Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

นายกแจ๊สเดินหน้าระดมช่วยเหลือบรรเทาภัยเกษตรกรเตรียมรับมือแล้งหนัก

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เวลา 08.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย ทีมงานผู้บริหาร อบจ. ผู้นำชุมชนร่วมลงพื้นที่เตรียมความพร้อมและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตามแนวคลอง 9 ต.บึงกาสาม และ ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี


โดยมี นายเด่นวันชัย สำราญราษฎร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี , นายเฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี , นายสุริยา ธรรมธารา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เขตอำเภอหนองเสือ , นางพิชชานันท์ เกษมวราภรณ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , นายสำเนียง บุญนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบึงบอน ร่วมลงพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง และเตรียมประสานชลประทานร่วมประชุมรับมือภัยแล้งอำเภอหนองเสือ


นายเด่นวันชัย สำราญราษฎร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากเราได้เข้าสู่หน้าแล้งอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีปริมาณที่น้อยลง ซึ่งเกษตรกรยังมีความต้องการน้ำ อากาศที่ร้อนส่งผลให้น้ำสูญเสียไปกับความร้อน แดด ลมบางส่วน จะเห็นว่าระดับน้ำในคลองชลประทานลดน้อยลงอย่างต่อเนื่องทำให้เราต้องเตรียมการรับมือภัยแล้ง เนื่องจากเราอยากทำงานก่อนที่จะแล้ง หากแล้งแล้วเราจะทำงานกันไม่ทันชาวบ้านจะเดือดร้อนจึงได้ประสานพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เข้ามาแก้ไขปัญหา ลดความเดือดร้อนของประชาชน


นายสำเนียง บุญนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบึงบอน กล่าวว่า เนื่องจากระดับน้ำในคลองลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คลองที่เกษตรใช้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าตามระบบปกติได้ มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องขนาดใหญ่ตั้งสูบเข้าไป เพราะประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่มีเครื่องมือที่จะผลักดันน้ำจากคลองส่งน้ำเข้าสู่คลองซอย จึงต้องอาศัยท่านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรหนองเสือ เพราะว่าช่วงนี้อากาศร้อนและแล้งมาก ฝนไม่ตก การระเหยของน้ำสูง พี่น้องชาวหนองเสือทำนาทำสวนปลูกผักมีความจำเป็นต้องใช้น้ำรวมถึงเพื่อการอุปโภคบริโภคด้วย

โซเชียลแห่ชม ‘ครูต้นแบบ’ มีศิษย์เพียงหนึ่งคน แต่พร่ำสอนจนจบ ป.6 เป็น ‘ที่หนึ่งของรุ่นตัวจริง’

โรงเรียนเล็กๆแต่อบอุ่นหัวใจ! คุณครูขอเก็บไว้เป็นความทรงจำ ถ่ายรูปกับลูกศิษย์จบชั้น ป.6 เพียง 1 คน

(30 มี.ค.66) ภาพความประจำใจเกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยผู้ใช้ TikTik ชื่อว่า w.landaaaaaaaaaaa โพสต์ภาพความประทับใจถึงลูกศิษย์ที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพียง 1 คน โดยคุณครูท่านนี้ระบุว่า

"โรงเรียนไหนถ่ายรูปแบบนี้บ้าง ถึงจะไม่ค่อยสวยแต่ก็ขอถ่ายไว้เป็นความทรงจำ ตอนถ่ายรูปก็ใจหายนะ แอบน้ำตาไหลอยู่ ขอกำลังใจน้องที่จบหน่อยนะทุกคน"

"จบแล้ว พี่ ป.6 โรงเรียนขนาดเล็ก มีแค่ 1 คน โรงเรียนไหนเป็นแบบเราบ้างไหม ขอกำลังใจให้เด็กๆที่จบ"

'บิ๊กป้อม' สั่งการไว ขอกองทัพช่วงเร่งดับไฟป่า สั่ง สธ.ช่วยดูสุขภาพชาวบ้าน-อพยพหากจำเป็น

บิ๊กป้อม' รุดลงดูพื้นที่เขาแหลม 31 มี.ค.66 คุมแก้ปัญหาไฟป่า สั่ง มท.ประสาน กองทัพ ระดมอากาศยานช่วยดับไฟ พร้อมให้ สธ.เข้าไปช่วยดูสุขภาพชาวบ้าน หากจำเป็นให้อพยพออกชั่วคราว

(30 มี.ค.66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยจากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าเขาแหลม ที่ยังมีกระแสลมแรงไฟลุกลามเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ประชาชนในพื้นที่ ต.พรหมณี และ ต.เขาพระ จ.นครนายก เริ่มได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควันไฟ โดยมีแผนลงดูสถานการณ์ในพื้นที่วันที่ 31 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ได้ย้ำสั่งการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เสริมและสนับสนุนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วางแผนร่วมระดมสรรพกำลัง ทั้งคน เครื่องมือช่างและจัดอากาศยาน เข้าช่วยเหลือดับไฟพื้นที่ป่าเขาแหลม ต.พรหมณี เป็นการเร่งด่วน โดยให้ประสานกองทัพ ขอรับการสนับสนุนอากาศยานและเครื่องมือช่างเพิ่มเติม เข้าปฏิบัติการร่วมกัน เน้นปฏิบัติการเวลากลางวันและให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพื่อช่วยกันลดความรุนแรงและจำกัดการขยายตัวของไฟป่าพื้นที่เขาแหลมให้ได้โดยเร็ว

'ปลอดประสพ' แนะรัฐ หยุดไฟป่า หยุด PM2.5 ควรเร่งตั้ง 'สำนักดับไฟป่า' และลงมือทำทันที

(30 มี.ค.66) ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจากสถานการณ์ไฟป่าขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ คือพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดเชียงราย รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างสูงสุด และได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ โดยที่ประชุมเห็นควรให้ข้อมูลประชาชนถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ และข้อเสนอแนะต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับมือสถานการณ์ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว ดังนี้...

1. ข้อเท็จจริง ขณะนี้  สถานการณ์ไฟป่าขณะนี้ รุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี (สาเหตุเพราะเชื้อเพลิงถูกสะสมมานาน ไม่มีการจัดการ) ซึ่งไฟป่าขนาดใหญ่ อุณหภูมิจะสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียล อากาศจะระเบิด และไฟจะไปไกลถึงเมือง หากปล่อยไป จะดับไฟไม่ได้เลย ต้องรอฝนเท่านั้น และสถานการณ์ไฟป่านี้ เป็นเหตุให้ PM2.5 เพิ่มขึ้นเท่าตัว

2. ข้อเสนอแนะ ภาครัฐจะต้องเร่งจัดตั้งสถาปนา สำนักดับไฟป่า ในกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ จะต้องมีการจัดตั้ง อาสาสมัครไฟป่าประจำหมู่บ้านริมเขา มีงบประมาณหรือกองทุนไฟป่าสนับสนุน มีการทำประกันชีวิตให้เจ้าหน้าที่ไฟป่า มีการจัดตั้งคลังเครื่องมือ (Depo) ในพื้นที่เสี่ยงภัย สร้างถังน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยในส่วนของกำลังพลนั้น สามารถใช้กำลังทหารเข้าเผชิญไฟป่าช่วย และควรจัดทำที่จอดเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่สูง เพื่อใช้ในการเข้าถึงพื้นที่ไฟ และในอนาคต ต้องจัดทำ Green Belt (ป่าไม่ผลัดใบ) เป็นแนวกันไฟ 

ในสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ควรให้ผู้ตรวจราชการสำนักงานนายกรัฐมนตรี (C11) ไปประจำพื้นที่ไฟ เพื่อการประสานงานบัญชาการแก้ไขปัญหา 

พรรคเพื่อไทยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้แก้ไขปัญหาได้อย่างลุล่วงปลอดภัยทุกคน


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0h42NrvsDnS1X3gVRkpxYYwn3EPwMjou7SoeAMJq8RBiGEUWZsaotWrMGs86uP6uUl&id=100044569743646&mibextid=Nif5oz 

‘บิ๊กตู่’ ซัดฝีมือมนุษย์พวกขาดสติ-ขาดสามัญสำนึกพ่น ‘กำแพงวัดพระแก้ว’

ถามกลับใครพ่นหน้าบ้านตัวเองยอมไหม  ยันตร.ใช้กฎหมายอย่างระมัดระวังที่สุด ใช้มากหาว่ารังแก ปชช.

(30 มี.ค.66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 3/2566 ถึงเหตุการณ์พ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว เพื่อแสดงออกถึงการยกเลิกมาตรา 112 ว่า…

“ผมได้ย้ำและสั่งการไปแล้วกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ทั้งนั้นนั่นแหละ แล้วมนุษย์บางคนก็ขาดสติ เข้าใจกันหรือยัง และบางอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเฝ้าทั้งหมด แต่คนเรามันต้องมีสำนึก ไม่เช่นนั้นตำรวจเขาก็ต้องวางเรียงรายทางทั้งหมด ถ้าประชาชนคนในชาติไม่รัก ไม่สามัคคีกัน มันทำอะไรเขาไม่ได้หรอก มันก็จะแย่ไปเรื่อยๆ ถ้าปล่อยปะละเลย ซึ่งทางตำรวจเองก็พยายามใช้กฎหมาย อย่างระมัดระวังที่สุด ใช้มากไปก็จะหาว่ารังแกประชาชน ใช้น้อยไปก็หาว่าไม่เด็ดขาดแล้วจะให้ทำอย่างไรละ สื่อก็ต้องช่วยกัน มันควรหรือไม่ที่ไปทำอย่างนั้น ถ้าใครไปพ่นหน้าบ้านตัวเองยอมไหม ถ้าเราไม่ยอมก็ต้องไปเตือนพวกเขาเหล่านั้นสิ ไม่ใช่เสนอข่าวว่าไอ้นี่ไปทำโน้น ไอ้โน้นไปทำนี่ ไอ้นี่ขัดแย้งกันอย่างนี้ หรือไอ้นี่ไปขัดแย้งกับทางนั้น มันก็อยู่กันอย่างนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก แก้กันให้ตาย กี่นายกฯก็ทำกันไม่ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“อลงกรณ์”กล่าวสุนทรพจน์เวทีสหประชาชาติ  ชูแนวทางการพัฒนาภาคเกษตร 3 สูง 3 มิติ หวังขับเคลื่อนระบบอาหาร(Food System)ให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนร่วมกล่าวเปิดงานร่วมกับ
นายจองจินคิมผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) นายคาเวห์ ซาฮีดี รองผู้อำนวยการองค์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ(ESCAP)และนายสเตฟาโน โฟเธาว์ผู้ประสานงานระบบอาหารโลกของสหประชาชาติ(UN)

โดยนายอลงกรณ์กล่าวสุนทรพจน์ภายใต้หัวข้อ การปฏิรูประบบอาหารในเอเชียและแปซิฟิก : การประเมินความคืบหน้าระบบอาหารระดับภูมิภาคเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ( The Regional Food Systems Stocktaking ) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ( the United Nations Conference Centre )กรุงเทพฯ ว่า ในนามของรัฐบาลไทยขอขอบคุณพันธมิตรนานาประเทศ ที่ร่วมกันแลกเปลี่ยนและนำเสนอแนวทางในการพลิกโฉมระบบอาหารและการเกษตร การจัดทำรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก เพื่อให้โลกของเราสามารถผ่านพ้นวิกฤติและสร้างความเข้มแข็งมั่นคงและยั่งยืนให้ภาคเกษตรและอาหาร และเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2030

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมกิจกรรมของการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลกมาตลอด และกำลังจัดทำรายงานความก้าวหน้า( Food and Agriculture Stocktaking )เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมFood and Agriculture Stocktaking Moment ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ และจัดเตรียมสำหรับการปะชุม สุดยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืน(SDG Summit)ในเดือนกันยายน 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ได้เชิญชวนภาคีเครือข่าย พันธมิตรนานาชาติ ที่ได้ร่วมดำเนินโครงการด้านเกษตรและอาหารในประเทศไทยจัดส่งข้อมูลเพื่อรวบรวมในการจัดทำ Food and Agriculture Stocktaking ของประเทศไทย และได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารให้ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านการสนับสนุนทางด้านการเงิน ข้อมูล วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยได้นำนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว หรือ “โมเดลเศรษฐกิจ BCG” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สร้างสมดุลสู่ความยั่งยืน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำมาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

‘ตำรวจ สอท.’ จับกุม ‘เมฆ รามา’ เอี่ยวเว็บพนัน-ฟอกเงิน เตรียมเรียก ‘หยาดทิพย์’ สอบปากคำเพิ่มเติม

ตร.เผยสืบสวนทางลับ จนพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนันไปยัง “เมฆ รามา” สามี “หยาดทิพย์” แต่คนละเครือข่าวกับมาเก๊า 888 เตรียมเรียกหยาด สอบปากคำ รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ชม “ดิว อริสรา” ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์

(30 มี.ค.66) เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจ สอท.ได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นปฏิบัติการรวม 17 จุด สามารถจับผู้ต้องหาตามหมายจับความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน 8 ราย ในจำนวนนี้มี นายเมฆ รามา รัศมีรามา สามี ‘หยาดทิพย์ ราชปาล’ นางเอกชื่อดัง ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าว สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจาก ‘นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและ ‘ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์’

ดารานักแสดงชื่อดัง ที่ให้ข้อมูลซึ่งตำรวจได้มีการสืบสวนสอบสวนทางลับ จนพบความผิดชัดเจนโดยเฉพาะเส้นทางการเงินจากเว็บพนันไปยัง เมฆ รามา สามีของนางเอกดัง ซึ่งตำรวจจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยตนเองยังไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้ต้องหาแต่ทางพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหา พร้อมกับยืนยันว่าจากการสอบสวนเครือข่ายเว็บพนันของเมฆ รามา เป็นคนละเครือข่ายกับเครือข่ายมาเก๊า 888 ส่วนนางเอกดัง ภรรยาของเมฆ รามา เบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องแต่ตามหลักของกฎหมายในฐานะสามีภรรยา พนักงานสอบสวนจะต้องเชิญภรรยาซึ่งเป็นนางเอกดังมาให้ปากคำว่ามีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากความผิดดังกล่าวเข้ามูลฐานการฟอกเงิน ดังนั้นต้องตรวจสอบรายละเอียดทรัพย์สินและบุคคลใกล้ชิดทั้งหมด เพื่อดำเนินการให้สิ้นกระแสความเพราะมิฉะนั้นการรวบรวมหลักฐานที่จะยื่นในชั้นอัยการและศาลจะสมบูรณ์ส่งผลคดี ทำให้ประชาชนมองว่าเป็นมวยล้มต้มคนดู เพราะตนเองได้สั่งกำชับในการทำงานของพนักงานสอบสวนไซเบอร์ไปแล้ว ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีบุคคลพยายามเข้ามาแทรกแซงแลกกับไม่ดำเนินคดีเมฆ รามา และเครือข่าย ส่วนตัวยืนยันไม่มี และยืนยันว่าใครที่ไปอ้างว่ารับเคลียร์จะเสียเงินเปล่าเพราะตนเองไม่รับเคลียร์อย่างแน่นอน

รองผบ.ตร.กล่าาวชื่นชม ดิว อริสรา ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของตำรวจจนสามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ทั้งมาเก๊า 888 และเครือข่าย เมฆ รามา ซึ่งทราบว่ามีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ซึ่งได้ให้ความมั่นใจว่าตำรวจจะดูแลอย่างเต็มที่


ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9660000029647

‘ทอม เครือโสภณ’ ยอมโพสต์ขอโทษหมิ่น ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ ยอมรับ พูดลอย ๆ ขึ้นมาเอง ขาดความรอบคอบ-ไม่เช็กก่อนพูด

(30 มี.ค.66) นายจุลภาศ เครือโสภณ ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Tom Krues’ โดยระบุว่า…

วันที่ 30 มีนาคม 2566
เรื่อง ขอโทษคุณสนธิ ลิ้มทองกุล
เรียน คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

ตามที่ข้าพเจ้านายจุลภาศ เครือโสภณ ได้ถ่ายทอดสดกล่าวพาดพิงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านทางเฟสบุ๊ค (Facebook) ที่ใช้ชื่อว่า ‘Tom Julpas Kruesopon’ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 มีความคลาดเคลื่อนในประเด็นดังต่อไปนี้

1. การออกใบอนุญาต (license) ทีวี ขณะนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีข้าพเจ้าขอเรียนว่า ในขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมี license (ใบอนุญาต) ทีวีใหม่ ๆ ออกมาแต่อย่างใด คุณสนธิฯ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากการออกใบอนุญาตทีวี
2. คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไปเลี้ยงฉลองแชมเปญกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น
หรืออนันตรา และยกแก้วและพูดว่า ‘ทักษิณจงเจริญ ทักษิณ จงเจริญ’

ข้าพเจ้าขอเรียนว่าข้าพเจ้าไม่เคยพบเจอคุณสนธิ ลิ้มทองกุล โรงแรมโฟร์ซีซั่น หรือ อนันตรา คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่เคยไปเลี้ยงฉลองแชมเปญกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่โรงแรม โฟร์ซีซั่นหรืออนันตรา และไม่เคยยกแก้วและพูดว่า ‘ทักษิณจงเจริญ ทักษิณ จงเจริญ’ เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เป็นความจริง ข้าพเจ้าเป็นผู้กล่าวลอยๆ ขึ้นมาเอง คุณสนธิฯ ไม่เคยมีเรื่องผลประโยชน์ มาเกี่ยวข้องระหว่างคุณสนธิฯ และนายทักษิณฯ

ข้าพเจ้าขอเรียนว่า ข้อความที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวพาดพิงคุณสนธิฯ ผ่านทางเฟสบุ๊ค (Facebook)
ที่ใช้ชื่อว่า ‘Tom Julpas Kruesopon’ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 นั้นไม่เป็นความจริง 

เนื่องจาก คุณสนธิฯ ไม่เคยมีสัญญาหรือมีข้อตกลงว่าจะต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการทุจริตคอรัปชั่นของนายทักษิณ ชินวัตร และในขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมี license (ใบอนุญาต) ทีวีใหม่ ๆ ออกมาแต่อย่างใดและคุณสนธิฯ ไม่เคยไปเลี้ยงฉลองแชมเปญกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่โรงแรม โฟร์ซีซั่น หรืออนันตรา และไม่เคยยกแก้วและพูดว่า ‘ทักษิณจงเจริญ ทักษิณจงเจริญ’ เกี่ยวกับการปลดหนี้แบงค์กรุงไทยนั้นนายทักษิณ ชินวัตร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ

ชมภาพ ‘หลวงพ่อโสธร’ หลังบูรณะเสร็จสมบูรณ์ เตรียมสมโภชครบ 253 ปี ตามพิธีโบราณ 2 -6 เม.ย.นี้

วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เตรียมพิธีสมโภชครั้งใหญ่ หลังบูรณะองค์หลวงพ่อโสธรเสร็จสิ้น ตั้งแต่วันที่ 2-6 เม.ย. 2566 นี้ โดยในปีนี้ จะเป็นการสมโภช 253 ปี องค์หลวงพ่อโสธร จะมีความพิเศษในการอัญเชิญหลวงพ่อขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง เป็นประเพณีโบราณที่ทำติดต่อกันมาทุกปี แต่พอมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงต้องหยุดไป และกลับมามีขบวนแห่ทางน้ำในปีนี้ 

ขบวนแห่หลวงพ่อโสธรทางน้ำ จัดขึ้นวันที่ 4 เม.ย. เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. มีการอัญเชิญหลวงพ่อโสธรจำลองขึ้นจากแม่น้ำ บริเวณท่าเรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตามตำนานองค์หลวงพ่อลอยน้ำมา และชาวบ้านได้ใช้เชือกดึงขึ้นฝั่ง แต่เชือกขาด แล้วองค์หลวงพ่อจมน้ำหายไป จนมีการพบองค์หลวงพ่อโสธรลอยน้ำมาอีกครั้ง จึงมีผู้รู้แนะนำว่า ให้ตั้งศาลเพียงตา และทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญองค์หลวงพ่อโสธรขึ้นมาบนฝั่ง จึงสำเร็จ และตั้งประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถตั้งแต่ครั้งนั้น

สำหรับประชาชนที่มาร่วมขบวนแห่ทางน้ำ ควรมาที่วัดประมาณเที่ยง โดยแต่งกายสุภาพ เตรียมร่างกายให้พร้อม เมื่อนำองค์หลวงพ่อโสธร ขึ้นจากท่าน้ำ ประชาชนทั่วไปสามารถเดินตามขบวนแห่เข้าไปในพระอุโบสถ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

‘สมหวัง’ อดีต นปช. จ่อเดินสายหาเสียงภาคอีสาน หวังโน้มน้าวคนเสื้อแดง หนุน ‘บิ๊กตู่’ นั่งนายกฯ อีกสมัย

(30 มี.ค. 66) นายสมหวัง อัสราษี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)และอดีตแกนนำ นปช. กล่าวว่า ตนมีกำหนดการลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยกับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ของพรรค รทสช. ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยพรรคโน้มน้าวใจให้คนเสื้อแดงที่เคยอยู่ร่วมกันมา ให้หันมาสนับสนุนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เพื่อมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย รวมถึงจะไปชี้แจงนโยบายของพรรคให้ชาวบ้านได้เข้าใจ และบางเวทีจะไปร่วมกับนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ

นายสมหวัง กล่าวว่า ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจ ตนก็เฝ้าดูมาตลอดว่าทําอะไรบ้าง กระทั่งเข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีบางพรรคพยายามพูดโจมตีเวลาหาเสียง กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเผด็จการ ตนอยากถามว่าเอาสมองส่วนไหนคิด เวลานี้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยแล้ว การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งในสภาฯ เวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ลงเลือกตั้งในระบบพรรค ทำไมยังมาพูดโจมตีอีกว่าเป็นเผด็จการ ถ้าเป็นเผด็จการจะมีการเลือกตั้งไหม ดังนั้น เลิกพูดได้แล้ว

“ประเทศชาติทุกวันนี้ ความขัดแย้งลดลงไหม ต้องยอมรับ ไอ้ที่จะมาเย้ว ๆ ไม่มีแล้ว เพราะทุกคนเข้าใจ แต่มีพวกบางคนที่เข้าเส้นเลือดไม่เปลี่ยนความคิด คิดด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ผมไม่ใช่อย่างงั้น ที่ผมมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมถือสุภาษิตว่า เจ็บแล้วจําคือคน ถ้าเจ็บแล้วทนคือควาย ผมไม่ใช่ควาย ผมไม่ให้ใครเอาเชือกมาร้อยจมูกเอากระดิ่งมาแขวนคอ” นายสมหวัง กล่าว

นายสมหวัง กล่าวว่า สมัยตนอยู่กับ นปช. ตนไม่เคยขอเงินใครแม้แต่บาทเดียว ดังนั้น อย่ามาพูดว่าทรยศหรือเนรคุณ ชีวิตนี้ไม่เคยทรยศใคร ไม่เคยเนรคุณใคร เมื่อไม่เคยมาช่วยเหลือ แล้วเอาบุญคุณมาจากไหน เพราะสิ่งที่ทำทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ตนไม่เคยมาขอเงิน ไม่ใช่สัมภเวสี ไม่ใช่เหลือบไร ไม่ใช่หมัด ที่จะไปขอเงินใคร ตนเป็นคนมีต้นทุน และต้นทุนสูงด้วย ดังนั้น ถ้าเคารพการตัดสินใจแต่ละฝ่าย ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ แต่ถ้าไม่เคารพการตัดสินใจก็ไม่เป็นไร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top