Tuesday, 21 July 2026
NewsFeed

“ ตำรวจไซเบอร์ แจ้งข้อกล่าวหา เก่ง ลายพราง หลังโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน เข้าตรวจค้น 3 จุด ยึดของกลางหลายรายการ ”

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ และการโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยผิดกฎหมาย

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดให้มีการเล่น ผู้เล่น และผู้โฆษณาชักชวน

วันนี้ (9 พ.ค. 66) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวกรณี การแจ้งข้อกล่าวหา นายจิรายุ หรือเก่ง ลายพราง โดยกล่าวหาว่า “ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ” ซึ่งมีพฤติการณ์ในการกระทำผิด ดังต่อไปนี้

สวนนงนุชพัทยา พร้อมจัดการแข่งขันแบดมินตันคนพิการนานาชาติ  (THAILAND PARA BADMINTON INTERNATIONAL 2023 )

ที่สวนนงนุชพัทยา  โดยนายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายชูเกียรติ สิงห์สูง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงานการแข่งขันแบดมินตันคนพิการนานาชาติ Thailand Para  Badminton International  2023  ระหว่างวันที่ 9 - 14 พฤษภาคม 2566  ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติสวนนงนุช พัทยา

นายกัมพล  ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้กล่าวต้อนรับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้ง 34 ประเทศ พร้อมอวยพรให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จ  สวนนงนุชพัทยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในเรื่องของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงที่พักสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ อีกด้วย

พิษณุโลก โครงการสร้างเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรค ลดสูญเสียในกำลังพล และครอบครัว กองทัพภาคที่ 3 NAH Red Alert monitor by My Doctor S.E. Application

วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00 น. พลโท สุริยะ  เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการสร้างเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรค ลดสูญเสียในกำลังพลและครอบครัว กองทัพภาคที่ 3”  NAH Red Alert monitor by My Doctor S.E. Application ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้จัด ”โครงการสร้างเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงลดโรค ลดสูญเสียในกำลังพลและครอบครัว กองทัพภาคที่ 3” NAH Red Alert monitor by My Doctor S.E. Application ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำผลตรวจสุขภาพประจำปีของกำลังพลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCD มาติดตาม เข้าถึงรายบุคคล เพื่อหวังผลควบคุม ป้องกันโรคได้โดยใช้ My Doctor S.E. Application ในการเฝ้าระวังติดตามภาวะสุขภาพ โดยมีกิจกรรมดำเนินงาน ประกอบด้วย

ไทยผลักดัน 'ไหว้ครูมวยไทย' สู่ 'ซอฟต์เพาเวอร์' โลก  ลุ้น!! บรรจุเข้าแข่งขัน 'โอลิมปิกเกมส์ 2028' ที่สหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 "อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ฮอลล์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 4-12 พฤษภาคม 2566 โดยมีนักกีฬา โค้ช และเจ้าหน้าที่รวมกว่า 3,000 คนจาก 112 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลก เข้าร่วมชิงชัยเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของสหพันธ์สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ (อิฟม่า)

ระหว่างการแข่งขันดังกล่าวยังมีการจัดการแข่งขันไหว้ครูมวยไทย ที่ลานสแควร์ B เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ด้วยเช่นกัน ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ค. โดยได้มีพิธีเปิดการแข่งขันไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี ‘ดร.หญิง’ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และประธานอิฟม่า, มร.สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการอิฟม่า, ‘ชาติซ้าย’ นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ฯลฯ เข้าร่วมในพิธี

สำหรับการจัดงาน ‘ไหว้ครูมวยไทย’ เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมของกีฬามวยไทย ที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งรัฐบาลไทยพยายามผลักดันเรื่องของมวยไทย และการไหว้ครูมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกประจำชาติไทยไปสู่การเป็น ซอฟท์เพาเวอร์ของโลก ซึ่งในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 "อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023" จึงได้จัดแข่งขัน ‘ไหว้ครูมวยไทย’ ขึ้นมาด้วยเพื่อแสดงให้นักมวยไทยกว่า 3,000 คนจาก 112 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลกได้รู้จัก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกระบวนการผลักดันมวยไทย เข้าได้รับการบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ในอนาคตอีกด้วย

ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมเกี่ยวกับมวยไทยที่เป็นซอฟต์ เพาเวอร์ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นแค่เรื่องการชกมวยไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มวยไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพราะมีเรื่องการไหว้ครูมวย รวมถึงเรื่องแม่ไม้มวยไทย ลูกไม้มวยไทย และชกมวยไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมมวยไทยของเราอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเติบโตมาเป็นนักชก หรือการเล่นกีฬา นโยบายที่ได้รับจากรัฐบาลคือ ไทยพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะสนับสนุนมวยไทยไปสู่สากล และเราพร้อมที่จะบอกนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าให้มาที่ประเทศไทย เพื่อมาเรียนไหว้ครูมวยไทย แม้ไม้มวยไทยอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จสู่สายตาชาวโลก

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังกล่าวอีกว่า อุตสหกรรมกีฬามวยไทยเติบโตขึ้นมาก หลังจากประสบความสำเร็จในมหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ 2022 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียมบรรจุชิงชัยเหรียญในเวิลด์เกมส์ 2025 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

'สนธิญาณ' ส่งสารถึงกลุ่มก๊วนเครื่องมือให้กับพวกต่างชาติ  ขอให้คิดดีๆ!! ใครก่อความวุ่นวายหนนี้ เจอกันหลังเลือกตั้ง

(9 พ.ค. 66) นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นักธุรกิจด้านสื่อสารและนักเคลื่อนไหวการเมือง ได้โพสต์คลิปติ๊กต๊อกพูดคุยประเด็นเรื่อง 'การก่อความวุ่นวายในสังคมไทย' ว่า...

"ผมออกความเห็นทางการเมืองนอกจากรายการชัดครบจบจริงในท็อปนิวส์มานาน เหตุผลเพราะเบื่อหน่ายนักการเมืองและรัฐบาลที่ไม่ได้เห็นปัญหาว่าประเทศเราถูกคุกคามจากชาติมหาอำนาจ โดยมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนผ่านพรรคการเมืองที่มาปั่นหัวเด็กและเยาวชน

"ผมพยายามจะสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ไปว่า จะต้องพลิกกลับมาเรียนประวัติศาสตร์ ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงมีพระราชดำรัสไว้ รวมทั้งจะต้องมีการศึกษาถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ได้สร้างให้กับสังคมไทยอย่างลึกซึ้งในพระองค์ที่สำคัญๆ และทำให้ประเทศของเราเข้มแข็งยืนยาวอย่างเป็นเอกราชมาได้จนถึงปัจจุบัน"

นายสนธิญาณ กล่าวต่อว่า "แต่ที่ผ่านมาเรื่องนี้ไม่เคยได้รับความสนใจ นักการเมืองก็เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ เพื่อนำพาไปสู่การเลือกตั้ง แล้วก็จะวนรอบในวงจรอุบาทว์กลับมามีอำนาจกันใหม่ 

"วันนี้ชัดเจนครับว่าประเทศชาติของเราแตกออกเป็น 2 ฝั่ง อย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งอาจจะเรียกว่าพวกอนุรักษ์นิยมหรือกลุ่มผู้สูงวัยที่จงรักภักดีในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกส่วนหนึ่งก็คือผู้ที่ประกาศตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องการการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับคนทำงานหนุ่มสาวไปจนถึงนิสิตนักศึกษาในมหาลัยไปถึงเด็กนักเรียนในระดับมัธยม ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองอย่างธรรมชาติ แต่เป็นการสร้างหลักฐานกระบวนการเท็จขึ้นมาและใช้เครื่องมือในการสื่อสารในยุคนี้กระจายไปถึงผู้คน"

นายสนธิญาณ กล่าวต่ออีกว่า "ผมจะเรียนว่าในสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามในแบบหรือสงครามปฏิวัติ ชัยชนะที่แท้จริง จะต้องเกิดขึ้นจากพลังของข่าวสารและการสื่อสารไม่ใช่การใช้อาวุธ อาวุธเป็นเพียงแต่องค์ประกอบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังเราจะเห็น...ไม่ว่าจะเป็นการปลุกระดมผู้คนของฮิตเลอร์ในเยอรมันจะต้องผ่านภาพยนตร์ ซึ่งนั่นก็คือเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ในญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน 

"วันนี้การสื่อสารทันสมัยยิ่งขึ้นการนำพาข่าวสารไปให้ถึงผู้รับสารเป็นไปอย่างรวดเร็วแทบกระพริบตา สามารถกระจายได้เป็นล้านๆ ภายในไม่กี่นาที ปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงนำพาไปสู่การปลุกเร้า ข้อมูลที่ผิดและบิดเบือนไปถึงผู้รับสารซึ่งหมายถึงคนหนุ่มสาว นิสิต นักศึกษา และนักเรียน...รัฐบาลที่มีอำนาจและนักการเมืองไม่เคยสนใจเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ข้อมูลที่ผิดและบิดเบือนนั้นมุ่งไปสู่การโจมตีสถานบันพระมหากษัตริย์ แต่เราไม่ได้รับการเอาใจใส่แต่อย่างใดที่จะแก้ไขปัญหา เอาแต่แก้ไขปัญหาเป็นอย่างฉาบฉวย

"เพราะอะไรรู้ไหมครับ? เพราะรัฐบาลและนักการเมืองไม่ได้เข้าใจปัญหาที่แท้จริง ว่าปัญหาเหล่านี้จะนำความหายนะมาสู่บ้านเมืองของเรา สหรัฐอเมริกาต้องการให้เราอยู่ข้างเขา ถ้าไม่อยู่ข้างเขาก็ต้องทำลายเสีย เพื่อไม่ให้อีกฝั่งอีกฝ่าย คือ จีนกับรัสเซียมาใช้ประโยชน์

"ลองคิดดูนะครับที่ฟิลิปปินส์ในสมัยประธานาธิบดีคนก่อนดูแตร์เตประกาศไม่เอาสหรัฐอเมริกา ดูแตร์เตหมดอำนาจลงไป ประธานาธิบดีคนใหม่ประกาศให้จัดตั้งฐานทัพขึ้น 4 แห่ง 

"ส่วนในไทยเคยผิดหวังในการที่จะกลับมาใช้สนามบินอู่ตะเภาในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะกองทัพไม่เอาด้วย แต่ถ้าวันนี้อีกฝั่งอีกฝ่ายหนึ่งเกิดชนะการเลือกตั้งแน่นอนครับประเทศจะถูกเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาและตะวันตกในทันที"

นายสนธิญาณ กล่าวถึงจุดแข็งของรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยว่า "ในขณะที่ผ่านมาข้อดีข้อรัฐบาลไทยก็คือ การประคับประคองสถานการณ์เหมือนกับที่ผู้นำชาติเราในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือนายกรัฐมนตรีในยุคก่อนๆ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มาจนถึงสมัยยุคคอมมิวนิสต์นั้น สามารถประคับประคองสถานการณ์ของประเทศให้รอดพ้นไปได้ 

นายสนธิญาณ กล่าวถึงการเตรียมก่อความวุ่นวายของฝ่ายพ่ายแพ้ด้วยว่า "ดังนั้นที่บอกว่าถ้าไม่ชนะก็จะต้องทำลาย ผ่านการออกมาประกาศว่าจะแลนด์สไลด์ของพรรคส้มบ้าง พรรคแดงบ้าง โดยเฉพาะพรรคส้มที่สร้างโพลล์สร้างกระแสในโลกโซเชียลขึ้น แล้วถ้าไม่แลนด์สไลด์ตามที่พูด ก็ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "เพราะจะมีการโกงเลือกตั้ง?" แบบนี้หมายความว่าไง? หมายความว่า นั่นคือการสร้างประเด็นเงื่อนไขไว้เพื่อเตรียมที่จะก่อความวุ่นวายขึ้นหลังการเมืองหรือไม่?

"ที่ผมออกมาพูดวันนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า หากคุณก่อความวุ่นวาย ก็จะได้เจอดีกัน ผมอยากให้ลองไปศึกษาประวัติศาสตร์ของนักศึกษาเมียนมาที่เคยก่อเหตุมาแล้วเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ท้ายที่สุดแตกพ่าย หนีกระเซอะกระเซิงมาพึ่งพิงในประเทศไทยและไปศึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาให้ดีๆ ด้วย

'รวมไทยสร้างชาติ' แจงแล้ว เลเซอร์สะพานพระราม 8  พบ 'ทิพานัน' ทำโดยไม่ได้หารือ เรียกมาตำหนิแล้ว

(9 พ.ค. 66) จากกรณี ประเด็นการยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8 ถูกจับตาอย่างหนักภายหลังจสก น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ภาพแสงสีบนสะพานพระราม 8 เป็นข้อความหาเสียง พร้อมระบุแคปชันว่า...

"ชัดเจนเด่นชัด สะพานพระราม 8" โดยภาพแสงสีปรากฏข้อความต่างๆ เช่น "กา 22 มั่นคง มั่งคั่ง" / "ลุงตู่ อยู่ต่อ" และ "รวมไทยสร้างชาติ"

ล่าสุด พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาชี้แจงโดยระบุว่า...

ตามที่ปรากฏข่าวว่ามียิงการเลเซอร์ ข้อความเชิญชวนให้เลือกหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติบนเสาสะพานพระราม 8 เมื่อคืนวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น พรรครวมไทยสร้างชาติขอชี้แจงว่า พรรคฯ ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว และได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

‘ดร.หิมาลัย’ ย้ำชัด รทสช. ทำการเมืองตามอุดมการณ์  ใช้งบตามกรอบกม. ไร้งบหนุนผู้สมัครฯ ที่จะมาขอเพิ่ม 

‘ดร.หิมาลัย’ ย้ำชัด ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ทำการเมืองตามอุดมการณ์ พร้อมยึดมั่นในหลักการ “ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติและประชาชน” ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และใช้งบประมาณตามกรอบกฎหมาย หลังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ออกมาเรียกร้องให้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย

(9 พ.ค. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ภาคอีสาน ออกมาเรียกร้องให้พรรคดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ว่า วันนี้ตนในฐานะผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับมอบหมายให้มารับฟังข้อเรียกร้องของพวกท่าน เพื่อนำไปเรียนผู้ใหญ่ของพรรค ว่าพรรคมีข้อผิดพลาดอย่างไรในการดำเนินงาน ตามอุดมการณ์ของพรรค และมีนโยบายเรื่องใดที่จะต้องนำไปแก้ไข

แต่อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งไม่ได้มีทุนทรัพย์มาก เงินบริจาคที่ได้รับมา จึงต้องใช้ในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างประหยัดและระมัดระวัง อีกทั้ง พรรคไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิขายเสียง ด้วยเป้าหมายต้องการทำการเมืองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม กระทำการหาเสียงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามกติกาของ กกต. และรัฐธรรมนูญ ซึ่งการดำเนินงานตามนี้ ไม่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากแต่อย่างใด

อีกทั้ง พรรคการเมืองเป็นที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน ไม่ใช้สถาบันทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการลงทุนให้ผู้สมัคร ผู้ที่เสนอตัวเพื่อมารับใช้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่พี่น้อง จึงควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อไม่เป็นภาระแก่ผู้ใด ส่วนเรื่องงบประมาณ ท่านก็ควรจะทราบว่าท่านมีงบประมาณอยู่เท่าไร ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกติกาของ กกต. ก็ควรจะบริหารให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองรับได้ และไม่เดือดร้อน

‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ฝากโจทย์ 7 ข้อ ถึงรัฐบาลชุดใหม่ ชู!! ‘ภาครัฐ-เอกชน’ ผนึกกำลังทรานส์ฟอร์มประเทศ

(9 พ.ค. 66) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้เสนอแนวนโยบาย 7 ข้อ ให้กับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อทรานฟอร์มประเทศไทยขับเคลื่อนไทยแลนด์ 5.0 เพื่อเป็นแนวทางแก่รัฐบาลใหม่ในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนี้…

1. กำหนดวิชาภาษาคอมพิวเตอร์/Computer Science เป็นวิชาหลักในการหลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน และเด็กทุกคนต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์คัดกรองที่ดีและมีคุณธรรมในการใช้เทคโนโลยี

2. ส่งเสริม Media & Content ที่เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ในช่วง Prime Time ด้วยการให้ Incentive

3. ตั้งเป้าเทคสตาร์ตอัป 20,000 บริษัท เพื่อช่วย Digital Transformation และ Digital & Tech Workforce 1 ล้านคน

4. ยกระดับการเกษตร Agro Industry Transformation / Smart Farming / Food Tech & Brand / สร้าง 3,000-5,000 องค์กร สหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน 5.0

5. ดึงดูดคนเก่งและคนดีเข้าสู่ระบบราชการระดับบริหารด้วยการปรับเงินเดือน เทียบเท่าหรือสูงกว่าเอกชน ปรับรัฐบาลเป็นรัฐบาลดิจิทัล (E-Government) และควรมีข้าราชการที่มีทักษะดิจิทัลอย่างน้อย 20%

6. สร้าง 5 Innovation Centers ระดับโลก ได้แก่ 1. Bio 2. Nano & Energy 3. Robotic & Digital 4. Space 5. Preventive Health Care/Health Tech

7. สนับสนุนการต่อยอดผู้ประกอบการไทย

‘ลิซ่า’ ขึ้นแท่นศิลปินเดี่ยวเค-ป็อปคนแรก ที่มีสถิติกินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดมากที่สุด

‘ลิซ่า BlackPink’ สร้างสถิติไม่หยุดหย่อนอีกแล้วในฐานะศิลปินเดี่ยว เพราะล่าสุดทาง กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด ได้ยืนยันสถิติอย่างเป็นทางการว่าเธอคือศิลปินเดี่ยวเค-ป็อปคนแรกที่สร้างสถิติได้มากที่สุด แซงหน้า ‘ไซ’ อดีตรุ่นพี่ร่วมค่าย

หลังจากที่ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BlackPink ได้รับการขนานนามจากสื่อยกเป็น ศิลปินเดี่ยวที่โดดเด่นที่สุดในรอบทศวรรษ, การมีผลงานติดท็อปชาร์ตหลัก ๆ ทั่วโลก, รวมถึงท็อปสูงสุดของทั้ง YouTube, Spotify และ iTunes รวมถึงแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วยผลงานเพียงแค่ 2 เพลง พร้อมทั้งขึ้นรับรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ มาอย่างมากมาย และล่าสุด กินเนสฯ ได้บันทึกชื่อของเธอเพิ่มอีก 2 สถิติอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

โดยเริ่มจากสถิติใหม่อย่าง ศิลปินหญิงเดี่ยวเค-ป็อปที่มียอดสตรีมใน Spotify แตะ พันล้านได้เร็วที่สุดทั้งจากผลงานเพลง LALISA, Money และ SG (ร่วมงานกับ ดีเจสเนค, โอซูนา และ เมแกน ที สตอลเลียน ) ซึ่งถูกบันทึกสถิตินี้ไว้เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2022

ตามมาด้วย กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด ได้ยืนยันว่า อัลบั้ม LALISA ยังเป็นอัลบั้มศิลปินเดี่ยวเค-ป็อป ที่มียอดสตรีมใน Spotify ถึง พันล้าน ซึ่งถูกบันทึกเอาไว้เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2023 นับเป็นเวลา 595 วันหลังจากปล่อยผลงานอัลบั้มแรกออกมา

‘กกต.’ จัด Big Day ชวนคนไทยใช้สิทธิเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้ ย้ำ!! พบปัญหาเร่งแก้ทันที ไม่ให้ซ้ำรอยอีก กำชับจนท.เรียบร้อย

(9 พ.ค. 66) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรม Big Day รณรงค์เชิญชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ภายใต้แคมเปญ “ไทยโหวต คนไทยพร้อมใช้สิทธิ” ซึ่งจัดให้มีกิจกรรมรณรงค์พร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ กกต.เป็นตัวแทนรณรงค์เชิญชวนคนไทยออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ณ สนามกีฬาจังหวัด จันทบุรี ภาคเหนือที่ห้าแยกหอนาฬิกา จ.ลำปาง ภาคใต้ ที่ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี และภาคอีสาน ที่ศาลาว่าการหลังเก่า จ.กาฬสินธุ์ พร้อมมีการปล่อยขบวนรถรณรงค์ชวนคนไทยไปใช้สิทธิ และขบวนรถของสำนักงานเขตกรุงเทพฯ จำนวน 50 คัน

โดยนายอิทธิพร ให้สัมภาษณ์ถึงการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยตั้งเป้าไว้ที่ 80% ขึ้นไป ว่าเป็นตัวเลขที่เราตั้งใจและจะประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุดในทุกระดับ วันนี้เป็นการเปิดตัวอย่างจริงจังอีกครั้ง หวังว่าประชาชนจะพร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิ ขอให้ดูกฎกติกา ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเสีย โดยตั้งเป้าว่าไม่อยากให้บัตรเสียเกิน 2% ซึ่งจะพยายามทำทุกวิถีทาง สร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ทุกคนได้ทราบก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดปัญหาหลายเรื่องจะทำอย่างไรไม่ให้วันที่ 14 พ.ค.เกิดเหตุอีกนั้น ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหาจะต้องตรวจสอบหาสาเหตุและหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้ว นั่นคือเป้าหมายหลักของเรา ไม่อยากให้ทำงานผิดพลาด แต่หากพบข้อผิดพลาดประเด็นใดจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และต้องแก้ไขโดยทันที ซึ่งข้อผิดพลาดที่ได้รับรายงานมาจะกำชับสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ว่าจุดไหนที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก

เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้ กกต. ตกเป็นเป้าและถูกโจมตีนั้น นายอิทธิพร กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกว่าตกเป็นเป้าและถูกถล่ม แต่อีกทางรู้สึกดีใจว่าการทำงานของเรามีคนช่วยตรวจสอบ ทั้งการทำงานของ กกต. และการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีถ้าไม่มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนโดยสื่อมวลชน การทำงานของ กกต. อาจไม่ 100%

เมื่อถามถึงปัญหาการใส่รหัสหน้าซองผิด และการที่ไม่ได้จ่าหน้าซองเลย จะทำอย่างไร ประธาน กกต. กล่าวว่า มีน้อยมาก เพราะคนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ 2.2 ล้านคน มีข้อผิดพลาดแต่ไม่เยอะ โดยพบว่ามีการกรอกเขตเลือกตั้งผิด ไม่ใช่กรอกรหัสไปรษณีย์ แต่เมื่อมีการหย่อนบัตรลงไปในหีบเลือกตั้งแล้ว หลัง 17.00 น. ก็จะมีการตรวจสอบแต่ละหน้าซองว่าถูกต้องหรือไม่ และจะแก้ไขแล้วส่งไปในจุดหมายที่ควรจะเป็น

ด้านนายแสวง กล่าวเพิ่มว่า เมื่อเกิดปัญหาการจ่าหน้าซองผิด สำนักงาน กกต. ได้แจ้งไปยัง ผอ.เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่าก่อนมอบบัตรให้กับไปรษณีย์ให้ตรวจหน้าซองก่อน เพราะพบข้อผิดพลาด และเมื่อประสานไปทางไปรษณีย์ ก่อนรับให้ตรวจนับว่าหน้าซองมีการกรอกตัวเลขหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วจนถึงวันนี้ ไม่พบว่าไม่มีการจ่าหน้าซอง มีแต่การกรอกเกรดผิดก็ต้องมีกรรมการวินิจฉัย

เมื่อถามว่าที่มีคนจะไปฟ้องร้องเอาผิด กกต. ตามมาตรา 157 หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ หรือล้างไพ่ใหม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า เป็นแค่กระแสและความคิดของคนที่เห็นว่าการทำงานของ กกต. เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ กกต. ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่เป็นพนักงาน ถ้าเห็นว่าการทำงานของ กกต. บกพร่องและต้องได้รับการพิจารณา ก็เป็นสิทธิ์ที่จะฟ้องได้กับผู้ที่มีอำนาจตัดสินการทำหน้าที่ของ กกต. ไม่มีปัญหา ซึ่งทุกครั้งที่มีการฟ้องร้องก็ต้องพร้อมสู้คดี ที่สู้เพราะเราปฏิบัติงานโดยสุจริต ปฏิบัติตามกฎหมาย อีกทั้งตอนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ และการเลือกตั้ง 14 พ.ค. เสียงลงคะแนนเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top