Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

'ศิลัมพา' เดือด 'พิธา' บอกให้ใช้เรือประมงรบแทนเรือดำน้ำ สวน!! เครื่องดับเพลิงมีติดบ้านไว้ ก็ไม่ได้แปลว่าอยากให้ไฟไหม้

'ศิลัมพา' งง 'พิธา' บอกให้ใช้เรือประมงรบแทนเรือดำน้ำ แนะหาข้อมูลก่อนพูดเรื่อยเปื่อย กางข้อมูลอาเซียนหลายประเทศก็มีเรือดำน้ำ ฟาดเจ็บนักการเมืองต้องทำให้กองทัพของชาติเข้มแข็งมิใช่ด้อยค่าหรือทำให้อ่อนแอลง

(1 พ.ค.66) จากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวชื่อดัง โดยระบุถึงแนวคิดเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง เชื่อมโยงการตัดงบประมาณของกองทัพ โดยระบุว่า...

"เดี๋ยวนี้กองทัพเรือเวลาเขารุกกัน เขาไม่ใช้เรือดำน้ำ เขาใช้เรือประมง ให้คุณไปดูเวียดนาม คือ มันมีการสร้างความวิตกจริต มีการซ้อมรบกัน แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง” ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าว ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และถูกส่งต่อกันไปอย่างกว้างขวาง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 24 กทม. พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า...

"ตนได้เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกตกใจมาก ที่คนระดับขันอาสามาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับรู้เรื่องความมั่นคงในประเทศต่ำถึงเพียงนี้ เพราะในปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะเพื่อนบ้านใกล้ชิดไทย ต่างก็มีเรือดำน้ำเข้าประจำการในกองทัพแทบทั้งสิ้น อาทิ มาเลเซียมี 2 ลำ พม่า 2 ลำ และกำลังต่อเพิ่มอีกหนึ่ง สิงคโปร์มีประจำการแล้ว 4 ลำ อินโดนีเซีย 5 ลำ ส่วนประเทศเวียดนาม ที่คุณพิธากล่าวว่าเขาใช้เรือประมงรบกันนั้น มีเรือดำน้ำเข้าประจำการถึง 6 ลำ" นางสาวศิลัมพากล่าว และว่า

"จากคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงว่า หนึ่ง นายพิธาไร้ความเข้าใจความมั่นคงของชาติอย่างสิ้นเชิง เรื่องมีเรือดำน้ำเข้าประจำการในกองทัพ ก็เหมือนเราซื้อเครื่องดับเพลิงมาติดไว้ที่บ้าน ซึ่งมิได้แปลว่าเราอยากให้ไฟไหม้ แต่ก็ต้องเตรียมความพร้อมก่อนเหตุจะมาถึง 

‘สธ.’ เปิดบริการ ‘คลินิกผู้สูงอายุ’ ช่วยปชช. เดินทางสะดวก ชี้!! การรักษา-การบริการ ไม่แพ้กับโรงพยาบาลใหญ่

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าให้บริการ ‘คลินิกผู้สูงอายุ’ ครอบคลุมทั่วประเทศ ตามแผนปี 2566 “ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” ตั้งเป้าคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 10 ล้านคน ได้รับบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ครอบคลุมและทั่วถึง

นางก้อนทอง พู่ไหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนอายุ 78 ปี อาศัยอยู่กับลูกที่ จ.นนทบุรี มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ก่อนหน้านี้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและให้บริการเป็นอย่างดี แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปรับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านวัดแคใน ทำให้ได้รับความสะดวกสบายขึ้น เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน และยังคงได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีเช่นเดิม

“ตอนนี้เดินทางสะดวกขึ้น เพราะใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ เอาใจใส่และดูแลอย่างดีเหมือนกัน ดีใจที่เขาเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพของคนอายุมากๆ อย่างเรา ใครที่มีปัญหาสุขภาพหรือโรคประจำตัว อยากแนะนำให้เข้าไปตรวจที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน เพราะสะดวกสบาย บริการดีเหมือนโรงพยาบาล” นางก้อนทองกล่าว

ขณะที่ นางวนิดา นวลประเสริฐสุข อายุ 72 ปี อาศัยอยู่ที่ บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และไวรัสตับอักเสบซี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าปีละครั้งเพื่อติดตามอาการ เจ้าหน้าที่ดูแลให้บริการดี ประทับใจคุณหมอหน้าตายิ้มแย้มและแนะนำดีมาก ช่วงแรกๆ เข้าพบคุณหมอบ่อย เนื่องจากมีอาการป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองคุณหมอแนะนำให้รักษาอาการต่างๆ จนหายป่วยได้ และเคยไปรับบริการคลินิกผู้สูงอายุแถววัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ให้บริการการคัดกรองสุขภาพ มีกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุให้ออกกำลังกาย มีเจ้าหน้าที่ อสม. และคุณหมอ ออกไปตามบ้านที่มีคนป่วยติดเตียง ไปให้การรักษา ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และให้ความรู้ด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย อาหารการกิน และสอบถามปัญหาต่างๆ

‘ทช.’ ทุ่มกว่า 25 ล้านบาท ซ่อมสะพานท่าเทียบเรือเกาะกูด หนุนการขนส่ง-การท่องเที่ยว หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน

‘ทางหลวงชนบท’ ทุ่ม 25 ล้าน ซ่อมสะพานท่าเทียบเรือ เกาะกูด จ.ตราด เสร็จสมบูรณ์ โชว์ใช้โครงสร้างป้องน้ำเค็ม-สู้สนิมหวังยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน หนุนส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวบนเกาะกูด

1 พ.ค.2566 รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช.ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงสะพานท่าเทียบเรือ (ตร.001) อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด เสร็จสมบูรณ์แล้ว ใช้งบประมาณ 25.697 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 360 วัน โดยสะพานท่าเทียบเรือ (ตร.001) เป็นจุดจอดสำหรับเรือลำเลียงสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ขนส่งวัสดุก่อสร้างเพื่อใช้ในเกาะกูด และเป็นจุดที่เรือชาวประมงจอดเทียบใช้ในการหลบพายุในช่วงมรสุม ตลอดจนเป็นจุดจอดเรือรบของกองทัพเรือ

ทั้งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านอ่าวใหญ่ ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ต่อเชื่อมกับจุดสิ้นสุดบนถนนทางหลวงชนบทสาย ตร.6042 บ้านอ่าวสลัด-บ้านอ่าวใหญ่ ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งโครงสร้างมีการสัมผัสน้ำทะเลตลอดเวลา ทำให้โครงสร้างพื้นเสาและคานของสะพานท่าเทียบเรือได้รับความเสียหาย เกิดสนิมบริเวณเหล็กเสริม ส่งผลให้เกิดการกะเทาะหลุดล่อนของคอนกรีตตลอดชิ้นส่วนของโครงสร้างสะพาน

เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับสะพาน ปรับปรุงให้สะพานกลับคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวบนเกาะกูด ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ทช.จึงได้ดำเนินการซ่อมบำรุงสะพานท่าเทียบเรือฯ โดยคำนึงถึงความแข็งแรงและความคงทนของโครงสร้างต่อสภาวะน้ำเค็ม เน้นวิธีการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วอย่างมีคุณภาพ ลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อม ซึ่งตัวสะพานจะมีลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ความกว้างช่วงยาวช่วงละ 5 เมตร ความกว้างช่วงสั้น 2.5 เมตร รวมความยาวสะพาน 100 เมตร
 

‘บิ๊กป้อม’ บุกร้อยเอ็ด สักการะหลวงพ่อใหญ่ ก่อนขึ้นปราศรัย ปลื้ม!! ‘ผู้ช่วยเจ้าอาวาส’ ชมตัวจริงยังไม่แก่ ยังดูแข็งแรง

‘บิ๊กป้อม’ ควง ‘บิ๊กแอ๊ด’ ลุยร้อยเอ็ด สักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี ก่อนปราศรัย ปลื้ม ผช.เจ้าอาวาส ชมยังแข็งแรง

(1 พ.ค.66) ที่วัดบูรพาภิราม (วัดพระยืน) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมแกนนำพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค และสักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางประทานพร องค์ยืนที่สูงที่สุดในประเทศไทย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่คู่เมืองของชาวจ.ร้อยเอ็ด และกราบนมัสการพระครูปริยัติเจติยาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามพระอารามหลวง ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่หอประชุมสาเกตฮอลล์ 

โดยผู้ช่วยเจ้าอาวาส สนทนากับพล.อ.ประวิตร ว่า ได้เจอตัวจริง ปกติเจอแต่ในโทรทัศน์ มาเจอตัวจริงยังไม่แก่ ยังดูแข็งแรง พร้อมถามว่าอายุเท่าไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ว่า 78 ปี จากนั้นผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้อวยพรให้ พล.อ.ประวิตร สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความสุข ความเจริญ ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง หากใครมาวัดพระยืน จะต้องมาสักการะพระใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของ จ.ร้อยเอ็ด โดยองค์หลวงพ่อใหญ่เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนมากราบสักการะขอพรเยอะมากโดยเฉพาะนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนประสบความสำเร็จ ในวันนี้ถ้าปรารถนาอะไรก็ขอให้กราบขอพรจากหลวงพ่อ

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้สอบถามว่าวัดพระยืนสร้างมากี่ปี แล้ว ตัวแทนเจ้าอาวาส กล่าวว่า ประมาณ 40 กว่าปี โดยพระยืนมีพุทธคุณด้านการศึกษา และการทำงาน

หนุ่มโพสต์ พ้อ!! คดีไม่คืบหน้า หลังโดนทำร้ายเกือบพิการนานนับ 10 ปี ถาม!! ทำไมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ยังลอยนวล พร้อมลงสมัครส.ส. พรรคดัง

(1 พ.ค.66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Net Teerapan’ ได้โพสต์ตัดพ้อถึงเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายร่างกายเกือบพิการ แต่ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าลอยนวลนับ 10 ปี แถมยังใช้ชีวิตปกติ ลงสมัคร ส.ส. พรรคดัง โดยระบุว่า

ผมขอเล่าเรื่องชีวิตบัดซบๆของผมทั้งที่ผมไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องครับ ผมโดนทำร้ายร่างกายจนเกือบพิการ ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าไม่ได้รับโทษ 10 กว่าปีไม่คืบหน้า ไม่มีการเยียวยาใดๆ

ชีวิตครอบครัวผมต้องพังลง แต่ผู้ต้องหาพยายามฆ่าใช้ชีวิตสุขสบาย เขามาทำร้ายผมทำไม ผมยังไม่รู้สาเหตุเลยด้วยซ้ำ

เหตุเกิดวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2549 ที่ รร.ชื่อดังในหมู่บ้านย่านรังสิต 

ผมโดนตีหัว 3 ครั้งด้วยไม้หน้าสาม จนล้มลงไปที่พื้น เขาก็ยังจะเข้ามาซ้ำอีก ผมรู้สึกตัวและมีสติอยู่ตลอด แต่ ร่างกายอ่อนแรงขยับไม่ได้ โชคดีที่พี่ชายกับเพื่อนได้ลงจากอาคารเรียนและเห็นเหตุการณ์พอดี จึงได้พาไปห้องพยาบาล 

จากนั้นผมถูกส่งตัวไปรพ.เอกปทุมทันที เข้า ICU อยู่ 3 วัน และเข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.ศิริราช กะโหลกผมไม่แตก แต่กะโหลกยุบตัวลงไป ผมต้องนอนติดเตียง ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวและกายภาพพักฟื้นอยู่ร่วม 2 ปี แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้

ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็น ต้องยอมรับเลยว่าในช่วงนั้นผมเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายก็บ่อยมาก มันเหนื่อย มันท้อ รู้สึกเหมือนเป็นคนไร้ประโยชน์ ทำไมผมต้องมาเผชิญกับสิ่งนี้ จากที่ผมเคยเป็นนักกีฬา เคยเป็นเด็กกิจกรรมของ ร.ร. ผลการเรียนค่อนข้างดี แต่สุดท้ายไปต่อไม่ได้ เหมือนทุกอย่างมันหายวับไปกับตา

ตัวผู้ต้องหาและครอบครัวของเขา ไม่เคยที่จะติดต่อผม พ่อแม่ผม เพื่อพูดคุย หรือแม้แต่จะมาขอโทษ พ่อผมไปแจ้งความ จนขึ้นศาล เรื่องก็เงียบหาย ไม่ได้รับคำตอบ นัดไกล่เกลี่ยก็ไม่ได้ข้อสรุป จนที่บ้านท้อ ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ต้องใช้เงิน เป็นเรื่องที่ลำบากกับครอบครัวผมมากๆ การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

ทำให้สถานการณ์ที่บ้านมีความตึงเครียด พี่ชาย และผมต้องออกจากบ้านเพื่อทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัว 

ผมและครอบครัวต้องผ่านความยากลำบาก และอดทน รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมตลอดเวลา แต่กลับทำอะไรไม่ได้

วันนี้ ผมต้องใช้ชีวิตไปพร้อมกับกะโหลกที่ยุบตัว แต่ผู้ต้องหาที่ต้องคดีพยายามฆ่า กลับได้ใช้ชีวิตอย่างปกติทำงานเป็นนักการเมือง และกำลังลงสมัคร ส.ส. พรรคดัง ในจังหวัดปทุมธานี 

ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยังทำงานในราชการได้ในเมื่อมีคดีพยายามฆ่าผมอยู่แบบนี้

คนรอบข้างให้กำลังใจ ให้ผมพยายาม บอกให้ผมสู้ ให้ผมเรียกร้องเพื่อความยุติธรรมเพื่อชีวิตของผม ที่ผ่านมาผมเงียบ ปล่อยผ่านไปเพราะผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ

ผมอยากจะให้เขารับผิดชอบการกระทำของเขาบ้าง ไม่ใช่เงียบหายและใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ในสังคม ขอบคุณครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/100004273158909/posts/pfbid021nnuRZ6mFXtidm9WGf5RVG9D7pk6WHXiMTQuXkSjWsBAvZzBm7A3sWYAnv95sVsql/?mibextid=cr9u03

‘ทอ.’ เผย!! ปฏิบัติการ ‘นภารักไทย’ สำเร็จด้วยดี 5 คนไทยในซูดาน ชุดสุดท้าย ถึงไทยอย่างปลอดภัย

เสร็จสิ้นปฏิบัติการ ‘นภารักไทย’ ทอ.พาคนไทยกลับบ้าน เครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ พร้อมคนไทย 5 คนสุดท้าย กลับถึงไทยเรียบร้อยแล้ว

(1 พ.ค.66) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ต้อนรับคนไทย 5 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสาธารณรัฐซูดาน ซึ่งเดินทางกลับมาด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 ของกองทัพอากาศเป็นชุดสุดท้าย

สำหรับภารกิจการอพยพคนไทย ณ สาธารณรัฐซูดาน (ปฏิบัติการนภารักไทย) ได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยกองทัพอากาศได้ใช้อากาศยานแบบ Airbus A340-500 จำนวน 1 เครื่อง และ C-130 จำนวน 2 เครื่อง ทำการบินรวม 8 เที่ยวบิน (รวมทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ) รับคนไทยที่มีความประสงค์เดินทางกลับประเทศทั้งสิ้น 218 คน แบ่งเป็น ชุดแรก 78 คน ชุดที่สอง 135 คน และชุดสุดท้าย 5 คน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลและส่งทุกคนกลับบ้านด้วยความปลอดภัย

‘ร้านบุฟเฟต์’ ท้อ!! ลูกค้าสั่งอาหาร กินเหลือเต็มโต๊ะ อ้าง!! ไม่ขอจ่ายเงินค่าปรับ เพราะคุณภาพอาหารแย่

เมื่อไม่นานมานี้  ร้านบุฟเฟต์ Blue Ocean Sushi - Bangkok ได้โพสต์ภาพอาหาร พร้อมระบุว่า "รูปภาพนี้มันคือ "อาหารเหลือของลูกค้า" ที่ทานไม่หมดค่ะ ได้รูปนี้จากหน้าร้านตอนหัวค่ำค่ะ ทำใจเย็นสักพักค่อยมาโพสต์ ..... รูปอาจจะดูเหมือน โชว์รูปบุฟเฟต์เยอะแยะไปหมดชวนมาทาน มองผ่านๆ เหมือนพึ่งเริ่มปาร์ตี้.....

การให้บริการของเรา คือลูกค้าจะทานเท่าไหร่ก็ได้ที่ลูกค้าจะทานหมด สั่งได้ไม่จำกัดรอบ เพื่อให้ลูกค้าทานอาหารอย่างมีความสุข ได้รับประสบการณ์ดีๆ ในมื้อที่มาทานกับเรา ในกติกาที่หากทานไม่หมดจะมีค่าปรับ ใช่ค่ะ เราเปิดร้านไม่ได้หวังรายได้จากค่าปรับของลูกค้าค่ะ แต่อาหารทุกอย่างมีต้นทุนของมัน ทั้งวัตถุดิบ ทั้งค่าแรง ค่าเวลา

แต่สิ่งที่เราเจอมาวันนี้ และระยะนี้ คือ ทานไม่หมด ปลาไม่สด ปลาไม่ดี ถ้าอาหารมีปัญหา ลูกค้าแจ้งทันที ทางร้านยินดีตรวจสอบ และนำจานนั้นกลับไปตรวจสอบ .... แต่การทานไม่หมด เต็มโต๊ะ แล้วมาแจ้งว่าไม่ได้ทานเหลือ แต่เป็นเพราะปลาเราแย่ ไม่สด เลยไม่กิน .... มันเสียใจมากเลยค่ะ ค่าปรับวันนี้ 2250 บาท ถ้าคำนวณตามกฎ ลูกค้าจะจ่ายที่ 500 บาทเท่านั้น จนพนักงานต้องโทรหาเราหลายรอบมาก ลูกค้าไม่ยอมให้ปรับทำยังไง มาจบตรงที่ปรับไปราคา 1000 บาทค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าก็ได้ปรับแล้วก็น่าจะจบ .... ถ้าคุณทำร้านอาหาร คุณเคยคิดไหม ว่าค่าปรับที่เราได้มา มันไม่คุ้มกับความรู้สึก กับมูลค่า และราคาของวัตถุดิบที่เราตั้งใจมอบให้ลูกค้าเลย

นครนายก - กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดโครงการสานฝันปันสุขมอบจักรยานจำนวน 30 คัน

กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดโครงการสานฝันปันสุขมอบจักรยานจำนวน 30 คันให้กับนักเรียนโรงเรียนวังยายฉิม จังหวัดนครนายก

เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่โรงเรียนวัดวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พลตรีจินตมัย ชีกว้าง ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจกการพลเรือนทหารบก เป็นประธานจัดกิจกรรมมอบจักรยานโครงการ “จักรยาน สานฝัน ปันสุข” ให้นักเรียนวัดวังยายฉิม ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก จำนวน 30 คัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูล สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2566 โดยมีนางประณีต หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวังยายฉิม ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้จะนำจักรยานที่ได้รับการพระราชทานส่งมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดวังยายฉิมที่มีนักเรียนฐานะยากจน และยากไร้โดยจะส่งมอบจักรยานนี้เพื่อให้เด็กได้ปั่นมาศึกษา ที่โรงเรียนซึ่งบางครอบครัวพ่อแม่มีอาชีพรับจ้างจักรยานที่มีเดิม ก็ชำรุดก็จะนำจักรยานคันใหม่ที่รับการพระราชทานมาทดแทนให้เด็กๆในโรงเรียนได้ใช้สอยในการเดินทางมาเรียนและใช้เป็นพาหนะไปทำประโยชน์อื่นๆได้อีกด้วย

สมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่// ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

‘ไอซ์ ปรีชญา’ ฟาด!! ชาวเน็ตบูลลี่ ชอบหน้าเก่ามากกว่า ลั่น!! ไม่พอใจหน้านี้ อยากให้ทำใหม่ โอนเงินมาด้วย

ไอซ์ ปรีชญา ฟาดเดือด โดนบูลลี่ไม่เลิกหน้าเก่าสวยกว่า ทำเยอะไปจำหน้าใหม่ไม่ได้ ลั่นถ้าไม่พอใจหน้านี้ อยากให้ทำใหม่ โอนเงินมาด้วย อย่าส่งแค่แบบ

ทำเอานางเอกสาว ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร สุดจะทนที่ต้องเจอกับคอมเมนต์บูลลี่เรื่องหน้าตาเธอไม่เลิก ล่าสุด สาวไอซ์ ได้โพสต์ข้อความร่ายยาวระบายความในใจ ที่โดนจับผิดเรื่องหน้าตามาตลอด อยากให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ควรโฟกัสที่ฝีมือการแสดงมากกว่า แต่ถ้าใครไม่พอใจ อยากให้ทำหน้าใหม่ โอนเงินมาด้วย อย่าส่งแค่แบบมาให้

โดย ไอซ์ ปรีชญา โพสต์ภาพลุคใหม่สายฝอ พร้อมเขียนข้อความร่ายยาวระบุว่า If u don’t like my Looks ???! It’s your Problem NOT MINE !! I rather be HAPPY with MYSELF ! Than SAD trying to Please EVERYONE ELSE ‘!!!!!!!!!!!!!

ขอโทษนะคะ ตั้งแต่แรกเลยไอซ์ไม่ได้มีชื่อเสียง จากหน้าที่สวย เคยโดนบูลลี่ว่าหน้าตาแบบนี้เอามาเป็นนางเอกได้ยังไง สรุปยังไงดีล่ะคะ มีชื่อเสียงจากฝีมือการแสดงและผลงานค่ะ ใครคิดว่าเล่นบทไหนไม่ได้ กรุณาติดต่อผู้จัดให้หน่อยค่ะ

ไหนคอมเมนต์สิ ชอบกันมั้ยคะ ???! เวลาที่มีคนชอบมาจับผิดบูลลี่หน้าตาคนอื่น รูปร่างคนอื่น ฐานะคนอื่น แต่งตัวยังไง ผมจริงผมต่อ ทำหน้าตรงไหนใหม่ ตรงไหนเก่า แต่งหน้าลุคนี้ไม่สวย ทำผมแบบนี้ไม่รอด แบบอื่นดูดีกว่า เรียบร้อยน่ารักกว่า แต่งตัวโป๊ไปดูไม่แพง แต่เรียบร้อยไปนางเอกไปก็ดูป้านะ ติดดินไปนะ หยิ่งจัง คนนี้พูดตรงดี แต่ว่าพูดตรงแต่แรงไป สร้างภาพ หาแสง

ใช้ของ Brand name รึเปล่า ของจริงหรือของปลอม คนที่เราจะคบหรือจะแต่งงานด้วย เป็นใคร หล่อ รวย จน ไฮโซมั้ย รักกันอยู่ หรือเลิกกันแล้ว ตัวเราจะรวยจะจนแค่ไหน แล้วยังไงคะ

(สุรินทร์) มทบ.25 จัดพิธีมอบใบ ประกาศนียบัตร ให้กับเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมโครงการ MD25th Music Summer Camp

วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เวลา 11.00 น. พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย นางอุไรวรรณ เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธาน ในพิธีมอบใบประกาศนียบัตร ให้กับบุตรหลานกำลังพล และเยาวชนรอบค่าย ที่ผ่านการอบรมดนตรี MD25th Music Summer Camp โดยจัดการอบรมในทุกวันจันทร์ และพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น.  ณ หมวดหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 25 ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 27 เมษายน 2566 รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง

เปิดอบรม 2 วิชาคือ วิชาทฤษฎีดนตรีเบื้องต้น และวิชาปฏิบัติเครื่องมือดนตรี จำนวน 10 ชนิดเครื่องมือดนตรี มียอดเยาวชนที่เข้ารับการอบรมจำนวน 25 คน แบ่งเป็นบุตรหลานกำลังพลจำนวน 6 คน และเยาวชนรอบค่ายจำนวน 19 คน ซึ่งเป็นการใช้เวลาว่างช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ ณ โดมอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 25

 
ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top