Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

'เพื่อไทย' เดินเครื่อง 'อิ๊งค์' ลั่น!! เลือกวันไหนก็พร้อม พรุ่งนี้ก็ได้ 'เศรษฐา' เล็งรื้อยุทธศาสตร์ 20 ปี 'ชลน่าน' ปัดหลีกทาง 'ธรรมนัส'

(21 มี.ค.66) ที่ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมเติมน้ำมันตะเกียงประจำวันเกิด

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า "วันนี้ถือว่าเป็นวันดี ยุบสภาปุ๊บ เราก็รีบมาไหว้เลย ซึ่งจริง ๆ ก็วางแผนกันไว้อยู่แล้วว่าอยากจะมาไหว้ศาลหลักเมืองอยู่แล้ว" เมื่อถามว่า เมื่อมีการยุบสภาแล้วจากนี้ถือว่าเป็นการเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราลุยเต็มที่มาสักพักแล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำให้ช้าลง เราจะเร่งเครื่องเต็มที่ต่อไป

ขณะที่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เราเริ่มกันตั้งแต่วันนี้แล้ว อีกเดี๋ยวก็จะไปพบกลุ่มหอการค้า ตามด้วยไปคลองสาน จ.นนทบุรี จ.สระบุรี ตารางแน่นมากต่อวัน ตอนนี้เดินหน้าเต็มที่

เมื่อถาม น.ส.แพทองธาร ว่ายังไหวหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตอนนี้เดินทางประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง หากออกนอก กทม.ยังไหว แต่คงไม่ได้ไปค้างนอกสถานที่แล้ว จากนี้จะเป็นนายเศรษฐาช่วยเดินเต็มกำลัง

เมื่อถามถึงการโฟนอินไปร่วมเวทีปราศรัยที่ จ.ระยอง เป็นครั้งแรก น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราก็ตื่นเต้น กลัวว่าโทรเข้าไปแล้วสัญญาณจะขัดข้อง หรือพี่น้องประชาชนจะไม่ได้ยิน แต่ได้รับเสียงตอบรับ และเสียงให้กำลังใจดีมากๆ อย่างไรก็ตาม จะมีการปรับรูปแบบในเวทีต่อๆ ไป โดยจะมีทั้งวีดีโอคอล และคลิปวีดีโอ อะไรที่เราจะสามารถกระจายไปได้ เราก็จะฝากทีมหาเสียงกระจายไปด้วย

เมื่อถามว่า กกต.มีการประชุมเคาะวันเลือกตั้งซึ่งแนวโน้มน่าจะเป็นวันที่ 14 พ.ค.นั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราพร้อมอยู่แล้ว เลือกตั้งพรุ่งนี้เลยก็ได้

เมื่อถามถึงแพลนคลอด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คลอดก่อนวันที่ 14 พ.ค.อยู่แล้ว ซึ่งเราวางกันไว้ตอนแรกคือช่วงปลาย เม.ย.ต้นเดือน พ.ค.ซึ่งตนจะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งแน่นอน จะเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าหรือตรงวันเท่านั้น โดย นายเศรษฐา กล่าวแทรกขึ้นมาว่า หากเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.จริง การปราศรัยวันสุดท้ายก็น่าจะมีโอกาส

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ชื่อของ น.ส.แพทองธาร จะได้เข้าไปอยู่ในผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา ตนอยู่ตรงไหนก็ได้ อะไรก็ได้ที่มีส่วนช่วยประเทศชาติ เพราะอย่างที่บอกว่าทุกอย่างทำคนเดียวไม่ไหว ทุกอย่างต้องช่วยกันเป็นทีม ตรงไหนที่พรรคและประชาชนเห็นว่าตนเหมาะสมก็ตรงนั้น

เมื่อถามว่า แม้มีการเปิดตัว ส.ส.เขต ทั้ง 400 คนไปแล้ว แต่หลายพื้นที่ก็ยังมีการปรับเปลี่ยนอยู่ เช่น จ.พะเยา ก็มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ซึ่งทำให้คนสังเกตว่ามีการหลีกทางให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข้อสังเกต ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วอยู่ในกระบวนการ ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัครนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ หากมีการรับฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางการทำไพรมารีโหวต กรรมการสรรหา และกรรมการบริหาร ก็ยังสามารถเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ตลอด เพราะเป็นขั้นตอนกระบวนการคัดเลือก กรณี จ.พะเยา เราก็ดำเนินการตามขั้นตอน หากจะมองว่าเป็นการดีลกัน แต่พี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วยก็ไม่สามารถทำได้

เหมืองทองอัคราได้ฤกษ์เปิดกิจการ ชาวบ้าน250คน เฮดีใจได้งานทำเม็ดเงินสะพัด10-12ล้านบาท/เดือน ส่งผลเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก

เหมืองทองอัคราพิจิตรได้ฤกษ์กดปุ่มเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตทองคำและเงิน เบื้องต้นเดินหน้าแค่ 1 โรงงาน โดยขณะนี้มีการจ้างพนักงานชาวบ้านคนพื้นที่ 250 คน รวมค่าแรงประมาณ 10-12 ล้านบาท/เดือน ส่งผลตลาดร้านค้าในชุมชนคนรอบเหมืองทองคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น ตอบคำถามที่มีข่าว ป.ป.ช.ชี้มูล เจ้าหน้าที่ของรัฐและฝ่ายอัคราในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินว่า ข่าวมีความคลาดเคลื่อน ในขณะที่ตั้งความหวังจะได้รับโอกาสให้เข้าชี้แจงด้วยพยานและหลักฐาน มั่นใจอัคราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
 
วันที่ 21 มีนาคม 2566 นายวรงค์ สราญฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายบริหารองค์กร , นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร  บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)   ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร  ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตการณ์การเปิดเดินเครื่องจักร  โดย นายเชิดศักดิ์  อรรถอารุณ  ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกในการที่ บ.อัครา กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งภายหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการครบถ้วนแล้ว โดยในช่วงเวลานี้ บ.อัครา เริ่มการผลิตจากโรงงานที่ 2 ที่เพิ่งซ่อมแล้วเสร็จเพียงแห่งเดียวก่อน และหลังจากนี้อีกระยะหนึ่งถึงจะซ่อมโรงงานที่ 1 ที่เป็นโรงงานเก่ากว่า  หากเมื่อซ่อมโรงงานที่ 1 เสร็จ บ. อัคราก็จะมีสองโรงงานที่ทำงานได้พร้อมๆ กัน และมีผลผลิตทองคำประมาณปีละ 5.5 ล้านตันสินแร่ สำหรับขณะนี้วันนี้ บ.อัคราเปิดเดินเครื่องเฉพาะโรงานที่ 2 ซึ่งได้มีการจ้างพนักงาน 90% เป็นคนในพื้นที่ 3-4 อำเภอ (พิจิตร-พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ ) ซึ่งอยู่รอบๆ บ.อัครา ประมาณ 250-260 คน ซึ่งต้องมีการจ่ายค่าจ้างพนักงานในทุกระดับรวมกัน 10-12 ล้านบาทเศษ/เดือน  ซึ่งเม็ดเงินหล่านี้จะช่วยหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชุมชนที่อยู่รอบๆเหมืองทองอัครา ซึ่งสังเกตได้จากร้านค้าในชุมชน ตลาดนัด ตลาดสดยามเช้า-เย็น ร้านของชำ ต่างคึกคักด้วยเม็ดเงินจากค่าแรงส่วนนี้ ส่งผลให้การเงิน เม็ดเงิน หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทวีคูณเป็น 2-3 เท่าตัว จึงถือได้ว่าการเปิดดำเนินกิจการของ บ.อัครา ในครั้งนี้ช่วยให้คนมีงานทำ มีเงินเดือน มีรายได้ทางตรงและร้านค้าในชุมชนก็ ได้รับอานิสงส์มีรายได้ทางอ้อมไปได้ด้วยกันทั้งคู่

ตำรวจ ปส.(NSB) ทลายเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาได้ 20 คน ของกลางยาบ้า 15.5 ล้านเม็ด , ไอซ์ 880 กก. , คีตามีน 450 กก. ยึดทรัพย์กว่า 24 ล้านบาท

วันนี้ (21 มี.ค.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม)/ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พร้อมด้วย        พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส.,พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช.ปส., พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส.บช.ปส.,พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผบก.ขส.บช.ปส., พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ปส.3 และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด(NSB) เดินหน้าทำลายเครือข่ายยาเสพติดทั้งรายใหญ่ และรายย่อย ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร จะพบว่าสถานการณ์ยาเสพติดขณะนี้เครือข่ายมีความพยายามอย่างหนักในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก โดยซุกซ่อนปะปนมากับสินค้าทางการเกษตร หรือแม้แต่การดัดแปลงช่องลับของรถซุกซ่อนยาเสพติด ส่วนมากจะถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ ก่อนจะกระจายไปยังเครือข่ายรายย่อย ล่าสุด ตำรวจ ปส. (NSB) สามารถทลายได้หลายเครือข่ายรวมผู้ต้องหา 20 คน ของกลางเป็น ยาบ้า 15.5 ล้านเม็ด, ไอซ์ 880 กก., คีตามีน 450 กก., รถยนต์ 9 คัน, มือถือ 11 เครื่อง และยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 24 ล้านบาท โดยแยกเป็น 7 คดีดังนี้


คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส., บก.ขส. และ บก.ปส.3 ได้ร่วมกันจับกุมตัว 4 ผู้ต้องหา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง อยู่ใน อ.พบพระ จ.ตาก ใช้รถกระบะจำนวน 4 คัน เพื่อสำรวจเส้นทางและขนยาเสพติด โดยนำผักมาวางปิดบังยาเสพติดไว้เพื่ออำพราง โดยจับกุม นายเอกยุทธ ได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี จากนั้นได้ติดตามไปจับกุมนายธนนันท์ นายธนธัส และจับกุมนายณัฐพล ได้ทั้งหมด พร้อมของกลาง ไอซ์ 600 กก., ยาบ้า 12 ล้านเม็ด, คีตามีน 400 กก., โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง, รถกระบะ 4 คัน และตรวจยึดเงินสดรวม 5 หมื่นบาท โดยผู้ต้องหาทั้งหมด รับว่ากำลังลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง

 
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมคดียาเสพติด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยหาความเชื่อมโยง ติดตามตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน จนสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายได้อีก 4 ราย และสามารถยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนี้ไว้ตรวจสอบ หลายรายการ อาทิเช่น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมที่ดิน 3 หลัง ราคาประมาณ 20 ล้านบาท และที่ดินเปล่า 1 แปลง รวม 23 ล้านบาท
 คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 และบก.ขส. ได้วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทั่งเช้ามืดวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันตรวจยึดยาบ้า 8 กระสอบ รวม 2,000,000 เม็ด ได้ในบริเวณไร่มันในเขตพื้นที่หมู่ 5 บ้านโคกสว่าง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี พร้อมยึดรถกระบะ 2 คัน โดยผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะหลบหนีเข้าไปในไร่มันสำปะหลัง แล้วทิ้งรถพร้อมยาเสพติดไว้ ขณะนี้ตำรวจ ปส.2 ได้ติดตามตัว ขยายผลเครือข่ายรายนี้ และติดตามเจ้าของรถมาเพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
- 2 -

คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด จ.ปทุมธานี ทราบว่า แก๊งค้ายาเสพติดจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดใน จ.ปทุมธานี จึงเฝ้าติดตามจับกุม และนำกำลังเข้าจับกุมนายปรีชา, นายนัฐพงษ์, นายอนุชา,น.ส.มนัดดา ได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 88/6 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยคีตามีน 31 กก. ภายในบ้าน และติดตามจับกุมนายอรุณ และนางกรรณิการ์ ที่บริเวณโรงแรมไนซ์อินน์ ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พร้อมคีตามีน ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์รวม 15 กก. ซึ่งผู้ต้องหา รับว่าเป็นยาเสพติดที่จะนำไปส่งให้กับลูกค้าใน จ.ปทุมธานี   รวมคีตามีน   ของกลาง 46 กก. ซึ่งจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

ผบ.ตร.ส่งชุดเฉพาะกิจ ศปทส.ตร. นำโดย รองต่อศักดิ์ฯ ร่วมกับ ตำรวจภาค 2 เร่งตรวจสอบคดี สารซีเซียม 137 สูญหาย ทำความจริงให้ปรากฏ ย้ำดำเนินคดีผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย หวั่นผลกระทบต่อประชาชน

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.66 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึง กรณี สารซีเซียม 137 สูญหายไปว่า “ คดีนี้ได้รับรายงานจากตำรวจว่า เมื่อ 7 มี.ค.66 เวลา 08.00 น. บริษัท เนชั่นแนล พาวเวอร์ แพลนท์ 5 เอ ตรวจพบว่าสารซีเซียม 137 สูญหายไปและ 10 มี.ค.66 ได้มาแจ้งความที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ต่อมา 19 มี.ค.66 สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ ได้ตรวจพบรังสีจากการหลอมของโรงงาน ที่ กบินทร์บุรี พื้นที่ สภ.ศรีมหาโพธิ   พงส.ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ คดีอาญาที่ 363/2566 ในความผิดฐาน “ในกรณีที่เกิดอันตรายหรือเสียหายอันเกิดจากการประกอบกิจการตามใบอนุญาต ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ระงับเหตุเบื้องต้นตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสี และต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบทันที รวมทั้งต้องให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไข บรรเทาหรือระงับซึ่งอันตรายหรือความเสียหายนั้น”  ตาม พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ฯ  มาตรา 100, 126 และ 143  คดีอยู่ระหว่างสอบสวนและร่วมประชุมกับคณะกรรมการจังหวัด เพื่อเรียก บริษัทฯ มาแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการเพิ่มเติม ให้สืบสวนสอบสวนทุกมิติทั้งประเด็น การสูญหายได้อย่างไร มีใครลักลอบเอาออกไป รวมทั้งแหล่งรับซื้อ การส่งผลกระทบต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม มีใครต้องร่วมรับผิด รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 


โดยมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจ ตร. มี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปทส.ตร. รับผิดชอบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. ตรวจสอบร่วมกับ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พิสูจน์หลักฐาน และ กรมควบคุมมลพิษ  ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ดำเนินการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีเอาผิด กับบุคคลที่กระทำผิดในกรณีนี้ ให้ครบทุกมิติ


โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า “ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประเด็นสารซีเซียม 137 สูญหาย ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ บูรณาการแก้ปัญหา
   

ผบ.ตร.รับนโยบาย จึงได้ส่งชุดเฉพาะกิจร่วมกับตำรวจพื้นที่ และหน่วยงานเกี่ยวข้องไขข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขอเวลาตำรวจทำงาน ยืนยันจะเร่งทำความจริงให้ปรากฎ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป”

‘สสส.-สกศ.’ ร่วมกันทำเว็บ ‘ปฐมวัยไทยแลนด์’ ดูแลเด็กเล็กครบวงจร หวังใช้สื่อเชื่อม ภาครัฐ-โรงเรียน-ผู้ปกครอง ให้ใกล้กันมากขึ้น

(21 มี.ค. 66) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา และ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ “ปฐมวัยไทยแลนด์ https://ecd.onec.go.th” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการเผยแพร่ผลงานของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และเสิร์ฟข้อมูลออนไลน์ส่งตรงถึงครูและผู้ปกครอง เพื่อดูแลเด็กเล็กให้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุขพร้อมกับพัฒนาการที่สมวัย

นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลและ ศธ. เห็นตรงกันกับผลการวิจัยทั่วโลกที่ย้ำถึง “การลงทุนดูแลเด็กปฐมวัย” ที่มีความคุ้มค่าสูงสุดกว่าในวัยอื่นถึง 7 เท่า จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของทุกครอบครัวและประเทศชาติ โดย สสส. และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้ร่วมกันจัดทำ Website “ปฐมวัยไทยแลนด์” หวังใช้สื่อโซเชียลเชื่อมต่อภาครัฐ โรงเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ใกล้กันมากขึ้น โดยสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย สกศ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลสถิติ งานวิจัย และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยจากทุกภาคส่วน

บลูเทค ซิตี้ ร่วมสนับสนุนโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เขต อบตท่าสะอ้าน ประจำปี 2566

วันนี้ (21 มี.ค. 2566) ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมสนับสนุนน้ำดื่ม จำนวน 50 แพ็ค ให้แก่ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ณ วัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา  โดยมี นางนิภา วงศ์ชโยประสิทธิ์ ประธานชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน เป็นคนกล่าวเปิดพิธี

สำหรับวันนี้ทางชมรมผู้สูงอายุได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้จัดกิจกรรมมาในช่วงโควิด เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีการพบปะพูดคุย มีกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนมีความรู้ใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งในปัจจุบันสังคมไทย มักจะพบปัญหาด้านการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคติดต่อใหม่ ๆ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หากผู้สูงอายุไม่มีความรู้ในการปฏิบัติตนเอง จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย ทำให้เกิดปัญหาด้านการดูแลผู้สูงอายุ


ทั้งนี้ ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ยังร่วมสนุกจัดกิจกรรมลุ้นรับรางวัลให้แก่ผู้สูงอายุอีกด้วย

ติวเข้ม! ผู้ประกอบการ ร้านเกม อินเทอร์เน็ต ป้องกันปัญหาแหล่งมั่วสุมและยาเสพติด

วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจผู้ประกอบการ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันปัญหาแหล่งมั่วสุมและยาเสพติด เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบกิจการ 


วันที่ 21 มี.ค.66 ที่ ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ การประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบกิจการ จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแก่น มีนางกมนรัตน์ สิมมาคำ วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการร้านเกม ร้านคาราโอเกะ พนักงานเจ้าหน้าที่จาก 26 อำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและผู้ประกอบกิจการตาม พรบ.ภาพยนตร์ฯ จำนวน 150 คน เข้าร่วมประชุม โดยวิทยากร คือ อัยการจังหวัดขอนแก่น พันตำรวจโทเมธี ศรีวันนา รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปราม ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น บรรยายให้ความรู้


นางกมนรัตน์  สิมมาคำ วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ในฐานะผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในพื้นที่ มีหน้าที่และอำนาจในการเป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบงานตาม พรบ.ภาพยนตร์ฯ เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์  ร้านเกม ร้านคาราโอเกะ ร้านให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ ที่ยังพบปัญหาอันเกิดจากสถานประกอบกิจการฯ เช่น ร้านคาราโอเกะ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ ซึ่งหลังจากที่สถานประกอบกิจการฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ขาดการตรวจติดตามและสร้างความรู้ความเข้าใจในการให้บริการตามเงื่อนไข พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ อย่างเคร่งครัด และอาจมีความเสี่ยงที่ร้านคาราโอเกะ ร้านเกม-ร้านอินเทอร์เน็ต ฯลฯ จะกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็ก เยาวชนและประชาชนได้

ยังไม่จบ! บิ๊กอู๊ด ลุยต่อเนื่องจับแก๊งยาเสพติดภาคใต้ สั่งภูธรภาค 8 เปิดยุทธการ "สยบอันดามัน 1/66" จับแก๊งยาครั้งใหญ่กว่า 300 คน

วันที่ 21 มีนาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.พีรยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8  พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.เธียรวิโรฒ เชี่ยวชาญ รอง ผบก.อก.ภ.7 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.วจ.สยศ.ตร. และ พ.ต.อ.จารุพันธ์ เสริมพงศ์ รอง ผบก.อฎ. ร่วมกันแถลงข่าว ตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดภูธรภาค 8 รวม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ตามยุทธการ "สยบอันดามัน 1/66" เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์เครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ยุทธการ "สยบอันดามัน 1/66" สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. สั่งการให้กวาดล้างคดียาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ตนจึงสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งประกอบด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร สุราษฎธานี นครศรีธรรมราช ระนอง กระบี่ พังงา และภูเก็ต เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดที่จะทำลาย จำนวน 247 เครือข่าย เป้าหมายการปิดล้อมตรวจค้น
จำนวน 516 เป้าหมาย แบ่งเป็นเป้าหมายการตรวจคัน 468 เป้าหมาย และเป้าหมายเพื่อจับ จำนวน 48 เป้าหมาย

‘ก้าวไกล’ เปิดตัว 7 ขุนพลทีมเศรษฐกิจ เลือก ‘ไหม ศิริกัญญา’ นั่งหัวหน้าทีม

(21 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจาก พรรคก้าวไกล ว่าในวันที่ 22 มีนาคม พรรคก้าวไกลจะเปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค จำนวน 7 คน ประกอบด้วย ส.ส. นักวิชาการ ข้าราชการ และนักธุรกิจ มีตั้งแต่คนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง จนถึงรุ่นใหญ่ ซึ่งจะเสนอนโยบายทั้งด้านชนบทและเมือง โดยใช้ประสบการณ์ทั้งจากด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมไฮเทค

สำหรับรายชื่อทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล มีดังนี้

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือ ต้น ปัจจุบันเป็นรองศาสตราจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) มหาวิทยาลัยด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทำงานวิจัยเรื่องเสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย และกับดักรายได้ปานกลาง เป็นผู้เขียนหนังสือ ‘เศรษฐกิจสามสี : เศรษฐกิจแห่งอนาคต’ โดยจะมาผลักดันเรื่องซัพพลายเชนอุตสาหกรรมไฮเทคโลก

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล หรือ ดร.ชาย ปัจจุบันเป็นกรรมการบริษัทเอกชนสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทย Moshi Moshi เป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ โดยจะเสนอแนวทาง 5 ต. มีนโยบายอย่างหวยใบเสร็จ และเพิ่มแต้มต่อ เพื่อพัฒนา SME ไทยให้เติบโต

นายวรภพ วิริยะโรจน์ หรือ เติ้ล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หนึ่งในแกนนำพรรคด้านเศรษฐกิจ โดยจะเสนอนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่มีจุดเด่นต่างจากพรรคอื่น ด้วยแนวทางลดค่าใช้จ่ายให้กับคนธรรมดาและภาคธุรกิจ ผ่านการปรับนโยบายพลังงานของไทยอย่างเป็นระบบ

นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันเป็น 1 ใน 100 รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้ง 2566 ปัจจุบันนายอภิสิทธิ์เป็นประธานคณะกรรมการสำนักการตลาด กทม. เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย เคยเป็นอดีต ผอ.ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการเงิน และนักยุทธศาสตร์ด้านข้อมูล อดีตรอง ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร มีส่วนผลักดันโครงการพัฒนาเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) สำหรับชำระเงินระหว่างประเทศ โดยจะมาผลักดันนโยบายแปลงข้อมูลเป็นขุมทรัพย์

นายเดชรัต สุขกำเนิด ผอ.ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) ของพรรคก้าวไกล อดีตอาจารย์ ม.เกษตรศาสตร์ คนผลักดันด้านนโยบายต่าง ๆ ของพรรคก้าวไกล จะนำเสนอนโยบายปลดล็อกชีวิตเกษตรกรไทย และหยุดแช่แข็งชนบทไทย

คนนับหมื่น!! ร่วมพิธีแห่ ‘หลวงพ่อสามพี่น้อง’ วัดบ้านซ่าน จ.สุโขทัย จัดใหญ่เข้าปีที่ 119 ขบวนแห่ยาวเหยียด ไป-กลับ 12 กม.

(21 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านซ่าน หมู่ 1 ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้มีการจัดงานประจำปี “สรงน้ำปิดทอง หลวงพ่อขาว หลวงพ่อสามพี่น้อง” ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2566 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 119 ภายในงานมีมหรสพสมโภชหลากหลาย

ขณะที่ไฮไลท์เป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น 3 องค์ ลักษณะงดงาม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อสามพี่น้อง” ขึ้นล้อเกวียนโบราณ เพื่อประกอบพิธีแห่จากวัดบ้านซ่านไปยังวัดปากคลองแดน รวมระยะทางไป-กลับ 12 กิโลเมตร โดยมีชาวบ้านและคณะศรัทธาทั่วสารทิศนับหมื่นคนมาร่วมพิธี

ระหว่างทางจะมีชาวบ้านคอยแจกเครื่องดื่มให้คนร่วมขบวน ส่วนที่วัดปากคลองแดนก็จะมีการตั้งโรงทานแจกอาหารฟรีมากมาย เมื่อขบวนไปถึงก็จะหยุดพัก และเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้กราบสักการะ “หลวงพ่อสามพี่น้อง” ก่อนจะเดินแห่กลับมาที่วัดบ้านซ่านอีกครั้งในช่วงบ่าย เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำ และกราบไหว้ขอพร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top