Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

‘สุวัจน์’ โชว์วิสัยทัศน์ ชู 4 จุดแข็งของโคราช ดันไทยโกอินเตอร์  นำร่อง ‘ยูเนสโกรูท’ สู่ถนนท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก

‘สุวัจน์’ จับเข่าคุย โคราชท่องเที่ยวอินเตอร์ นำร่อง ‘ยูเนสโกรูท’

(2 พ.ค.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า แสดงวิสัยทัศน์กับผู้ประกอบการสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโคราช ปากช่อง-สีคิ้ว-วังน้ำเขียว ว่าประเทศไทยมีความเข้มแข็งและยั่งยืนหนึ่งในด้านสินค้าเกษตรเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ 2.เรื่องท่องเที่ยวอินเตอร์ 3.เมืองไทยเมืองอาหารป้อนโลก และ 4.Soft power มาสร้างพลังทางเศรษฐกิจ ทั้ง 4 เรื่องเป็นจุดแข็งของประเทศไทย 

ฉะนั้น โคราชเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ มีความสมบูรณ์ทางด้าน Soft Power ที่สามารถหยิบพวกนี้เป็นเศรษฐกิจได้หมดทั้งด้านกีฬามวย ด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรีมีเพลงโคราช อาหารเนื้อวากิว หมี่โคราช ไก่ย่าง ขนมจีน ดังนั้น การคมนาคมต้องทันสมัย มอเตอร์เวย์โคราชต้องเปิดใช้ปีนี้ รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่โคราชต่อไปถึงหนองคายไปเวียงจันทน์ไปจีน ประเทศคู่ค้าของเรามีประชากร 1,400 ล้านคน และต่อไปรัสเซีย ตามเส้นทางสายไหมเชื่อมไปยุโรป นี่คือแนวทางในการสร้างโคราชเป็นเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์

“พัฒนาโคราชเป็นเมืองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ท่องเที่ยวอินเตอร์ ยูเนสโก กําลังจะประกาศให้โคราชเป็นอุทยานธรณีโลก วันนี้เรามีเขาใหญ่เป็นมรดกโลก มีเขตพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชเป็นมรดกโลก ฉะนั้น ถ้าเดือนพฤษภาคมนี้ โคราชได้รับการรับรองให้เป็นอุทยานธรณีโลก โคราชจะเป็น 1 ใน 3 จังหวัดของโลก ที่มี Triple Crown (ทริปเปิ้ลคราวน์) มีสามมงกุฎของยูเนสโกอยู่ที่นี่ เราจะดีไซน์การเชื่อมโยงสามมงกุฎนี้ด้วย “ถนนยูเนสโกรูท” แล้วพัฒนาให้เป็นถนนท่องเที่ยวระดับโลก เป็นพื้นฐานในการสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้ยิ่งใหญ่ต่อไป” นายสุวัจน์ กล่าว

เปิดคำดีเบต 'หมอมิ้ง' ยืนยัน!! ชูกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น แต่ก่อนหน้า 'พรรคไหน' เตะถ่วง พ.ร.บ.กัญชา ให้ค้างเติ่ง

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 66 นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้ขึ้นดีเบตบนเวที ‘ตัวจริงชิงสภา’ ทางช่องวัน 31 ในหัวข้อ ‘ประชันวิสัยทัศน์ : กัญชา’ โดยนายพรหมินทร์กล่าวว่า 

“ในฐานะที่เป็นแพทย์ เรารู้ดีว่ากัญชามีสรรพคุณทางการแพทย์ และสนใจเรื่องนี้มาหลายปี แต่แน่นอนว่าหากเราปล่อยให้ใช้โดยไม่มีกฎหมายควบคุม ก็จะเป็นปัญหาได้ โดยปัญหานี้เกี่ยวกับเรื่องของสมองและพฤติกรรม ดังนั้นหากจะให้นำมาใช้ต้องมีกฎหมายที่ดีในการควบคุม อย่างเช่น บุหรี่และเหล้า ล้วนแล้วแต่เป็นยาเสพติดแต่ก็มีกฎหมายควบคุม ดังนั้นกัญชาก็ต้องมีกฎหมายที่ดีควบคุมเสียก่อน จึงจะนำมาใช้ได้”

‘อภิสิทธิ์’ ปะทะคารมเดือด ‘ธนาธร’ ถกประเด็นม.112 ชี้!! ‘ก้าวไกล’ ทำสับสน บางวันแก้ไข บางวันยกเลิก

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 66) ในรายการยืนหนึ่งชิงนายก ที่มีพิธีกรนำโดย ‘พุทธ อภิวรรณ’ และ ‘ธีระ ธัญญอนันต์ผล’ ซึ่งมีตัวแทนจาก 2 พรรค อย่าง ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’  ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ที่ได้ถกถึงประเด็นการแก้หรือยกเลิก ม.112

นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวว่า “เอาตรงๆ ที่คนมองว่าเป็นเรื่องสุดโต่งมันเป็นประเด็นเรื่องเงื่อนไข ม.112 ซึ่ง ม.112 ก็มีความสับสนอีก เพราะว่าคุณพิธา บางวันก็บอกว่ายกเลิก บางวันก็บอกว่าแก้ 3 ประเด็น ถ้าเป็นแค่เรื่องแก้ไขบางผมว่าบางคนก็มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสุดโต่ง แต่ถ้าบอกว่ายกถูกก็ถูกมองว่าสุดโต่ง”

ซึ่งนายธนาธร ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “อันนี้ผมว่าคุณอภิสิทธิ์ เข้าใจผิดแน่ๆ เลยนะครับ ไม่เคยมีใครบอกว่ายกเลิก”

นายอภิสิทธิ์ ได้สวนกลับว่า “คุณพิธา ได้ไปติกสติกเกอร์บนเวทีว่ายกเลิกหรือแก้ไข” 

นายธนาธร ได้แก้ต่างว่า “อันนั้นบังคับ Yes or No แต่นโยบายพรรคไม่ใช่แค่พูด ทำไปแล้ว เสนอกฎหมายเข้าสู่สภาฯ ”

นายอภิสิทธิ์ ได้ถามกลับว่า “แล้วทำไมถึงไปติดสติ๊กเกอร์ตรงยกเลิก แทนที่จะติดว่าแก้ไข”

นายธนาธร ได้ให้คำตอบว่า “อันนั้นคุณพิธา อาจจะคิดได้ในนามส่วนตัว”

นายอภิสิทธิ์ ได้สวนกลับว่า “แต่คุณพิธา เป็นหัวหน้าพรรค”

นายธนาธร ได้ย้อนไปว่า “คุณอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรคหรือเปล่าครับ ในการเลือกตังครั้งที่แล้ว แล้วคุณพูดว่าอะไรครับ”

นายอภิสิทธิ์ จึงได้ตอกกลับไปว่า “ผมพูดแล้วผมลาออกครับ แล้วคุณพิธาจะลาออกไหมครับถ้าไม่ยกเลิก”

นายธนาธร ยังได้แก้ต่างอีกว่า “เขาไม่ได้พูดในเวทีสาธารณะเลยว่าจะยกเลิก ส่วนการติดสติกเกอร์เป็นความเห็นส่วนตัว”

ซึ่งพิธีกรฝีปากกล้าอย่าง พุทธ อภิวรรณ ได้ตั้งคำถามว่า “มันแยกได้เหรอครับ เขาเป็นหัวหน้าพรรค กับส่วนตัว เขาคือแคนดิเดตนายกฯ เลยนะ”

นายธนาธร ตอบกลับว่า “ลองกลับไปอ่านสิ่งที่คุณพิธาพูดนะครับ ว่าคุณพิธาพูดถึงเรื่องนี้ว่ายังไง การเสนอแก้ไขเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าเสนอแก้ไขเพื่อให้พูดจากันได้ยังทำไม่ได้ ก็ต้องอาจเสนอยกเลิก นี่คือสิ่งที่เขาพูด ไปลองฟังดูสิครับ”

พุทธ ได้ถามย้ำอีกว่า “เริ่มจากแก้ แต่การที่ไปติดสติกเกอร์ยกเลิกนี่กำลังจะหมายความว่าอย่างไร”

นายธนาธร ตอบกลับว่า “มันเรื่องส่วนตัวของเขา เขาจะไปติดอะไรก็ค่อยว่ากัน”

นายอภิสิทธิ์ ได้ตั้งคำถามอีกว่า “บังเอิญอันนี้ไม่ใช่ว่าคุณพิธาไปเดินอยู่แล้วมีคนมาให้ติดสติ๊กเกอร์โดยที่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่มันอยู่บนเวทีเลย และเขาเองก็พูดด้วย ซึ่งผมเองไม่ได้ติดใจอะไรนะถ้าคุณพิธามาบอกว่าเปลี่ยนแปลงแล้วนี่คือนโยบาย”

‘ธงชมพู ประชาวัด’ ข้าวแกง 10 บาท ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ-พระ ทานฟรี พร้อมกระจายรายได้ช่วยเหลือคนตกงาน-คนรายได้น้อย-เกษตรกร 

เปิดแล้ว! ข้าวแกง 10 บาท ‘ธงชมพู ประชาวัด’ อร่อย ถูก สะอาด ผู้พิการ ผู้สูงอายุ 90 ปี ขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร แม่ชี รับประทานฟรี

(2 พ.ค. 66) ที่วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี โดยพระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ร่วมกับคณะกรรมการวัดชาวบ้านเปิดร้าน "ธงชมพู ประชาวัด ข้าวแกง 10 บาท ในวัดเถรพลาย อ.ศรีประจันต์ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้สูงอายุ 90 ปี ขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร แม่ชี รับประทานฟรี ส่วนประชาชนทั่วไป ขายเพียงจานละ 10 บาท 2 อย่าง 15 บาท โดยมีเมนู 20 อย่าง คือ 1.แกงหมูเทโพ 2.แกงเผ็ดเป็ดย่าง 3.แกงขี้เหล็ก 4.แกงเขียวหวานลูกชิ้น 5.ต้มข่าไก่ 6.แกงส้ม 7.แกงจืดผักกาดดอง 8.ไข่พะโล้ 9.ผัดเผ็ดปลาดุกกรอบ 10.ผัดมะเขือยาว 11.ผัดมะระไข่ 12.ผัดเผ็ดหน่อไม่ไก่ 13.ผัดฉ่าลูกชิ้น 14.ผัดขิงไก่ 15.ทอดมันปลา 16.ลาบหมู 17.ไข่ลูกเขย 18.หมูทอด 19.ผัดกะเพาหมู 20.ยำกุนเชียงทอด

‘ญี่ปุ่น’ ทุ่มงบกลาโหมขั้นสูงสุด แต่ขาดกำลังพลสู้รบ ชี้!! กองทัพไฮเทคไกลความจริง เหตุยังต้องใช้คนดูแล

(2 พ.ค. 66) รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายส่งเสริมกลาโหมถึงขั้นสูงสุด แต่กลับขาดแคลนกำลังพลที่เต็มใจจะสู้รบจนถึงเดือนมีนาคม 2023 กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น (หรือ SDF เป็นบุคลากรจากญี่ปุ่นที่ถูกจัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เพื่อแทนที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ถูกยุบไป และฝ่ายสัมพันธมิตรยึดครองญี่ปุ่น) ยังบรรลุไม่ถึงครึ่งทางของเป้าหมายการเปิดรับกำลังพล ซึ่งตั้งยอดไว้ที่ 9,245 นายในปีงบประมาณที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป หนังสือพิมพ์ Nikkei รายงานข่าวว่ามีเพียง 4,300 คนเท่านั้นที่มีความกระตือรือร้นในการรับใช้ชาติ

การขาดแคลนกำลังพลนับเป็นปัญหาที่รุมเร้าญี่ปุ่นมานานหลายปี ก่อนหน้านี้ SDF เคยเกณฑ์พลได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้เหลือไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีเหนือและจีนจะตึงเครียดมากกว่าแต่ก่อนก็ตาม ปัจจัยสำคัญสำหรับปัญหาการระดมพลคือ ข้อมูลประชากรของญี่ปุ่น ในปี 1994 กลุ่มเป้าหมายอายุระหว่าง 18-26 ปีมีจำนวนประมาณ 17 ล้านคน จนถึงปี 2018 ความเป็นไปได้ของจำนวนผู้สมัครใจเข้ารับราชการทหารลดน้อยลงเหลือ 11 ล้านคน ปัจจุบัน SDF มีกำลังพลประจำการทั้งสิ้น 247,150 นาย และยอดกำลังสำรอง 56,000 นาย (ข้อมูลปี 2018) นอกจากนี้อาชีพทหารในญี่ปุ่นยังขาดแรงจูงใจอยู่มาก เมื่อเทียบกับอาชีพตำรวจซึ่งให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการมากกว่า รวมถึงที่พักอาศัยไม่ดีพอ การต้องย้ายที่ประจำการบ่อย และโอกาสในอนาคตที่ไม่แน่นอน เหล่านี้ยังเป็นอุปสรรค

ปี 2018 รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มขีดจำกัดอายุของผู้สมัครเป็น 32 ปี เพื่อขยายกลุ่ม อีกทั้งยังตั้งงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในห้าปีข้างหน้า ตลอดจนเพิ่มอัตราค่าจ้างและการลงทุนในค่ายทหาร ทดแทนที่พักอาศัยของทหาร ที่ปกติเหมือนตู้แช่แข็งในฤดูหนาวและคล้ายซาวน่าในฤดูร้อน

อย่างไรก็ดี ยังเป็นที่น่าสงสัยว่าแคมเปญที่โฆษณาเกี่ยวกับความสุขสบายของค่ายทหาร และสิ่งจูงใจทางการเงินนั้นจะช่วยแก้ปัญหาด้านกำลังพลของ SDF ได้จริงหรือไม่ นักวิจารณ์หลายคนกลับชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคพื้นฐาน นั่นคือ ชื่อเสียง ไม่ว่าในกรุงโตเกียวหรือเมืองอื่นๆ ของญี่ปุ่น แทบไม่มีทหารในเครื่องแบบเดินตามท้องถนนให้พบเห็น สมาชิกของกองทัพต่างรู้ดีว่า ที่นอกกำแพงค่ายทหารพวกเขามักจะพบกับความอยากรู้อยากเห็นของผู้คน มากกว่าสายตาที่ให้ความเคารพ นอกจากนี้ข่าวเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งหรือพฤติกรรมที่หยาบคายของทหารหนุ่มยังทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพเสื่อมเสีย แต่พวกเขาจะได้รับความนิยมหรือคำชมเฉพาะในยามที่ปฏิบัติการควบคุมภัยพิบัติต่างๆ

โตโมะฮิโกะ ทานิกุชิ-ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสึกุบะ และอดีตที่ปรึกษาของชินโซ อาเบะ เชื่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับสันติกำลังจุดชนวนความสงสัยเกี่ยวกับคนในเครื่องแบบ ใครก็ตามที่อ่านข้อความในรัฐธรรมนูญแบบคำต่อคำ จะได้ข้อสรุปว่ากองกำลังติดอาวุธของญี่ปุ่นจริงๆ แล้วขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 9 ระบุว่าญี่ปุ่นสละสิทธิ์ในการทำสงครามในฐานะประเทศเอกราช อดีตผู้รุกรานซึ่งยึดครองคาบสมุทรเกาหลีจนถึงปี 1945 ให้คำมั่นว่าจะไม่สร้างกองทัพอีกหลังจากพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาญี่ปุ่นได้รับสิ่งที่เรียกว่า กองกำลังป้องกันตนเอง เป็นกองกำลังที่สามารถขับไล่ศัตรู แต่ไม่มีศักยภาพในการคุกคามใดๆ ปัจจุบันกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในกองทัพที่มีอุปกรณ์พร้อมรบดีที่สุดในเอเชีย ซึ่งความเป็นจริงข้อนี้ก็ห่างไกลจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้ว

กรมทะเลชายฝั่ง เตือนกรณี ครูสอนนักดำน้ำที่โพสต์ลงโซเชียลฆ่าปลาวัวไททัน พร้อมฝากถึงนักท่องเที่ยวให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่สวยงามให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไทย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา จากกรณีครูสอนดำน้ำรายหนึ่ง โพสต์ลงโซเชียลว่าตนถูกปลาวัวไททันกัดขา บริเวณเกาะร้านเป็ด และจากนั้นได้ฆ่าปลาตัวดังกล่าว โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาไปกัดผู้อื่นอีก เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวร่วมกันอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล  

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) เปิดเผยว่า "ปลาวัวไททัน” (Titan triggerfish) Balistoides viridescens เป็นปลาที่พบได้ทั่วไปในแนวปะการังในมหาสมุทรเขตร้อนและเขตอบอุ่น ของอินโด-แปซิฟิก ในน่านน้ำไทยเป็นปลาที่พบได้บ่อยและพบได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย กินสัตว์น้ำหน้าดินและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กเป็นอาหาร จากการวิจัยพบว่ามีขนาดใหญ่สุดประมาณ 75 cm. ส่วนแหล่งที่อยู่อาศัย ชอบอาศัยอยู่บริเวณขอบแนวปะการังและกองหินใต้น้ำ และจะทำรังตามพื้นทรายใกล้กับแนวปะการังหรือกองหินใต้น้ำ ลักษณะของรังจะทำเป็นหลุมคล้ายๆ กับแอ่งกระทะ (ลักษณะเหมือนหลุมปลานิล) ด้านพฤติกรรมนั้น เป็นปลาที่มีนิสัยหวงถิ่น และจะมีนิสัยก้าวร้าวเมื่อเข้าใกล้บริเวณที่เป็นอาณาเขตของมัน มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นปลาที่กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง รวมถึงตัวอ่อนของเม่นทะเลและตัวอ่อนของดาวมงกุฎหนามซึ่งเป็นผู้ล่าของปะการัง ปลาวัวไททันจึงมีประโยชน์ในแง่ของการควบคุมสัตว์ในกลุ่มนี้ให้อยู่ในภาวะสมดุล นอกจากนี้ยังรวมถึงการควบคุมสัตว์จำพวกหอย และหนอนท่อที่เจาะตามก้อนปะการัง ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยคุกคามสุขภาพปะการังได้อีกด้วย ดังนั้นหากระบบนิเวศแนวปะการังขาดปลาวัวไททัน อาจทำให้มีศัตรูคุกคามปะการังมากขึ้นจนขาดภาวะสมดุล

รรท.อทช. กล่าวต่อว่าตนได้มอบหมายให้นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว พบว่าปลาชนิดนี้ไม่ได้เป็นสัตว์น้ำคุ้มครอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียด เพี่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจะเรียกตัวผู้ประกอบการรายดังกล่าวให้มารับทราบกฎระเบียบในการดำน้ำ และการท่องเที่ยวในทะเลที่ถูกต้อง ซึ่งภายหลังหากตรวจสอบแล้วว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยกรม ทช. ได้ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ โดยระบุข้อกำหนด และเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวิธีปฏิบัติที่ดีในการดำน้ำโดยไม่กระทบกระเทือนต่อปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

ทั้งนี้ รรท.อทช. ได้ฝากถึงนักดำน้ำ และนักท่องเที่ยว ในการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากสัตว์ทะเล ควรปฏิบัติต่อสัตว์น้ำด้วยเมตตา อย่ารังแก อย่ารบกวนโดยไม่จำเป็น และระมัดระวังอย่างยิ่งขณะดำน้ำในบริเวณที่น้ำขุ่นมาก ในการวางมือ วางเท้า หลีกเลี่ยงการใส่เครื่องประดับที่ห้อย และสะท้อนแสง ควรใส่ถุงมือ หรือชุดดำน้ำเพื่อป้องกันการทิ่มแทงและบาดเจ็บปรับการลอยตัวให้เป็นกลาง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับพื้นใต้ทะเลเคลื่อนไหวช้าๆ ระมัดระวัง และดูให้ดีในพื้นที่ที่จะไป รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้และสัมผัสกับสัตว์ที่ไม่คุ้นเคยทุกชนิด อย่างกลุ่มปลาวัวนี้ จะมีการวางไข่ไว้บนพื้นทราย และช่วงนี้ปลาวัวจะคอยเฝ้าระวังรัง คอยพ่นน้ำบริเวณรังที่มีไข่ถูกทรายกลบทับ และป้องกันการบุกรุกจากปลาหรือสัตว์อื่นๆ ที่จะเข้ามากินไข่ ช่วงเวลานี้ปลาวัวจึงมีพฤติกรรมหวงกันอาณาเขตและก้าวร้าว หากนักดำน้ำเรียนรู้พฤติกรรม และพบเห็นว่าปลาวัวแสดงพฤติกรรมพ่นน้ำลงพื้น หรือคอยไล่ปลาที่หากินออกจากพื้นที่ ก็ควรออกห่างจากอาณาบริเวณอาณาเขตของปลา ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกปลากัด

กระทรวงทรัพย์ฯ จัดติวเข้มเจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง ขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์

ปลัด ทส. “จตุพร บุรุษพัฒน์” เป็นประธานเปิดสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ที่กรมป่าไม้จัดขึ้น เชิญเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจาก 20 หน่วยงาน เข้าร่วมสัมมนา มุ่งสร้างความเข้าใจทั้งรายละเอียด แนวทางการขับเคลื่อน สู่ความสำเร็จในการปฏิบัติ  

วันนี้ (2 พ.ค. 66) เวลา 10.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกทส.) ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา “เพื่อขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติให้เกิดผลสัมฤทธิ์”และ นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวรายงาน โดยมีผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านนโยบายและแผนของหน่วยงานผู้รับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการแห่งชาติ จาก 20 หน่วยงานเข้าร่วม รวม 150 คน ณ ห้องเมจิก 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร พร้อมจัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live กรมป่าไม้ หัวข้อสำคัญการประชุมสัมมนาที่กรมป่าไม้จัดขึ้นในครั้งนี้ประกอบด้วย การบรรยาย แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติสู่การปฏิบัติ โดย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรป่าไม้ คณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ประธานอนุกรรมการจัดทำร่างนโยบายป่าไม้แห่งชาติและร่างแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติ และการอภิปรายการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติสู่การปฏิบัติภายใต้ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน  

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การประชุมสัมมนาในวันนี้ จะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติเกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้ประเทศไทยได้พื้นที่ป่าไม้ที่เหมาะสมกับความสมดุลของระบบนิเวศ  และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนด้วยเป็นกรอบการขับเคลื่อนการป่าไม้ในภาพรวมของประเทศ  แม้ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ แต่การขับเคลื่อนนโยบายและแผนดังกล่าว ให้เกิดการบริหารจัดการป่าไม้ทั้งระบบ  มีเอกภาพและยั่งยืน เกิดดุลยภาพกับการพัฒนา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ  จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเชื่อมโยงและบูรณาการ การดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

“การที่กรมป่าไม้จัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ จึงนับเป็นการสร้างโอกาสสำคัญที่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านนโยบายและแผนของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีความเข้าใจที่สอดคล้องตรงกัน ทั้งในส่วนของรายละเอียด และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติสู่การปฏิบัติ รวมทั้งมีโอกาสร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อเสนอแนะในประเด็นการดำเนินงานสู่การปฏิบัติภายใต้ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน  ตลอดจนสร้างการบูรณาการการดำเนินงาน  เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายป่าไม้แห่งชาติและแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติ ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย การมีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศอย่างน้อยในอัตราร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ประกอบด้วย ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และป่าเศรษฐกิจและป่าชุมชนไม่น้อยกว่าร้อยละ15 ของพื้นที่ประเทศภายในปี พ.ศ. 2580” นายจตุพร กล่าว

ตำรวจไซเบอร์รวบสาวเจ้ามือหวยเบอร์เงินออนไลน์  เปิดเฟซบุ๊กขาย ค้นห้องเจอโพยอื้อ 

เมื่อวันที่ (1 พ.ค. 2566) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 ได้สั่งการให้มีตรวจสอบการกระทำความผิดตาม สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะเข้าข่ายชักชวนให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ 
สืบเนื่องทีมสืบสวน กก.2 บก.สอท.2  ตรวจพบเฟซบุ๊ค “เบอร์เงินบ้านคเณชา ๖๘” มีลักษณะเป็นการเชิญชวนให้มีเล่นพนันออนไลน์ เบอร์เงิน-ทอง,สลากกินรวบ (หวยใต้ดิน)โดยมีการโพสต์เลขเสี่ยงโชค ๑ - ๑๐๐ พร้อมเลขบัญชีธนาคาร สำหรับโอนเงินพนัน 
 

ประเด็น สถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างช้านาน

เมื่อไม่นานมานี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ  ได้กล่าวถึงประเด็น สถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างช้านาน โดยระบุว่า

'บิ๊กตู่' เผย ครม.เห็นชอบแก้ค่าไฟแพง ส่ง กกต.อีกครั้ง เชื่อ!! จะดำเนินการเร็วที่สุด อาจทันรอบบิล พ.ค.นี้ 

(2 พ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาเรื่องการขอใช้งบกลางช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเรื่องค่าไฟฟ้า จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทแล้ว โดย ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ และจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการพิจารณาต่อไปในเรื่องการใช้งบกลางหมื่นกว่าล้านบาท ส่วน กกต.จะส่งกลับมาทันหรือไม่นั้น เชื่อว่าจะเร็ว เพราะในเบื้องต้นก็ขอให้ทำถูกต้องตามขั้นตอน ให้ตรงกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ เท่าที่รับทราบสิ่งใดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top