Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

นราธิวาส-นายกฯ เศรษฐา บินลงใต้ พบนายกฯ มาเลเซีย ร่วมหารือแนวทางเพิ่มปริมาณการค้า และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน มุ่งส่งเสริมความเชื่อมโยง พัฒนาเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว

วันนี้ (3 สิงหาคม 2567) เวลา 10.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส หารือ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยในเวลา 11.25 น. นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้พบหารือกันที่ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยสาระสำคัญจากการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การลงพื้นที่ร่วมกันครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Common Peace and Prosperity) และแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพ ความจริงจังและเจตนารมณ์ทางการเมืองของผู้นำทั้งสองประเทศในการร่วมมือกันเพื่อรักษาความสงบในบริเวณชายแดน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณมาเลเซียสำหรับการขับเคลื่อนความร่วมมือ ผ่านการจัดประชุมคณะทำงานด้านการค้าชายแดน และการค้าการลงทุน และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันจัดประชุมคณะทำงาน working group ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศจะหารือกันในกรอบความร่วมมือ JC และ JDS พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันในความร่วมมือเกี่ยวกับสินค้าและมาตรฐานฮาลาลระหว่างทั้งสองประเทศเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อความร่วมมือในการขุดลอกแม่น้ำโก-ลก ที่ตื้นเขิน ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม โดยฝ่ายมาเลเซียขอความช่วยเหลือ ในการหารือนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่าจะสั่งการกระทรวงการต่างประเทศจัดการประชุมร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาความร่วมมือต่อไป

ในช่วงท้ายของการหารือนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานสุไหงโก-ลก ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพในการเลี้ยงอาหารกลางวัน และนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นถือเป็นเครื่องสะท้อนว่าทั้งสองประเทศมีมิตรภาพที่แน่นแฟ้น สะพานคู่ขนานสุไหงโก-ลกจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี เป็นโอกาสที่ได้หารือกันเรื่องเขตการค้าพิเศษระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการหารือในครั้งนี้จะเป็นโอกาสด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับมายังพื้นที่นี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อชื่นชมพัฒนาการที่เกิดขึ้น

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ส่งกำลังใจร่วมเชียร์ "วิว กุลวุฒิ" ชิงชนะเลิศแบดมินตันชายเดี่ยว โอลิมปิก 2024 คืนนี้

วันนี้ (5 สิงหาคม 2567) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ร่วมส่งกำลังใจให้กับ ส.ต.ท.กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ป. หรือ วิว นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ที่ร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะลงแข่งขันแบดมินตัน ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ลุ้นเหรียญทองให้ประเทศไทยในค่ำวันนึ้

กีฬาโอลิมปิก 2024 วันนี้ มีไฮไลต์ที่การแข่งขันแบดมินตัน ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ในเวลา 20.50 น. ตามเวลาประเทศไทย โดย "วิว" ส.ต.ท.กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักตบลูกขนไก่มือ 8 ของโลก จะพบกับ วิกเตอร์ อักเซลเซ่น มือ 2 ของโลกจากเดนมาร์ก หาก "วิว" ชนะจะเป็นเหรียญทองจากโอลิมปิกเกมส์เหรียญแรกของประเทศไทยในกีฬาแบดมินตัน

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายสำนักงานกำลังพล ตรวจสอบการดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับ ส.ต.ท.กุลวุฒิฯ และนักกีฬาตำรวจทุกคนที่เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และสร้างความสุขให้กับคนไทยทุกคน

'สุชาติ-รวมไทยสร้างชาติ' ชวน ชาวไทยทั่วโลก รอชมแมตช์หยุดโลก เชียร์ 'น้องวิว' คว้าทองโอลิมปิก

(5 ส.ค. 67) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อตวามผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ชวนคนไทย เชียร์น้องวิว 

คนทั่วโลก รอชม แมตช์หยุดโลก ไปพร้อมๆ กัน

คงต้องนั่งหน้าจอลุ้นกันทุกวินาที พร้อมส่งพลังใจไปถึง 'น้องวิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์' ที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ ชิงเหรียญทองแบดมินตันโอลิมปิก 2024 กับ วิคเตอร์ อเซลเซ่น มือ 2 โลก แชมป์เก่า จากเดนมาร์ก เวลา 20.40 น. โดย T SPORT 7 ยิงสดเกมนี้ 

ส่วนตัวไม่เคยเจอกับ 'น้องวิว' แต่ติดตามผลงานมาตลอด โดยเฉพาะการพาตัวเองไปแข่งขันแบดมินตันโอลิมปิกครั้งนี้  ผมเองชื่นชมในความสามารถของเยาวชนคนเก่งทั่วประเทศ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนจังหวัดไหน หรือทำอะไรที่เป็นหน้าเป็นตาเพื่อชาติบ้านเมืองเรา ผมก็พร้อมจะสนับสนุนทุกคน 

แต่สำหรับวันนี้ เรามาส่งกำลังใจไปให้น้องวิว กันนะครับ

‘เศรษฐา’ ปลื้ม ‘พลเอกประยุทธ์’ แนะให้อดทน รู้ว่าทำงานหนัก พร้อมแซว!! มีใครดื้อบ้าง บอก รทสช.ช่วยงานนายกฯ ดีๆ

(5 ส.ค. 67) ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ที่มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม คุณแม่ชดช้อย ทวีสิน มารดานายกฯ ได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้างหรือไม่ ว่า ตามที่เห็นท่านให้ความเมตตา ซึ่งท่านมางานสวดศพคุณแม่ตน และระหว่างเดินมาก็ได้ให้กำลังใจ โดยท่านบอกว่าเป็นกำลังใจให้นะ ไปไหนมาบ้าง ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ตนได้ไป จ.นราธิวาส มา ท่านก็บอกว่า “โอ้ย ทำงานหนักเลย” และได้เดินผ่านรัฐมนตรี และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มาให้การต้อนรับ ท่านก็บอกว่า “ให้ช่วยนายกฯ ดี ๆ นะ” และหันไปแซวบางคนว่า “คนนี้ดื้อไหม อะไรอย่างไรไหม” ตนก็บอกว่า “ไม่ดื้อครับ ไม่มีใครดื้อ ทุกคนทำงานกันไม่มีเวลาดื้อ ปัญหาของพี่น้องประชาชนเยอะ” ซึ่งท่านก็หัวเราะ และยังเดินผ่าน 2-3 ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เช่น นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านก็บอกว่า “โอ้ย นี่ช่วยเหลือได้ดี” ซึ่งตนก็บอกว่า “ใช่ครับ เป็นกำลังสำคัญ” ก็เป็นการพูดคุยกันอย่างมีมิตรภาพที่ดี และระหว่างที่นั่งอยู่ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็นั่งด้วย ก็มีการพูดคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากข้อห่วงใยอะไรหรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า “ท่านบอกให้อดทน และท่านเป็นกำลังใจให้ และท่านก็ฝากตนกับพรรครวมไทยสร้างชาติ บอกให้ช่วยซึ่งกันและกัน ซึ่งก็เป็นความเมตตา” 

เมื่อถามว่า ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เจอกับ พล.อ.ประยุทธ์ หลังเจอกันที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และได้พูดคุยกันเยอะใช่หรือไม่? นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ครับ เคยได้เจอกันหลายครั้งกว่า 10 หน ระหว่างร่วมงานพระราชพิธี ระหว่างนั่งคอยที่ห้องรับรองก็พูดคุยกันเยอะ หลายๆ เรื่อง มีการขอความเห็นท่านหลาย ๆ เรื่องอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ปรากฏเป็นภาพออกไป”

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสนัดพบและพูดคุยกันถึงเรื่องบ้านเรื่องเมืองเป็นกรณีพิเศษหรือไม่? นายเศรษฐา กล่าวว่า “ถ้าเกิดมีความจำเป็นก็คงต้องไปคุย ตนยินดีกับทุกท่านอย่างที่เคยบอก อดีตนายกรัฐมนตรีทุกท่านตนรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ได้คุยกับนายอานันท์ แต่คุยเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า”

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าอย่าดื้ออย่าเกเร ให้ช่วยงานนายกฯ และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดื้อ และเกเรหรือเปล่า? จังหวะนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งยืนอยู่ด้วยตอนสัมภาษณ์ได้หัวเราะ ขณะที่นายกฯ ก็หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “ไม่ดื้อครับ อย่างที่ตนเคยบอกเป็นเรื่องภายในของเขา ตนไม่เคยต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัส เรามุ่งมั่นทำงานกันอยู่แล้ว ตรงนี้อย่าเป็นประเด็นเลย เอาเรื่องพี่น้องประชาชนเป็นหลักดีกว่า”

'เดวิด หย่ง' เซเลปเศรษฐีผู้โชว์รวยใน Super Rich in Korea ของ Netflix ถูกจับโป๊ะ!! ข้อหาปลอมแปลงเอกสารเงินกู้ของบริษัทตัวเอง

หากใครเคยผ่านตา Super Rich in Korea รายการ Reality Show ของเกาหลีใต้ที่ถ่ายทอดชีวิตติดหรูสุดๆ ของสังคมมหาเศรษฐีที่ฉายทาง Netflix จะต้องรู้จัก 'เดวิด หย่ง' หรือชื่อจริงว่า 'หย่ง คัง หลิน' กับคำเคลมสุดฮิตที่ใช้เปิดรายการของเขาว่าเป็นมหาเศรษฐีระดับ Top 1% 'Super Rich' ของสิงคโปร์

ที่มาของความร่ำรวยของ เดวิด หย่ง มหาเศรษฐีวัยเพียง 38 ปีชาวสิงคโปร์ มาจาก Evergreen Group Holdings บริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่ลงทุนในธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ การค้าไม้, อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงธุรกิจสันทนาการและวงการบันเทิง 

จนเมื่อปี 2020 เดวิด หย่ง ตัดสินใจย้ายไปอยู่กรุงโซล เกาหลีใต้ เพราะสนใจธุรกิจ K-Pop และได้ร่วมลงทุนในค่ายเพลงเกาหลีใต้เล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ชื่อว่า Attrakt ถึง 1 หมื่นล้านวอน และมีศิลปินในสังกัดที่เดบิวต์แล้วเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ป Fifty Fifty ก็ทำให้ชื่อเสียงของเดวิด หย่ง เป็นที่จับตาในแวดวงไฮโซ ในเกาหลีใต้ จนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในรายการ Super Rich in Korea

โดยในรายการนั้น เจ้าตัว ได้เปิดเผยไลฟ์สไตล์เหนือระดับคนทั่วไปในห้องชุดสุดหรูบนตึกระฟ้า Lotte World Tower ในกรุงโซล เดินทางด้วยเครื่องบินเจทส่วนตัว ซื้อของแบรนด์เนมเป็นว่าเล่น และ มีธุรกิจทั้งในเกาหลีใต้, สิงคโปร์ และ กัมพูชา 

แต่มาวันนี้เซเลปเศรษฐีบนยอดพีระมิด 1% ของสิงคโปร์กลับเจอปัญหาเสียแล้ว เมื่อทางการสิงคโปร์ได้ออกหมายจับกุม และดำเนินคดี เดวิด หย่ง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมานี้เอง ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารการเงิน เพื่อใช้ประกอบการกู้เงินสำหรับบริษัท Evergreen Group ของเขา 

โดย เดวิด หย่ง ถูกกล่าวหาว่ามีเจตนาทุจริต และยังให้การสนับสนุน 'โจลีน โลว์ มง ฮาน' ผู้ช่วยของเขา ปลอมแปลงเอกสาร และ ใบกำกับภาษี ของ Evergreen Group ลงวันที่ 1 กันยายน 2021 เพื่อขายอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้านจำนวนมากให้กับบุคคลที่ชื่อ 'รอย เตียว' ที่พบว่าเป็นเอกสารปลอม 

หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เดวิด หย่ง อาจถูกตัดสินโทษจำคุกได้ถึง 10 ปี หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ ตามมาตรา 477A ของสิงคโปร์ ที่ว่าด้วยเรื่องความผิดฐานการปลอมแปลงบัญชี

ทว่า คดีความของ เดวิด หย่ง ไม่ได้มีเพียงแค่นี้!!

สำนักงานกำกับดูแลการบัญชีและองค์กร พบว่า Evergreen Group ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า Evergreen Teak Trading มีทุนจดทะเบียน 490,000 เหรียญสิงคโปร์ โดยมี หย่ง อิงฟัต พ่อของ เดวิด หย่ง เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว ส่วน เดวิด หย่ง ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท และได้ยุติบทบาทการเป็นกรรมการของบริษัทตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2566 หลังจากที่ย้ายไปเกาหลีใต้ 

ต่อมา บริษัท Evergreen Group ของเขาก็ถูกระบุอยู่ในรายชื่อเพื่อแจ้งเตือนนักลงทุนของสำนักงานการเงินสิงคโปร์ ว่าบริษัทนี้ไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจการให้บริการทางการเงินในสิงคโปร์

และเมื่อ เดวิด หย่ง ถูกหมายจับคดีปลอมแปลงเอกสารในวันนี้ กรมกิจการพาณิชย์ก็จะดำเนินการสอบสวนกิจกรรมทางธุรกิจของ Evergreen Group ในข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงอีกด้วย

นี่จึงกลายเป็นข่าว Talk of the town เมาต์กันสนั่นเมืองทั้งในสิงคโปร์ และ เกาหลีใต้ ถึง เดวิด หย่ง ที่เคยถูกมองว่าเป็นมหาเศรษฐีสิงคโปร์ผู้รวยล้นฟ้าตามแบบฉบับชาว Crazy Rich Asians หรืออัศวินขี่ม้าขาวผู้กอบกู้ค่ายเพลงเล็ก ๆ ในเกาหลีใต้ 

แต่ดูเหมือนมาวันนี้ เจ้าตัวจะเข้าตำรา ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง หรือเปล่าน้า?

“เผ่าภูมิ” ขึ้นแม่สาย มอบสัญญาเช่าที่ดิน “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” พลิกชีวิตประชาชน อีก 500 สัญญา กว่า 72 ไร่

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวในโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่า

โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ “สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน” ของกระทรวงการคลัง โดยการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ประชาชนในวันนี้ (4 สิงหาคม 2567) เป็นการมอบสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัยทั้งสิ้น รวม 500 ราย 500 สัญญา เนื้อที่รวม 72 ไร่ 1 งาน 24 ตารางวา บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชร.1154 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในอัตราค่าเช่าต่ำ เพื่อประชาชน

กระทรวงการคลังมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ช่วยให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภค และระบบสาธารณูปการ รวมถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ สินเชื่อจากสถาบันการเงิน สร้างความเข้มแข็งด้านสังคม ลดความเลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน 

การมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานมอบสัญญาจังหวัดที่ 4 และจะดำเนินไปจนครบทั้ง 9 จังหวัดในปีนี้ โดยจะเดินหน้ามอบสัญญาในจังหวัดที่เหลือ ได้แก่ นครสวรรค์ กาฬสินธุ์ ปัตตานี ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี ให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน

“พล.ต.ท.ประจวบ”พร้อมกัลยาณมิตรร่วมกันอนุโมทนาบุญทอดผ้าป่ามหากุศล วัดป่าดาราภิรมย์ ได้เงินเกือบ 10 ล้านบาท นำมอบสมทบทุนศูนย์ผู้สูงอายุ รพ.พยาบาลดารารัศมี

วันที่ 5 สิงหาคม 2567 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้่ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป้ามหากุศล โดยมีพระเทพวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีตนและผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรพิมล วงศ์สุข ประธานฝ่ายฆราวาส  มี พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ นายแพทย์(สบ 7) โรงพยาบาลตำรวจ เป็นประธานดำเนินการ

การร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป้ามหากุศล ในครั้งนี้เพื่อหารายได้สมทบทุนศูนย์ผู้สูงอายุโรงพยาบาลดารารัศมี สังกัดโรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อตั้งและให้บริการมากกว่า
44 ปี เนื่องมาจากพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่จะดูแลข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยขอบเขตการให้บริการในครั้งแรก มุ่งเน้นบริการในลักษณะศูนย์ส่งกลับ โรงพยาบาลได้พัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ.2563 โรงพยาบาลได้รับงบประมาณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ดังนั้นเพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง อาคาร ขนาด 6 ชั้น เพื่อยกระดับบริการจากโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง สู่ศูนย์ผู้สูงอายุโรงพยาบาลดารารัศมี บัดนี้ อาคารศูนย์ผู้สูงอายุโรงพยาบาลดารารัศมีได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ.2568 แต่ยังขาดครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลดารารัศมีร่วมกับวัดปาดาราภิรมย์ จึงดำเนินการจัดกิจกรรมทอดผ้าป้ามหากุศล เพื่อนำรายได้จัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ ทางการแพทย์ เพื่อให้บริการแก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัวและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สมดังเจตนาที่ตั้งไว้

ขอเชิญร่วมสร้างมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งการร่วมบุญทอดผ้าป่าในครั้งนี้ ขออนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่ามหากุศล ณ วัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ให้กับผู้สูงวัยของโรงพยาบาลดารารัศมี ยอดรวม 9,792,564 บาท ขอขอบพระคุณทุกท่าน และขออนุโมทนาบุญให้ทุกท่านมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ปรารถนาสิ่งใดสมใจทุกประการครับ ”รรท.รอง ผบ.ตร.กล่าว“

'ปชป.' เตือนทูต 18 ประเทศ อย่าแทรกแซงศาลไทย คดี 'ยุบก้าวไกล' จี้!! กต.ออกโรง อย่าปล่อยให้ทูตประเทศต่างๆ รับข้อมูลด้านเดียว

(5 ส.ค. 67) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีของทูต 18 ประเทศ ต่อการพิจารณาคดีพรรคก้าวไกลของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ว่า มีความหมิ่นเหม่เสมือนเป็นความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวตั้งอยู่บนข้อกฎหมายข้อเท็จจริงและพฤติกรรมอันเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ โดยพรรคก้าวไกลได้ดำเนินการต่อสู้คดีความตามวิถีของตนเองแล้ว และไม่มีกลไกใดเข้าขัดขวางการต่อสู้ดังกล่าว

“การแสดงออกของกลุ่มทูต 18 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีให้การสนับสนุน เห็นอกเห็นใจ รวมถึงการประกาศไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคก้าวไกล ถือเป็นเรื่องผิดมารยาทอย่างมาก ทั้งนี้ ขอให้คณะผู้แทนประเทศเหล่านั้นตระหนักไว้ว่าสิ่งที่ได้ทำไปไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแต่อย่างใด ขณะที่ประเทศไทยไม่เคยเรียกร้องหรือแสดงออกทางใดทางหนึ่งที่เป็นการไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของประเทศอื่นเลย จึงเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศจะต้องยึดถือให้ตรงกัน” น.ส.รัชดา ระบุ

น.ส.รัชดา ยังตั้งคำถามถึงการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศว่าทำอะไรอยู่ ได้ดำเนินการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศบ้างไหม หรือปล่อยให้ทูตประเทศต่าง ๆ รับข้อมูลแต่เพียงด้านเดียวจึงเป็นเหตุให้แสดงท่าทีออกมาเสมือนคนไม่รู้เช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศแสดงบทบาทผู้ปกป้องกระบวนการยุติธรรมไทย กฎหมายไทย เพื่อหยุดยั้งท่าทีแทรกแซงประเทศของเรา หรือการยอมเป็นเหยื่อพรรคการเมือง ซึ่งสุดท้ายกระทบต่อความรู้สึกคนไทยอย่างแน่นอน

'อ.ไชยันต์' ถาม 'อานันท์' หากบางพรรคมองไม่ผิด ปม '112-พฤติกรรม สส.' แต่มีคนอื่นๆ เห็นว่าผิด ควรหาทางออกหรือให้ใครเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

(5 ส.ค. 67) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึง นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า...

กราบเรียนคุณอานันท์ ปันยารชุน ด้วยความเคารพอย่างสูง

ผมได้ชมคลิปที่ท่านให้สัมภาษณ์ล่าสุด (ที่มีการพูดถึงเรื่อง มาตรา 112) และทราบถึงความเห็นของท่านเกี่ยวกับการให้พรรคการเมืองจัดการดูแลพฤติกรรมของ สส. ในพรรค รวมถึงการให้สภาฯ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจาก สส. หรือพรรคการเมือง โดยไม่จำเป็นต้อง 'ใช้ศาล' โดยท่านได้ยกตัวอย่าง อังกฤษ และอเมริกา 

ผมเห็นด้วยครับว่า โดยเบื้องต้น พรรคและสภาฯควรหารือและหาทางออกด้วยตัวพรรคการเมืองเอง หรือโดยสภาฯ เพราะกฎหมายพรรคการเมืองปัจจุบันได้กำหนดไว้อยู่แล้วด้วย ดังนี้ครับ

มาตรา ๒๒ คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการ

มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือกระทำการอันเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

คำถามหรือปัญหาคือ หากพรรคการเมืองไม่เห็นว่า สมาชิกของตนทำผิด มาตรา 22 และมาตรา 45   แต่มีคนอื่นๆ เห็นว่าผิด  

ผมจึงอยากจะกราบเรียนขอคำชี้แนะจากท่านว่า เราควรหาทางออกหรือหาหน่วยงานองค์กรใดเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในเรื่องสำคัญที่เห็นต่างนี้ครับ ถ้า 'ไม่ใช้' ศาลอย่างที่ท่านกล่าวในการให้สัมภาษณ์

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้คำชี้แนะด้วยครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ไชยันต์ ไชยพร

ป.ล. อนึ่ง ผมดีใจมากที่ท่านกล่าวให้ความรู้แก่สังคมในเรื่อง ความเที่ยงธรรม (equity) นอกเหนือจาก ความยุติธรรม (justice) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องอาศัย ความซื่อสัตย์ ซื่อตรงในตัวคนเป็นสำคัญโดยภาษาอังกฤษมีคำว่า honesty และ integrity ที่แปลไทยเหมือนกัน แต่จริงๆ มันไม่ได้เหมือนกันเป๊ะ

ผมจึงอยากขอความกรุณาให้ท่านช่วยให้ความรู้แก่สังคมถึงความหมายที่เหมือนและต่างกันของ honesty และ integrity ด้วยครับ

‘อนุทิน’ แจง เหตุปล่อยน้ำ ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’ กะทันหัน ยัน!! ไม่ถึงขั้นภัยพิบัติ ส่วนผู้ว่าทุกจังหวัดมีแผนรองรับอุทกภัยอยู่แล้ว

(5 ส.ค. 67) ที่กรมชลประทานนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อย่างกะทันหัน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการ โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ถือเป็นภัยพิบัติ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็ลดลง

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีการกำชับอย่างไรเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะเรื่องการเตือนภัยประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนก็ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งสถานการณ์ที่จังหวัดนครนายก เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมาน้ำมาตอนกลางคืน และมีฝนตกฉับพลัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ขอให้ไปฟังรายงานที่กระทรวงก่อน

เมื่อถามต่อว่าจะต้องกำชับไปในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จริง ๆ แล้วไม่ต้องกำชับ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติในช่วงเวลานี้อยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการปล่อยน้ำแบบฉุกเฉิน โดยไม่แจ้งคนที่อยู่ท้ายเขื่อนจะต้องกำชับอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ไม่ได้เป็นแบบที่ผู้สื่อข่าวถาม ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปประเมิน ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องดำเนินการตามแผน อาจมีอะไรที่นอกเหนือแผนบ้าง ซึ่งตรงนี้อาจต้องตัดสินใจแบบเร่งด่วน ดังนั้นต้องไปดูว่าอะไรที่ตัดสินใจกะทันหันแล้วมันดีหรือไม่ดี แต่ตนเองขอความเห็นใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องมีแผนรองรับอุทกภัยอยู่แล้ว ไม่ต้องไปบอกหรือกำชับ เขาต้องเตรียมแผนอยู่แล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top