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปทํางานในประเทศไทยนั่นแหละ เธอเลยสร้างภาพเพื่อให้ได้สมัครงานมาง่าย ๆ

ความคิดเห็นต่อไปครับทั้งนี้เขาบอกว่าทุกคนคงยังไม่เข้าใจอะไรบางอย่างจริง ๆ แล้วเธอคนนี้เป็นเด็กผู้ชายที่เกิดมาในร่างของเด็กผู้หญิงดังนั้นเธอจึงต้องการไปที่ประเทศไทยเพื่อกลายเป็นคนข้ามเพศ เธอจงใจดึงดูดความสนใจเพื่อที่จะทําให้เธอเป็นคนข้ามเพศในไทยและทําให้คนไทยนั้นเห็นใจเธอ

‘ไมค์ จอห์นสัน’ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอีกสมัย โดยได้รับการสนับสนุนหลักจาก ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีคนใหม่

(4 ม.ค. 68) ‘ไมค์ จอห์นสัน’ จากพรรครีพับลิกัน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอีกครั้ง หลังผ่านกระบวนการอันตึงเครียดในรัฐสภา

จอห์นสันทำให้สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านโกรธเคืองด้วยการร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในการผ่านกฎหมายงบประมาณ และชัยชนะของเขาได้มาหลังจากการเจรจาภายในห้องลับที่ตึงเครียดซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาจากพรรครีพับลิกันมากกว่าสิบคนแสดงความสงสัยต่อความเป็นผู้นำของเขา

การประชุมงบประมาณในปี 2023-2025 ที่วุ่นวายนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นของกลุ่มอนุรักษนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการจัดการการเจรจาการใช้จ่ายของรัฐบาลไบเดน โดยที่กลุ่มผู้ต่อต้านการคลังเรียงคิวกล่าวหาว่าเขาไม่เข้มงวดกับการขาดดุล

ในท้ายที่สุด มีเพียง 3 คนที่ยังคงสนับสนุนพรรครีพับลิกันเมื่อการลงคะแนนเสียงเริ่มต้นขึ้น โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตทั้ง 215 คนสนับสนุนฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำของพวกเขา

สำนักข่าว Punchbowl News ซึ่งเป็นสื่อของรัฐสภา รายงานว่าจอห์นสันสามารถรักษาความทะเยอทะยานในการเป็นประธานสภาไว้ได้ หลังจากที่ทรัมป์เข้าแทรกแซงเป็นการส่วนตัวเพื่อพูดคุยกับกลุ่มกบฏ 2 คนทางโทรศัพท์ ก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนคะแนนเสียง

"หลังจากสี่ปีของภาวะเงินเฟ้อสูง เรามีวาระสำคัญ เรามีอะไรต้องทำอีกมาก และเราสามารถทำได้โดยปราศจากการผูกขาด" จอห์นสันกล่าวในขณะที่เขาให้คำมั่นว่าจะช่วยทรัมป์ให้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจได้สำเร็จ

"เราสามารถต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อสูงได้ และเราต้องทำ เราจะให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกัน และเราจะขยายเวลาการลดหย่อนภาษีของทรัมป์ เราจะลดขนาดและขอบเขตของรัฐบาลลงอย่างมาก เราจะคืนอำนาจกลับสู่ประชาชน" จอห์นสันกล่าว

โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวถึงประธานสภาฯคนใหม่แต่หน้าเดิมว่า "ไมค์จะเป็นผู้พูดที่ยอดเยี่ยม และประเทศของเราจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ประชาชนชาวอเมริกันรอคอยสามัญสำนึก, ความเข้มแข็ง และความเป็นผู้นำมาเป็นเวลา 4 ปี และอเมริกาจะยิ่งใหญ่กว่าที่เคย"

การเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ที่ใกล้จะมาถึงมีผลอย่างมากในการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอิทธิพลสำคัญในวอชิงตัน โดยควบคุมดูแลกิจการของสภาผู้แทนราษฎร และอยู่ในลำดับสามต่อจากตำแหน่งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี

แต่จอห์นสันอ่อนแอลงจากการเผชิญหน้ากับกลุ่มหัวรุนแรงในพรรคฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่พวกเขามี เนื่องจากพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยในสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน มีกำหนดจะรวมตัวกันที่วอชิงตันในวันเสาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการสำหรับปี 2025 และผู้นำพรรคฯจะพบกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่เมืองบัลติมอร์

แต่ลำดับแรกที่จะต้องดำเนินการคือการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งควบคุมการดำเนินงานประจำวัน โดยจะอนุญาตให้เฉพาะสมาชิกพรรครีพับลิกันเท่านั้นที่จะบังคับให้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อปลดประธานสภาผู้แทนราษฎรได้

พรรคเดโมแครตโต้แย้งว่าการปฏิรูปดังกล่าวจะทำให้จอห์นสันต้องรับผิดชอบต่อฝ่ายของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งสภา โดยในสภาคองเกรสชุดที่แล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดคนหนึ่งก็สามารถเสนอ ‘ญัตติเพื่อถอดถอน’ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top