Friday, 17 July 2026
NewsFeed

‘บิ๊กป้อม’ หาเสียงฉะเชิงเทรา วอน ปชช. กา พปชร. เบอร์ 37 ลั่น!! หากได้เป็นรัฐบาลจะลดทันทีค่าน้ำมัน-ค่าแก๊ส-ค่าไฟฟ้า

(19 เม.ย.66) ในการปราศรัยหาเสียงของ พรรคพลังประชารัฐ โดยจัดเวทีที่ลานวัดสมานรัตนาราม ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อช่วยผู้สมัคร 4 เขต ประกอบด้วย นายรัฐสภา นพเกต เขต 1 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เขต 2 นายสายัณห์ นิราช เขต 3 และ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ เขต 4 ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนและพรรคพลังประชารัฐพร้อมแล้วที่จะทำงานรับใช้ชาวฉะเชิงเทราให้เจริญรุ่งเรือง พลังประชารัฐได้เลือกคนดีและคนเก่งมาเป็นผู้แทนของชาวฉะเชิงเทราทั้ง 4 เขต โปรดเลือกผู้สมัครทั้ง 4 เขต และขอให้เลือกหมายเลข 37 ด้วย

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อยากสื่อสารให้พี่น้องทราบว่าที่ผ่านมาประเทศพัฒนาได้ยาก พลังประชารัฐจึงนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมาย ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มเป็น 700 บาทต่อเดือน ลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟฟ้าลงในทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินลง 18 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลลด 6.30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำทันทีที่พลังประชารัฐได้เข้ามาเป็นรัฐบาล รวมทั้งยังมีมาตรการลดราคาแก๊สให้เหลือ 250 บาทต่อถัง ที่สำคัญ คือ ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนให้เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และลดค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย เพื่อมอบความสุขให้ประชาชนด้วยความจริงใจ พลังประชารัฐจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายอำเภอในฉะเชิงเทราได้รับการดูแลจากตน พลังประชารัฐจะแก้ปัญหาความยากจน เราจะก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับการศึกษา อย่างถนนหมายเลข 304 จะเป็น 4 เลน เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี

นอกจากนี้ นโยบายมีเราไม่มีแล้ง ได้ลงพื้นที่ดูแลเรื่องน้ำหลายครั้งเพื่อดูแลแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำเค็ม น้ำอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร และได้ทำโครงการต่างๆให้กับพี่น้องชาว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นจำนวนมาก เรื่องที่ทำกินได้มอบหนังสืออนุญาตทำประโยชน์หลายครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่เขาตะเกียบ

‘พีระพันธุ์’ ชู ‘ปลดหนี้ด้วยงาน’ แก้ปัญหาคนเบี้ยว กยศ. ใช้แรงงาน-ความรู้ ทำงานให้รัฐแทนการใช้เงินคืน

(20 เม.ย.66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงนโยบาย ‘ปลดหนี้ด้วยงาน’ ว่า เป็นนโยบายที่พรรคจะนำมาใช้แก้ปัญหาหนี้ภาครัฐ เช่น หนี้จากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่มีข้อถกเถียงกันมากก่อนหน้านี้ว่า จะยกเลิกหรือจะฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้ที่ไม่ยอมใช้หนี้กองทุนฯ หลังจากที่กู้ยืมไปแล้ว โดยเห็นว่านโยบายการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาดังกล่าว มีจุดประสงค์สำคัญคือ การเปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่ขาดโอกาสได้เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความรู้จากการศึกษา โดยเด็กจำนวนมากไม่มีเงินทุนพอที่จะเรียน จึงเกิดโครงการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาขึ้นมา แต่เมื่อเข้าไปเรียนแล้วได้ความรู้มาแล้ว หลายคนไม่ยอมกลับมาใช้หนี้กองทุนที่กู้ยืมไปจนกลายเป็นปัญหาส่งไปถึงรุ่นน้องๆ ต่อไป

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า หากพิจารณาจากผู้ที่ไม่กลับมาใช้หนี้ กยศ.นี้จะเห็นได้ว่า สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ตั้งใจจะไม่ใช้หนี้คืนเลยกลุ่มคนประเภทนี้จำเป็นต้องจัดการเด็ดขาด ด้วยการฟ้องร้องบังคับคดีเพราะเป็นคนที่ตั้งใจไม่ใช้หนี้ ทำให้รุ่นน้องเสียโอกาส 

ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจโกง แต่ประสบปัญหายังหางานทำไม่ได้ หรือได้งานแต่ว่าเงินเดือนไม่เพียงพอ เขาไม่อยากโกงแต่ไม่มีเงินใช้

CATL เปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ช่วย EV วิ่งได้ 1,000 กม.ต่อ 1 ชาร์จ พร้อมวาดฝันจะนำไปใช้กับ ‘เครื่องบินไฟฟ้า’ ด้วย

Contemporary Amperex Technology บริษัทแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ของจีน หรือที่รู้จักในชื่อ CATL เปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ที่วาดฝันไว้ว่าสักวันหนึ่งสามารถใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าให้กับเครื่องบินได้

(20 เม.ย.66) เพจ 'เดือดทะลักจุดแตก' เผย CATL ของจีน เปิดตัว 'แบตเตอรี่' อัดพลังงานแน่นสุดโลก:  2 เท่าของปัจจุบัน: 500 วัตต์-ชั่วโมง/กก.! ก้าวกระโดด จากใช้กับ EV สู่เครื่องบินได้!?

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน แบตเตอรี่ รุ่น Qilin ของ CATL ความหนาแน่นพลังงาน 255 วัตต์-ชั่วโมง/กิโลกรัม เพียงพอทำให้รถยนต์ไฟฟ้า EV วิ่งได้ 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

‘อรรถวิชช์’ ชี้!! รัฐบาลบริหารไฟฟ้า-พลังงานผิดทาง ลั่น!! ชพก. มีแนวทางแก้ปัญหา-ลดภาระประชาชน

เมื่อวานนี้ (19 เม.ย.66) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ได้พูดถึงเรื่อง ‘ค่าไฟ แพงแล้ว แพงอยู่ แพงต่อ’ โดยระบุว่า ก็เป็นนโยบายรัฐบาลนะ ลุงตู่บอกว่าเป็นเรื่องของสัญญา เป็นเรื่องของธุรกิจกับธุรกิจที่ต้องเป็นไปตามสัญญา ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ ตอนนี้ท่านกำลังบริหารด้านไฟฟ้าและพลังงานผิดเลยนะครับ ราคาพลังงานไฟฟ้า ต้นทุนหลักคือแก๊ส โดยแก๊สกินสัดส่วนอยู่ที่ 56.2% ของภาพรวมทั้งหมด ที่เหลือก็จะเป็นพวกไฟฟ้าสำเร็จรูป น้ำ พลังงานทดแทนต่าง ๆ แก๊สที่ใช้กันอยู่มาจากอ่าวไทย โดยอ่าวไทยกินสัดส่วนอยู่ที่ 63.3% แก๊สจากพม่า 16% และ LNG นำเข้า 20.6% จะเห็นได้ว่าแก๊สจากอ่าวไทยคือหัวใจของเรื่องนี้

ราคาแก๊สจากอ่าวไทยมีราคาลดลงมาตลอดเลย แล้วรัฐมนตรีไปใช้วิธีการทำให้ค่าไฟต่อยูนิตแพงได้ยังไง? การคิดค่าไฟจะคิดทุกๆ 4 เดือน (มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน) ตอนนี้เราอยู่ที่เดือนเมษายน (สล็อตแรก) และค่า Ft ไฟฟ้าอยู่ที่ 0.9343 / หน่วย ซึ่งถือว่าแพงแล้ว แพงกว่าตอนมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน แพงกว่าตอนค่าเงินบาทอ่อนเมื่อปีที่แล้ว แพงกว่าตอนมีวิกฤติส่งแก๊สช้ากว่าปีที่แล้วอีกนะ ตอนนั้นราคาไม่หนักเท่าวันนี้

สิ่งที่ช็อกที่สุด และพี่น้องประชาชนยังไม่รู้คือหากยังบริหารแบบนี้ไปเรื่อยๆ ให้แพงแล้ว แพงต่อ เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม (สล็อตที่ 2) สิ่งที่น่าตกใจคือการทำสำรวจจากกระทรวงพลังงาน เสียงข้างมากร้อยละ 30 ที่เห็นด้วยคือการขึ้นค่าไฟ ขึ้นค่า Ft

'ดร.หิมาลัย' แนะ 'อุ๊งอิ๊ง' เลิกท่องวาทกรรม 'รัฐประหาร' ได้แล้ว ซัด!! มีดีอะไร ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ข้ามหัวคนทั้งพรรค

(20 เม.ย.66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณี 'แพทองธาร ชินวัตร' แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ออกมาประกาศว่า “ดูหน้าดิฉันไว้ ใครจะอยากจับมือคนทำรัฐประหาร” โดยระบุ การที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ออกตัวว่าจะไม่จับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ทั้งที่ยังไม่ทราบผลการเลือกตั้ง อาจจะเป็นการดูแคลนพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่มีโอกาสจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน รวมยังใช้วาทกรรมตอกย้ำเรื่องรัฐประหารอยู่อีก ทั้ง ๆ ที่จะเลือกตั้งอีกไม่กี่วันแล้ว

ย้อนดูผู้ชนะการประมูล ฮุบกำลังผลิตไฟฟ้ากว่า 5,000 เมกะวัตต์ผู้เดียว ความไม่โปร่งใส จากการปรับปรุงแผน PDP ของรัฐบาลใคร?

(20 เม.ย.66) ร้องกันขรม 'ค่าไฟแพงโหด' แล้วก็ถล่มกันใหญ่
รัฐบาลลุงตู่นั่นแหละตัวการ ลุงตู่กินนอก-กินในกับนายทุนพลังงาน 5,000 เมกะวัตต์
ลุงตู่นอกจากไม่แก้ปัญหาและแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว 
ลุงตู่ยังให้ 'ขึ้นค่าไฟ' ซ้ำเติมชาวบ้าน!
ลุงตู่นี่ "เป็นที่สุดของแจ้" จริงๆ ...........
เป็นทั้งเผด็จการ ทั้งยาสามัญประจำบ้าน  ทั้งกระโถนท้องพระโรง ทั้งส้วมสาธารณะ        

เพราะฉะนั้น ลุงตู่ถือว่ามีบุญ เป็นทั้งถนน เป็นทั้งสะพาน เป็นทั้งฐาน เป็นทั้งยอดพระเจดีย์ ใครอยากขี้รด-ขี้ ใครอยากปิดทอง-ปิด
จะว่าไป ก็น่าอิจฉานะ!
เรื่องค่าไฟแพงชนิดก้าวกระโดดนี้ ทุกคนรู้คร่าวๆ ว่า มาจากการประมูลกำลังผลิตไฟฟ้าเอกชน 5,000 เมกะวัตต์ ที่ กฟผ.ทำสัญญาซื้อขายกับเอกชน

ต้นทุน-กำไรมันก็สะท้อนออกมาเป็นค่าไฟ ตามสูตร 'ปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ' ที่เราเรียกค่า Ft แล้วไอ้ 5 พันเมกะวัตต์นี้ มันมายังไงกัน? ความจริงไม่ใช่เรื่องลึกลับ........
เราไม่จำกันเอง มันก็มาตะเภาเดียวกับ 'จำนำทุกเมล็ด-โกงทุกเมล็ด' นั่นแหละ
ไอ้พวกนักการเมืองขี้โกง มันรู้จุดอ่อนคนไทย จำอะไรไม่ค่อยได้ 'ลืมง่าย' จึงเท่ากับ 'หลอกง่าย'!

ฉะนั้น เวลาตอโผล่ ไอ้นักการเมืองตัวการ จะทำเฉไฉ ไม่รู้-ไม่ชี้ เรื่องนี้...ไม่ใช่ข้า แถมหาเสียงผสมโรงด่ารัฐบาลหน้าเสื่อมันไปซะเลย
ถ้างั้น วันนี้ มารู้ให้ชัดกันไปซะที ว่าโรงไฟฟ้าเอกชน 5 พันเมกะวัตต์ ต้นเหตุค่าไฟแพงนี้ มันเป็นมาไงกัน? จากข่าวมีเยอะ แต่เดี๋ยวจะว่า เอียงข้างโน้น-ข้างนี้ ฉะนั้น ผมจะนำเนื้อหาจาก 'วิทยานิพนธ์' มาให้เรียนกันเลย

เรื่อง 'มาตรการทางกฎหมายในการปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าของประเทศไทยเพื่อป้องกันการทุจริต'

ผู้ทำวิทยานิพนธ์ฉบับนี้คือ 'นางสาวรพีพร อภิภัทรางกูร'
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร 'นิติศาสตรมหาบัณฑิต' สาขากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2560

ในหัวข้อ 2.3.1 ปัญหาทุจริตเชิงนโยบาย เฉพาะ 'บางส่วน-บางตอน' จากหน้าที่ 33 ดังนี้
2.3.1 ปัญหาทุจริตเชิงนโยบาย
กรณีที่เคยปรากฏเป็นข้อกังขาของสังคมเกิดขึ้นในช่วงเวลาการปรับปรุงแผน PDP สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาและมีมติเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2555 เห็นชอบตามมติ กพช. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2555 เรื่องการปรับปรุงแผน PDP 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3
ประเด็นที่เป็นความเคลือบแคลงสงสัย ในเรื่องความไม่โปร่งใสจากการปรับปรุงแผน PDP ฉบับดังกล่าว ที่ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึง และมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนกระทั่งปัจจุบัน คือ กรณีที่แผน PDP ได้กำหนดให้มีการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน IPP ในปริมาณ 5,400 เมกะวัตต์ 

โดยระบุว่า.... "จะต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นก๊าซธรรมชาติทั้งหมด" ทำให้ กกพ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน-เปลว) ซึ่งมีหน้าที่ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ตามที่ มาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดไว้ ต้องไปดำเนินการ ออกระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการจัดหาไฟฟ้าและออกประกาศเชิญชวนรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน โดย กกพ.ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้า เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและจัดทำระเบียบ หลักเกณฑ์ในการจัดหาไฟฟ้า ประเมินและคัดเลือกข้อเสนอของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ซึ่งเป็นที่มาของการออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (IPP) ปริมาณ 5,400 เมกะวัตต์ เมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยคณะอนุกรรมการการจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าได้จัดทำเอกสารรายละเอียดการยื่นประมูล (Request for Proposal:  RFP) สำหรับกำหนดการผลิตในช่วงปี พ.ศ. 2564-2569
ซึ่งในการออกประกาศเชิญชวนครั้งดังกล่าว มีผู้ผลิตให้ความสนใจและซื้อเอกสาร RFP จำนวน 89 ราย อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดซองข้อเสนอด้านเทคนิค คงเหลือผู้ยื่นข้อเสนอโครงการรวมทั้งสิ้น 9 ราย จาก 5 กลุ่มบริษัท ท้ายที่สุดแล้ว ได้ผู้ชนะการประมูลคือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเอกชนรายเดียวที่ได้กำลังผลิตไฟฟ้าปริมาณกว่า 5,000 เมกะวัตต์ ไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว และได้เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ. ในฐานะผู้ได้รับการคัดเลือกจากการประกาศรับซื้อไฟฟ้าของ กกพ. ซึ่งผูกพันระยะเวลานานกว่า 25 ปี การชนะประมูลของเอกชนรายดังกล่าว จนหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความไม่โปร่งใส อันมีที่มาจากการปรับปรุงแผน PDP ของรัฐบาล

‘พันโทสุธี’ ร้องเพลงปลุกใจ นศ.วิชาทหาร เนื้อร้องสุดคุ้น!! อย่างกะ ‘ธาตุทองซาวด์’

(20 เม.ย.66) ผู้ใช้งาน TikTok ชื่อ ‘พันโทสุธี สุขสากล พิธีกร ป.ธ.๙’ โพสต์คลิปวิดีโอขณะร้องเพลงเกี่ยวกับทหารที่ดัดแปลงมาจากเพลง ‘ธาตุทองซาวด์’ ของ ‘ยังโอม’ ณ โรงเรียนรักษาดินแดน โดยในคลิปเผยว่า…

“คนไม่ลืมที่มาแล้วจะมีที่ไป ยังโอมเขาเป็นเด็กวัดธาตุทอง เขาก็เลยแต่งเพลงธาตุทองซาวด์ที่แปลว่าเสียงจากเด็กวัดธาตุทอง แล้วก็เป็นความภาคภูมิใจที่เขาสามารถที่จะไปทำโน่นทำนี่นั่น เป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนของเขาได้ เหมือนกับพวกเราที่จากบ้านมา จากพ่อจากแม่มารับใช้ชาติ มียศมีตำแหน่งสูงขึ้นต่อไปก็เป็นความภาคภูมิใจ ลองฟังดูนะ…

‘นักเขียนดัง’ ชี้!! คนดังแห่เที่ยวเมืองไทย เสน่ห์ล้วน!! ไม่ใช่ความโชคดีแบบฟลุคๆ

(20 เม.ย.66) คุณปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Padipon Apinyankul’ ระบุว่า...

ทำไม ?

ตั้งแต่ต้นปี 2566 .. ทำไมถึงมีแต่ข่าว #ดาราและไอดอลจีน ต่างมาเที่ยว ‘เมืองไทย’

เท่าที่ตรวจรายชื่อจากการเช็คอินดูคร่าวๆ มีชื่อของ...

วิคตอเรีย ซ่ง, หลี่ข่ายซิน, เฉิงเซียว, จวีจิ้งอี

ดาราจีนมีมาก ในส่วนที่ไม่มีรายชื่อเพราะอาจจะมาแบบเงียบๆ หรือยังไม่มีเวลาว่างที่จะมา แต่ได้เคยมาแล้วในปีก่อนๆ อาทิ ดาราดังอย่าง ‘จ้าวลู่ซือ’ นางเอกดวงตาโตใส รอยยิ้มน่ารัก...ชอบมาเมืองไทยหลายครั้ง 

ล่าสุดมาช้อปปิ้งและเล่นสงกรานต์ที่สยามสแควร์ เมื่อปี 2562 (มีโควิด 2563-2565) เชื่อว่าอีกไม่นาน ‘จ้าวลู่ซือ’ นางเอกในหัวใจของทุกคน ต้องมาแน่นอน

นี้แค่เพียงเริ่มต้นปี 2566 เท่านั้น!!

ขนาดดาราใหญ่อย่าง ‘หลิวเต๋อหัว’ แม้นปีนี้จะยังไม่ได้มา แต่ก็ยังได้โพสต์ภาพเดิม พร้อมระบุข้อความว่า “มาดื่มด่ำกับความสนุกสนานของสงกรานต์ และสาดความกังวลของเราด้วยเสียงหัวเราะและความรัก...สวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน” โพสต์อย่างนี้ #รักไทยเต็มหัวใจแน่ๆ 

เหนียวแน่น ชัดเจน!! 'ดร.ยงยุทธ' แชมป์เก่า เขต 2 ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนอิสลามเมืองใหม่แพรกษา กระแสตอบรับดีมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 สมุทรปราการ นำโดย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เบอร์ 6 เขต 2 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ลุยหาเสียงอย่างต่อเนื่องภายในชุมชนอิสลาม เมืองใหม่แพรกษา ต.บางปู สมุทรปราการ พื้นที่ เขต 2 

โดยการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในชุมชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นรวมถึงการแก้ไขปัญญาจากพี่น้องประชาชนในชุมชน โดยพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ และจากการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ เห็นได้ว่ามีประชาชนจำนวนมากพร้อมที่จะให้การสนับสนุน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ให้ได้เป็น สส.ต่อไป พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์เบอร์ 6 อย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top