Friday, 17 July 2026
NewsFeed

‘มาคาเลียส’ จัดโปร ‘WOW DEAL’ ต้อนรับซัมเมอร์ ชู!! 'Buy 1 Get 1 Free & Get 200 Bath' 25 เม.ย.-2 พ.ค.นี้

(19 เม.ย.66) ‘มาคาเลียส’ (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทยฉลองควันหลงสงกรานต์ จัดโปรโมชั่นพิเศษเอาใจเหล่าทราเวลเลอร์ 'WOW DEAL' พบกับ 2 ดีลดีสุดปังรับลมร้อนริมทะเล

'ดร.อานนท์' แฉ!! ค่าไฟแพง เพราะสำรองไฟฟ้าเกินกว่า 50% ช่วยหนุนเศรษฐีกลางอ่าวร่ำรวย แล้วเอาเศษเงินหนุนบางพรรค

(19 เม.ย.66) ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์เฟซบุ๊ก 'Arnond Sakworawich' ว่า...

ค่าไฟเดือนก่อน 1,100 บาท เดือนนี้เกือบ 2,600 แพงขึ้นมา 1,500 บาท สลบกับบิลค่าไฟแป๊บ

เรากำลังส่งเงินให้เศรษฐีไทยกลางอ่าวที่ร่ำรวยขึ้นมาเพราะประเทศไทยสำรองไฟฟ้าเกินไปกว่า 50%

อันไม่มีความจำเป็นเลย และเอกชนได้ผลประโยชน์จากค่า FT นี้ไปมากกว่าครึ่ง

ทำให้เศรษฐีกลางอ่าวร่ำรวยจากการค้าไฟฟ้าอย่างเลือดเย็น

‘ตงตง’ เคลื่อนไหว!! หลังโดนดรามา ‘สมรักษ์’ แฉพฤติกรรม เจ้าตัวโพสต์ภาพชู 2 นิ้ว พร้อมแคปชัน “ไม่ต้องห่วงนะครับ กินข้าวได้ปกติ”

(19 เม.ย.66) ว๊าย!! บอกเลยว่ามีประเด็นร้อนๆ ไม่เผื่อหน้าร้อนเลย หลังจากมีข่าวลือเลิกราสำหรับ สาวเบสท์และหนุ่มตงตง แต่ก็ชัวร์แล้วเพราะว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา สาวเบสท์ได้โพสต์รูปพร้อมแคปชั่นโสด!

ต่อมาเมื่อวานนี้ (18 เม.ย. 2566) สมรักษ์ พ่อของสาวเบสท์ ได้ออกมาแฉเดือดถึง ตงตง พร้อมเล่าหมดเปลือกว่าหนุ่มตงตงมีทั้งเรื่องผู้หญิง เรื่องความไม่แมน รวมไปถึงปัญหาซ้ำซากเพราะผู้หญิงและความเกรงใจ ความสปอร์ตความเป็นลูกผู้ชายไม่มี มาอยู่บ้านเบสท์ 2 ปี ค่าน้ำค่าไฟ หรือค่าอะไรไม่ออก

ตำรวจ จับวัยรุ่นใช้เฟซบุ๊กอำพราง ลอบขายเฮโรอีน พบเพียง 4 เดือน เงินหมุนเวียนกว่า 1.3 พันล้านบาท

ตำรวจ ปส. (NSB) จับแก๊งวัยรุ่นสร้างตัว ใช้ เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘ด.ช.พาระ หนี้สินรอบตัว’ ลักลอบขายเฮโรอีนย่านดินแดง พบ 4 เดือน มีเงินหมุนเวียนกว่า 1.3 ล้านบาท

(19 เม.ย.66) พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผบก.ปส.1, สั่งการให้ พ.ต.อ.สาคร เจิมขุนทด ผกก.1 บก.ปส.1 พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติดของ บก.ปส.1(นปส.นานา) สืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดทางโซเชียล ทั้งทาง Facebook และแอพพลิเคชันต่างๆ จนสามารถจับกุม น.ส.สุพร อายุ 25 ปี  นาย ลภน  อายุ 27 ปี  น.ส.ดาริน อายุ 23 ปี ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) และมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน,ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน พร้อมของกลาง เฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 9.75 กรัม ,โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง , รถ จยย. จำนวน 1 คัน จับได้บริเวณข้างบ้านเลขที่ 127 ซอยสุพรรณิกา 1 และบ้านเลขที่ 133/9 ซอยประชาสงเคราะห์ 47 แขวงและเขตดินแดง กทม. ต่อเนื่องกัน

'ทีมศก.ปชป.' ประกาศยกระดับนโยบายด้านพลังงาน ลั่น!! ดันเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

'มิสเตอร์เอทานอล' ลุยเต็มสูบตั้งเป้าลดรายจ่ายครัวเรือนเพิ่มรายได้ชุมชน หนุนยานยนต์ไฟฟ้าเดินหน้าพลังงานไฮโดรเจน-เอทานอล-ไบโอดีเซล ปูพรมโรงผลิตก๊าซชีวภาพทุกหมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ทุกครัวเรือนโซล่าฟาร์มทุกแปลงเกษตร ดันกัญชงเข้าอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้าง เล็งพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานส่งออกสร้างเงินเข้าประเทศ

(19 เม.ย.66) ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว วาระประเทศไทย ครั้งที่ 2 'ปชป. ชูรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน ลดรายจ่ายคนไทย' นำโดย ดร.พิสิฐ  ลี้อาธรรม อดีตรมช.กระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทยประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ และนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 พรรคประชาธิปัตย์ อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ อดีตรมช.พาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน และอดีตรมต.เงาพลังงาน เจ้าของฉายา 'มิสเตอร์เอทานอล' ในฐานะทีมเศรษฐกิจแถลงนโยบายพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานของพรรคประชาธิปัตย์ ชูแนวทาง 'ก้าวสู่พลังงานสีเขียวพลังงานสะอาดสู่สังคมคาร์บอนต่ำ' (Go Green Go Clean Go Low Carbon) โดยกล่าวว่า...

วิสัยทัศน์เชิงรุกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญสูงสุดสำหรับนโยบายพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานโดยยกระดับเป็นเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วน (National Urgent Agenda) เพื่อ...

1.ลดค่าใช้จ่ายพลังงานในภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาครัฐ
2.ลดภาระต้นทุนของประเทศโดยชะลอการลงทุนด้านการจัดหาพลังงานของประเทศ
3.ยืนบนขาตัวเองตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
4.เพิ่มโอกาสส่งออกพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีนวัตกรรมอนุรักษ์พลังงาน 

เหล่านี้ เป็นการแปรวิกฤติพลังงานเป็นโอกาสสามารถสร้างเงินสร้างคนสร้างชาติโดยมีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยเป็นผู้นำพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานในภูมิภาคเอเชียภายในปี 2030 ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ยังได้ตัวอย่างนโยบายสำคัญ ๆ เป็นไฮไลท์ เช่น นโยบายส่งเสริมการวิจัยพัฒนานวัตกรรมโครงการ พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen Energy ) โครงการ เอทานอล100 (E100) ไบโอดีเซล (B 100), โครงการ โซลาร์รูฟ ทุกบ้าน ทุกอาคาร ด้วยระบบหักกลบไฟฟ้าที่ผลิตได้เองกับที่ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและนครหลวง (Net Metering) และ การส่งเสริมอุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ไฟฟ้า (Energy storage), โครงการโซล่าฟาร์มและเกษตรอัจฉริยะประหยัดพลังงานสำหรับฟาร์มพืช ประมงและปศุสัตว์

นายอลงกรณ์ยังแถลงต่อไปว่า นโยบายอนุรักษ์พลังงานของประชาธิปัตย์เป็นนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้างพลังงานทดแทน เช่น นโยบายโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 โรงแก๊สชีวภาพ 1 โรงปุ๋ยชีวภาพชุมชน, โครงการ 1 ตำบล 1 โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน, โครงการ 1 อำเภอ 1 ศูนย์ยานยนต์เครื่องจักรกลไฟฟ้าและการปรับเปลี่ยนยานยนต์เครื่องจักรกลเก่าเป็นระบบไฟฟ้า (Ev Conversion Center) (รถเก่ากว่า 40 ล้านคัน), โครงการ 1 จังหวัด 1 โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ ไทย มี.ค.66 พุ่งร้อยละ 97.8 อานิสงส์การท่องเที่ยวคึกคัก - การเกษตรเริ่มฟื้นตัว

(19 เม.ย.66) นายสรกิจ มั่นบุปผชาติ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคม 2566 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับร้อยละ 97.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับร้อยละ 96.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2556

ทั้งนี้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายของอุปสงค์ในประเทศ และกำลังซื้อในส่วนภูมิภาคจากรายได้ภาคเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการขยายตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาคการก่อสร้างที่ขยายตัวส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อปัญหาต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ และค่าไฟฟ้า ขณะที่ราคาพลังงานยังคงผันผวน ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในทิศทางขาขึ้นเป็นอีกปัจจัยกดดันต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs นอกจากนี้ อุปสงค์จากต่างประเทศที่อ่อนแอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ตลอดจนความผันผวนของค่าเงินบาท ก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออกของไทย

‘นาที’ ความดันขึ้น!! ศาลฎีกา เลื่อนพิพากษา 3 อดีต ‘ส.ส.ภูมิใจไทย’ ปมเสียบบัตรแทนกัน ในประชุมสภาพิจารณางบฯ ปี 63 เป็น 18 พ.ค.

ศาลฎีกานักการเมืองเลื่อนอ่านคำพิพากษา 3 อดีต ส.ส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน ระหว่างประชุมสภาพิจารณางบฯปี 63 เป็น 18 พ.ค.บ่าย เหตุ 'นาที' ป่วยความดันขึ้น

(19 เม.ย.66) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.3/2565 คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ , นายภูมิศิษฏ์ คงมี และนางนาที รัชกิจประการ 3 อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ภรรยา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นจำเลย 1 - 3 ตามความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 กรณีพวกเสียบบัตร ส.ส.แทนกันในการประชุมสภาฯพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ทั้งที่ 3 คน ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม โดย ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2564 พร้อมส่งให้อัยการพิจารณายื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

INTERLINK-ภาครัฐ-เอกชน จัดการแข่งขัน ‘Cabling Contest ปีที่ 11’ ส่งเสริมความรู้-พัฒนาทักษะด้านสายสัญญาณแก่เยาวชนไทย

กลับมาอีกครั้ง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ผนึกกำลังภาครัฐ และภาคเอกชน จัดการแข่งขันเป็นปีที่ 11 ‘Cabling Contest ปีที่ 11’ เป็นเวทีการแข่งขันระดับประเทศที่เฟ้นหาเยาวชน ผู้ที่มีทักษะชั้นเลิศด้านสายสัญญาณ จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท

โดย บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้าค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ ผลิตภัณฑ์ LINK จากสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายตู้ RACK ผลิตภัณฑ์ 19 GERMANY EXPORT RACK และจากอุดมการณ์กับความตั้งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทยนั้น จึงได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ทั้งด้านพัฒนาผู้ที่มีฝีมือ ความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน ส่งเสริมยกระดับคุณภาพทางการศึกษา เพื่อการต่อยอดอาชีพ เพิ่มพูนประสบการณ์เยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม นำสู่การเติบโตในอนาคตได้ทัดเทียมนานาชาติสู่มาตรฐานสากลต่อไป

สำหรับการแข่งขัน Cabling Contest ปีที่ 11 ได้ดำเนินการจัดทำโครงการมาอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ภายใต้ความร่วมมือจาก สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยได้จัดการแข่งขัน เพื่อค้นหาผู้มีฝีมือ และมีทักษะสุดยอดด้านสายสัญญาณจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจะเป็นการเสริมสร้างความรู้ ต่อยอด พัฒนาทักษะ และสร้างประสบการณ์ให้แก่ นิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่ม นิสิต นักศึกษา ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติอีกด้วย

โดยงานนี้ คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกล่าวเปิดงาน และพูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน “นับเป็นเวทีการแข่งขันระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้เยาวชน ในระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา ได้เพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่าย ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีทางด้านสายสัญญาณ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมในการเรียนรู้เฉพาะด้าน ทั้งเรื่องระบบสายสัญญาณอุปกรณ์การสื่อสาร และอุปกรณ์กระจายสัญญาณได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยต้องการให้นำประสบการณ์จากการแข่งขันไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และต่อยอดอาชีพไปสู่ความสำเร็จในอนาคต เพื่อสามารถพัฒนาตนเองทางด้านเทคโนโลยีได้ทัดเทียมกับต่างประเทศได้อย่างเติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน”

เช็กจุดยืน 10 พรรคการเมืองในเรื่อง มาตรา 112 ใครกั๊ก-ใครชัด มาดูกัน!!

“มาตรา 112 ไม่ใช่คดีการเมือง ไม่มีปัญหา คนในประเทศส่วนใหญ่ไม่เดือดร้อน” 
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ 

“ผมมองมาตรา 112 ว่าไม่มีปัญหา”
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย 

“มาตรา 112 ไม่มีปัญหา ที่มีปัญหา เพราะคนเข้าไปมีปัญหาเอง”
จุติ ไกรฤกษ์ ตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติ 

'UNFPA' ชี้!! ประชากรอินเดียใกล้จะแซงหน้าจีนแล้ว แต่นี่จะเป็นโอกาสหรือวิกฤตที่นำไปสู่หายนะกันแน่?

กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) เปิดเผยในวันนี้ (19 เม.ย.) ว่า อินเดียกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแซงหน้าจีน ด้วยการมีประชากรมากกว่าจีนเกือบ 3 ล้านคนในช่วงกลางปีนี้

รายงานสถานการณ์ประชากรโลกปี 2566 (State of World Population Report, 2023) ของ UNFPA ได้ประมาณการจำนวนประชากรของอินเดียไว้ที่ 1.4286 พันล้านคน มากกว่าจีนที่มีประชากรจำนวน 1.4257 พันล้านคน ขณะที่สหรัฐอเมริกาตามมาเป็นอันดับที่ 3 แบบห่าง ๆ ด้วยตัวเลขประชากรประมาณ 340 ล้านคน โดยรายงานฉบับนี้สะท้อนข้อมูลที่มีอยู่ ณ เดือนก.พ. 2566

ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรที่ใช้ข้อมูลก่อนหน้านี้ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า จำนวนประชากรอินเดียจะแซงหน้าจีนในเดือนนี้ แต่ในรายงานฉบับล่าสุดของ UNFPA ไม่ได้ระบุแบบเฉพาะเจาะจงว่า จำนวนประชากรของอินเดียจะแซงหน้าจีนเมื่อใด

เกี่ยวกับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นของอินเดีย ด้าน มาเฮช วิยาส หัวหน้าผู้บริหารของศูนย์สังเกตการณ์เศรษฐกิจอินเดีย (CMIE) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยข้อมูลในมุมไบ กล่าวว่า ประชากรวัยหนุ่มสาวที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในวัยทำงาน (15-64 ปี) และนี่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป

จากข้อมูลของวิยาส สภาวะดังกล่าวได้ช่วยให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียตั้งแต่ปี 1990 “ในทศวรรษที่ 1990 อินเดียประสบความสำเร็จค่อนข้างดีในการเคลื่อนย้ายแรงงานจากฟาร์มไปยังโรงงาน ... นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการแทรกแซงนโยบายและได้รับความช่วยเหลือจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากร”

วิยาสเสริมว่า นอกจากแรงงานจำนวนมากแล้ว ในทางทฤษฎี ประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากสามารถกลายเป็นแหล่งการลงทุนในอนาคตได้เช่นกันหากพวกเขามีรายได้ดีและเก็บออมเงินได้

แต่การที่แรงงานรุ่นใหม่จะมีรายได้และเก็บออมเงินได้ดีนั้น จำเป็นต้องมีงานที่ให้ผลตอบแทนดีเพียงพอซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับเศรษฐกิจสมัยใหม่

ข้อมูลจากทางการอินเดียระบุว่า อัตราการว่างงานอย่างเป็นทางการของอินเดียแตะระดับสูงสุดในรอบ 45 ปีที่ 6.1% ในปี 2017-2018 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 2.7% ของเมื่อช่วงปี 2011-2012 ส่วนเมื่อปี 2021-2022 ระดับการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.1%

แต่ข้อมูลบางชิ้นบ่งชี้ว่า จำนวนผู้ว่างงานของอินเดียกำลังสูงขึ้นมาก จากข้อมูลของ CMIE พบว่า อัตราการว่างงานของอินเดียในเดือนมีนาคม 2023 อยู่ที่ 7.8% และสูงขึ้นไปอีกถึง 8.5% ในหลายเมืองของอินเดีย

ตามการวิเคราะห์ของทางการ แต่ละปีมีแรงงานเกือบ 5 ล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในอินเดีย แม้จะมีโครงการสนับสนุนที่เชื่อมโยงกับการผลิตของรัฐบาลซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้ 6 ล้านตำแหน่งใน 5 ปี ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับตลาดแรงงานที่กำลังเติบโตของอินเดีย

ฮิมานชู รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยยาวาฮาร์ลาล เนห์รู กล่าวว่า “การว่างงานเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเศรษฐกิจอินเดียในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา และมันไม่มีสัญญาณของการพัฒนาที่ดีขึ้นเลย”

ในขณะเดียวกัน ตามรายงานของธนาคารโลก การเติบโตของการลงทุนในอินเดียลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากค่าเฉลี่ยรายปีที่ 10.5% ระหว่างปี 2000-2010 เหลือ 5.7% ระหว่างปี 2011-2021

รายงานระบุปัจจัยหลายประการที่ทำให้การเติบโตของการลงทุนลดลง ตั้งแต่ความกังวลเกี่ยวกับแหล่งจ่ายไฟและโครงสร้างพื้นฐานกลุ่มถนนและทางรถไฟ

นอกจากนี้ การล็อกดาวน์จากโควิด-19 ยังส่งผลให้แรงงาน 40 ล้านคนจากชนบทของอินเดียที่ทำงานในเมือง อพยพย้ายถิ่นครั้งใหญ่กลับไปยังหมู่บ้านของตน เมื่อตลาดงานฟื้นตัวหลังจากการระบาดลดลง ก็ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในฟาร์มเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วนของงานภาคโรงงานการผลิตลดลง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top