Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘ถนอม สามโทน’ เจ้าของเสียงเพลงเจ้าภาพจงเจริญ เสียชีวิตแล้วด้วยโรค ‘มะเร็งตับ’

(30 มี.ค.66) มีรายงานว่า นายวิทยา เจตะภัย หรือ ถนอม สามโทน ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ วานนี้ (29 มีนาคม) ราว 23.00 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยครอบครัวจะนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่วัดนวลจันทร์ กทม.

สำหรับ วิทยา เจตะภัย ชื่อเล่น ถนอม หรือที่รู้จักในชื่อ ถนอม สามโทน เป็นนักร้อง นักแสดงชาวไทย เป็นหนึ่งในสมาชิกวง ‘สามโทน’ ศิลปินวงชายล้วนวงแรกของค่ายคีตา เรคคอร์ดส (Kita Records) ร่วมกับ สุธีรัชย์ ชาญนุกูล (บุ๋มบิ๋ม สามโทน), ธงชัย ประสงค์สันติ (ธง สามโทน) มีเพลงดัง อาทิ เจ้าภาพจงเจริญ, น้ำตาฟ้า, ขบวนการโป๊ง โป๊ง ชึ่ง

ขณะที่มิตรสหายของครอบครัวเจตะภัย ก็ได้แสดงความอาลัย โดยระบุว่า “เพื่อนไม่ได้อยู่กับเรา ตลอดไป…รักกันไว้นะ ถ้าคุณ​ยังมีเพื่อน การพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดาของโลก เกิดก็เพื่อตาย ก่อนไปฝากดีเอาไว้ให้โลกจำ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเพื่อนนะคะ ขอให้เพื่อนไปสู่ภพภูมิที่ดีค่ะ ด้วยความอาลัย”


ที่มา : https://www.matichon.co.th/entertainment/thai-entertainment/news_3900614

'ชพก.' เตรียมเผยโฉม 33 ขุนพลสู้ศึก กทม. 31 มี.ค.นี้ ชูสโลแกน “กล้า FIGHT : ชาติพัฒนากล้า เราสู้เพื่อคุณ”

(30 มี.ค.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค และ นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเตรียมแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ครบทั้ง 33 เขต ในวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 14.15 น. ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ 

โดยว่าที่ผู้สมัครทุกคนเป็นนักสู้ที่จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เปลี่ยนแปลงประเทศไทย รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ให้คนไทยมีโอกาสลืมตาอ้าปาก หลุดพ้นจากความยากจนได้ ภายใต้สโลแกน  “กล้า FIGHT : ชาติพัฒนากล้า เราสู้เพื่อคุณ” เพื่อนำพาประชาชนคนไทยสู่เป้าหมาย งานดี มีเงิน และของไม่แพง 

ทั้งนี้ภายในงานจะใช้ธีมเวทีมวยในการเปิดตัว มีการแบ่งผู้สมัครเป็น 7 กลุ่มที่พร้อมมา ทุบ ฟัน ฟาด ต่อย ลุยกับปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน 

"ผู้สมัครกทม.ของเรา หลากหลาย มีทั้งผู้บริหารธุรกิจมืออาชีพ ประสบการณ์แน่น มีทั้งสตาร์ตอัปไฟแรง มีแนวลงพื้นที่คลุกชาวบ้านเข้มข้น ขอให้จับตาดูผู้สมัครของเรา ที่พร้อมชนทุกปัญหาเศรษฐกิจ ไม่กลัวพรรคไหนในเวทีเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอน" หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว

พระพยอม’ เตือน พระสงฆ์ที่ทำพิธีลงนะหน้าทองให้สีกา หากแตะเนื้อต้องตัวสีกา ถือเป็น ‘ศิษย์นอกครู-อาบัติ’

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพระสงฆ์ทำพิธีลงนะหน้าทองให้กับสีกาจำนวนหลายท่าน โดยมีพฤติกรรมการแตะเนื้อต้องตัว ใช้นิ้วแตะหน้าผาก และจับมือ ทำให้เกิดกระแสดราม่าในโลกโซลเชี่ยลว่าไม่เหมาะสม

(30 มี.ค.66) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับทาง พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม จั่นเพชร กลฺยาโณ กล่าวว่า การลงนะหน้าทองโดยปกติแล้วจะต้องใช้ธูปและเทียนในการทำพิธี แต่จากกรณีนี้เห็นว่าเป็นการจับด้วยมือแตะหน้าผากสีกา ตนพึ่งเห็นเป็นรายแรก แต่จะมีที่อื่นอีกหรือไม่ตนไม่ทราบแต่ครั้งนี้เห็นชัดเจน ตนจึงขอใช้คำว่าศิษย์นอกครู

พระพยอม กล่าวว่า ธรรมดาแล้วพระพุทธเจ้าเป็นพระบรมครู ครูเสก ครูสวด ครูเจิม ครูสัก เป็นครูที่นอกเหนือจากพระบรมครู ใครที่ไม่เอาพระพุทธเจ้าเป็นบรมครู แต่ไปนักถือครูอื่นแทน และมาอ้างว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าทำได้ตนมองว่าไม่ควรทำ ถ้าทำลงไปแล้วจับสีกาไปแล้วถือว่าอาบัติ ถือว่าโลกวัชชะ แต่ละวัดที่คิดจะทำแบบนี้ขอให้รักษาประเพณีเดิม เอาดอกไม้ธูปเทียน เอาดอกบัวเคาะ ก็ว่ากันไป ซึ่งทางวัดตนก็ไม่มีการทำพิธีเช่นนี้เพราะเป็นการหากิน ถ้าจะเป็นพระแค่บิณฑบาตก็ควรพอแล้ว ให้หาวิธีอื่นมาทำแทนดีกว่าจะไปจับไปแตะขนาดนั้น จะไม่มีอะไรครอบงำบุรุษนอกจากสตรี ทั้งกลิ่นเนื้อหนังและการสัมผัส และก็ไม่มีอะไรครอบงำสตรีได้นอกจากรูปงามของบุรุษเช่นเดียวกัน

"ในการที่พระสงฆ์ทำเช่นนี้เป็นการผิด ถ้าไม่เอาพระพุทธเจ้าเป็นบรมครูไปนับถือครูอื่นก็จะมีแต่ตกต่ำ จะต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง เพราะจากที่ดูแล้วพระสงฆ์ที่ทำพิธีอายุก็ยังไม่มาก ซึ่งการทำพิธีลงนะหน้าทองมีหลายแบบและมีเยอะ อย่าเป็นผีเน่ากับโลงผุ เป็นผู้หญิงก็อย่ายื่นหน้ายื่นตาไปให้พระ เป็นพระก็อย่าหมิ่นเหม่ไปเกี่ยวข้องกับพรหมจรรย์ ทุกอย่างจะได้บริสุทธิ์และสมบรูณ์แบบ"พระพยอม กล่าว


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/720850

คดีคนต่างด้าวถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

สืบเนื่องจากปรากฏข้อมูลบนสื่อออนไลน์ว่า มีบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในประเทศไทย ซื้ออสังหาริมทรัพย์และถือครองที่ดิน ใน จ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก 


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ บก.ตม.5 ร่วมกับ ภ.จว.เชียงใหม่ ตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายต้องสงสัยที่ใช้ช่องว่างของกฎหมายในการถือครองตรวจสอบการถือครองที่ดินอสังหาริมทรัพย์และประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พบว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สภ.สันกำแพง 


ภ.จว.เชียงใหม่ จึงเร่งรัดให้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอหมายจับต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 8 หมาย ได้แก่ นิติบุคคล 1 หมาย คนจีน จำนวน 3 หมาย และคนไทย จำนวน 4 หมาย 


ต่อมาวันที่ 28 มี.ค.66  ภ.จว.เชียงใหม่ , บก.ตม.5 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการปิดล้อมและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย ดังนี้

1.บริษัท ฟ้าหลวงการเกษตร จำกัด แจ้งข้อกล่าวหา Mrs.Qingfang Li (นางชิ่งฟาง หลี่) ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต”


2.Mrs.Qingfang Li (นางชิ่งฟาง หลี่) สัญชาติจีน เป็นผู้ที่ใช้ชื่อ นางปาริชาติฯ ถือหุ้นแทนตนและเป็นกรรมการ(Nominee)  ข้อหา “เป็นคนต่างด้าว ยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย”


3.นางปาริชาติ  เป็นผู้ที่ถูก Mrs.Qingfang Li (นางชิ่งฟาง หลี่)   ใช้ชื่อถือหุ้นแทนตนและเป็นกรรมการ(Nominee)ข้อหา “เป็นผู้ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ โดยการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์นี้เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ ตามบัญชีท้าย บัญชีหนึ่ง ลำดับที่ 9 การค้าที่ดิน , เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย”

'โซเชียล' แชร์!! บริการจาก รพ.รัฐ เปลี่ยนไปมาก รวดเร็ว สุภาพ สะอาด โละภาพจำเดิม ๆ จนหมดสิ้น

(30 มี.ค.66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'สม ดำรงสิริรัช' ได้แชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านเฟซบุ๊กหลังได้ไปใช้บริการสถานพยาบาลของรัฐไว้ว่า...

มาตามหมอนัด....เราไม่ได้นัดหมอ
รพ.ราชพิพัฒน์ (สังกัด กทม.)
คนเยอะมาก...แต่บริการเป็นระบบ
รวดเร็ว เจ้าหน้าที่สุภาพ น่ารัก
สถานที่สะอาด ทำให้ภาพจำของ
รพ.รัฐฯ ที่เคยน่าเบื่อ น่ากลัว หายไป

ขอบคุณบุคคลากรทางการแพทย์
ขอบคุณระบบสาธารณะสุขของไทย

ที่มา: เฟซบุ๊ก สม ดำรงสิริรัช

‘บิ๊กตู่’ สั่งเร่งดับไฟป่า จ.นครนายก-พื้นที่ภาคเหนือ จี้ ทุกหน่วยคุมเข้ม ล่าตัวคนลักลอบเผาป่าดำเนินคดี

(30 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์เหตุไฟป่า จังหวัดนครนายก, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

พร้อมสั่งการ ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งทีมชุดดับไฟป่า เข้าปฏิบัติการเข้าดับไฟป่า พร้อมขอให้กองทัพสนับสนุนการปฏิบัติการ เพื่อดำเนินการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

นายอนุชา กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณเขาชะภู ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ช่วงคืน 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ปภ. ได้นำรถสูบน้ำระยะไกล เข้าปฏิบัติการดับไฟ ร่วมกับทีมไฟป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ มี ผู้ว่าฯ นครนายก ร่วมบัญชาการดับไฟป่า ทั้งนี้ พื้นที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นเขาสูงชัน ทำให้ชุดดับไฟป่าของสถานีควบคุมไฟป่าไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดับเพลิงได้ อีกทั้งเพลิงยังได้ลุกลามไปยังเขาแหลมซึ่งอยู่ติดกัน

โดยจังหวัดนครนายก ได้ประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์ ปภ.เขต 3 จังหวัดปราจีนบุรี และเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย (KA-32) จาก ปภ. เพื่อดำเนินการดับไฟป่าแล้ว ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 จังหวัดปราจีนบุรี ได้ให้การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย

ประกอบด้วย รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถดับไฟป่า รถส่องสว่าง รถบรรทุกน้ำ 10,000 ลิตร รถกู้ภัย รวม 5 คัน ออกปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาแล้ว

ขณะที่การดับไฟป่าทางอากาศยานปีกหมุน หรือ เฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย (KA-32) โดย ปภ.ร่วมกับกองทัพบก จะเข้าร่วมปฏิบัติการเพื่อดำเนินการดับไฟป่าในพื้นที่ในวันนี้ ด้านศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก) สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศว่า กรณีไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จังหวัดนครนายก หากพบสัตว์ป่าหนีไฟ แจ้งได้ที่เพจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก)’ หรือสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไฟป่า ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ปภ. ร่วมกับกองทัพบก นำเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA 32-01 ขึ้นบินปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่บริเวณ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ทำการบินทิ้งน้ำดับไฟจำนวน 6 รอบ ปริมาณน้ำ 18,000 ลิตร

ขณะที่จังหวัดเชียงรายได้ขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย เพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ ซึ่ง เฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA 32-03 ได้เดินทางถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว และจะเริ่มปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงรายในวันนี้ โดย ปภ.ร่วมกับกองทัพบก จะนำอากาศยานปีกหมุนทั้งสองลำพร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

‘สภากาชาดฯ’ ชวนบริจาคเลือด พร้อมเผยเหล่าฮีโร่ที่ออกมาบริจาค รับไปเลย ‘ผ้ายันต์ สมเด็จธงชัย’ เสริมพลังมงคลชีวิต จำกัด 2 แสนผืน

(30 มี.ค 66) ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย แจ้งว่า ฮีโร่บริจาคโลหิตทั่วประเทศ ‘รับผ้ายันต์’ สมเด็จธงชัย เสริมพลังมงคลชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 เมษายน 2566

ขอเชิญผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง มาแสดงพลังฮีโร่ ด้วยการบริจาคโลหิต ต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยในโครงการ BLOOD HERO ปี4 #พลังการให้เสริมมงคลชีวิต พร้อมรับมงคล 4 ประการ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย

1)มงคลช่วยชีวิต : บริจาคโลหิตเป็นการเสียสละโลหิตในร่างกายตนเองช่วยต่อชีวิตให้กับผู้อื่น
2)มงคลสุขภาพดี : บริจาคโลหิตช่วยกระตุ้นการทำงานของไขกระดูก สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่
3)มงคลได้บุญ : บริจาคโลหิตเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ
4)มงคลได้ผ้ายันต์ : บริจาคโลหิตรับ “ผ้ายันต์พระนารายณ์ทรงครุฑประทับบนพระราหู” เสริมมงคล ค้าขายดี มีกำไร ไม่ขาดทุน โชคดีตลอดไป

พิเศษสุด สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) จัดทำและมอบ ‘ผ้ายันต์นารายณ์ทรงครุฑประทับบนพระราหู’ รุ่น LIMITED EDITION ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จำนวนจำกัด 200,000 ผืน **ผ่านพิธีมังคลาภิเษก ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร**

มอบเป็นพลัง "เสริมมงคลชีวิต ค้าขายดี มีกำไร ไม่ขาดทุน โชคดีตลอดไป" ให้แก่เหล่า BLOOD HERO ที่ออกมาร่วมปฏิบัติการเติมเลือดให้เต็มคลัง 

เชียงใหม่-ระดม!! อากาศยานทุกรูปแบบ ปฏิบัติภารกิจเข้าควบคุมไฟป่า

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 บูรณาการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ภาคเหนือ

พล.ต.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 3 /รองผู้อำนวย การศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ คงทราบกันดีว่า สภาพอากาศมีคุณภาพที่ตกต่ำลงอย่างรวดเร็วแล้วก็ค่อนข้างแย่ นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย พี่น้องประชาชนประกอบกับ เราทำงานปฏิบัติการทางอากาศ เพื่อควบคุมไฟป่า ภาคเหนืออยู่ทุกวันแล้ว แต่ว่า ประชาชนไม่ค่อยจะทราบเลยว่าเราทำอะไร  

ถือโอกาสที่วันนี้ มีจุดความร้อนค่อนข้างเยอะแล้วก็ชัดเจนว่าจะต้องมาร่วมกันดับไฟป่า โดยใช้อากาศยานเข้าไปช่วยหน่วยภาคพื้น ถือโอกาสรวมอากาศยาน ที่ปกติจอดกระจายอยู่ ในที่ต่างๆ เอามารวมกัน แล้วเชิญสื่อมวลชนมา ให้เห็นว่าจริงๆเรามียุทโธปกรณ์มากขนาดไหน พร้อมทั้งสื่อมวลชนขึ้น เฮลิคอปเตอร์ MI-17 เพื่อติดตามทำการใช้เฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรม ปภ. ดับไฟป่า อ.เชียงดาว 

ในขณะเดียวกันวันนี้ ยังได้เชิญภาคประชาชนมาร่วมดูข้อเท็จจริงที่การทำงานของเราด้วย มีทั้งผู้นำชุมชน และภาคส่วนที่กำลังทำเรื่องการจัดการเชื้อเพลิง ที่จะช่วยเราทในำโครงการแก้ปัญหาระยะยาว ในการเก็บรวบรวมเชื้อเพลิง ต้นเหตุ  ไฟป่า หมอกควัน ออกจากป่า ออกมาใช้ประโยชน์ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เลยเป็นที่มาของการรวมอากาศยานในวันนี้ 

‘ตร.’ รวบ ‘โจรแสบ’ ขณะกำลังปีนบันไดลักลอบตัดสายเคเบิล หลักฐานเต็มท้ายรถ พบเคยก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2566  พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน นำกำลังจับกุม นายชวลิต จิตพินิจ อายุ 37 ปี และนายโยธิน ต่างศรี อายุ 24 ปี พร้อมของกลางสายเคเบิลขนาด 200 คู่ 0.4 AP จำนวน 2 เส้น ยาว 7 เมตร และ 18 เมตร, สายเคเบิลขนาด 300 คู่ 0.4 AP จำนวน 4 เส้น ยาว 12 เมตร, 14 เมตร, 22 เมตร และ 24 เมตร, สายเคเบิลขนาด 400 คู่ 0.4 AP จำนวน 1 เส้น ยาว 17 เมตร พร้อมรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บพ 991 สระแก้ว, คีมตัดสายไฟ และบันไดไม้ไผ่ 2 อัน

สืบเนื่องจากบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้รับแจ้งว่า สัญญาณอินเทอร์เน็ต บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ไม่มีสัญญาณความเสถียร ใช้งานไม่ได้บ่อยครั้ง คาดว่าสาเหตุมาจากคนร้ายลักลอบตัดสายเคเบิลออกไป กระทั่งได้เบาะแสว่า มีบุคคลต้องสงสัย 2 คน แอบลักลอบตัดสายเคเบิล ภายในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณตรงข้ามธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

จากนั้นนายไพบูลย์ แสนสอาด ผู้จัดการศูนย์ติดตั้งและตรวจแก้ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ พร้อมตำรวจสายตรวจ สน.บางเขน เดินทางไปตรวจสอบ พบนายโยธินกำลังปีนบันไดและตัดสายเคเบิลอยู่ ใกล้กันพบนายชวลิตนั่งอยู่ในรถกระบะ ตรวจสอบท้ายรถกระบะพบสายเคเบิลขนาดใหญ่หลายเส้นม้วนวางอยู่

ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ในจีน เสี่ยง!! ตกงาน หลังบริษัทเทคโนโลยี เริ่มปั้นผู้ประกาศข่าว Ai

(30 มี.ค.66) เฟซบุ๊ก 'ไทยคำจีนคำ' ได้โพสต์เรื่องราวหลังจากได้เห็นข่าวในเมืองจีนมาสักระยะแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริงตรงหน้า ว่า...

เมื่อเพื่อนคนจีนของแอดมิน #ไทยคำจีนคำ โทรศัพท์มาขอให้ช่วยเซตอัพทีมถ่ายทำ Green Screen หรือ “ฉากเขียว” โดยจะให้เพื่อนจีนอีกคนที่ปกติทำงานเป็นผู้ดำเนินรายการออนไลน์มาอ่านข่าว 🎬

เราก็จัดไปตามการร้องขอ ต้องการสตูดิโอ, กล้อง, ไมค์, ไฟ เราจัดให้ได้หมด

สุดท้ายมาหน้างานรู้สึกสงสัย เลยถามเพื่อน “พวกนายจะเอาวิดีโอแบบนี้ไปทำอะไร?” 🤔

ที่ถามเพราะมันเป็นการอ่านข่าวธรรมดา ๆ รวม 3 ข่าวยาว ๆ ทุกข่าวเปลี่ยนเสื้อผ้า 1 ชุด อ่านผิดก็ไม่เป็นไรแค่อ่านต่อไปให้ครบ 10 นาที พูดอะไรก็ได้ บางท่อนไม่ต่อเนื่องกันด้วยซ้ำ

สุดท้ายได้คำตอบว่า “พวกเราส่งวิดีโอนี้ไปให้บริษัทเทคโนโลยีที่เมืองจีนทำการสร้างเป็น ‘ผู้ประกาศข่าว AI’ ” 

AI หรือที่ย่อมาจาก Artificial Intelligence แปลเป็นไทยว่า “ปัญญาประดิษฐ์”

ภารกิจของเราในวันนี้แค่บันทึกภาพของการอ่านข่าว โดยเฉพาะการขยับปาก และการเคลื่อนไหวของมือเล็กน้อย เพื่อสะท้อนถึงการแสดงออกทางอารมณ์

รวมถึงบันทึกเสียง เพื่อเป็นแค่หลักยึดให้กับระบบในคอมพิวเตอร์

สุดท้ายแล้วบริษัทที่เมืองจีน ซึ่งรับเอาวิดีโอนี้ไป จะนำหน้าหล่อ ๆ ของเพื่อนคนจีนที่มานั่งอ่านข่าวในวันนี้ ไปสร้างเป็นผู้ประกาศข่าว AI

คือแค่ยืมรูปลักษณ์ภายนอก และบุคลิกภาพ โดยไม่ได้สนใจเนื้อหาที่เราบันทึกกัน

“ต่อไปคือเราแค่นำบทความ หรือเนื้อข่าวใส่เข้าไปในโปรแกรม มันจะสั่งการให้ผู้ประกาศข่าว AI อ่านตาม และแสดงอารมณ์ออกมาตามเนื้อข่าว”

หน้าตาของผู้ประกาศข่าว AI ถอดแบบมาจากคนจริง ๆ (เพื่อนจีนของแอดที่มานั่งอ่านข่าววันนี้) และการขยับปาก จะเปลี่ยนแปลงไปตามเนื้อหาหรือบทที่เราใส่เข้าไป

นั่นหมายความว่าต่อไป ไม่จำเป็นต้องให้คนจริง ๆ มาแต่งหน้า ใส่สูท และอ่านตามบทที่ปริ้นท์ออกมาในกระดาษ 🖨

แต่ใช้แค่การพิมพ์บทเข้าไปในระบบ แค่นี้ผู้ประกาศข่าว AI จัดการอ่านให้ และผู้ชมก็แค่รอดูข่าวเหมือนเดิม

“เทคโนโลยีตัวนี้เมืองจีนเริ่มใช้กันแล้ว ต่อไปคาดการณ์ว่าอาชีพผู้ประกาศข่าวที่เป็นคนจริง ๆ จะตกงานหมด”

“คนเขียนบทยังอาจจะพอมีงานทำอยู่บ้าง หรืออาจจะตกงานเหมือนกัน ต้องรอดู”

พูดง่าย ๆ คือเนื้อหายังคงมีความสำคัญ แต่ผู้ประกาศข่าวที่เดิมมีหน้าที่แค่อ่านตัวหนังสือและพูดออกมา อาจจะไม่จำเป็นอีกแล้ว

ทุกวันนี้ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ในเมืองจีนที่มีชื่อเสียง ถูกเชิญมา Copy บุคลิกและใบหน้าแบบนี้ และนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top