Thursday, 25 June 2026
NewsFeed

กลุ่มโรงกลั่นฯ แจง “ค่าการกลั่น”!! ราคาพลังงานโลกผันผวน โรงกลั่นไทยย้ำต้องรักษากำลังผลิตในประเทศ ลดเสี่ยงนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ย้ำร่วมภาครัฐดูแลประชาชน

กลุ่มโรงกลั่นฯ ย้ำบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงาน ร่วมภาครัฐ ดูแลผลกระทบจากความผันผวนราคาพลังงาน

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวนอย่างมาก กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เดินเครื่องโรงกลั่นอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ และสนับสนุนภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อประชาชน

อุตสาหกรรมโรงกลั่นเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ มีบทบาทในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และการดำรงชีวิตของประชาชน หากประเทศไทยไม่สามารถรักษาศักยภาพการผลิตภายในประเทศไว้ได้ จะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานและความผันผวนของราคาในช่วงวิกฤต

ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลก ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจึงอ้างอิงราคาตลาดโลกตามกลไกการค้าเสรีเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ ราคาพลังงานจึงเปลี่ยนแปลงตามภาวะอุปสงค์และอุปทาน สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ตลอดจนเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา

การกำหนดราคาน้ำมันที่แตกต่างจากตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ อาจก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด การลักลอบนำเข้าหรือส่งออกน้ำมัน และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาพลังงานและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่ออุดหนุนต้นทุนการดำเนินงานหรือรับประกันผลกำไรของผู้ประกอบการโรงกลั่นแต่อย่างใด

Gross Refinery Margin (GRM)
นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นความสำคัญของการสื่อสารต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนภาคธุรกิจ และการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของประเทศ

หนึ่งในประเด็นที่ควรทำความเข้าใจให้ตรงกัน คือความหมายของคำว่า GRM หรือ Gross Refinery Margin ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “ส่วนต่างขั้นต้นของโรงกลั่น”

ที่ผ่านมา ในภาษาไทยมักเรียก GRM ว่า “ค่าการกลั่น” อย่างไรก็ดี คำดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เพราะคำว่า “ค่า” อาจถูกตีความว่าเป็นค่าบริการ หรือเป็นรายได้ที่โรงกลั่นได้รับโดยตรง

เพื่อให้การสื่อสารมีความชัดเจนมากขึ้น จึงควรใช้คำว่า GRM หรือ “ส่วนต่างขั้นต้นของโรงกลั่น” เป็นคำหลัก แทนการใช้คำว่า “ค่าการกลั่น” เพียงลำพัง

GRM คือ ส่วนต่างเบื้องต้นระหว่างมูลค่าผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปกับราคาน้ำมันดิบที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายของผลประกอบการ เพราะยังมีต้นทุนอื่นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

ตัวอย่างสำคัญในช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลางคือ War Risk Premium หรือพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม ซึ่งเป็นต้นทุนจริงที่เกิดขึ้นในการจัดหาน้ำมันดิบ ทั้งจากความเสี่ยงด้านแหล่งผลิต เส้นทางขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และความไม่แน่นอนของอุปทาน

ดังนั้น การดูเฉพาะ GRM ดิบ อาจทำให้เห็นตัวเลขส่วนต่างสูงกว่าภาพต้นทุนจริงที่โรงกลั่นต้องรับ

จากตัวเลขล่าสุด ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 หากหัก War Risk Premium แล้ว ตัวเลข Adjusted GRM จะปรับลดลง ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1: ค่าการกลั่นที่ประกาศโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
หน่วย: บาทต่อลิตร ม.ค. 69 ก.พ. 69 มี.ค. 69 เม.ย. 69 พ.ค. 69
ค่าการกลั่น (GRM) 2.18 2.08 7.23 11.81 6.13
Adjusted GRM
(ค่าการกลั่นหลังหัก - - 4.11 4.27 1.41
War Risk Premium)

ที่มา: สนพ.
กล่าวได้ว่า War Risk Premium ที่สะท้อนผ่านการปรับตัวเลขมีขนาดประมาณ 3.12 บาทต่อลิตรในเดือนมีนาคม 7.54 บาทต่อลิตรในเดือนเมษายน และ 4.72 บาทต่อลิตรในเดือนพฤษภาคม 2569

ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่า ในภาวะวิกฤติพลังงาน GRM ที่ดูสูงขึ้นไม่ได้สะท้อนเฉพาะส่วนต่างของโรงกลั่นเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนความเสี่ยงจากสงครามที่เกิดขึ้นจริงและต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย

ดังนั้น Adjusted GRM หรือ “GRM ที่ปรับหักต้นทุนความเสี่ยงแล้ว” จึงช่วยให้การอ่านสถานการณ์ใกล้เคียงต้นทุนจริงมากกว่า GRM ดิบ แม้ยังไม่ใช่ผลประกอบการสุทธิของโรงกลั่นก็ตาม

โรงกลั่นต้องรับความเสี่ยงเต็มรูปแบบจากความผันผวนด้านราคา
ภายใต้ระบบการค้าเสรี โรงกลั่นต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ราคาผลิตภัณฑ์ อัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางการเงิน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ด้วยตนเอง

เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โรงกลั่นอาจได้รับผลเชิงบวกในบางช่วงเวลา แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง โรงกลั่นก็อาจเผชิญผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมากเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือช่วงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนในปี 2565–2566 ซึ่งแม้โรงกลั่นจะได้รับผลเชิงบวกในช่วงแรกจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและราคาน้ำมันปรับลดลง หลายโรงกลั่นกลับเผชิญผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและผลประกอบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนว่า ธุรกิจโรงกลั่นเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูงและต้องเผชิญความเสี่ยงจากตลาดโลกตลอดเวลา มิใช่ธุรกิจที่ได้รับการรับประกันผลตอบแทนจากภาครัฐ

ความมั่นคงทางพลังงานต้องอาศัยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมโรงกลั่นต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของระบบการผลิต การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต

หากการลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นลดลง หรือผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ประเทศอาจต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้น มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในช่วงวิกฤต และมีต้นทุนพลังงานที่ผันผวนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ดังนั้น การพิจารณานโยบายหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงกลั่น ควรพิจารณาจากผลประกอบการสุทธิ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และภาระการลงทุนที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่พิจารณาจากค่าการกลั่นเพียงตัวเลขเดียว

พร้อมร่วมมือภาครัฐดูแลประชาชนและรักษาเสถียรภาพพลังงาน
นางรุ่งนภา กล่าวว่า "กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วน เพื่อพิจารณาแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมในการบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในช่วงสถานการณ์ผิดปกติ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลประชาชน การรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน และการส่งเสริมการลงทุนที่จำเป็นต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว"

"กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เชื่อมั่นว่า การดำเนินนโยบายบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กลไกตลาดที่เป็นธรรม และการรักษาสมดุลระหว่างผู้บริโภคกับภาคการลงทุน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน" นางรุ่งนภา กล่าวทิ้งท้าย

นิทรรศการภาพวาด!! 'อัฐสิทธิ์' เปิด Echoes of Ordinary Love Songs จัดแสดงที่สิงคโปร์ระหว่าง 27 มิ.ย. ถึง 18 ก.ค. สะท้อนความรักผ่านภาพและเสียงดนตรี ผลงานสื่อถึงความทรงจำและกาลเวลา

ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต สิงคโปร์ เตรียมนำเสนอนิทรรศการ Echoes of Ordinary Love Songs นิทรรศการภาพวาดโดย ศิลปินไทย อัฐสิทธิ์ อนิวัชร ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 18 กรกฎาคม 2569 ณ พื้นที่จัดแสดงของแกลเลอรีในย่าน Gillman Barracks ย่านศูนย์รวมศิลปะร่วมสมัยในประเทศสิงคโปร์

นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานภาพวาดชุดใหม่ของ อัฐสิทธิ์ อนิวัชร ศิลปินชาวกรุงเทพฯ ผู้สานต่อความสนใจอันยาวนานของเขาเกี่ยวกับ “ความรัก” โดยในครั้งนี้ ความรักไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่หรือหวือหวาเกินจริง หากแต่เป็นการดำรงอยู่เงียบ ๆ ที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน

ผลงานส่วนใหญ่เริ่มต้นขึ้นภายในสตูดิโอของศิลปิน ซึ่งการวาดภาพและเสียงดนตรีดำเนินควบคู่กันไป เพลงรักที่เปิดวนซ้ำอยู่เสมอกลายเป็นฉากหลังของกระบวนการสร้างสรรค์ เมื่อเวลาผ่านไป จังหวะและอารมณ์ของบทเพลงเหล่านี้ได้หล่อหลอมวิธีการทำงานของศิลปิน ทำให้แต่ละผลงานมิได้เป็นเพียงภาพที่สมบูรณ์ในตัวเอง แต่เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของลำดับเรื่องราวที่ดำเนินต่อเนื่อง ซึ่งอารมณ์และความทรงจำค่อย ๆ เคลื่อนผ่านจากผืนผ้าใบหนึ่ง สู่อีกผืนหนึ่ง

ภาพวาดใน Echoes of Ordinary Love Songs สะท้อนแนวทางการทำงานดังกล่าว ฉากต่าง ๆ ดูคุ้นเคยแต่ก็คล้ายห่างไกลเล็กน้อย ตัวละคร ฉากกลางคืน และช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตปรากฏขึ้นราวกับถูกดึงมาจากทั้งความทรงจำส่วนตัวและจินตนาการ ผลงานเหล่านี้เปี่ยมด้วยความนิ่งสงบ ขณะเดียวกันก็มีคุณลักษณะเชิงภาพยนตร์ ราวกับแต่ละภาพเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของเรื่องเล่าที่ยาวกว่าและยังไม่ถูกเอ่ยถึง

ผลงานอย่าง Whisper In The Night (2025), Night Without The Moon (2025), Long Ago And Far Away (2025), Talking To The Moon (2025) และ Wish Upon A Star (2025) ยังคงสะท้อนการใช้ภาพที่ได้รับการจัดองค์ประกอบอย่างพิถีพิถันของศิลปิน ผลงานเหล่านี้สร้างสรรค์ด้วยสีอะคริลิกบนผ้าใบ โดยผสมผสานแนวทางการวาดภาพแบบเสมือนจริง เข้ากับบรรยากาศแห่งการใคร่ครวญและความรู้สึกอ่อนไหวอย่างเงียบงาม

ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา แนวทางการทำงานของอัฐสิทธิ์ได้เคลื่อนผ่านเทคนิคและวัสดุอันหลากหลาย แม้จะได้รับการฝึกฝนด้านศิลปะภาพพิมพ์และกราฟิก แต่เขาได้ทดลองทำงานผ่านสื่อทั้งจิตรกรรม คอลลาจ ตลอดจนกระบวนการดิจิทัลและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในช่วงหลัง อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีแรงดึงดูดอย่างชัดเจนต่อวิธีการทำงานที่ช้าและใช้แรงมือ โดยเฉพาะในกระบวนการซ้อนทับและประกอบสร้างภาพด้วยตนเอง

แทนที่จะนำเสนอเรื่องราวเส้นตรงเพียงเรื่องเดียว นิทรรศการนี้ค่อย ๆ คลี่คลายผ่านชุดของช่วงเวลาที่เชื่อมโยงกันอย่างหลวม ๆ แต่ละภาพสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน เมื่อมองร่วมกัน ผลงานทั้งหมดก็ประกอบสร้างเป็นบทสะท้อนที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับความทรงจำ กาลเวลา และการแสดงออกเล็ก ๆ ของความรักที่หล่อหลอมชีวิตประจำวันของเราอยู่เสมอ.

เกี่ยวกับศิลปิน

อัฐสิทธิ์ อนิวัชร (เกิด พ.ศ. 2511 ประเทศไทย) เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวไทยที่มีชื่อเสียงด้านจิตรกรรม พำนักและทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ

เขามีผลงานจัดแสดงทั้งในประเทศไทยและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ผลงานจิตรกรรมแนวเสมือนจริงของเขาอาศัยภาพลักษณ์แบบคิทช์ (Kitsch) เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อตั้งคำถามและสำรวจวิธีที่เหตุการณ์หรือช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตของมนุษย์ถูกบันทึก จัดวาง และให้ความหมายใหม่ ราวกับเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับช่วงเวลาธรรมดาเหล่านั้นผ่านกระบวนการมองเห็นและการจดจำ

“มณฑลฝูเจี้ยน” ดันการเงินข้ามช่องแคบ!! ลงนามโครงการ 9.1 พันล้านหยวน เปิดพันธมิตรบริหารสินทรัพย์ข้ามช่องแคบ เน้นส่งเสริมวิสาหกิจไต้หวันในจีน ยกระดับบริการการเงินและนวัตกรรม

การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 (7th Cross-Strait Financial Forum and Taiwan-Funded Enterprise Development Forum) ได้จัดขึ้น ณ เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินมณฑลฝูเจี้ยน สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินเทศบาลเมืองเซี่ยเหมิน และสมาคมวิสาหกิจไต้หวันที่ลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีบริษัท เซี่ยเหมิน ไฟแนนเชียล อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (XIAMEN Financial Investment Group CO., LTD) รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และบริษัท จินหยวน เพรสซิเดนท์ ซีเคียวริตีส์ จำกัด (Jinyuan President Securities Co., Ltd.) รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงาน งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "สามปีแห่งการบูรณาการ สู่การเริ่มต้นเส้นทางใหม่ ผนึกพลังเพื่อการพัฒนาร่วมกัน จารึกบทใหม่แห่งความสำเร็จ" โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินข้ามช่องแคบไต้หวัน การขยายช่องทางการระดมทุนสำหรับวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน การพลิกโฉมและยกระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนกับไต้หวัน เพื่อผลักดันให้มณฑลฝูเจี้ยนก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางอันดับแรกสำหรับพี่น้องร่วมชาติชาวไต้หวันและวิสาหกิจไต้หวันที่เข้ามาลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่

การประชุมดังกล่าวนับเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้การประชุมข้ามช่องแคบ ครั้งที่ 18 (18th Cross-Strait Forum) โดยภายในงานมีการลงนามโครงการบูรณาการทางการเงินระหว่างฝูเจี้ยนกับไต้หวันจำนวน 9 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 9.1 พันล้านหยวน ครอบคลุมบริการทางการเงินในหลากหลายสาขา ได้แก่ ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมข้ามช่องแคบ ความมั่นคงด้านการจัดหาน้ำเพื่อสาธารณประโยชน์ การยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวันซึ่งดำเนินธุรกิจมานาน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงเกษตรกรรมสมัยใหม่ โครงการเหล่านี้จะปลดล็อกประโยชน์ของนโยบายการเงินที่เอื้ออำนวย ส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินอย่างทั่วถึงสำหรับชาวไต้หวันและวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ตลอดจนเพิ่มแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการบูรณาการทางอุตสาหกรรมระหว่างฝูเจี้ยนกับไต้หวัน

ภายในงานยังมีการเปิดตัวพันธมิตรข้ามภาคส่วนด้านการบริหารความมั่งคั่งและสินทรัพย์ข้ามช่องแคบ (Cross-Strait Wealth and Asset Management Cross-Sector Alliance) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจากจินหยวน กรุ๊ป (Jinyuan Group) จากการร่วมนำเสนอโดยสถาบันการเงินในเครือ และได้รับการจัดตั้งร่วมกันโดย เซี่ยเหมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทรัสต์ (Xiamen International Trust), จินหยวน ยูนิ-เพรสซิเดนท์ ซีเคียวริตีส์ (Jinyuan Uni-President Securities), หยวนซิน หย่งเฟิง ฟันด์ (Yuanxin Yongfeng Fund), ธนาคารฟูบอน (ประเทศจีน) (Fubon Bank China), จวินหลง ไลฟ์ อินชัวรันซ์ (Junlong Life Insurance), โรงพยาบาลฉางกัง เมืองเซี่ยเหมิน (Xiamen Chang Gung Hospital) ฯลฯ โดยพันธมิตรดังกล่าวมีเป้าหมายในการยกระดับบริการบริหารความมั่งคั่งและสินทรัพย์สำหรับประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมการจัดสรรสินทรัพย์สำหรับชาวไต้หวันและวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวันในจีนแผ่นดินใหญ่ การวางแผนทรัสต์ครอบครัวและการสืบทอดความมั่งคั่ง บริการทางการเงินด้านบำนาญ รวมถึงโซลูชันการคุ้มครองสุขภาพอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประกาศผลสำเร็จด้านนวัตกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันหลายรายการ รวมถึงการเปิดตัวมาตรฐานกลุ่มแรกของอุตสาหกรรมการธนาคาร ในด้านบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ "ข้อกำหนดสำหรับบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันของสถาบันการเงินและการธนาคาร" อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม "Bailufen" เพื่อยกระดับบริการทางการเงินสำหรับชาวไต้หวันที่พำนักอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวันอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: บริษัท เซี่ยเหมิน ไฟแนนเชียล อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด

ตะโกน "Free Palestine" ขณะชก!! หมัดเดียวสะเทือนการเมืองโลก ชนะนักสู้ทหารอิสราเอล ชูธงปาเลสไตน์กลางเวที โลกถกปมขัดแย้งการเมืองในกีฬา

นักสู้ไอริชคว้าชัยเหนือทหารอิสราเอล พร้อมชูธงปาเลสไตน์ตะโกน “Free Palestine”

ศึกการแข่งขัน MMA รายการ Cage Warriors 189 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ปี 2025 โดยเป็นการชกกันระหว่าง Paddy McCorry นักสู้ชาวไอริช กับ Shuki Farage คู่ต่อสู้ชาวอิสราเอล

ในระหว่างการแข่งขัน McCorry ได้แสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองของเขาอย่างชัดเจน โดยเขาได้ตะโกนคำว่า “Free Palestine” ขณะที่กำลังประเคนอาวุธใส่คู่ต่อสู้

หลังจากที่เขาชนะการแข่งขันด้วยคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ เขาก็ได้ชูธงชาติปาเลสไตน์เพื่อแสดงความสนับสนุนต่อชาวปาเลสไตน์ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมในเวทีด้วย

สำหรับกรณีของ Shuki Farage นั้น สื่อหลายแห่งระบุว่าเขาเป็นอดีตทหารของกองทัพอิสราเอล (IDF) ซึ่งเคยมีการเผยแพร่ภาพของเขาในเครื่องแบบทหารพร้อมถืออาวุธในพื้นที่ฉนวนกาซาผ่านทางโซเชียลมีเดียมาก่อน ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการนำเรื่องการเมืองและสถานการณ์ความขัดแย้งมาไว้ในการแข่งขันกีฬา

และชาวโลกประนามว่า ​"นั่นมันไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรมเลย!

เพราะทหาร IDF ถูกฝึกมาให้สู้กับแค่ผู้หญิงและเด็กเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ชายตัวโตๆ อย่างเขา!"

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1330943112527379/?rdid=fGA8fXkGS8MvtSdH#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top