Friday, 17 July 2026
NewsFeed

แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีปิด 'การอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ให้แก่หน่วยฝึกทหารใหม่ หน่วยขึ้นตรง กองทัพภาคที่3'

วันที่ 19 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีปิด 'การอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ให้แก่หน่วยฝึกทหารใหม่ หน่วยขึ้นตรง กองทัพภาคที่3' กลุ่มที่1 ภาคเหนือตอนล่าง โดยมีผู้ฝึกทหารใหม่เข้ารับการอบรมในผลัดที่ 1 จำนวน 25 นาย ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ทีเส็บจัดโรดโชว์โครงการ ‘ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย’เปิดประตูสู่ภาคใต้ เยือนสมุยสร้างความมั่นใจจัดกิจกรรมไมซ์ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

‘ทีเส็บ’ เปิดตัวโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” ให้งบสนับสนุนองค์กร จัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศจำนวน 1,000 กลุ่ม หวังสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท จัดโรดโชว์ปลายทางเมืองไมซ์ซิตี้ทั่วประเทศ กระตุ้นตลาดไมซ์ในประเทศ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย ณ โรงแรมมีเลีย เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ กล่าวว่า “ทีเส็บได้ให้การสนับสนุนหน่วยงาน หรือองค์กรที่ดำเนินการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 โดยในปี 2566 นี้ ทีเส็บได้เดินหน้าให้การสนับสนุนต่อภายใต้ชื่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เพื่อเร่งกระตุ้นนักเดินทางไมซ์และสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยใช้กลไกการสนับสนุนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ ชุมชน รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ได้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับงานโรดโชว์ในครั้งนี้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นไมซ์ซิตี้ที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดงานไมซ์ ทั้งด้านสถานที่จัดงานที่มีมาตรฐาน การคมนาคมที่มีถึง 2 สนามบินนานาชาติ ทั้งฝั่งตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลังการประชุมสัมมนา ที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิเช่น เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า เขื่อนรัชชประภา ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ถือเป็นไมซ์ซิตี้ภาคใต้ ฝั่งทะเลอ่าวไทยที่ดึงเสน่ห์ของท้องทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติบนฝั่งที่สามารถนำมาร้อยเรียงเป็นประสบการณ์ไมซ์สุดพิเศษให้กับนักเดินทางไมซ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
 
ภายในงานโรดโชว์ได้รับเกียรติจาก นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย เป็นประธานเปิดงาน ในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเสวนาในหัวข้อ “กลยุทธ์การทำการตลาดเมืองผ่านโครงการประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” โดย นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย นางสาวเกษร ขาวเรือง ผู้จัดการโรงแรมอมารี เกาะสมุย และ นายพีรชัย อัศดาชาตรีกุล ผู้จัดการอาวุโส ส่วนงาน MICE Innovation การให้ข้อมูลโครงการประชุมเมืองไทยฯ โดย ดร.ณัฏฐณิชชา สิงห์บุระอุดม ผู้จัดการอาวุโส สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ และ นายนราศักดิ์ ม่วงแก้ว ผู้จัดการส่วนงาน MICE Innovation ร่วมให้ข้อมูลและแนะนำการใช้งานแพลตฟอร์ม Thai MICE Connect

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “เจาะลึกการทำตลาดออนไลน์สำหรับลูกค้ากลุ่ม B2B” โดย นายชวัลวิทย์ รักษพล ผู้ก่อตั้ง M Creation Agency นอกจากนี้ในงานยังมี Thai MICE Connect: Exclusive Clinic คลินิกให้คำปรึกษาการใช้งาน Thai MICE Connect แบบตัวต่อตัวอีกด้วย

สำหรับโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เป็นโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณการจัดงานไมซ์ให้แก่ผู้ประกอบการและนิติบุคคลตามกฎหมายที่มีแผนการจัดการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ โดยต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน 7 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมการประชุม (Meetings) กิจกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) กิจกรรมสัมมนา (Seminars) กิจกรรมการอบรม (Training) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) กิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Outing) และกิจกรรมศึกษาดูงาน (Field trip)

โดยตั้งเป้าหมายมีองค์กรสมัครเข้าร่วมขอรับการสนับสนุน 1,000 กลุ่ม มีจำนวนนักเดินทางไมซ์กว่า 30,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 180 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP Contribution) 101 ล้านบาท รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 6 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงาน 120 อัตรา ซึ่งมีเงื่อนไขการสนับสนุน 2 รูปแบบ คือ 1.งบสนับสนุนไม่เกิน 15,000 บาท ให้การสนับสนุนจำนวน 650 กลุ่ม สำหรับการจัดกิจกรรมเป็นระยะเวลา 1 วัน และ 2. งบสนับสนุนไม่เกิน 30,000

บาท ให้การสนับสนุนจำนวน 350 กลุ่ม สำหรับการจัดกิจกรรมอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน โดยขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 สิงหาคม 2566

'จิตอาสาต้านภัยแล้ง' แจกจ่ายน้ำสะอาด ช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 เวลา 11.00 น. พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 /วิทยากรจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน มทบ.32 ,ชป.กร.มทบ.32 นำรถบรรทุกน้ำสะอาด จำนวน 2 คัน ร่วมกับ เทศบาลตำบลต้นธงชัย และประชาชาชนจิตอาสา นำน้ำประปาสะอาดแจกจ่ายให้ประชาชนบ้านศรีดอนชัย ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จำนวน 42,000 ลิตร โดยทางหมู่บ้าน มี จำนวน 326 กว่าครัวเรือน ขาดแคลนน้ำ อุปโภค - บริโภค โดยประชาชน มีความเดือดร้อน จากปัญหาภัยแล้ง ซึ่งระบบปะปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ ต่อประชาชนในหมู่บ้าน

รอง ผบช.ภ.2 เปิดโครงการฝึกอบรม ครู ข.ไข่ สร้างภาคีเครือข่ายป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันนี้ 19 เมย.66 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรม ครู ข.ไข่ เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสร้างเสริมองค์ความรู้ ถ่ายทอดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ณ โรงแรม Golden City เมืองระยอง ตามนโยบาย ผบ.ตร.และ ผอ.ศปอส.ตร.

พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายปัองกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การหลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกให้ทำงานเสริมผ่านออนไลน์ หลอกเงินกู้ออนไลน์ ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว (คอลเซ็นเตอร์) หลอกลงทุนในรูปแบบต่างๆ หลอกให้รักแล้วลงทุน แชร์ลูกโซ่ พนันออนไลน์ ฯลฯ และการเข้าร่วมเป็นอาสาไซเบอร์วัคซีน การแจ้งความออนไลน์เฉพาะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการถูกหลอก รวมถึงการส่งต่อความรู้ให้กับครอบครัว และคนรอบข้างไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

แม่บ้านทหารบก ห่วงใยกำลังพล บูรณาการร่วม เยี่ยมกำลังพล ผู้ประสบอัคคีภัย

วันที่ 19 เมษายน 2566 นางอุไรวรรณ  เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 และคณะ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ร้อยตรีวิชัย เหนียวคง บ้านเลขที่ 368 บ้านทนง หมู่ที่ 6 ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งประสบเหตุไฟไหม้บ้าน เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 10.48 น. และสามารถควบคุมเพลิงได้ เวลาประมาณ 12.00 น. ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ความเสียหายประมาณ 200,000 บาท 

‘มุนบิน’ สมาชิกวง ASTRO เสียชีวิตในวัย 25 ปี ต้นสังกัดยืนยัน แฟนคลับร่วมไว้อาลัยกับการจากไปกะทันหัน

(20 เม.ย.66) เกิดเหตุสลดใจสั่นสะเทือนวงการ K-Pop เมื่อ ‘มุนบิน’ (Moonbin) นักร้องวงบอยแบนด์ไอดอล ASTRO (อัสโตร) ที่มีวัยเพียง 25 ปี ถูกพบว่าเสียชีวิตที่บ้านพักของตัวเอง เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการปลิดชีพตัวเอง

เว็บไซต์ soompi รายงานว่าตำรวจสถานีกังนัม ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 19 เมษายนว่า ผู้จัดการของมุนบินพบว่าเขาเสียชีวิตที่บ้านพักในย่านกังนัมจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจแถลงว่า “ดูเหมือนมุนบินจะปลิดชีวิตตนเอง” โดยขณะนี้ทางตำรวจกำลังดำเนินการชันสูตรศพเพื่อระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

ในขณะที่ของค่ายเพลง Fantagio ต้นสังกัดของมุนบิน ได้แถลงข่าวยืนยันการเสียชีวิตของเขาแล้ว พร้อมขอร้องให้แฟน ๆ อย่าให้ความสนใจกับรายงานข่าวที่เป็นการคาดเดา และมีความประสงค์ร้ายซึ่งจะส่งผลกระทบต่อครับครัวของมุนบินที่กำลังเสียใจเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ทางค่ายยังแจ้งด้วยว่าครอบครัวของมุนบินประสงค์จะจัดพิธีศพเป็นการภายใน มีเพียงสมาชิกในครอบครัว และคนในบริษัทเข้าร่วมเท่านั้น

‘ก้าวไกล’ จ่อใช้ 1.2 หมื่นล้านบาท จากงบรายจ่ายประจำปี ‘ปฏิรูปกองทัพ’ ชี้ 12 ประเด็น แยกทหารออกจากการเมือง-เพิ่มสวัสดิการชั้นผู้น้อย ฯลฯ

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.66 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยนโยบายของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณาของพรรคที่ส่งผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 บังคับไว้ 3 เรื่อง 1.วงเงินที่ต้องใช้ 2.ที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ และ 3.ความคุ้มค่า ประโยชน์ ในการดำเนินการและความเสี่ยง

พรรคก้าวไกล ได้ทำเอกสารชี้แจงกกต. โดยเสนอ 52 นโยบายหลัก เฉพาะในส่วนของนโยบายการปฏิรูปกองทัพนั้น เอกสารระบุว่า ก้าวไกลจะดำเนินการแยกทหารออกจากการเมือง , ปรับกองทัพให้มาอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน, ตั้งผู้ตรวจการกองทัพ, ยกเลิกศาลทหาร, ลดขนาดกองทัพ, ลดจำนวนนายพล, ตัดสิทธิพิเศษที่ไม่เป็นธรรม, ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร, ปฏิรูปการศึกษาทหาร, นำเข้ายุทโธปกรณ์ ต้องจ้างงาน-โอนถ่ายเทคโนโลยี, คืนที่ดินกองทัพให้ประชาชน, คืนธุรกิจกองทัพให้รัฐบาล เพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย, ยุบกอ.รมน., ยกเลิกกฎอัยการศึกขายแดนใต้ และยกเครื่องกฎหมายความมั่นคงพิเศษ

‘จีน’ เตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญมาไทย หลัง ‘หลินฮุ่ย’ เสียชีวิต เพื่อร่วมพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.66 สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์แห่งประเทศจีน ยืนยันกรณีการตายของ ‘หลินฮุ่ย’ แพนด้ายักษ์เพศเมีย อายุ 21 ปี ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ของไทยเมื่อช่วงเช้าวันพุธ (19 เม.ย.) ที่ผ่านมา

หลินฮุ่ยเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2001 และถูกโยกย้ายมาอยู่ไทยเมื่อปี 2003 ภายใต้โครงการความร่วมมือจีน-ไทย ด้านการวิจัยเกี่ยวกับแพนด้ายักษ์ และอาศัยอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ศูนย์ฯ ระบุว่าหลินฮุ่ยมีอาการโคม่าฉับพลันตั้งแต่คืนวันอังคาร (18 เม.ย.) โดยศูนย์ฯ ได้รับรายงานสถานการณ์จากสวนสัตว์ฯ ซึ่งพยายามดำเนินการรักษาอย่างเต็มที่ ทว่าหลินฮุ่ยตายลงตอนราว 02.00 น. ของวันพุธ (19 เม.ย.)

'พุทธิพงษ์' ชู!! นโยบาย 'ตั๋ววัน 40 บาท' ช่วยคนกรุงประหยัดค่าเดินทาง แถมลดฝุ่นพิษ PM2.5 - แก้จราจร กทม.ได้ไปในตัว

(20 เม.ย.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายแก้ปัญหาการจราจรติดขัด โดยเสนอรถไฟฟ้า เป็นทางออกของคนกรุงเทพฯ ที่ทุกคนขึ้นได้ และค่าโดยสารต้องไม่เป็นอุปสรรคหรือเป็นปัญหาต่อคนทุกกลุ่ม รัฐบาลเข้ามาขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า โดยที่รัฐบาลเป็นคนลงทุน ค่าโดยสารต้องสมเหตุสมผล จึงไม่ใช่เป็นทางเลือกอีกต่อไป แต่เพื่อเป็นทางออกให้คนกรุงเทพฯ ที่วันนี้กรุงเทพฯไม่ใช่แค่เมืองหลวงของคนกรุงเท่านั้น แต่เป็นมหานครสำหรับคนทั่วโลก จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการใช้รถขนส่งสาธารณะ 

นายพุทธพงษ์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายออกตั๋วรถไฟฟ้าเป็นตั๋ววัน วันละ 40 บาท ไปกี่เที่ยวก็ได้ และขั้นต่ำถ้าเดินทางสั้นๆ แค่สถานีเดียว 15 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายเมื่อเดินทางเป็นวันละ 40 บาท 5 วันก็อยู่ที่ 200 บาทต่อสัปดาห์ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่อเดือนต่อคน จะตกอยู่ที่ไม่เกิน 800-1,000 บาท สามารถให้มีการบริหารค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อคน ต่อครอบครัวได้ชัดเจน ราคาสมเหตุสมผล ทุกคนมีโอกาสได้ใช้รถไฟฟ้า 

ผช.ผบ.ทร. ติดตามการให้ความช่วยเหลือครอบครัว และกำลังพล กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ให้ได้รับสิทธิกำลังพลและสวัสดิการ อย่างครบถ้วน พร้อมกับติดตามสภาพจิตใจกำลังพลที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

วันที่ 19 เม.ย.66 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ผช.ผบ.ทร.) และประธานกรรมการบูรณาการติดตามเรื่องสิทธิกำลังพล การสวัสดิการ และการช่วยเหลือกำลังพลกองทัพเรือที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และครอบครัว กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เป็นประธานการประชุมในการเร่งรัด ติดตามการช่วยเหลือจากหน่วยงาน องค์กร หรือภาคเอกชน อย่างบูรณาการ ณ ห้องประชุม ชั้น 5 กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

ตามที่คณะกรรมการฯ ได้จัดกลุ่มในการช่วยเหลือออกเป็น ผู้เสียชีวิต จำนวน 24 นาย , ผู้สูญหาย จำนวน 5 นาย , ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 27 นาย และผู้ประสบภัย (ไม่ได้รับบาดเจ็บ) จำนวน 49 นาย ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา การติดตามและให้ความช่วยเหลือกำลังพลที่ประสบเหตุฯ นั้น มีความก้าวหน้าในการให้ความช่วยเหลือแล้วประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ (ในส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการด้านเอกสาร/ข้อวินิจฉัย ของ หน่วยหรือผู้เกี่ยวข้อง) ดังนี้

- สิทธิกำลังพล ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ประกอบด้วย การปูนบำเหน็จพิเศษ (เลื่อนชั้นเงินเดือน) , การขอพระราชทานยศ , การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ , บำเหน็จตกทอด  , บำนาญพิเศษ , บรรจุทายาททดแทนเป็นกรณีพิเศษ

- สวัสดิการต่างๆ ของหน่วย ประกอบด้วย เงินประกันภัยกลุ่มแบบ “เฉพาะกิจกองทัพเรือ” , เงินกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดขอบของกองทัพเรือ , เงินสงเคราะห์กรมสวัสดิการทหารเรือ , เงินฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี

- เงินบริจาคจากภาคเอกชน และการช่วยเหลืออื่นๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top