Friday, 24 July 2026
NewsFeed

'อริย์ธัช' ชูจุดแข็ง 'ชาติไทยพัฒนา' พรรคเพื่อคนทุกวัย วอนคนไทยกาสีชมพู 'สร้างสรรค์-ไม่โจมตี-ไม่ขัดแย้ง'

(10 พ.ค.66) นายอริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตประเวศ สะพานสูง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจัดปราศรัยที่ใจกลางเมือง กรุงเทพมหานคร สามย่านมิตรทาวน์ หลายคนมองว่าพรรคของเราเป็นพรรคท้องถิ่น มีโอกาสยาก แต่มันเกิดขึ้นแล้วที่เวทีสามย่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะภายใต้การนำของพี่ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค คือการ “เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำ ให้คนเก่งนำประเทศไปสู่อนาคต” พรรคของเราคือพรรคที่รวมคนหลายรุ่นรวมคนที่มีวิธีคิด แบบคนรุ่นใหม่ มีความสามารถมาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ

เราจึงมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าเราพร้อมแล้วสำหรับการบริหารประเทศ รวมถึงเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวกรุงเทพฯ กราบขอบพระคุณทุกท่านทุกเสียงที่มาให้สนับสนุนและให้กำลังใจพวกเราในวันนั้นอย่างล้นหลามมากกว่า 3.000 คน หากได้รับโอกาส เราจะไม่ทำให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯผิดหวังอย่างแน่นอน “เราชาติไทยพัฒนาคือพรรคของบ้านและเมือง” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ท่านกัญจนา ศิลปอาชา ได้กล่าวบนเวที

นายอริย์ธัช กล่าวต่อว่า พวกเราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์เป็นรูปธรรมโดยไม่โจมตีใครเลย ไม่สร้างความขัดแย้งวุ่นวาย เรารวมพลังของคนทุกรุ่นทุก Gen ที่มีวิธีคิด มาผสานกำลังทวีคูณกัน วัยรุ่นมีพลังแห่งความสร้างสรรค์ วัยทำงานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น วัยเกษียณเต็มไปด้วยประสบการณ์ นี่คือจุดแข็งของสีชมพูเรา

"ผมขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชุมชนคนกรุงเทพฯ เป็นปากเป็นเสียง เป็นมือ ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการเป็นผู้แทนราษฏรไปทำงานเพื่อให้ประเทศชาติไทยของเราพัฒนา วัฒนธรรมการทำงานสีชมพูของเราพร้อมเปิดโอกาสให้คนทุกรุ่น ไม่ใช่คนรุ่นใหม่เข้ามาต้องกดทับเขาไว้ อย่างคอยชงกาแฟถ่ายเอกสารรอไต่เต้า ไม่มีแน่นอน นั่นไม่ใช่วัฒนธรรมของพรรคเรา เราจะดูตามศักยภาพ พร้อมการเปิดโอกาส ทุกๆคนทุกๆท่านเท่ากันในการทำงานแบบทีมชาติไทยพัฒนา นี่คือหลักคิดในการเปลี่ยนแปลงประเทศของเราที่อยากให้ทุกคนมาเป็นทีมสีชมพูที่เดินมุ่งสู่เป้าหมายด้วยกัน เราจะทำให้พี่น้องชุมชนกรุงเทพชมพูสดใส เหมือนพี่น้องชุมชนสีชมพูชาวสุพรรณบุรี พวกเราการันตี"

ตำรวจไซเบอร์รวบเอเย่นต์ซื้อขายบัญชีม้าส่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปปอยเปต เดือนละกว่า 100 บัญชี

สืบเนื่องจาก ปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan เครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ ที่มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย เชื่อมโยง 448 Case ID มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 7 ล้าน เมื่อปลายเดือนเมษายน 66 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.๕ กล่าวว่าจากปฏิบัติการนี้ ยังสืบทราบว่ามีความเชื่อมโยงหลายท้องที่และมีความสลับซับซ้อนทางคดี โดยเฉพาะการร่วมขบวนการ รวบรวมบัญชีม้าส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน 
จึงได้สั่งการให้มีการเร่งรัดขยายผลจับกุมผู้ต้องหาโดยด่วน
อีกทั้งก่อนหน้ายังปรากฏผู้เสียหายมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้าย ส่งลิงค์ข้อความบริษัท ซีทีบีซี แบงค์ คอมปานี ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ ส่งข้อความมาทางแอพพลิเคชั่นไลน์

อีกทั้งผู้เสียหายมีความเดือนร้อนต้องการหาแหล่งเงินกู้ยืมเพื่อมาใช้ดำเนินกิจการของตนอยู่ก่อนแล้วจึงเริ่มตกลงทำธุรกรรมผ่านลิ้งค์ดังกล่าว โดยเริ่มทำสัญญากู้เงินกับคนร้าย จำนวน 3 ล้านบาทซึ่งต่อมาคนร้ายอ้างว่าต้องจ่ายค่าดำเนินการต่าง ๆ เพื่อเป็นการค้ำประกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อโดนเงินค่าดำเนินการไปให้คนร้ายจำนวนกว่า 4 แสนบาท แต่มาไม่ได้รับเงิน

กก.1 บก.สอท.5 จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล และร่วมกันจับกุม นายธนากร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ ๓๐ ปี ชาวพื้นที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเสียหายแก่ประชาชน” จับกุมได้ที่บริเวณพื้นที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66
 ด้านผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวงดังกล่าว มีหน้าที่รับซื้อบัญชีธนาคารบัญชีละ 500 บาท โดยได้ค่าจัดหาบัญชีละ 1,000 บาท จากนั้นรวบรวมบัญชีม้าส่งขายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมแล้วกว่า 100 บัญชี ได้เงินกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม : ร.ต.อ.ขวัญชัย ปานคง รอง สว.กก.1 บก.สอท.5 โทร. 08 5791 6105

‘กรณ์’ ลุยเต็มที่โค้งสุดท้าย บุกภูเก็ตขอคะแนนเสียงให้ ‘เทมส์-อรทัย’ ปลื้ม!! ชาวบ้านชมสองผู้สมัครไม่ขาดปาก มั่นใจปักธง 2 เขตแน่นอน

(10 พ.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อย้ำขอคะแนนเสียงช่วงสุดท้ายให้ 2 ผู้สมัคร นายเทมส์ ไกรทัศน์ ผู้สมัคร เขต 2 เบอร์ 7 และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 เบอร์ 1

โดยช่วงสาย นายกรณ์ และ นายเทมส์ พบปะพี่น้องประชาชนที่วัดฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต และขึ้นรถแห่ทั่ว ต.วิชิต ระหว่างทางถนนใหญ่มีพ่อค้า แม่ค้า ร้านรวงต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไปให้ความสนใจและมีเสียงตอบรับดีมาก โดยประชาชนได้เข้ามาทักทาย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขอบคุณที่ช่วงโควิด ที่นายเทมส์เป็นจิตอาสาช่วยทำศูนย์วัคซีน พร้อมกล่าวว่า คนแถวนี้ไม่ลืมความขยันและทุ่มเทของนายเทมส์ ถือเป็นภาพติดตาของคนในภูเก็ตทุกคน

ต่อมาในช่วงบ่ายนายกรณ์ เดินทางไปยังวัดศรีสุนทร ซึ่งเป็นพื้นที่ของนางสาวอรทัย เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ในเขต อ.ถลาง โดยมีสมาชิกพรรค แฟนคลับ และทีมหาเสียงกว่า 90 คน มาช่วยเดินหาเสียงท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ชาวบ้านต.ศรีสุนทรกล่าวว่า อยากส่งนางสาวอรทัยเข้าไปเป็นผู้แทน จากนั้นนายกรณ์ได้เดินทางขึ้นรถแห่ไปตามถนนเส้นหลักของหมู่บ้านและชุมชน โบกไม้โบกมือในระหว่างเวลากลับบ้านของประชาชน ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

ต่อมาในช่วงเย็นได้ขึ้นปราศรัยย่อยที่ตลาดโกเบ๋ง โดยมีกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า วิสาหกิจชุมชนให้การต้อนรับอย่างดีมาก เนื่องจากนางสาวอรทัยได้เคยทำโครงการช่วยเหลือ และให้คำแนะนำเรื่องการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้เป็นของฝากนักท่องเที่ยวแบบพรีเมียม เพื่อช่วยทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งชาวบ้านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและจริงใจของนางสาวอรทัย ที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ประทับใจผู้สมัครทั้งสองคน ที่มีความตั้งใจ เสียสละ อดทน และเต็มที่กับทุกการทำงานเพื่อให้ผลลัพธ์ไปสู่เป้าหมายคือ เข้าไปเป็นผู้แทนของประชาชน โดยพรรคชาติพัฒนากล้า เราตั้งใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ เพิ่มโอกาสในการทำมาหากินให้กับพี่น้องประชาชน

เราเป็นพรรคแรกที่ออกมาต่อสู้เรื่องราคาน้ำมัน ค่าไฟ ที่เป็นต้นเหตุของต้นทุนสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุมาจากรัฐบาลเกรงใจทุนผูกขาด ทำให้ประชาชนต้องมาแบกภาระ ดังนั้นเราจึงเสนอให้มีการลดค่าไฟ และค่าน้ำมันลง นอกจากนี้ยังเสนอยกเลิกแบล็กลิสต์ เพื่อให้คนตัวเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ซึ่งถ้าเรามีโอกาสได้เข้าไปทำงาน เราจะขับเคลื่อนทุกนโยบายทันที และเราก็มั่นใจว่า ผู้สมัครของเราจะสามารถปักธงชัยได้ทั้งสองเขตพร้อมคว่ำการเมืองแบบบบ้านใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตได้อย่างแน่นอน

‘จีน’ คุมเข้ม ‘มลพิษ’ จากยานยนต์ ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ เตือน!! ผู้ผลิต-ผู้นำเข้ารถยนต์ ไม่ผ่านเกณฑ์ เจอดี!!

(10 พ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน รายงานว่าจีนจะบังคับใช้มาตรฐานการปล่อยมลพิษของยานยนต์ทั่วประเทศที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป

รายงานระบุว่าจีนจะห้ามการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายยานยนต์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานฉบับปรับปรุงข้างต้น ซึ่งมีการบังคับใช้ครอบคลุมยานยนต์บรรทุกเบาและยานยนต์ดีเซลบรรทุกหนักด้วย

ด้านผู้ผลิตและผู้นำเข้ายานยนต์จะต้องเปิดเผยผลทดสอบการปล่อยมลพิษและข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีควบคุมมลพิษเพื่อรับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่

อนึ่ง มาตรฐานฉบับปรับปรุงใหม่นี้ประกาศโดยกระทรวงฯ และหน่วยงานทางการอีก 4 แห่ง

‘ไอซ์’ ยันอีกเสียง 'ก้าวไกล' ไม่เคยบอกตัดเงินบำนาญข้าราชการ ที่พูดๆ กัน คือ 'เฟกนิวส์' และคำว่า 'ช้างป่วย' ก็หมายถึงรัฐบาล

(10 พ.ค. 66) ผู้ใช้บัญชี TikTok ชื่อ ‘Userjvb09b1row’ โพสต์คลิปวิดีโอ ‘น.ส.รักชนก ศรีนอก’ หรือ ‘ไอซ์’ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 28 (บางขุนเทียน หนองแขม บางบอน บางบอนเหนือ คลองบางพราน) พรรคก้าวไกล โดยขณะที่กำลังลงพื้นที่หาเสียงอยู่นั้น ได้มีชาวบ้านคนนึง เข้ามาสอบถามถึงประเด็นการตัดเงินบำนาญข้าราชการของพรรคก้าวไกล ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ขณะนี้ ทำให้ น.ส.รักชนก ได้ตอบกับชาวบ้านท่านนั้น ว่า…

“พรรคก้าวไกลไม่มีนโยบายในการตัดบำนาญข้าราชการ สิ่งที่เราพูดคือ ถ้าประยุทธ์ยังบริหารงบประมาณแบบทุกวันนี้ คือกู้มาแล้วก็ใช้ สุดท้ายมันจะไปกระทบกับบำนาญข้าราชการ นั่นคือเราต้องมาจัดสรรจัดการใช้ภาษี หรือการใช้เงินมาใหม่ แล้วจะทำให้บำนาญข้าราชการมั่งคั่งมั่นคงในรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ที่ใช้เงินเป็น ที่หาเงินได้...ข้าราชการบำนาญจะไม่ต้องมานั่งเอาตีนก่ายหน้าผากกังวลว่าในอนาคตจะมีเงินบำนาญไหม เพราะว่าจะทำให้มันมั่งคั่งมั่นคงค่ะคุณพี่ นี่คือคำมั่นสัญญาจากพรรคก้าวไกล ไม่มีนโยบายในการจัดการกับบำนาญข้าราชการ” 

ต่ออีกข้อคำถามจากชาวบ้าน คำว่าช้างป่วยคืออะไรนั้น? น.ส.รักชนก ตอบว่า “ช้างป่วยเราเปรียบเทียบวิธีการในการใช้เงินของรัฐบาลชุดนี้ ว่านั่นคือวิธีการใช้เงินแบบช้างป่วย” ชาวบ้านถามต่อว่า "ก็คือว่าจะไม่มายุ่ง" ด้าน น.ส.รักชนก ยืนยันว่า "ไม่ยุ่งแน่นอน"

น.ส.รักชนก กล่าวเสริมต่อว่า "คุณทิมก็เป็นข้าราชการบำนาญ ในพรรคเราก็มีข้าราชการบำนาญหลายคน เราไม่ทำเรื่องนี้ให้มันเสียกับเราเองแน่นอน"

ชาวบ้าน พูดต่ออีกว่า "เพราะว่าตอนนี้ เถียงกันเรื่องนี้อยู่" น.ส.รักชนก กล่าวว่า “ไม่ต้องเถียงค่ะคุณพี่ เฟกนิวส์ 100% จากฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการจะดิสเครดิตพวกเรา หนูขอแรงคุณพี่นะ กราบขอแรง ไปช่วยพวกหนูทำความเข้าใจที นี่คือสิ่งที่พวกหนูโดนโจมตี แล้วก็ทำให้พวกเราเนี่ยเสียตรงนี้อย่างมาก เยอะมากจริงๆ

“ในพรรคนะคุณพี่ไปถามร้อยคนก็ตรงกันร้อยคน ถามห้าร้อยก็ตรงกันห้าร้อย ไม่มีนโยบายในการตัดบำนาญข้าราชการ ยืนยันได้หัวหน้าพรรคเราพูดเอง”

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า “คือพวกนี้ทำกันเป็นกระบวนการมากนะคะ ไม่ว่าจะบอกว่าเป็นคนล้มเจ้า หรือว่ามีนโยบายในการตัดบำนาญข้าราชการ แล้วมันมีพรรคการเมืองพรรคนึงที่เป็นพรรครัฐบาลอยู่ตอนนี้ เอาเรื่องนี้ไปตีฟูว่าพวกเราจะตัดบำนาญข้าราชการ แล้วต่อไปข้าราชการบำนาญจะเป็นขอทาน 'ตอแหลทั้งเพคุณพี่' เราไม่เคยมีนโยบายนี้ มีแต่ฝั่งนั้นแหละที่เอาไปตีฟูสร้างเฟกนิวส์ ปล่อยเฟกนิวส์เป็นกระบวนการทำให้พวกเราเสียหาย เสียหายมากจริงๆ ฝากพี่ด้วยนะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”

“กาก้าวไกลพี่ แล้วบำนาญของบ้านพี่จะมั่นคง อยู่ในมือนะคะ ถ้าการบริหารงบประมาณอยู่ในมือของคนที่หางบเป็น บริหารจัดการเงินได้ตรงไปตรงมา บำนาญพี่จะมั่นคงไปอีกร้อยปีเลย” น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้าย

‘เจ๊จุกคลองสาม’ เปิดคลิปนาที ‘กลุ่ม 3 นิ้ว’ สาดเลือดลบหลู่ศาลพระภูมิ ชี้!! ทำแบบนี้ไม่ถูก มาลบหลู่สิ่งที่คนอื่นเคารพนับถือแบบนี้ไม่ได้

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66 จากกรณีกลุ่ม ‘เพื่อนหยก’ อาทิ กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ทะลุวัง และทะลุแก๊ซ ได้เดินทางไปรวมตัวทำกิจกรรมที่ สน.สำราญราษฏร์ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ‘หยก’ และชี้แจงการพยายามแจ้งข้อหาเพิ่มเติม มีการสาดสีแดงคล้ายเลือดบริเวณบันได และศาลพระภูมิ จนเลอะเทอะเสียหาย ล่าสุดผู้ชุมนุมถูกจับกุมเบื้องต้น 9 ราย

ล่าสุดทวิตเตอร์ ‘เจ๊จุก คลองสาม’ ได้โพสต์คลิปย่ำยีความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สน.สำราญราษฏร์ ขณะกลุ่มผู้ชุมนุมนำเลือดหมูไปสาดใส่ศาลพระภูมิ โดยระบุข้อความว่า “พวก...จะไม่เคารพสิ่งสิทธิ์ ศาสนา ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ ก็เรื่องของ...ค่ะ แต่...จะไปลบหลู่สิ่งที่คนอื่นเคารพนับถือแบบนี้ไม่ได้ พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนเหรอคะ  ...รู้ไหมว่า ตำรวจใน สน. เขากราบไหว้นับถือ ขอพรตอนออกทำงาน ให้รอดพ้นปลอดภัย พวก...เป็นใครมาจากไหน ถึงกล้าทำแบบนี้”

นอกจากนี้นำคลิปอีกมุมหนึ่งขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ชุมนุม พร้อมกับโพสต์ข้อความชี้แจงในทำนองว่า มันเป็นใคร ทำไมชั่งหน้าด้านหน้าทน กล้าตะโกนว่า #ตำรวจทำร้ายประชาชน อีก ดูสิคะทุกคน ฟาดเอาๆไม่ยั้ง โกหกตอแหล ตั้งแต่ศาสดายันสาวก เหมือนก็อป DNA กันมา ควรจะเลิกหลอกหลวงประชาชนกันได้รึยัง คิดว่าคนไทยโง่และพร้อมที่จะเชื่อทุกอย่างที่มึงพูด รึไงคะ

‘เอส กันตพงศ์’ ถูกหามส่ง รพ. หลังวูบหมดสติกลางงานอีเวนต์ ชี้ อาการยังน่าเป็นห่วง ด้านภรรยาโพสต์ขอทุกคนช่วยอธิษฐานให้สามี

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66 เป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้แฟนคลับจำนวนมาก หลังมีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ‘เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์’ พระเอกชื่อดังแห่งวิก 7 สี เกิดวูบ หมดสติ ระหว่างที่ออกอีเวนต์ของช่อง ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ล่าสุดนั้น คริสติน่า ภรรยาสาวของ เอส กันตพงศ์ ออกมาโพสต์ไอจีสตอรี่ ว่า “Please keep us in your prayers! We can fight this teerak. You are strong”

เบื้องต้นทราบว่า เอส กันตพงศ์ เป็นคนที่แข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่มีโรคประจำตัวอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับครอบครัวและแฟนคลับอย่างมาก และแพทย์ที่ดูแลนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ว่าอาการของเอสจะดีขึ้นเมื่อไหร่

นอกจากนี้ ‘วินน์ วาทิต โสภา’ นักร้องและนักแสดงชายชาวไทย โพสต์ไอจีสตอรี่ ระบุว่า “สู้ๆนะพี่ชาย”, “ขอให้บุญที่ผมได้สร้างสมมาส่งผลให้พี่ชายผมกลับมาแข็งแรงนะครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานอีเวนต์ของช่อง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น เป็นดีเบตประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร จาก 7 พรรคการเมือง ซึ่งผู้ที่ไปงานนี้และอยู่ในเหตุการณ์ที่ เอส กันตพงศ์ ล้มนั้น ได้แชร์ไอจีสตอรี่ ระบุว่า “ขอให้อาการปลอดภัยนะคะ เมื่อวานน่าสงสารพี่เอสมาก ช็อตฟีล คือ แกล้มกระแทกแรงมาก แล้วอากาศร้อนมากจริงเมื่อวาน ขออย่าให้เป็นอะไรมากนะคะ ”

‘น้องชายใบเตย’ ประกาศ!! ครอบครัวยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ พร้อมยืนยันไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อใด รบกวนไม่แอบอ้างชื่อ

จากกรณีอัยการได้มีคำสั่งฟ้อง 6 ผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ Forex 3D ใน 3 ข้อหา และได้มีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดสั่งฟ้องต่อศาลอาญา ล่าสุด นายพัฒนพล กุญชร หรือดีเจแมน และ น.ส.สุธีวัน กุญชร หรือทวีสิน หรือใบเตย พร้อมพวกรวม 6 ราย มาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง ในคดีร่วมกันฉ้อโกงแชร์ Forex-3D และศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ลุกซ์ ชาญวิทย์’ น้องชายของสาวใบเตย ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ‘luxx.c.t_’ ระบุว่า…

“ลุกซ์และครอบครัว (ทั้ง 2 ครอบครัว) ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์สื่อใดๆในตอนนี้นะคะ
ขอความกรุณาพี่ๆสื่อมวลชน ทุกสื่อทุกสำนักงดติดต่อไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ของพี่เตยและพี่แมน นะคะ

ลุกซ์ขอชี้แจ้งว่าทั้งตัวลุกซ์เองและคุณแม่ป้อง พิมพ์แข ไม่เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไหนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นรบกวนพี่ๆสื่อมวลชนทุกท่าน ไม่แอบอ้างชื่อของลุกซ์และแม่ป้องไปใช้ ในการนำเสนอข่าวโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตค่ะ

สุดท้ายนี้ลุกซ์ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ”

‘มณีรัตน์-ภูมิใจไทย’ ชูนโยบาย ‘ส่งเสริมอาชีพคนรุ่นใหม่’  หนุนผู้ค้าธุรกิจออนไลน์ พร้อม 'ลดค่าขนส่ง-ลดภาษี' 

(11 พ.ค. 66) น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตพระโขนง บางนา หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย พูดถึงประสบการณ์การทำงานตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตอนนี้ตนอายุ 40 แล้ว พร้อมเสนอนโยบายส่งเสริมอาชีพคนรุ่นใหม่ และมุ่งเน้นนโยบายต่อเนื่อง โดยระบุว่า…

“อายุ 40 ล่ะ ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้วค่ะ 20 ปีที่ผ่านมา เป็น 20 ปีที่มีคุณค่ามากๆ ถ้าเราก้าวข้ามเรื่องการทะเลาะกัน ทำทุกอย่างโดยใช้เวลา 20 ปีนี้ ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน”

ต่อข้อคำถาม “จุดยืน และแนวทางการทำงานการเมือง” น.ส.มณีรัตน์ กล่าวว่า “เราอยากทำการเมืองสร้างสรรค์ เราเรียกตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่คือคนที่จะต้องทำงานได้กับทุกคน ผูกมิตร และก็ทำเพื่อประชาชน ให้มีผลลัพธ์ ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงผ่านนโยบายต่างๆ ส่งผลไปถึงคนในพื้นที่ของเรา โดยเฉพาะในเขตพระโขนง” 

“พรรคภูมิใจไทย มุ่งเน้นเรื่องนโยบายต่อเนื่องและสัญญาที่จะทำด้านสาธารณะสุข ต่อยอดนโยบายศูนย์ฟอกไตฟรี ซึ่งก่อนหน้านี้การฟอกไตของเราฟรีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะทำต่อจากนี้ก็คือให้มีศูนย์ฟอกไต ทุกเขต ทุกอำเภอ ล่นระยะเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องพาผู้ป่วยไป”

เข้าใจหัวอกคนวัยทำงาน…ในการที่จะออกไปทำงาน ค่าเดินทางเป็น Cost เป็นต้นทุนอย่างนึงของทุกคน เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าได้มีโอกาสเข้าไปทำงาน ก็อยากจะผลักดันให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดความทุกข์พี่น้องประชาชนคนเมือง

พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายส่งเสริมอาชีพคนรุ่นใหม่ โดย น.ส.มณีรัตน์ กล่าวว่า “พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำที่อยากจะมีอาชีพอิสระ หรือแม้กระทั่งแค่อยากจะมีรายได้เสริม แต่ก็มีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าขนส่ง หรือแม้กระทั่งช่องทางที่จะค้าขาย เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนึงที่อยากจะช่วยผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าขนส่งต่างๆ เจรจาเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางด้านภาษี เพื่อซัพพอร์ตพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้เดินต่อไปได้”

หากถามถึงกระแสการเลือกตั้งโค้งสุดท้าย “กระแสก็เป็นเรื่องของกระแส แต่ก็อยากจะให้มองที่คุณสมบัติและการตั้งใจจริงในการทำงาน ข้อดีอย่างนึงก็คือเป็นคนที่ทำงานผ่านมาหลายบทบาท 3 ส่วนหลักๆ คือ ภาคประชาชน ภาคเอกชน หรือฝั่งราชการ เราเคยทำงานกับเขา ร่วมมาทั้งหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะเห็นภาพรวมต่างๆ และก็ทำงานขับเคลื่อนออกมาให้เป็นผลลัพทธ์แก่ประชาชน”

ต่อข้อคำถาม ‘คนรุ่นใหม่กับการเมืองใหม่’ ในมุมมองของน.ส.มณีรัตน์ เปิดเผยว่า “แน่นอนคนรุ่นใหม่ไม่ได้ตัดสินที่อายุ มันอยู่ที่แนวคิด อยู่ที่ความเข้าใจเขามากกว่า ว่าเขาอยากจะได้อะไร คนรุ่นใหม่เหล่านี้เขามีความฝัน  มีแพชชัน มีความที่อยากจะทำนู้นอยากจะทำนี้ หน้าที่ของเราคืออยากจะเป็นคนที่จะผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสาธารณะสุข ที่เขาจะห่วงใยพ่อแม่เขา แต่ตัวเขาเนี่ยแหละเอฟเฟกโดยตรงในการที่จะต้องดูแลพ่อแม่เรื่องการหาหมอ หายา หรือแม้กระทั่งเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าเดินทาง ในการที่จะไปทำงาน หรือสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เป็นดิจิทัลครีเอเตอร์ เป็นเชฟ หรือเป็นอาชีพต่างๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะผลักดันทั้งเชิงนโยบาย ทั้งเชิงปฏิบัติต่างๆ ก็คืออยากจะให้เขาไปสู่ฝันให้ได้”

ต่อข้อคำถามสุดท้าย ถึงความตั้งใจที่ทำให้มานั่งอยู่ตรงนี้ คืออะไร… “ก็อยากจะทำจริงๆ อยากจะทำให้กับทุกคนในพื้นที่ มีความตั้งใจจริงๆ ที่อยากจะมา มาเป็นทั้งตัวเชื่อม มาเป็นทั้งตัวคนทำงาน ให้ผลประโยชน์ตกกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพระโขนง-บางนา อย่างแท้จริง” น.ส.มณีรัตน์ ผู้สมัครส.ส. ภูมิใจไทย กล่าวทิ้งท้าย

‘อาทิตย์ ริว’ อดีตพระเอกยุค 90 หมดสติอยู่ท้ายตลาด เจ้าหน้าที่รุดเข้าช่วย ล่าสุดถูกหามส่งโรงพยาบาลแล้ว

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66 แฟนคลับตกใจหลังมีภาพอดีตพระเอก ยุค 90’s อย่าง ‘อาทิตย์ ริว’ ซึ่งเพิ่งออกมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตพลิกผัน ทั้งเรื่องครอบครัวความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป จนต้องไปขายของที่ตลาดนัดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพนั้น พบว่าวูบหลายชั่วโมงก่อนมีคนมาพบแจ้งเจ้าหน้าที่รุดเข้าช่วย

โดยล่าสุดพบว่ามีภาพ อาทิตย์ ริว วูบหมดสตินอนอยู่ท้ายตลาดเขต 71 ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดเข้าช่วย และถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลด่วน จากนั้นเผยภาพอดีตพระเอกอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ภูมิพล โดยระบุว่า ตอนนี้พี่ริวป่วยอยู่รพ. นอนรพ. ขณะที่แฟนๆ ต่างเข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top