Friday, 17 July 2026
NewsFeed

‘ก้าวไกล’ ลุยขนส่งหมอชิต เปิดแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ หวังฝาก ปชช.ที่เดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ บอกต่อครอบครัว

(12 เม.ย. 66) พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประกอบด้วย เซีย จำปาทอง, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี และ วรรณวิภา ไม้สน ร่วมสวัสดีปีใหม่พี่น้องประชาชนที่เดินทางมายังบริเวณสถานีขนส่งกรุงเทพ หรือ ‘หมอชิต 2’ พร้อมเชิญชวนประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ ร่วมแคมเปญ ‘ภารกิจแห่งจักรวาล : ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ ด้วยการเชิญชวนคนในครอบครัวหรือคนที่บ้านให้กาพรรคก้าวไกล

พริษฐ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ คือการชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล เนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ได้เห็นแนวร่วมพรรคก้าวไกลอยู่ในทุก ๆ บ้าน เป็นคนที่มีความคิดความฝันตรงกับพรรค อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นนโยบายของพรรคเกิดขึ้น จึงอยากให้แนวร่วมพรรคก้าวไกลได้ชวนคนทั้งบ้านหันมาเลือกพรรคก้าวไกลยกบ้าน เพื่อให้ความต้องการนั้นเป็นจริง

สำหรับแคมเปญชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล ประกอบด้วย 5 ภารกิจ ได้แก่

1.) ส่งต่อข้อมูลนโยบายพรรคให้เพื่อนและญาติในรูปแบบแผ่นพับออนไลน์

2.) เปลี่ยนเฟรมรูปโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียให้เป็นเฟรม กา x ก้าวไกล

3.) สร้างป้ายหาเสียงผ่านเว็บไซต์และแชร์ให้ทั้งโลกได้รู้

4.) ท้าประลองกับที่บ้านว่าใครรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับนโยบายพรรคก้าวไกล

5.) ใช้โซเชียลมีเดียปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ช่วยกันแชร์และเชียร์พรรคก้าวไกล

นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมของปีกแรงงาน พรรคก้าวไกล นำโดย เซีย จำปาทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 ในฐานะตัวแทนผู้ใช้แรงงาน ที่ร่วมพูดคุยกับประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน เพื่อนำเสนอนโยบายของปีกแรงงานจากพรรคก้าวไกลด้วย

'คริปโตมายด์' วิเคราะห์!! 'แอปฯ เป๋าตัง' ตัวเลือกน่าสนใจ หาก 'เพื่อไทย' จะปั้น Digital Wallet แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ บริษัทที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกของไทย ภายใต้การกำกับดูแล ก.ล.ต. วิเคราะห์นโยบาย “พรรคเพื่อไทย” ความเป็นไปได้ของ Digital Wallet สำหรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท

เมื่อวันที่ (12 เม.ย.66) หนึ่งในประเด็นใหญ่ในช่วงนี้ที่เป็นที่พูดถึงและถกเถียงในโลกโซเชียลกันอย่างแพร่หลาย ก็คือการประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่าด้วยเรื่องการเติมเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาทให้กับประชาชนคนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายใกล้บ้านในรัศมี 4 กิโลเมตร ผ่าน Digital Wallet โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน ในตลาดท้องถิ่น สร้างธุรกรรมระหว่างรายย่อย

หนึ่งในรายละเอียดของนโยบายที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการนำ “เทคโนโลยีบล็อกเชน” มาสร้าง Digital Wallet เพื่อสร้างเงื่อนไขการใช้งานที่จะทำให้นโยบายเป็นไปได้อย่างตรงจุด ในประเด็นนี้นายอภินัทธ์ เดชดอนบม นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกของไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แสดงความคิดเห็นไว้ว่า การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาทำ Digital Wallet นั้นอาจไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลเรื่องข้อจำกัดด้านการออกแบบบางอย่างซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้

เทคโนโลยีบล็อกเชนมีข้อจำกัดในเรื่องของการออกแบบ เนื่องด้วยสิ่งที่เรียกว่า Blockchain Trilemma หรือหลักพื้นฐานบล็อกเชน 3 ประการ ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้พร้อมกัน อันประกอบด้วย ความปลอดภัย (Security), การขยายตัวเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต (Scalability) และการกระจายอำนาจ (Decentralization)

ซึ่งตัวเลือกแรกก็เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก Security การที่จะทำระบบบล็อกเชนให้สามารถรองรับธุรกรรมมหาศาลจากประชากรหลายสิบล้านคน ก็จำเป็นต้องเลือก Scalability มาเป็นอันดับสอง นั่นหมายความว่าต้องยอมสูญเสีย Decentralization ไป
 
อีกทั้งการทำระบบการชำระเงินของรัฐบาลก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเป็นบล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) ที่เปิดรายละเอียดของโครงสร้างระบบให้คนทั่วไปเห็น ทำให้ตัวเลือกเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Private Blockchain แต่การจะทำให้ประชาชนทุกคนใช้งานได้ โดยไม่ติดขัด Digital Wallet นี้ก็ต้องเป็นแบบ Custodial Wallet ที่ทำให้ Decentralization ลดลงไปอีก

ซึ่งทำให้ระบบโดยรวมนั้นอาจไม่ได้แตกต่างจากการใช้ระบบฐานข้อมูลแบบเดิมที่อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังไม่มี Case Study ของบล็อกเชนที่สามารถรองรับธุรกรรมได้มากระดับหลายสิบล้านธุรกรรมต่อวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงมองว่าตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในการทำ Digital Wallet นี้ก็คือ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่มีอยู่ก่อนแล้ว และคาดว่า “แอปพลิเคชันเป๋าตัง” ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวได้ไม่ยาก มีประวัติการรองรับธุรกรรมจากการใช้งานจริงจากโครงการก่อนหน้านี้

ประชาชนมีความคุ้นเคยกับแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้ว อีกทั้งการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีอยู่เดิมก็จะสามารถประหยัดงบประมาณการพัฒนาระบบใหม่และดูแลรักษาได้อีกด้วย

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นที่พูดถึงก็คือความเกี่ยวข้องของ Digital Wallet กับ Central Bank Digital Currency (CBDC) ซึ่งในเรื่องนี้ทางเรามองว่าไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากทางแบงก์ชาติมีแนวทางพัฒนาของตัวเอง โดยในตอนนี้ Retail CBDC ก็กำลังอยู่ในช่วง Pilot Test ระหว่างช่วงปลายปี 2565 ไปจนถึงกลางปี 2566 ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด

โดยหาก Pilot Test แล้วมีปัญหาหรือมีจุดต้องแก้ไขก็ต้องนำกลับไปพัฒนาใหม่ และ Pilot Test อีกครั้งไปเรื่อย ๆ จนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปี เพราะ CBDC จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ไม่สามารถรีบเร่งได้ ทำให้ไทม์ไลน์อาจไม่ตรงกับการบังคับใช้ นโยบายดังกล่าวหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

‘สิริพงศ์’ ขอบคุณศาล ตัดสินชนะคดีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ชี้!! เป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของ ‘ภท.’ รักษาประโยชน์ของปชช.

ส.ส.ภูมิใจไทย ขอบคุณศาลปกครอง ที่ตัดสินให้ชนะคดี รถไฟฟ้าสายสีเขียว กรณี ผู้ว่า กทม. ประกาศกำหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 65 บาทตลอดสาย ชี้เป็นเครื่องพิสูจน์ การทำงานของพรรคภูมิใจไทย รักษาประโยชน์ประชาชน และเป็นบรรทัดฐานในคดีอื่นๆ

เมื่อวันที่ (12 เม.ย.66) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีที่ศาลปกครองให้เพิกถอน ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องกำหนดค่าโดยสาร โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 65 บาทตลอดสาย ที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย ตน และน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัครฯ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม., นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ผู้สมัคร ส.ส.กทม., นายพิษณุ พลธี ผู้สมัครฯ ส.ส.ปทุมธานี, และนายอนาวิล รัตนสถาพร ผู้สมัครฯ ส.ส.ปทุมธานี ไปยื่นร้องเรียนว่า ขอขอบพระคุณศาล ที่ให้ความเมตตากับประชาชน โดยเฉพาะคนที่เดินทางโดยสารผ่านรถไฟฟ้า วันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ ให้สังคมเห็นว่า พรรคภูมิใจไทย ต่อสู้มา ไม่สูญเปล่า

“พรรคภูมิใจไทย ของเราในอดีตที่ผ่านมา แม้จะไม่มีส.ส.ใน กทม. เลย แต่เรื่องใดก็ตาม เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เราพยายามสู้อย่างเต็มที่ เพื่อนำประโยชน์สูงสุดมาให้กับประชาชนทุกคน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้ประชาชนใช้ดุลยพินิจ ในการตัดสินอนาคตของท่านด้วย” นายสิริพงศ์ กล่าว

‘บิ๊กป้อม’ อวยพรคนไทย ให้สำเร็จทุกความปรารถนา พร้อมชูความสำคัญ ‘วันผู้สูงอายุ–วันครอบครัว’ ผ่านนโยบาย ‘พปชร.’

‘บิ๊กป้อม’ อวยพรสงกรานต์ ให้ปชช. มีความสุข-พ้นทุกข์ รับปีใหม่ไทย เดินทางปลอดภัย  ชู นโยบายพปชร.เอาใจผู้สูงอายุ – วันครอบครัว” 

(13 เม.ย.66) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์ 2566 ว่า ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย เทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 ขอส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ให้มีความสุข พ้นทุกข์ รับปีใหม่ไทย ขอให้ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อเป็นมงคลต่อชีวิต และเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ดูแลรักษาสุขภาพ และเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ประชาชนชาวไทยประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีกำลังใจและกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งในชีวิต หน้าที่การงานและในครอบครัว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ตลอดจนประสบความสำเร็จตามความปรารถนาทุกประการตลอดไป  

เปิดพิกัด!! ทำบัตรปชช. ผ่าน 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS แนะ!! จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ‘BMA Q’

รองโฆษกรัฐบาล เผย ทำบัตรปชช.ที่ 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS สะดวกรวดเร็ว แนะ จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน BMA Q 

(13 เม.ย.66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนที่ต้องการ ทำบัตรประชาชน สามารถทำบัตรประชาชนได้บนสถานีรถไฟฟ้า

บีทีเอส (BTS) ผ่านจุดบริการด่วนมหานครที่กำหนดทั่วกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 100 บาท สามารถจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน ‘BMA Q’ ดาวน์โหลดฟรี ได้ทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android และเช็กจำนวนคิวผ่านแอปฯ ดังกล่าวได้แบบเรียลไทม์ โดยนำบัตรประชาชนใบเดิมไปติดต่อ ซึ่งระหว่างการทำบัตรประชาชนจะมีขั้นตอนของการสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน หากใครไม่มีบัตรประชาชน หรือยังไม่เคยมีบัตรประชาชน ต้องการไปทำบัตรครั้งแรก หรือบัตรเดิมหาย ให้นำเอกสารยืนยันตัวตนที่หน่วยงานราชการออกให้ ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น หนังสือเดินทาง, บัตรนักเรียน, เอกสารบัตรหาย เป็นต้น โดยมีจุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service) ให้บริการบนสถานีต่าง ๆ ดังนี้ 

1.ทำบัตรประชาชน BTS อุดมสุข : ทางออก 4 (Exit 4) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-399-3499 
2.ทำบัตรประชาชน BTS วงเวียนใหญ่ : ทางออก 1 (Exit 1) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-440-1604
3. ทำบัตรประชาชน BTS หมอชิต : ทางออก 2 (Exit 2) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-272-5346

วันเสาร์ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ : เปิดทำการเวลา 10.00 - 18.00 น. ส่วนวันทำการวันจันทร์ - วันศุกร์ : เปิดให้บริการเวลา 10.00 - 19.00 น. 

ทั้งนี้ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจาก บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bts.co.th หรือที่ @btsskytrain คลิก bit.ly/2TUzZXH หรือโทร. 02 6177300

‘ศิริกัญญา’ ลุยปทุมธานี อ้อนประชาชนหนุนก้าวไกล ชวนบอกต่อคนที่บ้านกา 2 ใบ การเมืองไทยเปลี่ยนแปลง

(13 เม.ย.66) พรรคก้าวไกลได้จัดแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ เพื่อเชิญชวนประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานและนโยบายของพรรคก้าวไกล ช่วยเชิญชวนบอกต่อให้คนในครอบครัวและคนที่บ้านลงคะแนนให้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยแคมเปญนี้กระจายการประชาสัมพันธ์ไปในหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา

สำหรับจังหวัดปทุมธานี ได้รณรงค์แคมเปญด้วยการปราศรัยบนรถแห่ เริ่มที่หน้าศูนย์ประสานงานของเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 6 (เบอร์ 4) ไปจนถึงป้ายรถเมล์หน้าห้างเซียร์รังสิต ป้ายรถเมล์หน้าห้างโบ๊เบ๊ทาวเวอร์รังสิต ก่อนที่ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะนำแจกแผ่นพับใบปลิวแคมเปญให้แก่ประชาชนที่กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ที่ท่ารถตู้ต่างจังหวัดตรงข้ามห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต

ศิริกัญญากล่าวว่า เนื้อหาในแผ่นพับระบุ 5 กิจกรรมที่ชวนให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้เริ่มเชิญชวนเพื่อนพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ในภูมิลำเนา ให้หันมากาพรรคก้าวไกล โดยกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย...

1. ส่งต่อข้อมูลนโยบายพรรค ให้เพื่อนและญาติ ในรูปแบบแผ่นพับออนไลน์
2. เปลี่ยนกรอบรูปประจำตัวบนโซเชียลมีเดียของเราให้เป็นกรอบ 'กา x ก้าวไกล'
3. สร้างป้ายหาเสียงของคุณผ่านเว็บไซต์และแชร์ให้ทุกคนได้รู้
4. ท้าประลองกับคนที่บ้านว่าใครรู้ลึกรู้จริงนโยบายก้าวไกล
5. ใช้โซเชียลมีเดียปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ช่วยกันแชร์และเชียร์พรรคก้าวไกลผ่านแฮชแท็ก #ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล #กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม #พิธา และ #พรรคก้าวไกล

"เนื่องจากในช่วงสงกรานต์ ประชาชนจะเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของแคมเปญนี้ วันนี้ได้ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 7 เขต ในการพูดคุย แนะนำนโยบายพรรค และแนะนำแคมเปญให้ประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้าน หลายคนที่รู้จักนโยบายพรรคอยู่แล้ว ก็ได้ให้กำลังใจ โดยหลังจากผ่านช่วงสงกรานต์ไป จะเป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ตอนนี้ทุกคนทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลและผู้สมัครของเราให้มากที่สุด” ศิริกัญญากล่าว

นอกจากแนะนำแคมเปญ ศิริกัญญาได้แนะนำนโยบายของพรรคก้าวไกล เช่น ขึ้นค่าแรงทันที 450 บาทต่อวัน มีระบบเพิ่มขึ้นทุกปี, กระจายอำนาจให้ทุกจังหวัดมีผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง, เบี้ยเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน, เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน มีระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียง

'ลูกศิษย์-ปชช' แห่ร่วมเปลี่ยนจีวร 'หลวงพ่อสิงห์' พบสังขารเริ่มเปลี่ยนสี มี 'เหลืองทอง' ขึ้นทั่วร่าง

(13 เม.ย.66) ที่ศาลาเทพกาญจนา วัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ได้จัดให้มีพิธี ทำความสะอาด และเปลี่ยนจีวรพระครูภาวนาวรานุศาสก์ หรือ หลวงพ่อสิงห์ ฐิตสัจโจ อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ท่านสังขารมาแล้ว 14 ปี โดยเป็นกิจกรรมที่ได้ทำต่อเนื่องมาตลอดทีกปี โดยมีศิษยานุศิษย์ และประชาชนที่ทราบข่าวหลายร้อยคน ได้พร้อมในกันมาร่วมในพิธีการจนแน่นศาลา 

พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท (พระอาจารย์โชค) เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า ศิษยานุศิษย์ จำนวนมาก ได้เชิญร่างหลวงพ่อสิงห์มาเปลี่ยนจีวร ปิดทอง สรีระสังขารหลวงพ่อสิงห์ เพื่อเป็นสิริมงคล ในวันขึ้นปีใหม่ไทย 2566 โดยมีประชาชน และผู้ที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อเดินทางมากราบไหว้

สำหรับพิธีการ ทำอย่างเรียบง่ายด้วยการสวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่จะมีการนำสังขารของหลวงพ่อสิงห์ ลงจากโลงกระจก และนำมาทำความสะอาดโดยเปิดให้ศิษย์ ได้มีการร่วมในการทำความสะอาดเช็ดสังขาร จากนั้นได้มีการเปลี่ยนจีวรใหม่ ซึ่งได้นำจีวรผืนเก่า มาตัดแบ่งเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ นำกลับไปบูชา เพื่อเป็นสิริมงคล 

โดยสังขารของหลวงพ่อสิงห์ ยังอยู่เหมือนมีชีวิต แต่ที่น่าแปลกใจ คือ สังขารของหลวงพ่อสิงห์ จากสีน้ำตาลเข้มเริ่มจางเป็นสีที่อ่อนลงและเหลือบสีทองเริ่มปรากฏไปทั่วสังขารมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งในพิธีพระอาจารย์สิทธิโชค ได้ย้ำคำสั่งสอน ที่หลวงพ่อสิงห์ ได้ให้ไว้กับตนเอง และศิษย์ทุกคน คือ คิดดี ทำดี ซื่อสัตย์ อดทน และรู้บุญคุณคน  ซึ่งได้ให้ทุกคนที่เข้าร่วมงานได้ท่องจำไว้สำหรับการดำเนินชีวิต เพื่อความเจริญก้าวหน้า

'โบว์-ณัฏฐา' ชี้!! นโยบายแจกเงิน เหมาะใช้ยามวิกฤต ถ้ารอเวลาแจกได้ ไม่ใช่ 'วิกฤต' แต่เป็นการ 'หาเสียง'

(13 เม.ย.66) คุณโบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

นโยบายประเภทแจกเงินเยอะๆ หว่านทั่วประเทศแบบ Helicopter Money มันเอาไว้ใช้ในยามวิกฤตจริงๆ แบบที่ต้องทำต้องใช้เดี๋ยวนั้นเลย จึงได้เห็นว่าช่วงโควิดมีหลายประเทศทำแบบนี้ ซึ่งดี 

แต่ประเภทบอกล่วงหน้าแล้ว กว่าจะได้แจกจริงๆ อีกเกือบปี (รวมเวลาเลือกตั้งและฟอร์มรัฐบาลก่อนนับหนึ่งดำเนินการ) นี่ ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะถ้ารอเวลาได้นานขนาดนั้น ก็แปลว่ามันไม่ใช่ “วิกฤต” แล้ว

ที่ประกาศมา จึงมีไว้เพื่อเหตุผลหลักคือ “หาเสียง” ใครอยากได้เงิน ก็เอาเสียงมา ก็เท่านั้น

เข้าใจให้ตรงกันอย่างนี้ ก็ไม่ต้องไปถกเถียงกันในรายละเอียดให้เสียเวลาค่ะ

หนักกว่าหว่านแจกเป็นหมื่น คือ การเติมเงินแจกให้ทุกครอบครัวมีรายได้ครบสองหมื่นนะ มันจะคุมงบประมาณไม่ได้เลย เพราะไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าใครบ้างจะเลือกนอนอยู่บ้านแล้วรอให้รัฐเลี้ยงด้วยเงินสองหมื่นไปเรื่อยๆ 

อันนี้ก็ไม่ต้องพยายามไปถกเถียงกันเช่นกัน เพราะเหตุผลหลักก็เหมือนข้อแรก

จบ.


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0icMCGmYefAzRPwk5LmnJxkEa7wLrfgPqpn5MzZNwLi67e2Auz8hXVmnUXvCZTLPXl&id=575635818&mibextid=Nif5oz

'พลโทนันทเดช' ย้อนเกล็ด เหตุ 'ธนาธร' แค้นรัฐประหาร สรุปเป็นนักประชาธิปไตย หรือ ผู้ไม่เคารพกฎหมายกันแน่


(13 เม.ย.66) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

▪️ฝ่ายประชาธิปไตย สนับสนุนการทุจริตหรือไง▪️ 

เมื่อมีการ “Debate“ กันระหว่าง นายสุชาติ รมว.แรงงาน กับ นายธนาธร บนเวที...นายธนาธร บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย...ฝ่ายของ นายสุชาติ เป็นเผด็จการ

นายสุชาติ จึงถามว่า เป็นเผด็จการตรงไหน นายธนาธร ขอให้ดูเรื่อง “วุฒิสมาชิก“

ผมขอตอบแทน คุณสุชาติ โดยขอถามกลับ นายธนาธร ว่า ...

1.วุฒิสมาชิก เกิดจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ใช่หรือไม่?

แน่นอน นายธนาธรต้องตอบว่า ”ใช่“ และคงย้ำต่อไปอีกว่า เพราะรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์1 มาจากการทำรัฐประหาร 

2.ผมจะถามต่อว่า แล้วทำไมจึงเกิดการรัฐประหารขึ้น?

นายธนาธร อาจจะเงียบ ผมก็จะบอกต่อว่า มีหลายคนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์  ทำการทุจริต และยังทำการที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอีก ทหารก็ยังดูอยู่เฉยๆ (การทุจริตหลักฐานชัดเจน) 

3.ประชาชนออกมาต่อต้าน รัฐบาลที่ทุจริตมากขึ้น นับล้านคน 

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอนยิ่งลักษณ์ รัฐบาลไม่สามารถบริหารราชการต่อไปได้ บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่กลียุค ทหารก็ยังอยู่เฉยๆ ฝ่ายสนับสนุน รัฐบาลก็ยังออกมาใช้ทั้งตำรวจ และ มือระเบิด จัดการกับประชาชน เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชน หลายกลุ่ม ต้องเริ่มจัดหาอาวุธมาสู้บ้าง 

 4.ประชาชน จึงออกมากดดันให้ทหารออกมา (ทำอะไรซะทีสิวะ) 

ทหารก็จำเป็นต้องทำก่อนบ้านเมืองพังทลาย เมื่อทำรัฐประหารแล้ว ประชาชนก็สนับสนุน รัฐบาลประยุทธ์ จนอยู่มาอีก 4 ปี แบบสบายๆ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมา ประชาชนก็รับรองอีก...รัฐบาลประยุทธ์ 2 ก็มาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับที่มุ่งปราบทุจริต มากกว่าทุกฉบับ  วุฒิสมาชิกก็ได้อำนาจมาจากการรับรองของประชาชน เหมือนๆกับที่พรรคก้าวไกล ที่ได้ ส.ส.มามากมาย ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน 

แจ้งเบาะแสตำรวจ ปราบเด็กแว๊น ช่วงสงกรานต์ รับเลย!! รางวัลนำจับ 3,000 บาท โอนตรงเข้าบัญชีผู้แจ้ง

เข้ม! ‘รองโฆษกรัฐบาล’ ชี้ช่อง แจ้งเบาะแสตร. 3,000 บาท ปราบเด็กแว๊น ช่วงสงกรานต์ 

(13 เม.ย.66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่องสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเน้นย้ำเรื่องเมาไม่ขับและการห้ามแข่งรถในทางจราจร เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความสุข ปลอดภัย หากประชาชนพบเห็นการมั่วสุมแข่งรถ สามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ 3 ช่องทาง คือ 

1.ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน โทร.191 
2.สายด่วน โทร.1599 
3.เพจเฟซบุ๊คศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. (ส่งข้อมูล inbox ) พร้อมบันทึกภาพและคลิปเป็นหลักฐาน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top