Friday, 17 July 2026
NewsFeed

‘ดี้ นิติพงษ์’ ประกาศชัด!! เลือก ‘ภูมิใจไทย’ เบอร์ 7 ชี้!! เอาชนะ ‘โควิด-19’ ทำผลงานประจักษ์

‘นิติพงษ์ ห่อนาค’ นักแต่งเพลงชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊ก จะเลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 7 ชี้มีผลงานชัดตอนร่วมรัฐบาลเอาชนะโควิด คนในพรรคไม่มอมแมมโฉ่งฉ่าง หนุนใช้ประโยชน์จากกัญชา โดยมีมาตรการควบคุม

เมื่อวันที่ (12 เม.ย.66) นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ หัวหน้าวงเฉลียงและนักประพันธ์เพลงชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nitipong Honark’ โดยระบุว่า 

“หลายวันมานี่…ฉันขับรถไปมาหลายแห่ง ทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลหลายจังหวัด…ได้เห็นโดยไม่ต้องสังเกต ว่าไม่มีต้นไม้หรือเสาไฟใดริมถนน ที่เหงาเดียวดาย…

ล้วนมีคู่รักเป็นป้ายโฆษณาหาเสียงเสียทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า คู่รักเสาไฟกับป้ายหาเสียง จะมีเวลาอันสั้นนัก…จากนี้เดือนเศษ ๆ เสาไฟฟ้าก็ต้องยืนเดียวดาย…ป้ายหาเสียงก็จะจากไปเป็นอะไรสักอย่างตามแต่จะมีประโยชน์

ยกเว้นเป็นเสาไฟฟ้าที่เซ็กซี่เป็นพิเศษ ก็จะมีป้ายโฆษณาคอนโด หมู่บ้าน กลับมาเป็นคู่รักใหม่…

ช่วงนี้ฉันเลยค่อนข้างถือว่าเพลิดเพลินกับป้ายหาเสียงทั่วเมือง แม้ว่าจะเวียนหัว เพราะว่ามันลายตาไปหมด แต่ก็ยินดี..ที่ทุกคนทุกพรรค เล่นในเกมเดียวกัน สนามเดียวกัน กติกาเดียวกันหมด…

เลิกเพ้อเจ้อเรื่องเผด็จการ ประชาธิปไตย อะไรนั่นได้แล้ว…

นึกขึ้นได้ ว่า เมื่อครั้งที่แล้วตอบคำถามแรกของเพื่อน…ที่ถามว่าสนใจอยากได้เป็นนายกฯ คนที่ 30

ถึงเวลานั้นและเวลานี้ ฉันตอบว่า

ฉันจับตาไปที่คุณพี่หนู อนุทิน ด้วยเหตุผลและความรู้สึกที่อธิบายไปแล้ว…เมื่อสถานะสักเดือนก่อน

รักหนูเสียดายตู่…. เป็นนายกสองคนเลยได้ไหมวะจ๊ะ แบ่งกัน จะได้ไม่เหนื่อย….ฮ่าๆๆๆ

คราวนี้จะตอบคำถามว่า ชอบพรรคไหน…

ก็แหง…เหตุผลหนึ่งที่จับตาอนุทินก็คือพรรคภูมิใจไทย

ในบรรดาพรรคการเมืองในเมืองไทยหรือทั่วโลกนั้น จะหาที่เนื้อผ้าขาวสะอาดเหมือนเสื้อนักเรียนที่แขวนอยู่ในร้านสมใจนึกบางลำภูนั้นมิได้…

การเมืองมันมีโคลนเป็นวัตถุดิบหลักเสมอ…จึงทุกพรรคการเมืองนักการเมือง ต้องเป็นสีขาวสีเทาสีหม่นแตกต่างกันไปถึงเกือบดำ ทั้งมอมแมมเพราะถูกเข้าขว้างโคลนใส่ และเพราะขว้างเขาแล้วกระเด็นใส่ตัวเอง

พรรคการเมืองใหม่ ๆ หลายพรรค ขนาดยังไม่เปิดแถลงข่าว ก็สีเทาหนักมาตั้งแต่ต้น…

ทำไมภูมิใจไทย…

ฉันรู้สึกว่า เออ คนพรรคนี้ ไม่ค่อยเสียกริยา เป็นฝ่ายบริหารมา ก็เห็นผลงานชัด โดยเฉพาะสาธารณสุข ซึ่งได้รับชัยชนะจากการสู้โควิด สถานการณ์นี้มาส่งคะแนนให้ภูมิใจไทยมาก

พูดแล้วทำ….เป็นสโลแกนที่ไม่ได้อวดเกินจริง

แล้วเรื่องราวผู้คนภายในพรรคก็ไม่มอมแมมหรือโฉ่งฉ่างเหมือนพรรคอื่น ๆ เอาว่าพอคบได้

เรื่องกัญชา เป็นเหรียญสองด้าน เลือกหน้าไหนก็มีคนชอบคนชัง แต่วิธีที่จะทำให้ได้ประโยชน์แต่ควบคุมได้นั้นมีอยู่…และควรจะช่วยกันหาวิธีควบคุมให้ชัดเจนมากกว่า

คล้ายกับเรื่องว่า…พ่อแม่ควรจะยื่นถุงยางอนามัยให้ลูกชายพกไปเที่ยวลอยกระทง หรือจะตะคอกห้ามมัน จนกระทั่งมันไปทำผู้หญิงท้อง
ในขณะที่ข่าวคราวการเมืองเริ่มเข้มข้น 

สวนนงนุชพัทยา เปิดงาน! เทศกาลสงกรานต์ “ มหาสงกรานต์ ดอกไม้บาน ที่สวนนงนุช ” พร้อมชมความน่ารัก ลูกช้างรดน้ำดำหัวแม่ช้าง !!!!

วันที่ 13 เมษายน 66  สวนนงนุชพัทยา จัดงาน “ มหาสงกรานต์ ดอกไม้บาน ที่สวนนงนุช ”  ประจำปี 2566  โดยมีนายสุนทร มูเนาวาเราะ    นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธี  นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยาและผู้บริหารสวนนงนุชพัทยา ร่วมเปิดงานภายในงานมีขบวนแห่นางสงกรานต์ที่สวยงามตระการตาในชื่อชุด " เถลิงศก มหาสงกรานต์ เย็นสำราญ สวนนงนุช"  ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป 9 วัด คู่บ้านคู่เมืองของไทย  ชมลูกช้างรดน้ำดำหัวแม่ช้างจำนวน 3 คู่  มอบพวงมาลัยขอพรจากแม่ช้างพร้อมปะแป้งโดยจัดขึ้นระหว่างวันที่  13 – 17 เมษายน 2566

นายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยากล่าวว่า  ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่าน ที่มาร่วมงานในวันนี้ ถือว่าวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย และเป็นวันที่สมาชิกในครอบครัว  มาพบปะกันโดยถือปฎิบัติกันมาอย่างยาวนาน และเป็นการเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของประเทศไทยให้ประจักษ์สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

ม.112 ไม่แก้ ไม่แตะ ถ้าใครนโยบายไม่ตรงกันในเรื่องนี้ ก็ไม่ควรมาร่วมกัน

เมื่อวานนี้ (12. เม.ย.66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกฯ ได้เปิดใจคุย ‘กรรมกรข่าวเปิดอกคุย’ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง

โดยนายสรยุทธ ได้ถามพล.อ.ประวิตร ถึงแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า “พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ร่วมกันพรรคเพื่อไทย และก้าวไกล ซึ่งพรรคก้าวไกลนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรคพลังประชารัฐนั้นไม่อยากร่วม ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการโดยบอกว่าถามพรรคแล้วให้แถลงอย่างนี้”

ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ตอบกลับถึงประเด็นที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ประกาศว่าขอไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย และก้าวไกล ว่า “ไม่ได้ถามหัวหน้าพรรคแต่พูดกับผู้ใหญ่ในพรรค” โดยนายสรยุทธได้ย้ำ “เขาขอแล้ว”

พล.อ.ประวิตร ได้เสริมว่า “เขาได้ถามตนแล้วว่าถ้านโยบายไม่ตรงกันก็ไม่ร่วมกัน ซึ่งตนก็ได้เห็นด้วย ถ้านโยบายไม่ตรงกัน หรือมีการตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง” พร้อมยังย้ำ “ถ้านโยบายไม่ตรงขอไม่ร่วม”

‘ณัฐชา’ ตอบชัด!! ปมวินถาม “แก้ ม.112 แล้วได้อะไร” ย้ำ!! ทุกพื้นที่ต้องสามารถพูดถึง ‘สถาบันพระมหากษัตริย์’

(12 เม.ย.66) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางบอน (เฉพาะแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน) และเขตบางขุนเทียน (ยกเว้นแขวงท่าข้าม) เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่มีพี่วินบุกถามถึงทำไมต้องแก้ ม.112 โดยระบุว่า 

“4 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำแค่เรื่องการแก้ ม.112 พร้อมยังเปิดเอกสารให้ดูเลยด้วยซ้ำ ว่าในสภาฯ ได้ทำเรื่องอะไรไปบ้าง แต่พี่วินคนดังกล่าวนั้นไม่เปิดใจรับฟัง กลับบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวเป็นเพียงเรื่องยิบย่อย”

นายณัฐชา ตอบถึงกรณีที่วินถามว่า ทำไมถึงอยากจะแก้แต่ ม.112 ว่า “ เพราะ ม.112 ถูกหยิบยกมาในประเด็นทางการเมือง เพราะฉะนั้นเราอยากจะยกมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นถ้าเห็นว่าเรื่องใดก็ตามที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อประเทศ ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสำนักพระราชวังเป็นตัวแทนในการฟ้องร้อง”

นายณัฐชา ได้กล่าวว่า “ทุกวันนี้เป็นบุคคลที่ใช้เรื่องราวเหล่านี้กลั่นแกล้งกันทางการเมือง และยิ่งรุกคืบไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่เกี่ยวกับประมุขของประเทศ หรือพระมหากษัตริย์เลย แต่ก็ยังไปร้องเรียนเรื่อง ม.112” พร้อมเสริมว่า “ซึ่งงบางคนยังไม่ได้ถูกตัดสินคดี แต่ถูกจำคุกไปแล้ว 365 วัน แต่ยังไม่ถูกตัดสินเลยว่าทำผิดหรือเปล่า”

นายณัฐชา ได้ย้ำชัด “เราได้พยายามจะสื่อสานเรื่องเหล่านี้ แต่พี่วินนั้นไม่รับฟัง” ทั้งยังได้ตอบคำถามที่พี่วินถามไว้ว่าประเทศไทยมีกษัตริย์มากว่า 800-900 ปี ยังอยู่ได้ไม่เป็นไร ว่า “ที่ผ่านมาในอดีตนั้นเรามีกษัตริย์มาหลายราชวงศ์ และที่ผ่านก็เคยเกิดเหตุการณ์ก็เคยล้มมาแล้วผ่านกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทหารยึดอำนาจ เปลี่ยนแปลงรางวงศ์ต่างๆ ซึ่งประวัติศาสตร์ที่พี่วินบอกมานั้นผ่านการล้มโดยทหารทั้งนั้น ไม่มีการล้มโดยประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว”

รองโฆษก ตร. เตือน “น้องกี้ และ ผู้” สวมหมวกกันน็อกก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าใกล้แค่ไหน ชี้สถิติ ทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนตาย 1 คน จากการขับขี่จักรยานยนต์

วันนี้ (13 เม.ย.66) เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ดร.ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์ เตือนผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ให้สวมหมวกนิรภัยตามกฎหมายทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ อัตราโทษสำหรับการไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท ชักชวนให้มีการแข่งรถในทาง จำคุกสูงสุด 6 เดือน ปรับสูงสุด 20,000 บาท แข่งรถในทาง จำคุกสูงสุด 3 เดือน ปรับสูงสุด 10,000 บาท เมาแล้วขับ จำคุกสูงสุด 1 ปี ปรับสูงสุด 20,000 บาท ทำผิดซ้ำซ้อน เพิ่มโทษ 

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียเป็นอย่างมาก ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน เผยให้เห็นยอดผู้เสียชีวิตสะสมในปี 2566 (1 ม.ค.66-11 เม.ย.66) มีจำนวนสูงถึง 4,478 ราย เป็นเพศชาย 77% และเพศหญิง 23% โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 36-60 ปี (39%) และ 25-35 ปี (21%) โดยผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 79 เป็น “ผู้ขับขี่หรือผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์” ในภาพรวม ตามสถิติ ทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนตาย 1 คน จากการขับขี่จักรยานยนต์  

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ประชาชนมีการสัญจรบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชน จึงขอรณรงค์และขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สวมหมวกนิรภัย โดยการสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน สามารถช่วยลดความรุนแรงต่อการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ถึง 72% ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ถึง 39%  จึงมีข้อแนะนำในการเลือกหมวกนิรภัยที่ปลอดภัย ดังนี้
.
1. เลือกชนิดปิดเต็มหน้าหรือชนิดเต็มใบ เพื่อปกป้องศรีษะและใบหน้าให้มากที่สุด
2. เลือกที่ได้รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มีสัญลักษณ์ มอก.
3. เลือกขนาดของหมวกนิรภัยให้กระชับ พอดีกับขนาดของศรีษะ 
4. เลือกสีสันสดใส มองเห็นชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน
5. เปลี่ยนหมวกใบใหม่ทุก 3-5 ปี หรือเปลี่ยนทันทีเมื่อหมวกได้รับการกระแทก 

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวว่าอีกว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทั่วประเทศและกำลังพลกว่า 100,000 นาย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร ให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด ประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ฟิล์ม' แจง 'บัตรลุงป้อม700' ช่วยตรงเป้าไม่หว่านมั่ว ชี้!! มีที่มาของเงินชัดเจน แตะงบไม่ถึง 2 แสนล้านต่อปี

(13 เม.ย.66) จากการที่นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวพาดพิงถึงนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาท หรือบัตรลุงป้อม ของพรรคพลังประชารัฐ ที่นายเศรษฐา กล่าวว่าใช้เงินงบประมาณมากถึง 8 แสนล้านบาทนั้น นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์มผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 เขต 22 สวนหลวง ประเวศ ของพรรคพลังประชารัฐก็ได้ออกมาตอบโต้โดยระบุว่า ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้นจะออกมาให้ข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้อย่างสิ้นเชิง 

โดยประการแรกบัตรประชารัฐนั้น จะเป็นสวัสดิการที่ดูแลคนไทยผู้เข้าหลักเกณฑ์ประมาณจำนวน 14 ล้านคน ไม่ใช่ 20 ล้านคน โดยตัวเลข 20 ล้านคนนั้นคือตัวเลขของผู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด แต่หลังจากที่หน่วยงานราชการได้ทำการคัดกรองแล้วพบว่ามีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นเพียงประมาณ 14 ล้านคนเท่านั้น จากการวางหลักเกณฑ์ที่รัดกุม ยกตัวอย่างเช่นจะไม่ได้ดูเฉพาะตัวผู้ที่มาลงทะเบียนเท่านั้น แต่จะต้องดูรายได้รวมของคนในครอบครัวด้วย และผู้ที่จะมีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือนั้นก็จะต้อง เป็นผู้ที่อยู่ใต้เส้นความยากจน หรือก็คือจะต้องมีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี แตกต่างกับทางพรรคเพื่อไทยที่แจกทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ไม่วาจะมีรายได้น้อยหรือคนรวยก็ได้หมด 

ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐก็ได้คำนวณมาแล้ว การดูแลในส่วนนี้ จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 9,800 ล้านบาทต่อเดือน หรือไม่ถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี และเป็นการใช้เงินแบบทยอยใช้ มิใช่จ่ายหมดในครั้งเดียวจึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการตั้งงบประมาณ โดยงบประมาที่ใช้นั้นก็จะนำมาจาก กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

บิ๊กตู่’ อวยพรให้คนไทย สงกรานต์นี้ต้องมีสติ กำชับ ‘จนท.-อสม.’ อำนวยความสะดวกให้ปชช.

‘บิ๊กตู่’ ส่งความปรารถนาดีถึงคนไทย อวยพรสงกรานต์มีสติไม่ประมาท เดินทางกลับภูมิลำเนา ด้วยความปลอดภัย ขอบคุณ-ให้กำลังใจ จนท. และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 

(13 เม.ย.66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 ว่าเนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2566 ขอส่งความรัก ความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวไทยทุกคน ทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศและต่างประเทศ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ห้วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาสำคัญที่พี่น้องชาวไทยจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์ ซึ่งถือเป็น “วันขึ้นปีใหม่ไทย” ที่ยึดถือสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและวิถีชีวิตอันงดงามของไทยตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่มีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังเป็นเทศกาลแห่งความอบอุ่นที่ประชาชนชาวไทยจะได้ใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัว พี่น้อง และญาติมิตร อย่างมีความสุข ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ทั้งกิจกรรมทางศาสนา และการรดน้ำดำหัวขอพรบิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพื่อความสุขสวัสดี เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

'โภคิน' ฉะ!! แจกเงินดิจิทัลไม่ช่วยให้เศรษฐกิจยั่งยืน วอน!! อย่าหลงเชื่อบางพรรค อาจพาประเทศเสียหาย

‘โภคิน’ มองแจกเงินดิจิทัล 10,000 ไม่สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ “ไทยสร้างไทย” ขอดูแลคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบ โดยสร้างประชาชน ให้มีความรู้ ทักษะ มีสุขภาพดี อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ

(13 เม.ย.66) - นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) แถลงข่าวกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านวอลเล็ต โดยตั้งคำถามว่า นโยบายการแจกเงิน ถูกต้องหรือไม่ ควรทำในระดับที่จำกัด เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในและความฝืดเคืองช่วงต้นๆ เพราะไม่ก่อให้เกิดผลผลิตใดๆ และเงินดิจิทัล คืออะไร ควรแจกทุกคนหรือไม่ ถ้าเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญ ทำไมต้องแจกตั้งแต่อายุ 16 ขณะเดียวกันเห็นว่า Decentralization Finance หรือการเงินแบบไม่รวมศูนย์มีการสร้างเงินตราขึ้นใหม่ จนทำให้เงินล้นโลก แต่อยู่ในมือคนเพียง 10% 

นายโภคิน กล่าวอีกว่า เงิน QE หรือ นโยบายทางการเงินที่ฉีกกฎนโยบายแบบดั้งเดิม ไม่ทราบว่าเพิ่มเท่าใด ส่วนเงินดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ จึงเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ Fed (The Federal Reserve) ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตลอดตั้งแต่ปี 2565 จนวิตกกันว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย และเกิดการต่อต้านการครอบงำของ USD แจกให้คนจนทั่วโลกโดยเฉพาะช่วง Covid 19 ใน รูปแบบต่างๆ แต่ก็กลับไปที่คนรวยอีก

พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกำหนดสิทธิของประชาชนในการมีชีวิตที่ดีไว้อย่างไร ในครรภ์ มาตรา 48 สิทธิของมารดาช่วงก่อนและหลังตลอด มาตรา 54 รัฐต้องให้เด็กทุกคนได้เรียนฟรี 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ ก่อนวัยเรียนและ วัยเรียน โดยในวรรค 2 เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา วรรค 3 ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการ วรรค 5 ตามวรรคและ 2 และ วรรค3 ช่วยผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งจะมีกองทุนให้

ส่วนในมาตรา 77 วัยทำมาหากิน ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็น เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน มาตรา 48 วรรค 2 วัยเกษียณ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

นายโภคิน กล่าวว่า ดังนั้นโยบายพรรคไทยสร้างไทย จึงสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตของประชาชน ให้มีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงทุกช่วงวัย ต้องสร้างประชาชน ให้มีความรู้ ทักษะ มีสุขภาพดี ต้อง Liberate และ Empower ประชาชน ต้องสถาปนาความยุติธรรม ต้องขจัดคอรัปชันและธุรกิจสีเทา ซึ่งผลของสงครามการเมือง 2 ขั้ว ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ยากจน ความใหญ่โตและสิ้นเปลืองหรือการกดทับของรัฐราชการ การทุจริตคอรัปชัน

ธุรกิจสีเทาสีดำ การผูกขาด ทุนนิยมพรรคพวก จนทำให้ประชาชนพ่ายแพ้เจ็บปวดมาตลอด 17 ปีและเสพติดการแจก การช่วยเหลือแบบครั้งคราวเฉพาะหน้า ไม่ยั่งยืน

‘สุวัจน์-กรณ์’ นำทัพ ‘ชพก.’ ขอพรวัดบวรฯ เสริมสิริมงคล พร้อมเล่นน้ำกับปชช. อย่างใกล้ชิด เผย!! เหมือน 14 อีกครั้ง

ไพรีพินาศ! ‘สุวัจน์-กรณ์’ พาผู้สมัคร ส.ส.กทม.ขอพรวัดบวรฯ เจ้าอาวาสมอบพระไพรีพินาศ อวยพรให้ชนะทุกสิ่ง พร้อมเล่นน้ำสงกรานต์ถนนข้าวสาร ‘กรณ์’ กล่าว รู้สึกเหมือน 14 อีกครั้ง! 

 (13 เมษายน) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และนายนันทพันธ์ ศุภณ์ภัทรพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต1 กทม. และคณะผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค เดินทางไปยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เพื่อเข้าสักการะพระไพรีพินาศ และสรงน้ำพระธรรมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร จากนั้นได้เดินเล่นน้ำที่ถนนข้าวสารซึ่งจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์  ก่อนที่จะร่วมขบวนตุ๊กตุ๊กทักทายพี่น้องประชาชน ตามถนนย่านเมืองเก่า  

นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันนี้ได้เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทยหรือวันสงกรานต์ ท่านเจ้าอาวาสได้มอบพระไพรีพินาศให้กับคณะด้วย ซึ่งวันนี้มาพร้อมกับผู้สมัคร กทม.หลายท่าน ก็ขอให้ทุกคนชนะทุกสิ่ง ชนะทุกเรื่อง   

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ ถือว่าเป็นซอฟท์พาวเวอร์ของไทย ที่โลกรู้จัก ว่าเป็นวันปีใหม่ของไทย ที่มีมีความรื่นเริงสนุกสนาน ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าเองมีนโยบายที่ส่งเสริมซอฟท์พาวเวอร์อยู่แล้ว ก็อยากให้โลกได้รู้จักเรามากขึ้นผ่านประเพณีสำคัญ ๆ 

รู้จัก 'เท่ห์-พิทักษ์เดช' เบอร์ 1 เขต 3 เมืองคอน ขอเชื่อมทุกความร่วมมือ พาความเจริญสู่พื้นที่

หลายคนสอบถามมาว่า “เท่ห์-พิทักษ์เดช เดชเดโช' เป็นใครมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 3 (หัวไทร-ปากพนัง) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 

ก็บอกตามตรงว่า “ส่วนตัวไม่รู้จักกัน” แต่ผมรักพ่อเขา “วิฑูรย์ เดชเดโช” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (ผู้ล่วงลับ) กับ “กนกพร เดชเดโช” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช คนปัจจุบัน

เท่ห์ เป็นทายาทคนที่ 3 จาก 4 คนพี่น้อง “เดชเดโช” จบมัธยมปลาย จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงเรียนชายอันดับหนึ่งของนครศรีธรรมราช ถ้าเป็นโรงเรียนหญิงก็จะเป็นโรงเรียนกัลยาณี 

ระบบการศึกษาแบบ “แพ้คัดออก” เมื่อเท่ห์ของเข้ามหาวิทยาลัยระบบปิดไม่ได้ จึงมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยเปิด “ตลาดวิชา” อย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าเป็น “ลูกพ่อขุน” ตามพี่ชาย “แทน-ชัยชนะ เดชเดโช” เข้าเลือกเรียนนิติศาสตร์ และจบเป็นนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และต่อด้วยปริญญาโทนิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

ขณะกำลังศึกษา ได้เข้าร่วมกับกลุ่มเพื่อนนักศึกษา ทำกิจกรรมทางการเมือง ออกให้ความรู้ทางด้านกฎหมายกับพี่น้องประชาชนที่ขาดความรู้ในทางด้านกฎหมาย ถือว่าเป็นนักศึกษากิจกรรมคนหนึ่ง

เท่ห์ เกิดในครอบครัวนักการเมือง เลือดในกายจึงผสมด้วยกลิ่นอายทางการเมือง เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานในการบริหารจัดการทรัพย์สินและการบริหารจัดการหนี้ ปัญหาหนี้สินจากการบังคับคดี และปัญหาหนี้นอกระบบ

“พูดจริงๆ เท่ห์ เขาไม่อยากเข้ามาทำงานการเมืองมากนัก เขาอยากอยู่เบื้องหลัง ดูแลพี่ๆ น้องๆ ดูแลธุรกิจมากกว่า แต่ทางครอบครัวขอร้องว่าถึงเวลาแล้ว และเขาก็ตัดสินใจด้วยตัวเองเอง” แทน กล่าวถึงน้องชาย

ช่วงเปิดตัวใหม่ๆ เท่ห์ประสงค์จะลงเขต 1 (เมือง) แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ “ราชิต สุดพุ่ม” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี มาลงสมัคร เท่ห์จึงเปิดทางให้ และขยับไปเขต 2 ซึ่งเดิมจะติดอำเภอปากพนังไปด้วย แต่เมื่อ ส.ส.เพิ่มเป็น 10 กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ปากพนังทั้งอำเภอถูกจัดให้เป็นเขต 3 ร่วมกับอำเภอหัวไทร เท่ห์จึงขอลงเลข 3 

เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่เลือกตั้ง เขาก็ทำหน้าที่ได้ดี และตั้งใจ ขยันลงพื้นที่ พวกเราก็ไม่ผิดหวัง และเชื่อว่า ถ้าเขาได้รับเลือกตั้งก็จะทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน

อยากให้พี่น้องประชาชนได้ผู้นำที่เข้าใจ เข้าถึง รู้ถึงปัญหาของพื้นที่อย่างแท้จริง และ ต้องการให้การบริหารและการพัฒนาเท่าเทียมกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยที่จะต้องได้คำว่า “ผู้นำแห่งความร่วมมือ” นี้เป็นเจตนารมย์ของเท่ห์ในการตัดสินใจกระโดดเข้าสู่เวทีการเมือง

กล่าวสำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 แล้ว เดิมทีก่อนหน้านี้ น้อย-วิทยา แก้วภารดัย จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็น ส.ส.อยู่ แต่ในการเลือกตั้งปี 2562 น้อยแพ้ให้กับสัญหพจน์ สุขศรีเมือง จากพรรคพลังประชารัฐ แบบ “หักปากกาเซียน” พูดได้ว่าเป็นเขตล้มช้าง ล้มอดีตรัฐมนตรีว่าการกนะทรวงสาธารณะสุข ดีกรี ส.ส.เขตนี้ 8 สมัย แต่เลือกตั้งครั้งครานี้ “น้อย-วิทยา” แยกตัวไปจากประชาธิปัตย์ ไปร่วมกับพรรค “ลุงตู่-รวมไทยสร้างชาติ” ส่ง “นนทิวรรธน์ นนทภักดิ์” คนสนิทมาลงสมัครรับเลือกตั้งแทน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top