Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘รฟท.- ขสมก.-กรุงไทย’ ร่วมดันบัตรเหมาจ่ายค่ารถไฟฟ้ายสีแดง-ขสมก. ราคา 2,000 บาท/เดือน ไม่จำกัดเที่ยว ยกระดับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

‘รฟท. ขสมก. และกรุงไทย’ ผนึกกำลัง เปิดตัว บัตรเหมาจ่ายนั่งรถไฟฟ้า ‘สายสีแดง-รถเมล์’ 2,000 บาท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ตั้งเป้าจ่ายผ่านบัตรวันละหมื่นคน จากปัจจุบัน 4-5 พันคนต่อวัน ส่วนขสมก. คาดเพิ่มขึ้น 5.5-6 หมื่นคนต่อวัน จากเดิม 5 หมื่นคนต่อวัน พร้อมประเมินผล 6 เดือน หนุนรองรับพรรคการเมืองออกนโยบายประหยุดค่าครองชีพ

(29 มี.ค. 66) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมด้วย นางพริ้มเพรา วงศ์สุทธิรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และ นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมกันเปิดโครงการบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA หรือ บัตรเหมาจ่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงกับรถโดยสาร (รถเมล์) ของ ขสมก. เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ 2 ระบบ คือ ทางรางและทางบกเดินทางได้ด้วยการใช้บัตรใบเดียว

นายสุเทพ เปิดเผยว่า บัตรเหมาจ่ายจัดจำหน่ายใบละ 2,000 บาท และค่าธรรมเนียมออกบัตร 100 บาท รวมค่าใช้จ่าย 2,100 บาท โดยหาซื้อบัตรเหมาจ่ายได้จากจุดจำหน่ายบัตรของ ขสมก. และ รฟท. ส่วนการใช้งานสามารถใช้บัตรเหมาจ่ายแตะชำระค่าโดยสารที่เครื่องชำระค่าโดยสารอัตโนมัติ หรือ EDC บน รถเมล์ ขสมก. ที่ให้บริการปัจจุบัน 2,885 คัน และจุดรับชำระค่าโดยสารที่ รฟท. กำหนด หลังจากเติมเงินบัตรจะมีอายุการใช้งาน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่แตะชำระครั้งแรกที่ ขสมก. และ รฟท. อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ผู้โดยสารชำระค่าโดยสารครั้งแรกที่ ขสมก. วันที่ 1 เม.ย.66 บัตรจะใช้งานทั้ง ขสมก. และ รฟท. ได้ถึงวันที่ 30 เม.ย.66 เท่านั้น จนกว่าการเติมเงินครั้งถัดไป โดยสามารถใช้งานกับรถเมล์ ขสมก. ทุกประเภทแบบไม่จำกัดเที่ยว

ส่วนกรณีใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงจะนับจำนวนเที่ยวสูงสุด 50 เที่ยวต่อการเติมเงินหนึ่งครั้ง หากใช้จำนวนเที่ยว 50 เที่ยวหมดก่อน 30 วัน จะไม่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อีก แต่ยังใช้ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ได้จนกว่าครบ 30 วัน เช่น ผู้โดยสารใช้งานรถไฟฟ้าสายสีแดงครั้งแรกวันที่ 1 เม.ย.66 ครบ 50 เที่ยวในวันที่ 25 เม.ย.66 ผู้โดยสารไม่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อีก แต่ยังคงใช้ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ได้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.66 ตามปกติ จนกว่าจะเติมเงินรอบต่อไป 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง 25,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นใช้จ่ายผ่านบัตรประเภทต่างๆ รถไฟฟ้าสายสีแดงรองรับ 4,000-5,000 คนต่อวัน ที่เหลือจ่ายค่าโดยสารผ่านเหรียญโดยสาร คาดว่ามีบัตรเหมาจ่ายจะเพิ่มให้มีผู้มาใช้จ่ายผ่านบัตรเป็น 10,000 คนต่อวัน ส่วนค่าโดยสารจำนวน 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,250 บาท หรือ เฉลี่ย 25 บาทต่อเที่ยว เมื่อมีบัตรเหมาจ่ายจะจ่ายแค่ 1,100 บาท หรือเฉลี่ย 22 บาทต่อเที่ยว ช่วยประหยัดได้ 150 บาท หรือ 3 บาทต่อเที่ยว ขณะที่ซื้อบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. ประเภทรถเมล์แอร์แบบรายเดือนราคา 1,020 บาท แต่เมื่อซื้อบัตรแบบเหมาจ่ายจะจ่ายแค่ 900 บาทต่อ 30 วัน ซึ่งช่วยประหยัดได้ 120 บาทต่อเดือน

ด้านนางพริ้มเพรา กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารผ่านเครื่อง EDC อยู่ที่ 50,000 คนต่อวัน หากมีบัตรเหมาจ่ายตั้งเป้าจะเพิ่มยอดชำระผ่านเครื่อง EDC อยู่ที่ 55,000-60,000 คนต่อวัน จากจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเมล์ประมาณ 700,000 คนต่อวัน หลังจากนี้ ขสมก. และรถไฟฟ้าสายสีแดงจะใช้เวลาประมาณเมิน 6 เดือน เกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการ รวมทั้งระบบการใช้งานต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานต่อไป

‘จีน’ ออกข้อบังคับ ‘สถานรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน’ ฉบับทดลอง สะท้อนความมุ่งมั่นในนโยบายการเพิ่มจำนวนประชากร

(29 มี.ค. 66) เมื่อวันอังคารที่ 28 มี.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง เปิดเผยว่า ‘ไช่นา เดลี’ (China Daily) รายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ได้เผยแพร่ข้อบังคับฉบับทดลอง ว่าด้วย ‘บริการสถานรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน’

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯ ออกข้อบังคับฉบับทดลองเกี่ยวกับผู้ให้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการขอความเห็นจากสาธารณชนจนถึงวันที่ 14 เม.ย. 66 โดยผู้ให้บริการเหล่านี้ คือหน่วยงานที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่พักอาศัยเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี จนถึงอายุ 3 ปี และสามารถดูแลเด็กได้ไม่เกิน 5 คน ส่วนผู้ดูแลแต่ละคนสามารถดูแลเด็กสูงสุด 3 คน

ผู้ดูแลควรเป็นคนมีประสบการณ์ หรือมีภูมิหลังทางการศึกษาเกี่ยวกับการรับเลี้ยงเด็กและสุขภาพเด็ก และได้รับการฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต ความปลอดภัยทางอาหาร การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และความปลอดภัยด้านอัคคีภัย โดยผู้ที่มีประวัติด้านจิตเวชและเคยก่ออาชญากรรมจะไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้

‘ปชป.’ เคาะ!! ผู้สมัคร 400 เขต พ่วงปาร์ตี้ลิสต์อีกนับ 100 ชู ‘จุรินทร์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงรายชื่อเดียว

(29 มี.ค. 66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเห็นชอบรายชื่อบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้ง 400 เขต และ 100 ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทั้งหมดแล้ว ซึ่งในส่วนของ ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะเลขาธิการพรรค จะเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับรายชื่อ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ด้วยความเที่ยงธรรมและคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก และผู้สมัครไม่มีความขัดข้องใด ๆ

UOB จับมือ AIS อัดโปรแรง 850 บาทต่อเดือน  ถอย iPhone 14 ได้ แถมเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทุก 2 ปี

AIS เอาจริงจับมือ UOB เปิดดีลพิเศษจ่ายเดือนละ 850 บาท ได้ iPhone ใช้เปลี่ยนเครื่องใหม่ทุก 2 ปี

(29 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานแถลงข่าวของ AIS นั้น มีการพูดถึงรายละเอียดการให้บริการระหว่าง AIS และ UOB ภายใต้ชื่อ UOB Best Buy เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการใช้งานจากสมาร์ทโฟน 5G ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

ลูกสาวแฉ!! แม่ตัวเองรับญาติป่วยติดเตียงมาดูแล  หวังเงิน 8 พันบาท แต่ลับหลังทำร้าย-ให้กินข้าวบูด 

(29 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจกรณีสาวรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครอบครัว หลังแม่นำญาติที่ป่วยติดเตียงมาดูแลที่บ้าน แต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็น โดยเผยให้เห็นสภาพเตียง ห้องที่สกปรก จานข้าวที่มีมดขึ้น

โดยมีการระบุข้อความว่า ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ใครพูดไม่ฟัง คือแม่ เอาผู้ป่วยติดเตียงที่เป็นลูกพี่ลูกน้องมาไว้ที่บ้าน เพราะอยากได้เงินจากทางญาติๆ เดือนละ 8,000 บาท  แต่ลับหลังคือตีเค้า ตบกะบาลบ้างไรบ้าง เอาข้าวบูดให้เค้ากินทุกวัน พอขี้แตก ก็ด่าก็ว่า มีแต่คนเห็น เห็นจนเอือม แต่ช่วยอะไรไม่ได้ มีหน่วยงานไหน ช่วยประสานให้ญาติมารับทีเถอะ สงสารเค้า พิการครึ่งซีก ทางญาติก็ทิ้งส่ง ทิ้งขว้าง ไม่สนใจไยดี ทั้งที่รู้เรื่อง โพสต์นี่กูขอประจาน ไม่มีความเป็นคนเลย

‘สมอ.’ ร่วม ‘DSI’ บุกทลายโกดังเก็บสินค้าย่านบางขุนเทียน พบ ‘หม้ออบลมร้อน-ไดร์เป่าผม’ เพียบ รวมมูลค่า 7 ล้านบาท!!

(29 มี.ค. 66) นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา สมอ.ได้ประสานความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าย่านบางขุนเทียน กทม. และกระทุ่มแบน สมุทรสาคร พบสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานกว่า 30 รายการ กว่า 23,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท จึงยึดอายัดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ DSI ได้นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าจำนวน 2 แห่ง แห่งแรกในพื้นที่ย่านบางขุนเทียน พบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. ตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 เช่น หม้อหุงข้าว ไดร์เป่าผม ที่ม้วนผม หลอดไฟ และเพาเวอร์แบงก์ ฯลฯ ไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. เเละไม่แสดงชื่อผู้รับใบอนุญาต จำนวนกว่า 2,900 ชิ้น มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

แห่งที่ 2 เป็นโกดังเก็บสินค้าในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เตาอบไฟฟ้า หม้ออบลมร้อน ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม และโคมไฟ ฯลฯ กว่า 32 รายการ ไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และไม่แสดงชื่อผู้รับใบอนุญาต จำนวนกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จึงยึดอายัดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ สมอ.ควบคุม หากไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของประชาชนได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้นผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย รายแรกเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าจาก สมอ. และรายที่ 2 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าจาก สมอ. ซึ่งทั้ง 2 รายนี้ มีความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ต้องระวางโทษกรณีมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘ธนาธร’ นำทีม ก้าวไกลสุรินทร์ เข้าพบพี่น้องชาติพันธุ์กูย ดัน ‘ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ในสภาฯ-พ.ร.บ.คุ้มครองชาติพันธุ์’

‘ธนาธร’ ช่วยหาเสียงสุรินทร์ พบกลุ่มชาติพันธุ์กูย ยก ‘ก้าวไกล’ ต่อยอดอุดมการณ์อนาคตใหม่ ดันตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ในสภาฯ - ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองชาติพันธุ์

(29 มี.ค.66) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้พรรคก้าวไกลที่จังหวัดสุรินทร์ โดยช่วงบ่ายได้พบพี่น้องชาติพันธุ์กูย ที่กอนกูยปุระ ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์กูย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องชาติพันธุ์กูย โดยมี ทัตพิชา เข็มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 5 พรรคก้าวไกล ในฐานะลูกหลานชาวกูย ร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมชาวกูย

ธนาธร กล่าวถึงแนวทางการทำงานการเมืองในประเด็นกลุ่มชาติพันธุ์ว่า ตั้งแต่อดีตพรรคอนาคตใหม่ เราต้องการให้พี่น้องชาติพันธุ์ที่กระจายอยู่แต่ละท้องที่ในประเทศไทยได้มีตัวแทนเข้าไปในสภาฯ พรรคอนาคตใหม่จึงมีสัดส่วน ส.ส. ปีกชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น มานพ คีรีภูวดล หรือ ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ซึ่งเป็น 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล

ดังนั้นเชื่อว่าพรรคก้าวไกลในฐานะพรรคการเมืองที่สานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่ จะโอบรับความหลากหลายและทำให้สภาฯ เป็นพื้นที่แสดงออกถึงความต้องการของกลุ่มชาติพันธุ์เช่นกัน นอกจากนั้น พรรคก้าวไกลยังประกาศด้วยว่าพร้อมผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ และสามารถกำหนดวิถีชีวิตตนเอง

ด้าน ทัตพิชา ร่วมเล่าประสบการณ์ของตนในวงพูดคุยว่า แต่เดิมไม่ทราบว่ามีบรรพบุรุษเป็นกูย แต่เมื่อเดินทางมายังกอนกูยปุระ จึงสังเกตว่าลายผ้าของกูยคล้ายกับผ้าของยาย ทำให้ทราบในภายหลังว่าตนมีเชื้อสายกูย ดังนั้น การอนุรักษ์องค์ความรู้และศิลปะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ จึงมีความสำคัญมาก เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ ได้เห็นความหลากหลายของสังคมไทย และอาจทำให้อีกหลายคนได้ทราบที่มาที่ไปของบรรพบุรุษตนเอง เช่นเดียวกับประสบการณ์ของตน

‘มาร์ค’ ประเดิมปราศรัย ‘ปชป.’ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.กรงุเทพฯ พร้อมวลี “กรีดเลือดก็เป็นสีฟ้า”  ขอให้ปชช. มั่นใจในพรรค

(29 มี.ค.66) - ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระรามแปด ฝั่งธนบุรี นายชนินทร์ รุ่งแสง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตบางกอกน้อย บางพลัด พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จัดเวทีปราศรัยหาเสียง เปิดนโยบายช่วยเศรษฐกิจฐานราก โดยในครั้งนี้มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคปชป. มาช่วยหาเสียงด้วยซึ่งถือเป็นการปราศรัยครั้งแรกนับตั้งแต่มีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ ยังมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่-จตุจักร นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และน.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ร่วมเวทีปราศรัยด้วย

ทั้งนี้ ยังมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล และอดีตส.ส.กทม. พร้อมว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตต่างๆในกทม. มาร่วมเป็นกำลังใจและฟังการปราศรัย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก

โดยในช่วงต้นของการหาเสียงครั้งนี้ พล.ต.ต.วิชัย ย้ำชัดเจนว่าประชาธิปัตย์ไม่เอากัญชาเสรี ไม่เอายาเสพติด และจะปราบทุจริตซึ่งเป็นวิกฤตของชาติ ส่วนนายสุชัชวีร์ เน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรก และพรรคเดียวที่เสนอแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จให้กับคนกรุงเทพ และไม่มีพรรคใดแก้ไขเรื่องนี้เลย แสดงว่าเขาไม่ได้ฟังชาวกรุงเทพฯ รวมทั้งเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5

ด้านนายชนินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์คิดนโยบายจากการไปฟังความคิดเห็นจากประชาชน จึงมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด โดยเฉพาะเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของคนรากหญ้า ที่เดือดร้อนมาตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดโควิด พรรคมุ่งมั่นที่จะทำให้ความรวยกระจาย ไม่กระจุก และตั้งใจเสริมสร้างกองทัพมดให้เข้มแข็ง ก่อนหน้านี้ได้ประกาศไปแล้วถึงนโยบายธนาคารชุมชน ชุมชนละ 2 ล้านบาท ลดค่าไรเดอร์เหลือไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ลดหย่อนภาษีให้แก่ร้านค้าชุมชน กองทุนไอเดีย เพื่อช่วยคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ในการทำธุรกิจ วันนี้ขอนำเสนอนโยบายใหม่เพิ่มเติม คืออาสาสมัครพารวยทุกชุมชน ที่จะทำหน้าที่ช่วยดูแลให้คำปรึกษาในทุกเรื่องแก่ผู้ที่จะประกอบอาชีพทำธุรกิจในชุมชน ตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจไปประสบความสำเร็จคือ รวยแบบยั่งยืน นอกจากนี้ ยังขอเสนอนโยบายจัดโซนนิ่งปลอดร้านสะดวกซื้อ เพื่อร้านขายของชำในชุมชนจะต้องสามารถดำเนินการค้าขายไปได้ไม่แพ้ร้านค้าที่มาจากนายทุนใหญ่ด้วย

“พรรคไม่มีนโยบายใช้เงินประชาชนล่อซื้อเสียงประชาชน ด้วยนโยบาย แจก3 พัน 5พัน พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจหรือพรรคที่มีวาระซ่อนเร้น ผมมั่นใจว่าผมเป็นทางเลือกที่พิสูจน์แล้วว่าทำงานให้กับพี่น้องคนทุกรุ่นได้ เรามีทีมงาน สก.ที่จะทำงานควบคู่ไปกับส.ส.เขต ผมและทีมงานทุกคนใส่ใจและรู้งานในพื้นที่จริง โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันเราเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตโควิด แต่ยังไม่หลุดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ ผมทำงานมาตลอดแม้จะมีตำแหน่งหรือไม่ตำแหน่ง เกือบ 30 ปีทางการเมืองของผมอยู่กับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ผมพร้อมมาดูแลพี่น้อง พร้อมเป็นส.ส. ผมทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องได้ยกเว้นความผิดหวัง สุดท้าย ผมพูดจากใจอยากทำงานให้กับพี่น้องให้ชาวบางพลัด บางกอกน้อย การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบัตร 2 ใบ ใบหนึ่งโปรดเลือกผมเป็นส.ส.เขต และอีกใบหนึ่งโปรดกาให้กับพรรคประชาธิปัตย์” ว่าที่ผู้สมัครเขตบางกอกน้อย บางพลัด พรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

ผบ.ทร.ทำบุญครบ 100 วัน กำลังพลที่เสียชีวิตเรือหลวงสุโขทัยอับปาง

วันนี้ (29 มีนาคม 2566) เวลา 08.00 น.พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนางจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทำบุญครบรอบ 100 วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ณ พุทธสถานเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ตลอดจนคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้มีกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ที่รอดชีวิตจำนวน 76 นาย รวมถึงครอบครัวและญาติของกำลังพลจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เข้าร่วมในพิธี 

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือแก่ ทายาทและบุตรของกำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง โดยแบ่งเป็นทายาทจากกรณีผู้สูญหาย จำนวน 5 ทุน และบุตรกำลังพลที่เสียชีวิตจำนวน 9 ทุน นอกจากนี้ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้มอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาจากสมาคมภริยาทหารเรือ ให้แก่บุตรกำลังพลที่เสียชีวิตจำนวน 9 ทุน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาเป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาในการรับทุนเรียบร้อยแล้ว

พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ส่งผลให้กำลังพลเสียชีวิต 24 นาย สูญหาย 5 นาย และรอดชีวิต 76 นาย ในส่วนของการปฏิบัติ การค้นหากำลังพล 5 นายที่สูญหาย กองทัพเรือ และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทำการค้นหาอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 กระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง สันนิษฐานว่าข้าราชการกระทรวงกลาโหม ถึงแก่ความตายเพราะสูญหายในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยสันนิษฐานว่า กำลังพลกองทัพเรือจำนวน 5 นาย ได้ถึงแก่ความตายแล้ว ซึ่งได้รับการชดเชย และการเยียวยาตามสิทธิกำลังพลของกองทัพเรือ ทั้งนี้กองทัพเรือได้ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลกองทัพเรือ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางนั้น โดย พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีความเป็นห่วงครอบครัวกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตรวมถึงกำลังพลที่ยังคงสูญหายเป็นอย่างมาก จึงได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิกำลังพล ดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน แก่ครอบครัวของกำลังพลในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม 

วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖  เวลา ๐๙.๓๐ น. นายโกวิท ผกามาศ  อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)  ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม กับ ดร. ศรุต วานิชพันธุ์  ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) ในฐานะผู้แทนจาก บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหาร สวธ. และนายดนุภณ ศรีเมฆ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว  ณ ห้องประชุมชั้น ๔ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 
 
นายโกวิท ผกามาศ  อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)  กล่าวว่า สืบเนื่องจากในปี พ.ศ. 2563    ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักบริหารคณะกรรมการจัดระดับเกมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Game Rating and Administration Committee  - GRAC) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างวินัยในการเล่นวีดิทัศน์ (เกม) และได้มีโอกาสเข้าร่วมงานจัดแสดงเกมนานาชาติ G – Star และเยือนภาคส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมเกมของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดระดับเกมและอุตสาหกรรมเกม ระหว่างวันที่ 19 – 23 พฤศจิกายน 2565 ณ เมืองปูซาน และ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมในสาธารณรัฐเกาหลีที่ผ่านมานั้น สามารถนำองค์ความรู้และวิธีการต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในราชอาณาจักรไทยได้  ดังนั้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้มีการดำเนินตามนโยบายหลัก 8 ด้าน ของรัฐบาลไทย ข้อที่ 3 ว่าด้วยเรื่องการทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ข้อ 3.1 ส่งเสริมวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชาติ รัฐบาลไทยนั้นให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดี รวมทั้งการทำนุบำรุงศาสนา การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมไทยและการยอมรับประเพณี วัฒนธรรมที่ดีที่มีความหลากหลาย เพื่อสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คุณธรรม และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  

โดยสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม Paradigm Shift เปลี่ยนฉากทัศน์วัฒนธรรม สู่ก้าวที่มั่นคงและยั่งยืน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้นำเนื้อหาจากการหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของสาธารณรัฐเกาหลี นำมาใช้เพื่อส่งเสริมมิติทางวัฒนธรรม (Soft Power) ที่สามารถสร้างมูลค่าและเผยแพร่ค่านิยมและวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านอุตสาหกรรมเกม   

ในนามกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรลุข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม ระหว่าง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กับ บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเกมของประเทศ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และองค์ความรู้ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ในการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านเกม อันนำไปสู่การต่อยอดระดับอาชีพในอุตสาหกรรมเกม หรือทักษะต่างๆ ในการประกอบอาชีพอื่นๆได้  อธิบดี สวธ. กล่าวทิ้งท้าย 
ด้าน ดร. ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปัจจุบันมีการปรับตัวในการใช้เทคโนโลยีออนไลน์กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน จากสถิติในประเทศไทยพบว่ามีผู้เล่นเกมมากถึง ๓๐ ล้านคน โดยมีสัดส่วนของกลุ่มผู้เล่นเพื่อความสนุกสนานผ่อนคลาย และผู้ที่เล่นเกมเป็นกีฬาอีสปอร์ต  

จนสามารถพัฒนาตนเองจนเป็นนักกีฬามืออาชีพเข้าแข่งขันในรายการระดับโลกต่างๆและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้รับชมกีฬาอีสปอร์ตซึ่งเปรียบได้กับผู้ชื่นชอบรับชมกีฬาประเภทอื่นๆ เช่น ฟุตบอล อยู่เป็นจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ที่สามารถรับชมร่วมกันในเวลาเดียวกันได้ ทำให้เราสามารถนำเสนอคอนเทนต์ต่างๆส่งตรงไปยังคนกลุ่มเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการนำเสนอ เผยแพร่เนื้อหาที่สอดแทรกประยุกต์ความเป็นไทยเข้าไปในลักษณะการเผยแพร่ที่เป็น Soft Power

รวมทั้งการรณรงค์ส่งเสริมค่านิยมพฤติกรรมการเล่นเกมที่ดีที่สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาศักยภาพความสามารถของผู้เล่นให้เกิดประโยชน์ในแง่ต่างๆได้  ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่เราจะร่วมกันใช้ความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงานในการร่วมกันต่อยอดการนำเสนอวัฒนธรรมไทยมิติใหม่ที่มีรูปแบบที่นำเอาความสร้างสรรค์ของนวัตกรรมมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อให้สื่อสารถึงความเป็นไทยวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้นและยังกระตุ้น  ให้เกิดแรงบันดาลใจในรูปแบบ Digital Inspiration ให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อพัฒนาตนเอง ไปพร้อมๆกับการพัฒนาของอุตสาหกรรมดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ซึ่งจะเป็นการยกระดับอีโคซิสเต็มของทั้งอุตสาหกรรมให้มีการเติบโตต่อไปในอนาคต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top