Friday, 24 July 2026
NewsFeed

‘อนุทิน’ เผย ‘ทักษิณ’ กลับประเทศ ไม่กระทบ รบ.ชุดปัจจุบัน ชี้ คนไทยมีสิทธิ์เข้า-ออกบ้านเกิดได้อิสระ ยัน!! ยังเคารพเหมือนเดิม

(10 พ.ค. 66) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าอีก 4 วันก็ถึงวันเลือกตั้งแล้ว ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรต้องกังวล ถ้ายังกังวลก็ต้องเตรียมตัวแพ้แล้ว พรรค ภท.เตรียมพร้อมทั้งผู้สมัครและนโยบายอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม หวังว่าพรรค ภท.จะได้รับเลือก ส.ส.เข้าสภาฯ ได้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร ประกาศจะขอกลับประเทศไทย จะมีผลอย่างไรกับรัฐบาลปัจจุบัน นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีผลอะไร คนไทยทุกคนสามารถเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดได้ เข้า-ออกได้อิสระ หากใครมีข้อจำกัดด้านกฎหมายก็ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่าไปผูกทุกเรื่องกับการเมือง ซึ่งท่านเน้นว่าอยากกลับมาเลี้ยงหลาน

นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนเรื่องการกลับมาของนายทักษิณก็ต้องไปถามท่านเอง แต่ตนยังเคารพกันเหมือนเดิม ไม่ได้ลดน้อยลง และยินดีกับนายทักษิณที่เป็นคุณตา มีหลาน 7 คนแล้ว ในขณะที่ตนยังไม่มีหลานเลย

เมื่อถามถึงหลังการเลือกตั้ง หากกลับมาเป็นรัฐบาลอีกจะยึด 3 กระทรวงเหมือนเดิมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงเป็นสถานที่ราชการไม่มีใครสามารถยึดได้ ขึ้นอยู่กับประชาชน การที่สมาชิกพรรค ภท.ได้เป็นรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงก็มาจากความชอบธรรม มาจากการเลือกของพี่น้องประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ยืนยันว่า ทุกกระทรวงดีหมด ไม่มีกระทรวงหลัก หรือกระทรวงรอง เพราะมีการจัดตั้งมานานแล้ว

‘ลูกขุนสหรัฐฯ’ ตัดสิน ‘ทรัมป์’ โดนอีกคดีก่อนเลือกตั้ง ปมล่วงละเมิดอดีตคอลัมนิสต์หญิง สั่งชดใช้ 5 ล้านดอลลาร์

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 66 สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถูกคณะลูกขุนของศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตัน ตัดสินว่าต้องรับผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศ ‘อี จีน แคโรล’ อดีตคอลัมนิสต์ของนิตยสารแอลในปี 1995 หรือ 1996 และหมิ่นประมาทเธอ โดยตราหน้าว่าเธอเป็นคนโกหก โดยทรัมป์ต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่แคโรลรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 168 ล้านบาท

เมื่อปีที่แล้ว แคโรล วัย 79 ปี ได้ยื่นฟ้องทรัมป์โดยอ้างว่า ทรัมป์ข่มขืนเธอในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของห้าง Bergdorf Goodman ในย่านแมนฮัตตัน รัฐนิวยอร์ก เมื่อราวปี 1995 หรือ 1996 จากนั้นก็ทำลายชื่อเสียงของเธอโดยการโพสต์ลงบน Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทรัมป์ เมื่อเดือนตุลาคม 2022 โดยบอกว่า ข้อกล่าวหาของเธอเป็นเรื่องหลอกลวงและโกหก หลังแคโรลออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณชนในปี 2019

อย่างไรก็ดี คณะลูกขุนทั้ง 9 คน ปฏิเสธข้อกล่าวหาของแคโรลเรื่องเธอถูกทรัมป์ข่มขืน แต่คณะลูกขุนได้ตัดสินว่า แคโรลมีหลักฐานที่มากกว่าฝั่งของทรัมป์ ในข้อหากล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ จึงตัดสินให้ทรัมป์จ่ายเงินชดเชยแก่แคโรลเป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ และจ่ายเงินเกือบ 3 ล้านดอลลาร์ในข้อหาหมิ่นประมาท

นางโรเบอร์ต้า แคปแลน ทนายความของแคโรล นำพยานเป็นผู้หญิง 2 ราย มาให้การเป็นพยานว่า ทรัมป์เคยล่วงละเมิดทางเพศเธอเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ขณะที่ทรัมป์ไม่เคยปรากฏตัวในการพิจารณาคดีที่กินเวลานาน 2 สัปดาห์เลย และทีมกฎหมายของทรัมป์ไม่ได้เรียกพยานใดๆ

การตัดสินของคณะลูกขุนในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถูกตัดสินว่า มีความผิดในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ด้านทรัมป์เอง ได้ออกมาวิจารณ์คำตัดสินของคณะลูกขุนผ่านทาง Truth Social ว่า “น่าอัปยศ” พร้อมกับกล่าวอีกว่า เขาไม่รู้จักแคโรลมาก่อน ขณะที่นายโจเซฟ ทาโคปินา ทนายความของทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์

ทั้งนี้ คดีความดังกล่าวเป็นคดีแพ่ง ทำให้ทรัมป์รอดจากความผิดทางอาญา และจะไม่ถูกตัดสินโทษจำคุกแต่อย่างใด

แคโรลกล่าวในการพิจารณาคดีว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกอับอาย และไม่สามารถมีความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักกับใคร เพื่อนของแคโรล 2 คน ระบุว่า แคโรลเล่าถึงเรื่องการถูกทรัมป์ข่มขืนแต่ขอให้เพื่อนทั้ง 2 คนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะแคโรลกลัวว่าทรัมป์จะใช้ชื่อเสียง และเงินโจมตีเธอหากออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว

‘สุวัจน์’ นำทีมผู้สมัคร ‘ชพก.’ ขึ้นรถแห่ปราศรัยรอบเมืองโคราช ย้ำนโยบายพัฒนาอีสานสู่ระเบียง ศก.ใหม่ มั่นใจ!! ตอบโจทย์ ปชช.

ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย!! ‘สุวัจน์’ นำผู้สมัครพรรคชาติพัฒนากล้า ขึ้นรถแห่ปราศรัยรอบเมืองนครราชสีมา มั่นใจ!! นโยบายตอบโจทย์แก้ปัญหาประชาชนได้จริง ย้ำ หนุนพรรค ส.ส.อันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล

(10 พ.ค. 66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย นำ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 5 นครราชสีมา, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 6 เขต 2 และผู้สมัครฯ ในเขตอื่นๆ ของพรรคชาติพัฒนากล้า ขึ้นรถแห่ปราศรัยรอบเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้า สองฝั่งถนน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เขต 1 และ เขต 3 อย่างดี

ส่วนการปราศรัยบนรถแห่ นายสุวัจน์ ยังคงนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาต่างๆ ทุกด้านของพรรคชาติพัฒนากล้า ให้กับประชาชนได้ตัดสินใจ และมีความมั่นใจว่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคฯ จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ให้เข้าไปทำงานในสภาฯ เพื่อทำตามที่ได้สัญญาเอาไว้ แต่จะได้กี่ที่นั่งนั้นมีอยู่ในใจแล้ว แต่ต้องรอดูวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้อีกที

ซึ่งช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ยังคงใช้วิธีเดินหาเสียงสลับขึ้นรถแห่ปราศรัยหาเสียง รวมถึงจัดปราศรัยย่อยจนถึงเวลาสิ้นสุดหาเสียงตามที่กฎหมายกำหนด

โดยเน้นชูนโยบายพัฒนาโคราช-อีสานระเบียงเศรษฐกิจใหม่, สร้างงานดี มีเงิน ของไม่แพง, โคราชเมืองคมนาคมที่ทันสมัย, น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง น้ำประปาเพียงพอ, มอเตอร์เวย์ทั่วไทยทุกทิศ, การเพิ่มนักท่องเที่ยว 80 ล้านคน เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท, ปรับโครงสร้างพลังงาน, ลดค่ากลั่นน้ำมัน ลงลิตรละ 5 บาท เพื่อให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลง เป็นต้น

ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้ามีความมั่นใจว่า การนำเสนอนโยบายของพรรคฯ สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาของประชาชนได้จริง

ส่วนเรื่องกระแสนิยมของบางพรรค เช่น พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ที่กระแสพุ่งสูงขึ้นทุกวัน ตรงนี้เชื่อว่า ทุกพรรคต่างทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจุดยืนของพรรคชาติพัฒนากล้า เคารพเสียงข้างมาก ยังคงสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้เสียง ส.ส.มาเป็นอันดับหนึ่ง ได้จัดตั้งรัฐบาล ให้เป็นไปตามกติกา

เพราะต้องการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่ดีให้กับประเทศไทย ทำให้เป็นการเมืองที่พี่น้องประชาชนสบายใจ การเมืองไม่ขัดแย้ง และให้เกียรติพรรคที่มีเสียงมาเป็นอันดับ 1 เมื่อได้เสียงเลือกตั้งจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ก็ควรได้จัดตั้งรัฐบาล วอนทุกฝ่ายให้ยอมรับกติกาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นฉันทามติของประชาชน

ผบ.ตร. ส่งชุดสืบ สตม. ไปจีนแก้ปัญหาคนจีนเข้ามาก่อเหตุกับคนจีนด้วยกันโดยใช้ไทยเป็นแหล่งก่อเหตุ ส่งชุดสืบ สตม. ไปจีนแก้ปัญหาคนจีนเข้ามาก่อเหตุกับคนจีนด้วยกันโดยใช้ไทยเป็นแหล่งก่อเหตุ

จากสถานการณ์ปัจจุบัน มีเหตุชาวจีนเข้ามากระทำความผิด ต่อชาวจีนด้วยกันในประเทศไทย แล้วหลบหนีออกนอกประเทศ รวมถึงมีบางส่วนเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อหลบหนีการกระทำความผิดมาจากประเทศจีน รวมถึงประเทศต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย อีกทั้งบางส่วนมีพฤติกรรมเข้ามาก่อตั้งรกรากและประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการผ่าน พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธ์ุ ผบช.สตม.ให้หาแนวทาง มาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และคณะ เดินทางไปประชุมหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ระหว่างวันที่ 5-11 พฤษภาคม 2566 เพื่อประชุม แสวงหาความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมณฑลต่างๆที่สำคัญในประเทศจีน เพื่อหาแนวทางในการสกัดกั้น และป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีประวัติในการกระทำความผิด หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยผ่านตามช่องทางสนามบินและช่องทางด่านต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงติดตามจับกุมผู้ที่มีหมายจับของประเทศจีน 
ผลการประชุมหารือได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมณฑลต่างๆ เป็นอย่างดี โดยทางตำรวจจีนได้ส่งข้อมูลผู้ต้องหาที่มีหมายจับที่สำคัญและมีข้อมูลว่าหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยให้ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยช่วยติดตามจับกุมให้ จำนวนหลายเป้าหมายและมีการประสานงานร่วมกันผ่าน contact person เพื่อส่งข้อมูลผู้ต้องหาที่มีหมายจับในจีนเพื่อให้ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยลงข้อมูลในระบบเพื่อแจ้งเตือน เมื่อพบว่าผู้ต้องหาเหล่านี้เข้ามายังพรมแดนประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ในการสกัดกั้นไม่ให้คนจีนเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย ในลักษณะดังกล่าวได้

นอกจากนี้ทาง ตำรวจจีนได้ขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย รวมถึงสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในอดีตที่ผ่านมาที่ได้ช่วยจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีสำคัญสำคัญในจีนมาดำเนินคดีได้เป็นจำนวนมาก

‘เศรษฐา’ ลั่น ประเทศไทยไม่มีเวลาลองของใหม่ กร้าว!! พท.ต้องชนะขาด เพื่อขับเคลื่อนประเทศ

(10 พ.ค.66) ที่โรงแรม Wintree City Resort อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคพท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค, นายปานปรีย์ พหทธานุกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ อาทิ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1, น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครส.ส.เขต 5 พบปะผู้ประกอบการใน จ.เชียงใหม่ มีภาคธุรกิจเข้าร่วม อาทิ สภาหอการค้าเชียงใหม่

นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ พท.มาเต็มทีม เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า พท.มีความพร้อมในทุกด้าน โดย 8 ปีที่ผ่านมาประเทศมีปัญหาต่างๆ มากมาย ประเทศจึงต้องการเปลี่ยนแปลง และในอดีตตั้งแต่สมัยไทยรักไทย, พลังประชาชน, ประชาชนเชื่อว่าเราคิดใหญ่ทำเป็น ผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เพื่อไทยพร้อมรับใช้ประชาชนทุกกลุ่ม การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ ที่เราบอบช้ำมาเยอะ การเติบโตสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ จำเป็นต้องใช้มืออาชีพมาเปลี่ยน เราไม่มีเวลามาลองของใหม่อีกแล้ว ต้องการทีมงานที่มีคุณภาพ ต้องเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนประเทศต้องใช้กระทรวงต่างๆ ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ถ้าเพื่อไทยชนะไม่ขาด การเข้าไปบริหารจัดการจะลำบาก และเรามั่นใจว่าเพื่อไทยพร้อมที่สุด 

จากนั้น นายเศรษฐาและคณะเดินทางต่อไปยังสหกรณ์นครลานนาเดินรถ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการรถแดงถึงปัญหาการคมนาคมขนส่งใน จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า มั่นใจในพื้นที่นี้แค่ไหน นายเศรษฐา ตอบว่า “บ้านของเราตรงนี้ เราจะยกทั้งจังหวัด”

เมื่อถามต่อว่าพื้นที่เมืองพรรคก้าวไกลพยายามจะตี นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่เฉพาะพรรคก้าวไกล มีหลายพรรค วันนี้เราจึงมาให้ความสำคัญด้วยการยกทีมใหญ่มา” 

เมื่อถามว่ากังวลถึงกระแสของพรรคก้าวไกลที่มาแรงช่วงนี้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ครับ ยังมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงส่วนมากอยู่” 

เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตขอความจะกลับประเทศไทยในเดือน ก.ค. โดยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะมีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคหรือไม่ นายเศรษฐา ตอบว่า “ท่านเป็นคุณพ่อ คุณตา และเป็นคุณปู่ ตรงนี้ก็น่าเห็นใจ เพราะท่านพูดมาว่า 17 ปีไม่ได้กลับบ้าน และอายุท่านก็มาก ท่านเองก็อยากที่จะกลับมา แต่ท่านก็พูดชัดเจนคือการกลับเข้ามาตามกระบวนการยุติธรรม และไม่เกี่ยวกับพรรคพท. เหนือสิ่งอื่นใดการที่ท่านประกาศจะกลับช่วงเดือน ก.ค.ก็เป็นช่วงที่รัฐบาลปัจจุบันยังรักษาการอยู่ ฉะนั้นก็ไม่เกี่ยวกับพรรคพท. ส่วนจะส่งผลเป็นแรงบวกหรือแรงลบประชาชนต้องตัดสินเอง ผมพูดในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และคนเป็นพ่อว่าเห็นใจท่าน” 

เมื่อถามว่าจากเนื้อหาการทวีตประเมินหรือไม่จะเป็นผลบวกหรือผลลบต่อการเลือกตั้ง นายเศรษฐา กล่าวว่า “ยังไม่ได้มีการประเมิน” และเมื่อถามย้ำว่ามีคนออกมาตั้งขอสังเกตว่าเป็นการเรียกคะแนนให้พรรคพท.หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีคอมเมนต์ตรงนี้”

ปตท. ผนึก JERA นำร่องพัฒนาธุรกิจไฮโดรเจนและแอมโมเนียในไทย มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions 2050

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือโครงการริเริ่มการขยายห่วงโซ่อุปทานและการใช้ประโยชน์จากไฮโดรเจนและแอมโมเนีย เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดยมี ดร.ยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ Mr. Toshiro Kudama (โทชิโระ คุดามะ) Senior Managing Executive Officer และ CEO JERA Asia บริษัท JERA Co., Inc. (JERA) (ที่ 2 จากขวา) ร่วมลงนาม พร้อมทั้งผู้บริหารของทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งศึกษาแนวทางการพัฒนาธุรกิจ และการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนในอนาคต ตอกย้ำว่า ปตท. พร้อมเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่ยั่งยืน

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. ปทุมธานี ใครได้หมายเลขไหน? อย่าจำผิด!!

สำหรับ 7 เขตของจังหวัดปทุมธานี ตามการแบ่งเขตของ กกต. มีดังนี้ 

>>เขต 1 อำเภอเมืองปทุมธานี (เฉพาะ ต.บ้านฉาง ต.บางหลวง และ ต.บางเดื่อ) อำเภอลาดหลุมแก้ว และอำเภอสามโคก
>>เขต 2 อำเภอเมืองปทุมธานี (ยกเว้น ต.บ้านฉาง ต.บางหลวง ต.บางเดื่อ และ ต.สวนพริกไทย)
>>เขต 3 อำเภอคลองหลวง (เฉพาะเทศบาลเมืองท่าโขลง และ ต.คลองสาม)
>>เขต 4 อำเภอเมืองปทุมธานี (เฉพาะ ต.สวนพริกไทย) อำเภอคลองหลวง (เฉพาะเทศบาลเมืองคลองหลวง) และอำเภอธัญบุรี (เฉพาะ ต.ประชาธิปัตย์)
>>เขต 5 อำเภอคลองหลวง (เฉพาะ ต.คลองสี่ ต.คลองห้า ต.คลองหก และ ต.คลองเจ็ด) อำเภอธัญบุรี (เฉพาะ ต.บึงยี่โถ ต.รังสิต และ ต.ลำผักกูด) และอำเภอหนองเสือ (เฉพาะ ต.บึงชำอ้อ ต.บึงกาสาม และ ต.นพรัตน์)
>>เขต 6 อำเภอลำลูกกา (เฉพาะ ต.คูคต และ ต.ลาดสวาย)
>>เขต 7 อำเภอธัญบุรี (เฉพาะ ต.บึงสนั่น และ ต.บึงน้ำรักษ์) อำเภอหนองเสือ (เฉพาะ ต.บึงบอน ต.บึงบา ต.หนองสามวัง และ ต.ศาลาครุ) และอำเภอลำลูกกา (เฉพาะ ต.บึงคำพร้อย ต.ลำลูกกา ต.บึงทองหลาง ต.ลำไทร ต.บึงคอไห และ ต.พืชอุดม)

‘เจ๊จุก คลองสาม’ แชร์คำบอกเล่าผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มทะลุแก๊ส ชี้!! ไม่เด่นไม่ดัง ปั่นกระแสไม่ได้ นักการเมืองไม่มีทางมาช่วย

(10 พ.ค. 66) ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘KopGap Jirapas’ ได่โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้มาเยี่ยมเพื่อนเราที่เรือนจำครับ ทั้งหมด 5 คน ที มาย ต๊ะ ม๊ะ แน๊ก ทุกคนกำลังใจดีมาก มีแน๊กคนเดียวที่น้ำตาซึมจะร้องไห้ เพราะน้องบอกว่ารับสารภาพไปแล้ว รอตัดสินวันที่ 31 นี้ ที่แน๊กตัดสินใจยอมรับผิด ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ เพราะน้องบอกว่าโดนทิ้ง ทนายที่ทำคดีก็ไม่รู้ว่าคนไหน มีทนายเข้ามาเยี่ยม ฝากให้โทรหาแม่ ทนายก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา และตัดสินใจยอมรับสารภาพเพื่อหวังจะ ได้ลดโทษ 

เพื่อไม่ให้น้องรู้สึกโดดเดี่ยว ผมได้สัญญากับน้องไว้ว่า 31 นี้ผมจะปฟังคำตัดสินเป็นเพื่อนน้องที่ศาลอาญารัชดา

ต่อมาเพจ ‘เจ๊จุก คลองสาม’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ตัดสินใจยอมรับสารภาพ เพื่อได้ลดโทษ คดีครอบครองวัตถุระเบิด 

"น้องบอกว่าโดนทิ้ง ทนายที่ทำคดีก็ไม่รู้ว่าคนไหน ทนายที่เข้าเยี่ยมบอกให้โทรหาแม่ด้วยเพราะไม่ใช่
หน้าที่เขา"

ก็นั่นสินะคะ ไม่ดังเหมือนเด็กหยก ปั่นกระแสไม่ได้ว่าเป็นคดีการเมือง นกม.ก็คงไม่มาช่วยหรอกคะ มันเจ็บจี้ดด!!!

นอกจากนี้ยังได้แชร์รูปภาพโควทคำพูดของ แน๊ค ทัตพงศ์ ผู้ต้องขังระหว่างต่อสู้คดี ที่ระบุว่า “กับการเลือกตั้ง ผู้รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร อยู่ข้างในนี้มันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้คาดหวังกับการเมืองขนาดนั้น ตอนนี้ผมคิดแค่เรื่องของผมแล้้ว ไม่ได้อยากฝากคำถามถึงใคร (นักการเมือง) ด้วย ถ้าเขาอยากช่วยเหลือ เขาคงช่วยแล้ว”

ทั้งนี้ แน๊ค ทัตพงศ์ ถูกจับกุมจากม็อบช่วงประชุม APEC ตามหมายจับของศาลอาญา จากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มทะลุแก๊สที่ถนนราชปรารภ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวเนื่องกับการครอบครองวัตถุระเบิดและยุทธภัณฑ์ในช่วงการชุมนุมของทะลุแก๊ส

‘ดร.สฤษดิ์’ บุกเยาวราช ชูนโยบายท่องเที่ยว ‘แก้เศรษฐกิจ-ปากท้อง’ ดันกรุงเทพฯ ให้เป็นแหล่งดึง นทท. ชี้ เป็นช่องทางหาเงินเข้าประเทศเร็วสุด

(10 พ.ค. 66) ดร.สฤษดิ์ ไพรทอง หรือ ดร.ลั่น ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 หมายเลข 11 กล่าวในระหว่างลงพื้นที่หาเสียงย่านเยาวราชว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในช่วงที่ผ่านมา เสียงสะท้อนที่ได้รับฟังส่วนใหญ่ที่ต้องการให้ทางพรรค ผลักดันเร่งด่วนยังคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนโดยเร็วเช่นกัน

ทั้งนี้ หนึ่งในนโยบายของพปชร.นั้น จะมีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ผ่านกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งอาเซียน เพื่อเร่งนำเงินเข้าประเทศให้เร็วที่สุด ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคฯ เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นช่องทางที่เร็วที่สุดในการหารายเข้าประเทศ เพราะการท่องเที่ยวนั้น ไม่ต้องรอการก่อสร้าง รอเพียงแต่นักท่องเที่ยวมาในประเทศ ก็ได้เงินเข้าประเทศทันที ซึ่งกรุงเทพฯเป็นหมุดหมาย และเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้อยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน มีย่านการค้าและการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นย่านของกินชื่อดังอย่างเยาวราช ย่านศิลปวัฒนธรรมอย่างพระบรมมหาราชวัง และย่านถนนข้าวสาร ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงต่อยอดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ได้เช่นกัน

พร้อมกันนี้ ดร.สฤษดิ์ ยังได้นำเสนอ นโยบายลดค่าครองชีพให้กับประชาชน หาก พปชร.ได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันทันที เช่น ลดค่าไฟฟ้าเหลือหน่วยละ 2.50 บาท, ลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 6.30 บาท และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันได คือ ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพิ่มเป็น 3,000 บาทต่อเดือน, อายุ 70 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 4,000 บาทต่อเดือน อายุ 80 ปีขึ้นไป, เพิ่มเป็น 5,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น

สำหรับบรรยากาศในการลงพื้นที่เยาวราช ของดร.สฤษดิ์ในครั้งนี้ ยังคงมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า และแฟนคลับ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกับส่งเสียงเชียร์เหมือนเช่นเคย

‘พิธา’ ลั่น!! มีทั้ง ‘หลักฐาน-หลักการกฎหมาย’ พร้อมชี้แจงปมถือหุ้น ‘ไอทีวี’ รอฟังคำร้องจาก กกต.ก่อน ซัดแหลกเกมการเมืองเลือกตั้งโค้งสุดท้าย เย้ย!! เขาทำอะไรเราไม่ได้

(10 พ.ค.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีถูกยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบปมข้อกล่าวหาถือหุ้นสื่อ ITV ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า รอให้คำร้องมาแล้วเดี๋ยวชี้แจงได้ มีทั้งหลักฐาน และหลักการทางกฎหมาย และทีมกฎหมาย เตรียมพร้อม เพราะฉะนั้นไม่กังวลในเรื่องนี้ ขอให้ประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งด้วยความหวัง

“ไม่มีอะไรต้องกังวลเหมือนอย่างที่ชี้แจงไปแล้ว หลักฐานและหลักการเกี่ยวกับกฎหมายรัดกุม ตอนนี้ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เราได้แจ้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่า เป็นเกมเตะตัดขาทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มันเกิดขึ้นช่วงโค้งสุดท้าย 3-4 วันก่อนเลือกตั้ง แต่เชื่อว่าทำอะไรเราไม่ได้ ประชาชนยังมีความหวัง เพื่อเข้าสู่คูหากันอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ ส่วนเรื่องไปถึงขั้นที่มีการร้องป.ป.ช.เรื่องการซุกหุ้น ปกปิดบัญชีทรัพย์สินนั้น นายพิธา กล่าวว่า ต้องดูคำร้องก่อน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top