Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

‘ทักษิณ’ เชื่อ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ ได้ดีกว่าตน ลั่น!! แม้เป็น ‘พ่อ’ ก็ไม่สามารถชี้นำได้

(22 มี.ค.66) เพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย เผยแพร่บทสนทนาของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ โทนี่ วู้ดซัม กล่าวผ่าน CareTalk x Care ClubHouse เลือก•เคลื่อน•ไทย 2566 EP4 : เติมเงินครั้งใหญ่ คนไทยไร้จน! ไม่จกตาแน่นะวิ? ตอนหนึ่งกล่าวถึงบุตรสาว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ว่า
“...ผมชี้นำเขาไม่ได้ เขาต้องตัดสินใจเอง เพราะผมครอบงำเขาไม่ได้...”

‘ฟอร์จูนเนอร์’ เบรกแตกขับทะลุเข้า ‘ห้างเซียร์รังสิต’ ร่วงชั้น 3 สู่ชั้นใต้ดิน รถพังยับคนขับรอดปาฏิหาริย์

ชายคนหนึ่งอัดติ๊กต็อก รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เบรกไม่อยู่ บุกเข้าไปในพื้นที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ก่อนร่วงลงมาที่ชั้นใต้ดิน แม้สภาพพื้นที่ยับเยินแต่คนขับรอดตาย 

วันนี้ (22 มี.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ใช้ติ๊กต็อก @piyapi35 ได้เผยแพร่วิดีโอคลิปสภาพความเสียหาย หลังจากที่รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ คันหนึ่ง ขับเข้าไปในพื้นที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนจะตกจากราวกันตกข้างบันไดเลื่อน ลงไปที่ชั้นใต้ดิน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ของวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา

'ไผ่ ลิกค์' ปัดฝุ่นรถตู้คู่ใจ ดัดแปลงเพิ่มสีสันช่วยหาเสียง เน้น ‘เข้าทุกตรอก ออกได้ทุกซอย’ ช่วยเข้าถึงปชช.

เข้าทุกตรอก ออกได้ทุกซอย..เข้าโหมดเลือกตั้ง ‘ไผ่ ลิกค์’ ลุยเอง นำรถตู้เล็กดัดแปลงเป็นรถหาเสียง ซอกแซกหาเสียงได้ทุกซอกมุม

หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศ ‘ยุบสภา’ ก้าวเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง บรรดาว่าที่ผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างปูพรมลงพื้นที่ถี่ยิบ ซึ่ง ‘รถแห่หาเสียง’ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการแนะนำตัวผู้สมัคร ซอกแซกหาเสียงไปตามตรอกซอกซอยและในหมู่บ้านต่าง ๆ ในแต่ละเขต แต่บางครั้งก็ติดขัดการเข้าออกตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่รถใหญ่หรือทีมงานผู้สมัครแต่ละรายเข้าไปได้ลำบาก

ไผ่ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ได้นำรถตู้คันเล็ก ๆ ที่มีอยู่มาตกแต่งทำสี ติดสติกเกอร์ ติดตั้งเครื่องไฟขยายเสียง เป็นพาหนะออกพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งของตัวเอง โดยเฉพาะในตลาด ตรอกซอกซอยต่าง ๆ แต่ละชุมชน โดยเป็นคนขับรถพาทีมงานเพียงไม่กี่คนลงพื้นที่เอง แบบ..“เข้าทุกตรอก ออกได้ทุกซอย” เพื่อการเข้าถึงประชาชน

‘วิฑูรย์’ ยูเทิร์นกลับมาช่วย ‘ปชป.’ มั่นใจ!! ทำพรรคได้ส.ส.อีสาน เพิ่มขึ้นแน่

ไปไหนไม่รอด! ‘วิฑูรย์ นามบุตร’ กลับคืนรัง ปชป. โวได้ส.ส.อีสานเพิ่มแน่

(22 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส. อีสาน 6 สมัย และได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ไปแล้วตั้งแต่ปี 64 พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีตส.ส.อุบลราชธานี ปชป. ได้เดินทางมาที่พรรคปชป. เพื่อเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ โดยนายวิฑูรย์ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคปชป.แบบตลอดชีพ อีกครั้ง โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เตรียมการเลือกตั้งพรรคฯ ร่วมให้การต้อนรับภายใต้บรรยากาศการ

สว.ลงพื้นที่พบสื่อมวลชน และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสื่อมวลชนภูมิภาค

วุฒิสภา โดยคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภาและคณะอนุกรรมการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนทุกสาขาจากจังหวัดเชียงใหม่ และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสื่อมวลชนภูมิภาค ในระหว่างวันที่ 20 - 21 มีนาคม 2566 ณ จังหวัดเชียงใหม่ มีสื่อมวลชนทุกสาขาจากจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 80 คน และมีสื่อมวลชนจาก 16 จังหวัดในภาคเหนือ เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ จำนวน 80 คน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย วันที่ 20 มีนาคม 2566 ในเวลา 14.00 - 16.30 น.รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งและคณะ พบปะผู้แทนสมาคม ชมรม และสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกวุฒิสภากับสื่อมวลชน ณ ห้องประชุมสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 21 มีนาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.50 น. เป็นต้นไป ณ ห้องอิมพีเรียลบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการสื่อมวลชนภูมิภาค พิธีเปิด โดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา และกล่าวรายงาน โดย นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาและประธานอนุกรรมการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา การบรรยาย เรื่อง บทบาทของสื่อมวลชนกับการขับเคลื่อน สังคมร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ โดย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา การเสวนา เรื่อง สื่ออย่างไรให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากวุฒิสภา โดย สมาชิกวุฒิสภา และผู้แทนสื่อมวลชนจากจังหวัดเชียงใหม่ การบรรยาย เรื่อง สื่อสารยุคใหม่ทำอย่างไรให้ปัง โดย นายธิติพล เทียมจันทร์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

‘บิ๊กตู่’ ชวน ปชช. ร่วมมืออนุรักษ์-ใช้น้ำอย่างรู้ค่า ย้ำ!! รัฐมุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำครอบคลุมทุกมิติ

(22 มี.ค.66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อ่านสารผ่านบันทึกวีดิทัศน์ เนื่องในวันน้ำโลก ประจำปี 2566 ออกอากาศทางเพจไทยคู่ฟ้า Facebook และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็นวันน้ำโลก เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยในปี 2566 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นสำคัญในหัวข้อ เร่งการเปลี่ยนแปลงด้วยการลงมือปฏิบัติเพื่อลดวิกฤตด้านน้ำและสุขาภิบาล โดยรณรงค์ให้ทุกคนร่วมกันเป็นผู้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่อยากเห็นในโลกใบนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทุกมิติให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน และได้ขับเคลื่อนภารกิจด้านทรัพยากรน้ำโดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านจากการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานและองค์กร รวมทั้งสภาพปัจจุบันและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ได้วางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบพลวัตโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน 5 ด้าน คือ การบริการน้ำอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม การสร้างความมั่นคงและเพิ่มผลิตภาพของน้ำ การลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติด้านน้ำ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและคุณภาพน้ำ และการเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม บนพื้นฐานของการรักษาสมดุลนิเวศ วิถีทางสังคม เศรษฐกิจของพื้นที่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างสมดุลการอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งนํ้าด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ในลักษณะลุ่มนํ้าอย่างเป็นระบบ

'กองทัพเรือ' จัดงานเสวนาวิชาการเนื่องในโอกาส 'ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี เสด็จเตี่ย' เพื่อสืบสานพระปณิธานด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลบทเรียนจากอดีต สู่การพึ่งพาตนเอง

(21 มี.ค. 66) พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการเสวนาวิชาการ ในโอกาสครบรอบ วันสิ้นพระชนม์ 100 ปี พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในหัวข้อเรื่อง 'ครบรอบ ๑๐๐ ปี วันสิ้นพระชนม์ สืบสานพระปณิธานกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์' ตอนที่ 2 : บทเรียนจากอดีตสู่การ พึ่งพาตนเอง ณ สนามหญ้าภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่พระราชวังเดิม โดยมี พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับศาสตราจารย์ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน เป็นวิทยากรในการเสวนาฯ โดยมี คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ในการนี้มีประชาชนที่ให้ความสนใจ อาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รวมประมาณ 100 คน ร่วมฟังการเสวนาในครั้งนี้

‘บิ๊กตู่’ ลงสนามเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 นำทัพ ‘รทสช.’ หลังอุบมานาน

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการลงสนามเลือกตั้งและความชัดเจนในการลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ยอมเปิดเผยความชัดเจนแต่ล่าสุด นายพูน แก้วภราดัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความพร้อมภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน มีโลโก้พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมป้องปากด้วยรอยยิ้ม ว่า ‘ลุงตู่’ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 รวมไทยสร้างขาติ 

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มี.ค. พล.อ. ประยุทธ์ได้ยื่นลากิจในช่วงบ่าย ซึ่งคาดว่าจะเดินทางเข้าร่วม แถลงข่าวเปิดตัวทีมเศรษฐกิจกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ณ ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ ในเวลา 13.00 น.

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม!! ฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ สำเร็จในรอบ 32 ปี ขึ้นแท่นคู่ค้ารายใหญ่ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจรอบด้าน

(22 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีกับความสำเร็จหลังการฟื้นความสัมพันธ์ประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เปิดโอกาสความร่วมมือ เพิ่มตัวเลขการค้าระหว่างกัน โดยในปี 2565 มีมูลค่าการค้ารวม 323,113.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37.64%

ทั้งนี้ ช่วงต้นปี 2565 รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเป็นผลสำเร็จ เปิดโอกาสความร่วมมือระหว่างกัน 9 ด้าน ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว, ด้านแรงงาน, ด้านอาหาร รวมถึงความร่วมมือใน ด้านสุขภาพ, ด้านพลังงาน, ด้านการศึกษาและศาสนา, ด้านความมั่นคง, ด้านกีฬา และด้านการค้าและการลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชนของทั้ง 2 ฝ่าย โดยภาคเอกชนไทยสนใจลงทุนธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าตกแต่งภายใน ส่วนซาอุดีอาระเบียสนใจลงทุนด้านพลังงานในพื้นที่ EEC ซึ่งซาอุดีอาระเบียพร้อมลงทุนสูงถึง 300,000 ล้านบาทใน EEC

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) ขยายความร่วมมืออีกหลายฉบับ จับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างภาครัฐซาอุดีอาระเบีย และภาคเอกชนไทย มากกว่า 500 คู่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดมูลค่าการค้าใหม่ 3 หมื่นล้านบาท และสร้างการลงทุนระหว่างกันมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2566

ในช่วงต้นปี 2566 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ตัวเลขการค้าของสองฝ่ายมีมูลค่ารวมกว่า 323,113.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขทางการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 37.64% ทำให้ซาอุดีอาระเบียกลายเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 17 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

‘ก.คลัง’ เล็งดึง BRT-สองแถวรับจ้าง-เรือโดยสารสาธารณะ ร่วมโครงการ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ให้บริการแก่ผู้มีสิทธิ

‘คลัง’ กางยอดยืนยันตัวตนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 แล้ว 11.38 ล้านราย ส่วนยอดยื่นอุทธรณ์พุ่ง 1.12 ล้านราย พร้อมแจงลุยศึกษาประเภทระบบขนส่งเล็งดึงรถเอกชนร่วมขสมก.-BRT-สองแถวรับจ้าง-เรือโดยสารสาธารณะ เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ผู้มีสิทธิ

(22 มี.ค.66) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการยืนยันตัวตนของผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ณ วันที่ 21 มี.ค. 2566 เวลา 13.00 น. ว่า มีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จ 11,383,700 ราย คิดเป็น 77.99% ของจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 14,596,820 ราย โดยมีจำนวนผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ทั้งสิ้น 1,122,950 ราย

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์และยืนยันตัวตนสำเร็จ ภายในวันที่ 26 มี.ค. 2566 จะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2566 ตามกำหนดการที่กำหนดไว้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะได้รับสวัสดิการ ดังนี้ 

1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่เวลา 05.00 - 23.00 น. ของทุกวัน 

2. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคน ต่อ 3 เดือน โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่เวลา 05.00 - 23.00 น. ของทุกวัน

3. วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง ได้แก่ รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS-รถไฟฟ้ามหานคร (MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด และรถไฟ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้บริการระบบขนส่งดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2566 ตั้งแต่เวลา 00.30 น. เป็นต้นไป

“คลังอยู่ระหว่างเตรียมการเพิ่มเติมประเภทระบบขนส่งเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ผู้มีสิทธิ ได้แก่ รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (BRT) รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน รถสองแถวรับจ้างและเรือโดยสารสาธารณะ ซึ่งจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป” นายพรชัย กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top