Tuesday, 21 July 2026
NewsFeed

เรือท่องเที่ยวล่ม ใน ‘อินเดีย’ เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ล่าสุดจนท.ยังคงเร่งหาผู้สูญหาย

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 เอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุเรือสองชั้นบรรทุกนักท่องเที่ยวล่ม ทางตอนใต้ของเขตมาลัปปุรัมในรัฐเกรละ ประเทศอินเดีย เมื่อค่ำวันอาทิตย์ ประเมินว่ามีผู้โดยสารอยู่ราวๆ 30 คน ก่อนเรือพลิกคว่ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

ชาวอินเดียหลายสิบคนในพื้นที่เกิดเหตุช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตทั้งบนเรือและบริเวณรอบๆ เรือที่จมอยู่ตลอดทั้งคืน และการค้นหาดำเนินต่อเนื่องจนถึงวันจันทร์

"เรากู้ศพได้แล้ว 22 ศพ แบ่งเป็นหญิง 15 รายและชาย 7 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 6 คนถูกนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยยังดำเนินต่อไป" เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับเอเอฟพี

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตพร้อมกัน 11 รายในเหตุการณ์นี้ โดย 3 รายในนั้นเป็นเด็ก

ผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งซึ่งอยู่บนเรือกับสามีและลูกสาวของเธอ บอกกับสื่อว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่บนเรือเป็นเด็ก และก่อนเกิดเหตุมีควันลอยออกมาจากเรือขณะเดินทาง พร้อมชี้แจงว่ารอดชีวิตมาได้เพราะสวมเสื้อชูชีพ

สถานีโทรทัศน์ของอินเดียระบุว่า ทีมกู้ภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่จากกองกำลังรับมือภัยพิบัติแห่งชาติและหน่วยยามฝั่งอินเดีย ใช้กล้องใต้น้ำเพื่อค้นหาผู้ที่ยังสูญหาย

วีดี เสถียรสรรค์ นักการเมืองจากพรรคฝ่ายค้านของรัฐเกรละ กล่าวว่า เหตุเรือล่มที่เกิดขึ้นป็นฝีมือมนุษย์ และเรียกร้องให้มีการสอบสวน "ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเรือลำนี้มีใบอนุญาตหรือไม่" เขากล่าวกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์

‘อาตุ่ย’ เปิดใจทั้งน้ำตา หลังหลงผิดเชื่อลัทธิ ทำชีวิตเกือบพัง สูญเงิน 100 ล้าน เป็นหนี้อีก 50 ล้าน คนรอบตัวเตือนก็ไม่ฟัง

(9 พ.ค. 66) ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด พงศ์สุชาติ ออกมาเปิดใจกับรายการ แฉ เล่าอุทาหรณ์ ช่วงชีวิตที่เคยหลงผิดจนสูญเสียทุกอย่าง เจ้าตัวเล่าทั้งน้ำตาหลังหลงเชื่อลัทธิ เอาเรื่องธรรมอันสูงส่งมาใส่หัว จนเชื่อและยอมทำตาม ใครเตือนใครห้ามก็ไม่ฟัง งานในวงการที่มีอยู่ ก็ไม่สนใจ มองเป็นเรื่องไร้สาระ มีเงินเก็บร้อยล้านก็หมดเกลี้ยง แถมยังเป็นหนี้ 50 ล้าน

โดยอาตุ่ยเล่าว่า เมื่อย้อนกลับไป จะเคยเห็นภาพอาตุ่ยถ่ายคู่กับไลฟ์โค้ชท่านหนึ่ง ก่อนที่ช่วงหลังจะค่อยๆ หายไป กลับมาเป็นอาตุ่ยคนเดิมในวันนี้ มีความสุขกับการได้ทำบุญ ได้มีธรรมนำใจในแบบของตัวเอง ขณะที่บรรดาลูกศิษย์ไลฟ์โค้ชคนดังกล่าว ที่มีทั้งดาราและคนดัง ล่าสุดก็เหมือนจะพากันเฟดตัวออกมากันหมด

ช่วงที่ไปฟังเขา ทำให้เราคิดว่า งานในวงการเป็นเรื่องไร้สาระ ฟังเขาแล้วเชื่อ เห็นเป็นคุณธรรมอันแสนจะสูงส่ง ทั้งที่ความจริงแล้ว งานในวงการบันเทิง มันสร้างความสุขให้กับคน

คนที่เขารักเรา ห่วงเรา เขาต้องผิดหวังเสียใจ แล้วในเวลานั้นเราทำให้หลายๆ คนผิดหวังในตัวเรา เสียใจที่สุดคือเรื่องนี้ ส่วนเรื่องเงินทองที่หายไปมันก็คือเงินทอง แต่ความรักที่หายไปมันเยอะมาก ในช่วงที่เข้าหลงลัทธิ ถ้าเราไม่มีสติปัญญาทัน เราก็จะหลงเตลิดไป เสียเวลาในชีวิตเยอะมาก ประมาณ 6-7 ปี

“ตำรวจไซเบอร์รวบอดีตพิธีกรรายการดัง ผันตัวเป็นพ่อค้าออนไลน์ ก่อนเบี้ยวส่งสินค้า พบเหยื่อหลายรายเสียหายรวมนับแสนบาท”

สืบเนื่องจาก ช่วงประมาณกลางปี 2565 สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้บริโภค กรณีซื้อของจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ต๋อ ขายปลีก ราคาส่ง-ราคาหน้าโกดัง” โดยมีนายฤทธิรงค์เป็นเจ้าของเพจ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5 พันคน โดยได้ไลฟ์สดขายสินค้าในชีวิตประจำวัน อาทิ สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม และอื่นๆ ในราคาถูกกว่าท้องตลาด ต่อมาเพจดังกล่าวไม่จัดส่งสินค้า และไม่ยอมคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่สั่งซื้อสินค้าไว้ สุดท้ายไม่สามารถติดต่อนายฤทธิรงค์ได้ในเวลาต่อมา กลุ่มผู้เสียหายจำนวนเกือบ 100 รายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พบมูลค่าความเสียหายรวมเกือบแสนบาท  

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งขออำนาจศาลออกหมายจับ และร่วมกันนายฤทธิรงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน” โดยควบคุมตัวได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
 
โดยในเบื้องต้น นายฤทธิรงค์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าก่อนหน้าที่ตนเองจะมาไลฟ์สดขายสินค้าผ่านออนไลน์นั้น เคยทำงานเป็นพิธีกรดำเนินรายการของรายการดัง ต่อมาเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงตัดสินใจลาออกและประกอบอาชีพขายของ จนกระทั่งปลายปี 2564 ได้เห็นเปิดเพจบนเฟซบุ๊กชื่อ “ต๋อ ขายปลีก ราคาส่ง-ราคาหน้าโกดัง” ซึ่งมียอดการจำหน่ายสินค้าได้ประมาณวันละ 30,000 – 50,000 บาท ต่อมาช่วงเดือน เม.ย.65 อ้างว่าโกดังได้ถูกน้ำท่วมจนสินค้าเกิดความเสียหายไม่สามารถจัดส่งได้ อีกทั้ง หมุนเวียนเงินไม่ทันจึงไม่สามารถชดใช้เงินให้ผู้เสียหายจำนวนมากได้ แต่ได้พยายามทยอยคืนเงินชดใช้ให้ผู้เสียหายบางรายแล้ว เมื่อทราบว่าตนเองถูกออกหมายจับ จึงได้หลบหนีและถูกจับกุมตัวดำเนินคดีในเวลาต่อมา

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท. พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.2,

‘สองผัวเมีย’ ชิ่งหนี!! หลังชวน ‘ออมเพชร’ โกงเงินไปหลายสิบล้าน ล่าสุดได้คืนมาบางส่วน ผู้เสียหายเพียบ คาดมูลค่าอาจถึง 100 ลบ.

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี มีผู้เสียหายและพนักงานร้านเพชรชื่อดังย่าน จ.สมุทรสาคร ที่เปิดขายเพชร-ทอง ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ถูกเจ้าของร้านซึ่งเป็นสองสามีภรรยาปิดร้านหนีไปทำให้พนักงานร้านเพชรมืดแปดด้าน มิหนำซ้ำ สองสามีภรรรยายังค้างส่งของเพชรให้ลูกค้ากว่า 300 ราย  รวมมูลค่าความเสียหายหลาย 50 ล้านบาท ตอนนี้ชิ่งหนีหายเข้ากลีบเมฆ พนักงานและผู้เสียหายได้รวมตัวกันร้องดำเนินคดีกับกองบังคับการปราบปรามและร้องขอความช่วยเหลือจากทนายความตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานีได้รับการประสานงานจาก นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ว่าสามารถติดตามเพชรของ น.ส.นุจรี ที่ซื้อไว้กับ น.ส.นันทิดา ได้แล้วบางส่วน ที่เป็นแห่งหนึ่งที่สองสามีภรรยาสั่งออเดอร์มาเพื่อนำมาไลฟ์สดเพื่อให้กับลูกค้า แต่สุดท้ายไม่ส่งคืนให้ โดยไปติดตามได้จากน้าสาวที่ จ.อุดรธานี เป็นเลสข้อมือทองคำขาวล้อมด้วยเพชรแท้ จำนวน 4 ชิ้น และแหวนเพชรอีก 4 วง ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นลูกค้าสายมูเป็นเลสข้อมือรูปร่างพญานาคและงู รวมมูลค่าทั้งหมดเกือบ 800,000 บาท

นายภาณุมาศ เปิดเผยว่า ตนได้รับการประสานงานจากทนายไพศาลและคุณนุจรี ผู้เสียหายว่า ร้านเพชรออนไลน์ที่ จ.สมุทรสารคร ของนายเสรี กับนางสาวนันทิดา เจ้าของร้านเพชรชื่อดังที่จังหวัดสมุทรสาคร และมาทำธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟที่ จ.อุดรธานี ซึ่งหลังจากได้รับการประสานจึงลงพื้นที่ตามหา เพราะเรามีเบาะแสว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนมาประกอบธุรกิจร้านอาหารที่ เมื่อเข้าไปสอบถามที่ร้านอาหารพบว่ามีเพียงแต่พนักงานอยู่ และพนักงานแจ้งกลับมาว่าเจ้าของไม่ได้เข้าร้านมาประมาณ 3-4 วัน แล้วพนักงานเองก็ยังไม่ได้เงินเดือนด้วย จึงได้ไปสอบถามไปทางผู้จัดการร้าน ชื่อคุณ “จ” ให้ช่วยประสานญาติแตะติดต่อนัดเจอพูดคุย ซึ่งทางญาติทราบต่อมาว่าเป็นน้าของคุณนันทิดาก็ออกมาพบและเมื่อสอบถามหาผู้ต้องหาทั้ง 2 คน น้าก็ปฏิเสธไม่รู้ว่าอยู่ไหน และส่วนเรื่องเพชรน้าสาวก็เพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้เป็นคดีความและเป็นข่าวไปแล้ว

เมื่อสอบถามด้านน้าสาวบอกว่า เคยเห็นเครื่องเพชรแบบนี้ที่ร้านส่งมา ทางน้าสาวก็ตอบกลับมาว่าเครื่องเพชรนี้มีอยู่กับตน โดยตอนนั้นหลานคือนางสาวนันทิดานำมาฝากไว้ แล้วฝากความบอกด้วยว่าเครื่องเพชรจำนวนนี้เป็นขอนุจรี เดี๋ยวนุจรีจะมาเอา จากนั้นหลานก็ไม่กลับมาอีกเลย ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน น้าจึงมอบเครื่องเพชรในตนส่งมอบต่อให้คุณนุจรีต่อไป โดยวันนี้ตนจะนำเครื่องเพชรส่งคืนให้เจ้าของต่อไปโดยนัดส่งมอบที่กองปราบที่กรุงเทพฯต่อไป

Warren Buffett ลั่น!! ดอลลาร์ยังเป็น KING อีกยาว ฝ่าวงล้อมฝ่ายด้อยค่า ให้ราคาโลหะมากกว่า FIAT

(9 พ.ค. 66) World Maker เผยว่า “เรา (ดอลลาร์) คือสกุลเงินสำรองของโลก ผมยังไม่เห็นตัวเลือกสกุลเงินใดเลยที่จะมาเป็นเงินสำรองแทนดอลลาร์” นั่นคือคำพูดที่ปู่ Warren Buffett ลั่นเอง!! หักหน้ากูรูฝั่งคอมมิวนิสต์ชัดเจน!! งานนี้คงต้องรอดูว่าระหว่างนักลงทุนระดับตำนานผู้ประสบความสำเร็จทางการเงินแบบมีผลงานพิสูจน์ได้ชัดเจนแก่สายตาโลก vs กูรูโปรจีน-รัสเซีย มุมมองของใครจะคมกว่ากัน ? เพราะตอนนี้แม้แต่ในไทยเองก็มีผู้ที่ยกตัวเป็นกูรูการเงินโลกมากมายออกมากล่าวอย่างมั่นใจให้คนทิ้งดอลลาร์และซื้อทองคำแทน! ขณะที่ฝ่ายปฏิบัติการของจีน-รัสเซียพยายามทำทุกวิถีทางที่จะกระชากดอลลาร์ลงจากบัลลังก์

อย่างไรก็ตาม แม้ปู่จะมั่นใจในเรื่องของดอลลาร์ แต่ปู่ก็เตือนไม่ให้รัฐบาลสหรัฐฯ จ่ายเงินแบบไม่คิดเนื่องจากหากมีการใช้จ่ายเงินมากเกินไป (จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่สหรัฐฯ แต่เป็นทั่วโลก) จะทำให้เกิดเงินเฟ้อได้ ปู่ Buffett จึงเตือนให้ “ระมัดระวังอย่างมาก” ในขณะที่ปู่เองยังถือครองเงินสดในเอาไว้มหาศาลกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในบริษัท Berkshire และยังคงมองว่าเงินสดมีความสำคัญไม่แพ้ใครในช่วงเวลาที่โลกมีความตึงเครียดด้านสภาพคล่องเช่นนี้ และหลายสินทรัพย์มีการประเมินมูลค่าค่อนข้างสูง

ถึงกระนั้น มุมมองของปู่ถูกด่าอย่างเหยียดหยามว่าเป็น “คนโง่” สำหรับกูรูหลายคน โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งแสดงเชื่อมั่นเกิน 100% ว่าดอลลาร์จะพังทลายกลายเป็นแบงก์กงเต็กไม่มีใครเอา โดยกูรูเหล่านี้กล่าวว่า “มีแต่พวกไม่รู้เรื่องเศรษฐศาสตร์และการเงินที่บอกว่าดอลลาร์จะอยู่ต่อไปได้” (แสดงว่าปู่ Warren Buffett ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์-การเงิน ?? จริงหรือ ??) แม้ว่ากูรูเหล่านี้จะไม่เคยมีผลงานพิสูจน์ประจักษ์แก่สายตาโลกเหมือนปู่ Warren Buffett ก็ตาม

📌 ซึ่งขณะเดียวกันนี้ พบว่ามีกองทุน Hedge Funds จำนวนมากที่กำลัง Short Sell พันธบัตรสหรัฐฯ อยู่ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเดิมพันว่าราคาพันธบัตรสหรัฐฯ จะเป็นขาลง เนื่องจากพวกเขามองว่า FED ใกล้ถึงจุด Peak ของดอกเบี้ยและมีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยลงในปลายปีนี้ แม้ Powell จะไม่ได้ยืนยันแต่อย่างใดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยจริง และล่าสุดยังย้ำว่า FED จะต้องต่อสู้กับเงินเฟ้อต่อไป

การ Short พันธบัตรของสหรัฐฯ เป็นการ Bet Against America ในอีกทางหนึ่ง และอยู่ในสถานะตรงข้ามกับยักษ์ใหญ่แห่ง Wall Street หลายแห่งเช่น JPMorgan, Morgan Stanley ซึ่งมองว่าพันธบัตรเป็นการลงทุนที่ดี (แน่นอนว่าขัดกับกูรูฝั่งคอมมิวนิสต์ด้วยที่แนะนำให้คนทิ้งดอลลาร์และสินทรัพย์ของสหรัฐฯ)

แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเดิมพันเหล่านี้อาจมาจากการป้องกันความเสี่ยงได้เช่นกัน กล่าวคือนักลงทุนมีการซื้อพันธบัตรด้วยเงินสด และมา Short Sell ในตลาด Futures เอาไว้บางส่วนเพื่อพยายามทำกำไรจากส่วนต่างของราคาในกรณีที่พันธบัตรปรับตัวลดลงในระยะสั้น และยังอาจเป็นการบ่งชี้ว่าดอกเบี้ยพันธบัตรในปัจจุบันยังต่ำเกินไปเมื่อดอกเบี้ย FED อยู่ที่ประมาณ 5.25% (ดอกเบี้ยพันธบัตร 2 ปีของสหรัฐฯ ตอนนี้อยู่ที่เพียง 3.98%)

ปฏิบัติการถล่มดอลลาร์ของคอมมิวนิสต์จีน-รัสเซีย เกิดขึ้นในขณะที่คนจำนวนมากกังวลว่าสหรัฐฯ จะเกิด Recession ไปจนถึงการเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ ซึ่งยิ่งทำให้มีเหตุผลมากมายมา Support ให้คนอยากถือทองคำ คิดอะไรไม่ออกก็ถือทองคำเอาไว้ก่อน เพราะทองคำถูกมองเป็น Safe Haven ที่รักษามูลค่าได้อย่างยาวนาน

ตอนนี้แม้แต่นักลงทุนระดับสถาบันจำนวนมากก็แห่กันเข้าไปซื้อทองคำ และดูจะมีความโปรดปรานในทองคำมากกว่า Bitcoin ซึ่งเป็นอีก 1 สินทรัพย์ที่ก่อนหน้านี้เป็นกระแสว่าจะล้มดอลลาร์และกลายเป็นทองคำดิจิทัล แต่สุดท้ายกลายเป็นราคา Bitcoin ร่วงยับก่อนดอลลาร์-ทองคำ

สิ่งที่กูรูฝ่ายคอมมิวนิสต์นำมาเชียร์ให้คนทิ้งดอลลาร์ ทิ้งพันธบัตรสหรัฐฯ และรุมซื้อทองคำนั้น ส่วนใหญ่มาจากหลักเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐฯ พิมพ์เงินออกมาได้แบบไม่ต้องมีทองคำหนุนหลัง หรือเรื่องของระบบหนี้และเพดานหนี้ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ หรือพูดง่าย ๆ ว่ากูรูกลุ่มนี้มองว่าชาวยิวนั้นโง่และไม่มีความรู้ทางการเงิน ที่ตัดสินใจพิมพ์ดอลลาร์ออกมาโดยไม่ต้องมีทองหนุนหลัง (แต่สุดท้ายแล้วชาวยิวจะโง่ ? หรือคนกลุ่มนี้กันแน่ที่คิดไม่ทันชาวยิว ? เรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไป)

ราคาทองคำโลกในปัจจุบันพึ่งทำระดับ All Time High ใหม่ที่ประมาณ 2,080 $/Oz ไปไม่กี่วันก่อน และในวันนี้ก็ยังเทรดอยู่ในระดับประมาณ 2,025 $/Oz ซึ่งไม่ห่างจาก All Time High ล่าสุดมากนัก ขณะที่กูรูฝั่งจีน-รัสเซียกำลังกระหน่ำข่าวว่าดอลลาร์จะพังทลายไม่มีใครเอา ให้ผู้คนรีบแห่ไปซื้อทองคำเก็บเอาไว้โดยเร็ว 

📌 ทางด้าน Janet Yellen ขุนคลังของสหรัฐฯ ล่าสุดออกมากล่าวถึงเรื่องของเพดานหนี้ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ โดยระบุว่าสหรัฐฯ มีความเสี่ยงครั้งใหญ่ภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หากรัฐบาลยังไม่สามารถตกลงกันได้ที่จะระงับหรือขยายเพดานหนี้ต่อไป และหากสหรัฐฯ ผิดชำระหนี้ มันจะกลายเป็นความเสียหายรุนแรง และที่สำคัญที่สุดคือจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์และพันธบัตรของอเมริกาอย่างมาก

เมื่อมองสถานการณ์เช่นนี้แล้ว กูรูฝั่งจีน-รัสเซียจึงยิ่งมั่นใจเกิน 100% เสียอีกว่าดอลลาร์จะพัง และสิ่งที่พวกเขาแนะนำผู้คนก็คือการสะสมทองคำหรือที่ดินเอาไว้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว สินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกล้วนเป็นฟองสบู่ได้หมด และนี่อาจใกล้ถึงช่วงเวลาสำคัญที่เราจะได้เห็นแล้วว่าสุดท้ายทองคำ-ที่ดิน vs ดอลลาร์ อันไหนจะพังก่อนกัน

แน่นอนว่าถ้าสหรัฐฯ ชำระหนี้ไม่ได้จริง ความฝันของกูรูฝั่งคอมมิวนิสต์จะใกล้ความจริงขึ้นมาอย่างมาก เพราะมีแนวโน้มที่คนจะยิ่ง Panic และแห่กันเข้าไปซื้อทองคำจนราคาพุ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ทางด้าน Joe Biden กำลังจะหารือเรื่องนี้ภายในวันที่ 9 พ.ค. 66 (พรุ่งนี้) ขณะที่ทาง Jerome Powell ประธาน FED ออกมากล่าวว่า “เราไม่ได้อยู่ในจุดที่จะพูดถึงประเด็นที่สหรัฐฯ จะผิดชำระหนี้เลย” พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงหายนะได้ หรืออาจจะไม่เกิด Recession อย่างที่หลายคนกลัว

สิ่งที่น่าจับตามองเกี่ยวกับ FED, ดอกเบี้ย, ดอลลาร์, ทองคำ, พันธบัตร, Crypto และสินทรัพย์อื่น ๆ ก็คือการที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะร้อนแรงสูง อัตราว่างงานต่ำสุดในรอบราว 50 ปี ดังนั้นจึงมีความไม่แน่นอนสูงว่า FED จะเลือกดำเนินนโยบายอย่างไร ? จะผ่อนคลายเรื่องดอกเบี้ยได้ภายในปีนี้หรือไม่ ? ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะออกมาหลังจากนี้ เพราะ FED กล่าวชัดเจนว่าจะยึดข้อมูล Real Time เป็นหลัก ไม่ใช่คาดการณ์ของตลาด

นั่นแปลว่าแม้จะมีวิกฤต Bank Run เกิดขึ้นซึ่งทำให้หลายคนกังวล และทำให้กูรูฝั่งคอมมิวนิสต์ถือโอกาสกระหน่ำข่าวโจมตีสหรัฐฯ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราอาจต้องจับตาดูมิติอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่จะไปด่วนสรุปว่าสหรัฐฯ จะเกิดหายนะเพราะวิกฤต Bank Run หรือเพราะจีน-รัสเซียพยายามทุบดอลลาร์โดยร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรหลาย ๆ ประเทศ

นอกจากนี้ ประเด็นเงินเฟ้อเป็นอะไรที่ซับซ้อนและมีหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ว่าสหรัฐฯ เกิด Recession แล้วเงินเฟ้อจะลดลงกลับสู่เป้าหมาย 2% ของ FED ได้ เพราะในความเป็นจริงยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ, ความคาดหวังของผู้บริโภค, การใช้จ่ายเงินของผู้คน, ปัญหาด้าน Supply Chain และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นกรณีที่สหรัฐฯ เกิด Recession จริง ๆ แต่เงินเฟ้อก็อาจยังไม่ได้ลดลงก็ได้ ซึ่งเรื่องภาวะเช่นนี้ว่า Stagflation

📌 โดยเฉพาะหากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แนวโน้มของเงินเฟ้อก็ยิ่งลดลงยากขึ้นไปอีก เว้นเสียแต่ว่าราคาสินทรัพย์อื่น ๆ จะโดนเทขายครั้งใหญ่และดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เงินเฟ้อจึงมีแนวโน้มลดลงได้ดีกว่า ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะทางจีน-รัสเซียกำลังพยายามดันเงินเฟ้ออย่างเต็มที่ในศึกสงครามกับสหรัฐฯ และมีแนวโน้มสูงมากว่าฝั่งคอมมิวนิสต์จะทำทุกอย่างต่อไปเพื่อซัดให้ดอลลาร์จมดินให้ได้

สถานีรถไฟปราณบุรีปรับปรุงใหม่ บนรถไฟทางคู่สายใต้ สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม-มีมาตรฐาน เพื่อคนทุกกลุ่ม

(9 พ.ค. 66) เพจ 'ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย' ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

วันนี้ทีมพีอาร์ฯ ขอนำเสนอ สถานีรถไฟปราณบุรี ซึ่งเป็นสถานีที่ปรับปรุงใหม่ในโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์

โดยสถานีมีการปรับปรุงสภาพสถานี และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างจริงจัง เพื่อคนทุกกลุ่ม ตามมาตรฐาน Universal Design ได้แก่

- ทางลาด เข้าถึงทุกสิ่งอำนวยความสะดวก และชานชาลา 
- ชานชาลาสูง ระดับเดียวกับพื้นรถไฟ
- ห้องน้ำใหม่ พร้อมกับการทำห้องน้ำ สำหรับคนทุกกลุ่ม
- พื้นที่รอโดยสาร และห้องจำหน่ายตั๋ว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก 
- ร้านค้า ภายในตัวสถานี เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น

โดยการพัฒนาเส้นทาง ในโครงการทางคู่ทั้งหมด ถูกออกแบบเพื่อให้รองรับรถไฟ ได้มากขึ้นถึง 4 เท่า จากการให้บริการเดิม 

โดยการปรับปรุงอาณัติสัญญาณ เป็น ETCS Level 1 ซึ่งเป็นระบบดิจิตอล ทำให้รู้ตำแหน่งของรถไฟอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยในการให้บริการ และทำให้เพิ่มปริมาณรถไฟในราง ได้มากขึ้นถึง 4 เท่า

ในการออกแบบการพัฒนารถไฟทางคู่ ทั้งหมดรองรับการพัฒนาต่อเนื่องในอนาคต เช่น รองรับการขยายเส้นทางเพิ่มเติม การเพิ่มขึ้นของการขนส่งสินค้าทางระบบราง การเพิ่มขบวนรถไฟ และการติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้าเหนือหัว (OCS) ในอนาคต

ซึ่งการพัฒนาสถานี และเส้นทาง เป็นรถไฟทางคู่ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางของไทย 

‘ทักษิณ’ ทวีตพลัดพรากจากครอบครัว 17 ปี ขออนุญาตกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน ก.ค.นี้

(9 พ.ค. 66) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 โพสต์ทวิตเตอร์เช้านี้ ข้อความระบุว่า "ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับ เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ"

'เฒ่าสามนิ้ว' สั่งสอน 'พิธา' พูดให้ระวังปาก ชี้!! สมัยกรุงศรีฯ มี 2 ใน 5 ราชวงศ์ มาจากสุพรรณบุรี

(9 พ.ค. 66) สุชาติ สวัสดิ์ศรี อดีตศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถึงจะเป็น Voter ให้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่สิ่งที่ ‘พิธา’ เผลอพูดออกมานี้ ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น

สยามประเทศแต่เดิมนั้นเต็มไปด้วยเสียงและสำเนียงร้อยพ่อพันแม่

ชาวสงขลากว่า 6 หมื่น แห่ฟังปราศรัยใหญ่ ปชป. ด้าน 'นิพนธ์' ลั่น!! ประชาธิปัตย์ ไม่มีวันตาย

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์, นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และขุนพลฝีปากกล้าพรรคประชาธิปัตย์, นางวทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) ประธานคณะกรรมการการเมืองพรรคปชป. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) ประธานการศึกษาทันสมัยพรรคปชป. ร่วมด้วยผู้นำท้องที่ โดยนายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกอบ จ.สงขลา และสมาชิกสภา อบจ.สงขลา ขึ้นเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ขอคะแนนเสียงช่วย 3 ผู้สมัคร 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 4 เขต 2 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 4 และเขต 3 นายสมยศ พลายด้วง ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 4 และขอเสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 26 ณ สนามสอนขับรถยนต์ คลอง ร.5 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้เรียนกับพี่น้องว่าทำไมต้องเลือกประชาธิปัตย์ เพราะหลายคนมองว่าประชาธิปัตย์ไม่ทำอะไรเลย จึงขอเรียนว่าสิ่งที่ประชาธิปัตย์ทำ อยากให้ทุกคนลองไปทบทวน อย่างน้อยบางสิ่งที่บอกได้คือ เรื่องของนมโรงเรียน ประชาธิปัตย์คิดสมัยท่านชวนเป็นนายก ตั้งแต่ปี 2536 มาถึงวันนี้ ปี 2566 ลูกหลานทุกคนยังได้ดื่มนมโรงเรียน นี่คือนโยบายประชาธิปัตย์ นี่คือสิ่งที่ท่านชวนคิดเมื่อ 30 ปีที่แล้วยังไม่มีใครกล้ายกเลิก ให้ดื่ม 5 วันต่อหนึ่งสัปดาห์ ปีหนึ่งดื่ม 250 วัน รอบนี้ประชาธิปัตย์มาประกาศถ้าได้เป็นแกนนำร่วมรัฐบาลจะให้ลูกหลานพี่น้องดื่มนมตลอดทั้งปีคือ 365 วัน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ทำในเรื่องสร้างคน และด้วยนโยบายของพรรค ทำให้ลูกหลานได้กินอาหารกลางวันอีก และลูกหลานพี่น้องถ้าจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพก็ต้องขายนาขายสวน ส่งให้ลูกเรียน มาวันนี้พี่น้องสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาไม่ต้องขายนาขายสวน ซึ่งท่านชวนได้ตั้งกองทุน กยศ.ขึ้นมาเพื่อให้ลูกหลานได้ เรียนหนังสือ ซึ่งปัจจุบันมีเด็กที่จบด้วยทุน กยศ.มีเป็นหกล้านคน นี่คือสิ่งที่พรรคทำ ยังไม่พอสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายก นายจุรินทร์เป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษามีฟรี 5 อย่างคือชุดนักเรียนฟรี กระเป๋าหนังสือฟรี รองเท้าฟรี ทัศนศึกษาฟรี อุปกรณ์การเรียนฟรี ประชาธิปัตย์คิดเพิ่อลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องมาถึงวันนี้ก็ยังใช้ฟรี แต่ถ้าไม่มีนโยบายนี้ทุกคนต้องจ่ายเงินเอง 

วันนี้ประชาธิปัตย์คิดต่อ และรอบนี้ถ้าพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล จะให้ลูกหลานเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ในสาขาที่ขาดแคลน นี่คือความหมายสร้างคนของประชาธิปัตย์ คิดเรื่องสร้างคน เมื่อเทียบนโยบายต่อนโยบายว่าพรรคการเมืองเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์เวลาบอกกับพี่น้อง พูดอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้จะไม่พูด นี่คือประชาธิปัตย์ 

พี่น้อง อสม. ก็เช่นกัน ได้ค่าตอบแทนในสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายก และเป็นคนแรกที่ให้ค่าตอบแทนแก่ อสม.เพราะนี่เป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงวันนี้ยังไม่มีใครกล้ายกเลิกเบี้ยผู้สูงอายุเริ่มตั้งแต่ท่านชวนให้คนละ 200 บาท ไว้ซื้อหมากซื้อพลู ไข่เป็ด ไข่ไก่แต่ให้เฉพาะคนจน ต่อมาเพิ่มเป็น 300 บาท จนถึงพลเอกสุรยุทธ ให้ 500 แต่ยังให้กับคนจน จึงเป็นที่มาที่ว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนคัดเลือกคนจนเอง จนมีข้อครหานินทาเกิดขึ้น นี่คือความไม่เท่าเทียมจนถึงสมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เราคงบอกว่าใครอายุ 60 ปีขึ้นไปได้ทุกคน นี่ก็เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์

นิพนธ์ กล่าวต่อว่า ประชาธิปัตย์อยู่มา 77 ปี ย่างเข้าปีที่ 78 ประชาธิปัตย์ไม่ตายแล้ว เปลี่ยนหัวหน้าพรรคมา 8 คน ตั้งแต่นายควง อภัยวงศ์, หม่อมเสนีย์ พ.อ.ถนัด คอมันต์, นายพิชัย รัตกุล, นายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ,  นายอภิสิทธิ์ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อได้ พรรคบางพรรคขอมาเป็นนายกปีกว่าๆ เท่านั้น แต่ประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง จึงไม่เชื่อว่าพวกเราจะไม่เลือกนายชวน เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะไม่เลือกนายชวน

นี่คือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำมาแล้ว ซึ่งถ้าวันที่ 14 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ถ้าพี่น้องเลือกประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล ประชาธิปัตย์มีนโยบายอีกหลายเรื่อง 

พี่น้องข้าราชการ เราจะเอาเงินที่เป็นสมาชิก กบข. ที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือของกระทรวงแรงงาน เราจะเอาเงินจากกองทุนสมทบที่มีอยู่ในสองกองทุนนี้ประมาณเกือบสามล้านล้านบาท เราจะเอาออกมาเพียง 10% หรือ สามแสนล้านมาให้พี่น้องไปซื้อบ้านได้ หรือนำไปชำระหนี้ค่าผ่อนบ้านได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน นี่คือทีมเศรษฐกิจประชาธิปัตย์ พี่น้องไม่ต้องเป็นหนี้ไม่ต้องรับภาระเรื่องดอกเบี้ย เงินของพี่น้องที่ฝากอยู่ในกองทุนทุกๆ เดือน เอาเงินนี้มาให้ข้าราชการมาชำระหนี้ได้เลย นี่ประชาธิปัตย์คิดเรื่องแบบนี้ นี่คือสิ่งบอกว่าทำไมต้องเลือกประชาธิปัตย์

สานพลัง ร่วมกับ กลุ่ม ปตท. เปิดตัว สานพลัง x PTT Group Young Socialpreneur Hackathon 

บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผสานความร่วมมือกับ กลุ่ม ปตท. เปิดตัวโครงการ สานพลัง x PTT Group Young Socialpreneur Hackathon เฟ้นหาสุดยอดไอเดียนวัตกรรมมุ่งช่วยแก้ปัญหาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมจากความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดไอเดียไปสู่ธุรกิจเพื่อสังคม ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งความยั่งยืน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งให้สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยพัฒนาและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของสังคม จึงได้รวมพลังความร่วมมือกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. จัดโครงการ สานพลัง x PTT Group Young Socialpreneur Hackathon เพื่อเฟ้นหาและช่วยปั้นสุดยอดไอเดียนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนให้สามารถแก้ไขปัญหาในสังคมได้จริงโดยใช้จุดแข็งของ กลุ่ม ปตท. ในการสร้างโซลูชัน 4 โจทย์หลัก ได้แก่

-Sustainable Cities: การพัฒนาเมืองยั่งยืน
-Good Health & Wellbeing: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
-Local Economic Development: การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
-Environment: สิ่งแวดล้อม และสภาวะโลกร้อน

ระหว่างโครงการผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะมีโอกาสร่วมเวิร์กชอปการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมในเชิงธุรกิจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทในกลุ่ม ปตท. และองค์กรพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ ร่วมกับไรส์ (RISE) สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร มาเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ ซึ่งหากได้รับคัดเลือกเป็น 4 ทีมสุดท้าย จะมีโอกาสได้รับเงินรางวัลและเงินทุนตั้งต้นในการร่วมกระบวนการทดสอบไอเดียธุรกิจ Proof of Concept (POC) กับบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อพัฒนาไอเดียให้สามารถออกสู่ตลาดและแก้ไขปัญหาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้จริง รวมมูลค่ากว่า 540,000 บาท

สำหรับโครงการ สานพลัง x PTT Group Young Socialpreneur Hackathon เปิดรับไอเดียนวัตกรรมจากคนรุ่นใหม่ นักศึกษา บุคคลทั่วไป เเละ Startup (ที่ยังไม่จดเป็นนิติบุคคล) ซึ่งผู้ที่สนใจรับฟังรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติม สามารถเข้าร่วม Open House ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. โดยมีผู้บริหารจากบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ร่วมให้ข้อมูล พร้อมชวนรับฟังเสวนาในหัวข้อ Powering Life with Social Innovations จากผู้นำรุ่นใหม่ที่มีบทบาทโดดเด่นด้วยการพัฒนาตามหัวข้อ 4 โจทย์หลัก ได้แก่ ด้านการพัฒนาเมืองจาก Mayday ด้านสิ่งแวดล้อมจาก Refill Station ด้านสุขภาพจาก Younghappy และด้านเศรษฐกิจท้องถิ่นจาก Roots Incubation Program 

โครงการฯ เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ - 26 พฤษภาคม 2566 ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/yMTvnQV5n7ooH1BTA และผู้ที่สนใจเข้าร่วม Open House ในวันที่ 20 พฤษภาคม ลงทะเบียนได้ที่ https://rise-global.typeform.com/to/RNi5WvOx ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านทาง Facebook : PTT News และ Facebook: สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top