Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เจ้านายที่ 'คณะราษฎร-ปรีดี-จอมพล ป.' ชื่นชอบ

ในตอนนี้ผมจะมาเล่าถึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เจ้านายพระองค์หนึ่งที่สามารถทำงานร่วมกับคณะราษฎรได้ อย่างกลมกลืน และขึ้นถึงจุดสูงสุดโดยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ด้วยพระชนมายุเพียง 31 พรรษา สามารถฝ่ามรสุมทางการเมืองภายในคณะราษฎรมาได้อย่างตลอดรอดฝั่ง แถมเป็นที่ 'ปลาบปลื้ม' ของคณะราษฎรอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ ผู้นำฝ่ายพลเรือนอย่าง นายปรีดี พนมยงค์ มาถึงผู้นำฝ่ายทหารอย่าง พระยาพหลพลพยุหเสนา ก่อนที่คณะราษฎรจะกลายเป็นคณะของข้าพเจ้าภายใต้การปกครองของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม พระองค์ทำได้ยังไง ? 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประสูติแต่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 มีพระนามแรกประสูติว่า หม่อมเจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 4 พรรษา พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระมารดาได้ปลงพระชนม์ชีพพระองค์เองด้วยการเสวยยาพิษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงรับหม่อมเจ้าอาทิตย์ทิพอาภาไปทรงเลี้ยงดู ต่อมาไม่กี่ปี หม่อมเจ้าอาทิตย์ทิพอาภาตามเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปพระราชวังบางปะอิน วันหนึ่งทรงเล่นน้ำแล้วพลาดจมน้ำ เผชิญมีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ พระพุทธเจ้าหลวงจึงทรงทำขวัญ พระราชทานน้ำมหาสังข์ ทรงเจิม และผูกข้อพระกร แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็น 'พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา' เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2452 นับว่าได้รับความเอ็นดูเป็นพิเศษต่างจาก เจ้าพี่ เจ้าน้อง 

เมื่อ พ.ศ. 2460 พระชนมายุได้ 13 พรรษา เข้าศึกษาที่โรงเรียน Fessenden สหรัฐอเมริกา ต่อมาจึงย้ายมาศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ โดยแรกเริ่มราว ๆ 2 ปี พระองค์ทรงศึกษาวิชาทหารเรือ จากนั้นพระองค์ทรงมีอาการประชวร จึงลาออก แล้วเข้าศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จนทรงจบหลักสูตรวิชาปกครองในปี พ.ศ. 2470 ได้ปริญญา B.A. และ M.A. จึงเสด็จกลับประเทศสยาม ซึ่งที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์นี่เอง ที่พระองค์ได้ศึกษากับศาสตราจารย์จอห์น ฮอลแลนด์-โรส ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศสและนโปเลียน หลังทรงสำเร็จการศึกษาแล้วก็ทรงกลับมารับราชการอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ในยุคที่มีสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์เป็นเสนาบดี โดยตำแหน่งเจริญก้าวในการทรงงานจนได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ พ.ศ. 2473 นอกจากนี้ยังทรงเป็นสมาชิกของราชบัณฑิตสภา ซึ่งก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวใน พ.ศ. 2470

ณ ราชบัณฑิตยสภานี้เองที่พระองค์ได้ทรงรู้จักกับนักเรียนนอกสายฝรั่งเศสที่ชื่อ 'ปรีดี พนมยงค์' ด้วยความที่ทั้งสองต่างสนใจในเรื่องฝรั่งเศส จึงค่อนข้างให้ความเคารพและมีความสนิทกันพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ทรงเป็นพระอาจารย์พิเศษสอนวิชาประวัติศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างที่เป็นพระอาจารย์อยู่นี้ พระองค์ได้ทรงนิพนธ์หนังสือประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศสและชีวประวัติของนโปเลียนเป็นภาษาไทยใน พ.ศ. 2477 เพื่อใช้เป็นตำราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งคนที่ผลักดันให้เกิดหนังสือเล่มนี้พร้อมเขียนคำนำให้ก็คือ 'ปรีดี พนมยงค์' นั่นเอง ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้เล่าเรื่องเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมทางการเมืองของไทยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองกับประเทศฝรั่งเศสก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนังสือที่ 'สร้างความชอบธรรม' ให้เกิดขึ้นกับคณะราษฎรนั่นเอง ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ 'ปรีดี' จะใช้โอกาสอันงามนี้ในการทั้งผลัก ทั้งดัน ให้เกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้น และเกิดขึ้นโดยฝีมือของเจ้านายชั้นสูงในราชวงศ์ !!! 

ย้อนกลับนิดนึงในวันที่คณะราษฎรยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้ทรงเรียกข้าราชการทั้งหมดอาณัติมาประชุมหารือ โดยได้ข้อสรุปว่าพระองค์และข้าราชการจังหวัดนครปฐม ตัดสินใจ 'สนับสนุนคณะราษฎร' ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือยืนข้างคณะราษฎรเลยล่ะ 

แต่การอยู่ฝั่งคณะราษฎรก็ใช่จะไม่โดนจัดหนัก เพราะในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ ๆ 'เจ้านาย' ที่คณะราษฎรชื่นชอบพระองค์นี้ถูกชาวคณะจัดหนัก กราบบังคมทูลฟ้องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาเป็นเจ้านายที่ 'ได้ใช้ถ้อยคำอันเป็นเสี้ยนหนามแก่ความสงบ…เสียดสีคณราษฎรด้วยอาการอันไม่สมควร' งง พอสมควร ยึดอำนาจมาแล้ว แต่เวลามีปัญหาก็ไปกราบบังคมทูลฟ้อง สุดยอดความย้อนแย้งจริง ๆ แต่ในหลวงรัชกาลที่ 7 ท่านก็ทรงมีพระเมตตา ทรงเรียกให้มาปรับความเข้าใจกัน 

พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา จึงเสด็จฯ มารีบมอบพระองค์และให้คำมั่นว่าจะไม่คิดร้ายต่อคณะราษฎร และได้ส่งสุนทรพจน์เรื่อง 'การปกครองในระบอบใหม่' ที่พระองค์ประทานแก่ราษฎรจังหวัดนครปฐมให้คณะราษฎรทราบ ซึ่งได้รับความชื่นชอบอย่างมาก จนคณะราษฎรถึงกับกล่าวสรรเสริญพระองค์ว่า 'เป็นเจ้าที่รักชาติพระองค์หนึ่ง สมควรเป็นเยี่ยงอย่างแก่เจ้าอื่นๆ ได้' ถึงขนาดที่ พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร มีหนังสือชมเชยสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยยึดแนวทางของพระองค์ไปใช้ในการอบรมข้าราชการและประชาชนเพื่อให้เข้าใจในระบบการปกครองใหม่ด้วย เอาสิ !!! 

ซึ่งการแสดงพระองค์ลักษณะนี้ก็ทำให้พระองค์ทรงได้รับความไว้วางใจ จากนครปฐมพระองค์ก็ได้ย้ายไปทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรักษาการแทนสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ซึ่งในช่วงนั้นได้เกิดเหตุกบฏบวรเดชขึ้น หลังจากพระองค์ทรงได้รับหนังสือเตือนจากรัฐบาล พระองค์ทรงสั่งให้หน่วยความมั่นคงของจังหวัด จัดเตรียมการลาดตระเวนและจับทหารของกลุ่มกบฏ อย่างเข้มแข็ง รัฐบาลก็เลยได้โอกาสปราบปรามกบฏทางฝั่งอีสานโดยไม่ต้องห่วงภาคใต้เลย หลังจากเหตุการณ์สงบ รัฐบาลได้มอบ 'เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ' ให้แก่ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชนที่มีส่วนร่วมในการปราบกบฏ ซึ่งพระองค์ ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์เพียงพระองค์เดียวที่ได้รับทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญดังกล่าว เรียกว่าคณะราษฎรไว้วางใจมาก สุด สุด 

ความไว้ใจนี้ยังไปต่อครับทุกท่าน เมื่อจบเหตุกบฏบวรเดชแล้ว จากภูเก็ตพระองค์ก็ได้รับตำแหน่งเป็น 'ราชเลขานุการในพระองค์' พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แทน ม.จ.วิบูลย์สวัสดิวงศ์ สวัสดิกุล ที่ถูกปลด ด้วยพระชันษาเพียง 29 เท่านั้นเอง แต่ตรงนี้ก็พอจะเข้าใจ เพราะ 'หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา' หม่อม ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เป็นนางพระกำนัลใน สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ซึ่งตรงนี้ส่งผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งคณะราษฎรยังมั่นใจได้ว่าพระองค์เจ้าอาทิตย์นั้นจะไม่หันกลับไปสนับสนุนสถาบันฯ เหมือนเจ้านายพระองค์อื่น ๆ แต่การเป็นราชเลขานุการในพระองค์เป็นแต่เพียงไม่นานเพราะในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงเสด็จ ฯ ไปต่างประเทศ โดยมีสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนกระทั่งในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ เข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะราษฎรได้เลือก 'พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์' ให้ทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และสมาชิกอีก 2 ท่านคือ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ก่อนที่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา 'กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์' ได้ทรงปลงพระชนมชีพเนื่องจากความกดดันจากทั้งพระราชวงศ์และคณะราษฎรที่ถาโถมใส่พระองค์ หลังจากนั้นคณะราษฎรตัดสินใจเลือก พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาให้ทรงดำรงตำแหน่งดังกล่าว พร้อมกับการแต่งตั้ง นายเสวก นิรันดร หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎรซึ่งใกล้ชิดกับ จอมพล ป. ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการของคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (นายเสวกนี่เองคือตัวเบียดบังทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เลยขอบอก) และนายเสวกก็ยังเป็นเลขาส่วนพระองค์ในพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาไปพร้อมๆ กัน

‘สิงห์ เอสเตท’ จ่อเปิดโครงการแฟล็กชิฟใหม่ ขายบ้านหลังละ 550 ล้าน ทุบสถิติแพงสุดในไทย

‘สิงห์ เอสเตท’ เขย่าวงการอสังหาฯไทย จ่อเปิดขาย โครงการแฟล็กชิฟ บ้านระดับอัตราลักชัวรี บนทำเลทอง แห่งที่ 2 ราคาเริ่ม 550 ล้านบาทต่อหลัง โค่นแชมป์ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ของตัวเอง ที่เคยเปิดขายในราคา 250 ล้านบาท

(21 มี.ค.66) เรียกว่าโค่นแชมป์ตัวเองก็คงไม่ผิดนัก สำหรับ กลุ่มทุนใหญ่ 'สิงห์ เอสเตท' ในเครือ บุญรอดบริวเวอรี่ หลังเผยว่า ปี 2566 จะเปิดโครงการบ้านเฟล็กชิฟ ที่ตั้งราคาขายไว้แพงมากกว่า 550 ล้านบาทต่อหลัง ซึ่งจะรั้งตำแหน่ง บ้านที่มีราคาแพงมากที่สุดในไทย อีกทั้ง ยังโค่นตำแหน่งตัวเองลง หลัง 3 ปีก่อนหน้า เคยเปิดการขายโครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ในราคา 250 ล้านบาทต่อหลัง มาแล้ว 

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า ปีนี้ บริษัทจะต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบใหม่ ที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ ที่ทันสมัย บนทำเลศักยภาพ ขยายฐานเจาะตลาดหลากหลายเซกเมนต์ อีก 5 โครงการ รวมมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ประกอบไปด้วย

รัฐบาลประยุทธ์ 'สร้างชาติ' ชำระหนี้มากที่สุดและลงทุนเพื่ออนาคตมากที่สุด

#จดหมายเหตุลุงตู่ #8ปีที่เปลี่ยนไป #ยุบสภา

รัฐบาลประยุทธ์ 'สร้างชาติ' ชำระหนี้มากที่สุดและลงทุนเพื่ออนาคตมากที่สุด

‘เสี่ยเฮ้ง’ เตือนแรงงานไทยหางานต่างประเทศ ระวังถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว ผ่านการลงทะเบียนออนไลน์

(21 มี.ค.66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อต่าง ๆ ว่ามีแพลตฟอร์มเปิดให้บริการจัดหางานออนไลน์ของประเทศซาอุดีอาระเบีย ในหลายตำแหน่ง ได้แก่ แม่บ้าน ผู้ดูแลเด็ก ผู้ดูแลคนสูงอายุ ผู้ดูแลสวน พ่อครัว แม่ครัว และคนขับรถ เป็นต้น โดยอ้างว่าสามารถสมัครได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน เพียงทำการฝากประวัติออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถสัมภาษณ์กับนายจ้างด้วยวิธีการวีดีโอคอลกับนายจ้างได้ ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงเร่งสั่งการกรมการจัดหางานตรวจสอบข้อมูล เพราะห่วงแรงงานไทยจะถูกหลอกลวง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ได้เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียจากกรมการจัดหางาน 

ดังนั้นการฝากประวัติส่วนตัวลงในแพลตฟอร์มอาจจะเป็นการถูกหลอกเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในทางที่มิชอบได้ จึงฝากถึงคนไทยที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศไม่ว่าประเทศใด ต้องรู้ว่าการโฆษณาจัดหางานเพื่อพาคนไปทำงานต่างประเทศ สามารถทำได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานเท่านั้น หากตรวจสอบที่มาแล้วมิใช่ ถือว่าท่านมีโอกาสถูกหลอกลวง

‘ลุงหนู’ เมินดรามา มุ่งหาเสียงขายนโยบาย ตั้งธงคว้า ‘100 ที่นั่ง ส.ส.’ เป็นแกนนำตั้ง รบ.

(21 มี.ค.66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการยุบสภา ว่า พรรคภูมิใจไทย มีความพร้อมในการเลือกตั้ง และเราเตรียมมานานแล้ว จากนี้ ก็มีแต่จะเร่งสร้างความไว้วางใจให้ประชาชน ที่ผ่านมา มีการบอกว่า เราดำเนินการเพื่อไปเป็นพรรคตัวแปร แล้วร่วมรัฐบาล ขอบอกว่า ถ้าคิดแบบนั้น เรามีแค่ 30-40 เสียง ก็ได้แล้ว ไม่ต้องตั้งใจจะเอามากมาย แต่พรรคภูมิใจไทย และตนมองว่า นอกจากโอกาสทำงาน เราต้องพาประเทศไทยไปสู่ความรุ่งเรือง อย่างมั่นคง มีความปรองดอง อันนี้สำคัญ และเป็นความโดดเด่นของพรรคเราด้วย เราต้องนำทั้งฝ่ายอนุรักษ์ และฝ่ายประชาธิปไตย มาร่วมมือกันเดินหน้าพัฒนาประเทศ

“เราต้องสร้างให้พี่น้องประชาชนแข็งแรงก่อน ถ้าฐานมันแข็งแรง ส่วนอื่น ๆ ก็แข็งแรง ถ้าฐานอ่อนแอ มันก็พังทั้งหมด ตอนนี้ ประชาชน ต้องหาทางให้อยู่ดี กินดี ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เราเลยมีนโยบายพักหนี้ 3 ปี ไม่เกิน 1 ล้านบาท เราเลยมีนโยบายเกษตรร่ำรวย เพื่อช่วยเหลือประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงการตั้งเป้าจำนวน ส.ส. ที่พรรคภูมิใจไทยจะได้รับ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะถึง 100 เสียง ปัจจุบัน มีประมาณ 75 ที่นั่ง เป้าของเราไป 100 แล้วตอนนี้ เมื่อถามย้ำถึงตัวเลข 70 ที่นั่ง นายอนุทิน กล่าวว่า อันนั้นเป็นข้อมูลของโพลทั่วไป แต่เป้าของเราต้องแตะหลัก 100  

'ระบบสาธารณสุข' ยุคลุงตู่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

#จดหมายเหตุลุงตู่ #8ปีที่เปลี่ยนไป #ยุบสภา

รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้มุ่งเน้นด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังใส่ใจด้านคุณภาพชีวิตประชาชนอีกด้วย นับเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่จะดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างดีที่สุด รวมทั้งยกระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุขที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก รวมถึงองค์การอนามัยโลก นำไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และดูแลรักษาสุขภาพโลก และยังพัฒนาต่อไปตามนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีหลักยึดที่สำคัญ คือ เราจะเดินหน้าไปพร้อมกัน และ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ ภายใต้คำขวัญ ‘ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ร่างกายแข็งแรง เศรษฐกิจประเทศแข็งแรง’ เพื่อให้เห็นภาพรวมในการพัฒนาด้านสาธารณสุข ขอสรุปให้เห็นเป็นรูปธรรมดังนี้

- ยกระดับและต่อยอดบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ไปเป็น ‘บัตรทองพรีเมี่ยม’ เพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มคุณภาพบริการ

- บัตรทองพรีเมี่ยม รักษาโควิดฟรี

- ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565 ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารักษาในหน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศโดยที่หน่วยบริการจะไม่มีการเรียกให้กลับไปรับใบส่งตัวมาเหมือนในอดีตที่เคยเป็นปัญหา

- บัตรทองทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้

- บัตรทองให้สิทธิ์การย้ายหน่วยบริการ ได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน

- ผู้ถือบัตรทองได้สิทธิฟอกไตฟรี 

- มาตรการลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 มีการรณรงค์เพื่อการเพิ่มระยะห่างทางสังคม (และส่งเสริมการทำงานที่บ้าน รวมถึงกลไกในการทำงานที่ขันแข็งของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่าหนึ่งล้านคนทั่วประเทศ

- ระบบประกันสุขภาพครอบคลุมประชาชนเท่าเทียม

- พัฒนาระบบบริการสาธารณสุข แพทย์สมัยใหม่ และแพทย์แผนไทย

- พัฒนาและยกระดับความรู้อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.)

- ลดภาระการเดินทางไปสถานพยาบาลของประชาชน

- ลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่

- รับยาที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันใกล้บ้านสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หืด จิตเวช และโรคเรื้อรังอื่นๆ 

- ส่งยา/เวชภัณฑ์ถึงบ้านทางไปรษณีย์ การบริการสาธารณสุขระบบทางไกล (Telehealth/Telemedicine) และการตรวจทางห้องปฏิบัติการนอกโรงพยาบาล

- เพิ่มบริการสำหรับแม่และเด็ก 

- การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การเพิ่มวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก 

- คัดกรองภาวะ Down Syndrome ในหญิงตั้งครรภ์ (อายุไม่เกิน 35 ปี)

- ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมสำหรับเด็กหูหนวก

‘จุรินทร์’ เผย!! ‘นายหัวชวน’ ลงสมัคร ส.ส. อีกสมัย ส่วน ‘อภิสิทธิ์’ พร้อมช่วย ปชป. หาเสียงเต็มที่

(21 มี.ค.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุจะลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องที่นายชวนจะวางมือ ส่วนตัวนับว่านายชวนเป็นปูชนียบุคคลทางการเมืองของประเทศ และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ตนได้หารือกับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วทั้ง 3 คน คือ นายชวน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน และมีความเห็นร่วมกันว่า ทุกคนจะมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ในการหาเสียงตามแนวทางของแต่ละคน โดยนายอภิสิทธิ์ยืนยันชัดเจนว่ายังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และยืนยันที่จะช่วยพรรคตามแนวทางที่ถนัด

'ธนกร' มั่น!! พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แย้ม 4 ปีพรรคร่วมรัฐบาล มีความรักความผูกพัน

(21 มี.ค.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กกต.ออกประกาศว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ส่งผู้สมัคร 75 จังหวัด เว้นไว้ 2 จังหวัดที่ไม่ส่ง ว่า ตนขอไปตรวจสอบอีกที แต่จริงๆ แล้ว รทสช. มีความพร้อมทุกจังหวัด ซึ่งผู้สมัครแสดงเจตจำนงมาทุกจังหวัด และพรรคเองก็มีความพร้อม ซึ่งวันนี้พรรคจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร คงจะมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของผู้สมัคร และการปราศรัยหลังจากที่มีการยุบสภาแล้ว เพราะตอนนี้พรรคก็มีความพร้อมในทุกด้าน และวันนี้ผู้สมัครทุกจังหวัดน่าจะมีการขึ้นป้าย รูปคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ในทุกพื้นที่ 

เมื่อถามว่า หลังจากยุบสภา นายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยอะไรหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า นายกฯ มีความมั่นใจ ว่า ด้วยผลงานที่ทำมา 7-8 ปี แม้ว่าฝ่ายค้านจะพยายามใช้วาทกรรมในการดิสเครดิตต่างๆ ว่า ไม่มีผลงาน ล้มเหลวด้ายต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ประชาชนเห็นสิ่งที่นายกฯ ทำมา 7-8 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่า ยิ่งฝ่ายค้านโจมตีปราศรัยแบบนี้ จะยิ่งเพิ่มคะแนนให้กับนายกฯ และรทสช. 

"สุดท้ายแล้วการเลือกตั้ง ตนเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมี 2 ฝั่ง เชื่อว่าฝั่งของเพื่อไทย และฝั่งของพล.อ.ประยุทธ์ และสุดท้ายแล้ว ฝั่งสถานการณ์จะทำให้ประชาชน ตัดสินใจเลือกระหว่างฝั่งพล.อ.ประยุทธ์ และฝั่งเพื่อไทย เพราะประชาชนไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ความวุ่นวายในประเทศอีกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์สามารถแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้ง หรือปัญหาโควิด ถือเป็นผลงานที่ชัดเจน ผมจึงคิดว่าประชาชนจะเลือกความสุขในแบบที่เป็นอย่างนี้อยู่ ใครจะว่าไม่ดีอย่างไรก็ตาม แต่ผมคิดว่า ประชาชนตอนนี้มีความสุขในสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ทำ" 

เมื่อถามว่าผลโพลที่ออกมา พล.อ.ประยุทธ์ยังตามพรรคเพื่อไทย (พท.) อยู่ นายธนกร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ผลโพลเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องนำมาปรับปรุง แต่ผลโพลไม่ใช่ผลการเลือกตั้ง ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และขั้วของพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่ และพล.อ.ประยุทธ์เป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง จึงเชื่อว่า หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์อยู่ 

เมื่อถามว่า ไม่คิดว่าจะมีขั้วการเมืองใหม่ ที่ไม่มี รทสช. อยู่ร่วมหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนไม่คิดอย่างนั้น 

"ผมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้นั่งวิเคราะห์การเมืองกับนายกฯ มาตลอด และพยายามวิเคราะห์ในพื้นที่ต่าง ๆ เรามั่นใจว่าเราจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนปรามาสว่า พรรค รทสช. จะได้ถึง 25 เสียงหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เรื่อง 25 เสียงนั้นเลิกพูดได้แล้ว เพราะตอนนี้ส.ส.เก่าที่ย้ายมา 40 กว่าคนแล้ว และบัญชีรายชื่อจะถึง 25 คนด้วยซ้ำไป ตนจึงบอกว่า การเมืองจะมีแค่พรรคเพื่อไทย กับพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น ในเรื่องกระแสความนิยมในตัวบุคคล เพราะฉะนั้น คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ พรรค รทสช. ได้คะแนนสูงอยู่แล้ว 

สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 13 - 17 มี.ค.66 จับตาปัจจัย ‘บวก-ลบ’ พร้อมแนวโน้ม 20 - 24 มี.ค.66

ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมัน ICE Brent และ NYMEX เฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ ธ.ค. 64 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Dubai ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อสภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเผชิญความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) โดยตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์มีโอกาส 75% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 4.75 - 5.0% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee: FOMC) ในวันที่ 21 - 22 มี.ค. 66 ขณะที่มีโอกาส 25% ที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม หลังสัปดาห์ก่อน ธนาคาร Silicon Valley Bank (SVB) และ Signature Bank ปิดกิจการจากปัญหาสภาพคล่อง

ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ยังคงเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อชะลอเงินเฟ้อ โดยวันที่ 16 มี.ค 66 ECB มีมติปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.5% โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำรองของธนาคารพาณิชย์ (Deposit Facility Rate) อยู่ที่ 3.0%, อัตราดอกเบี้ยนโยบายสำหรับการปล่อยสภาพคล่องให้ระบบธนาคารพาณิชย์ (Main Refinancing Operations Rate) อยู่ที่ 3.5% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ให้ธนาคารกู้ยืม (Marginal Lending Facility Rate) อยู่ที่ 3.75% สูงสุดตั้งแต่ปี 51 ทั้งนี้ ประธานธนาคารกลางออสเตรีย (Reserve Bank of Australia: RBA) นาย Robert Holzman คาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย Deposit Facility Rate สู่ระดับ 4.0% ภายในปี 66 แม้ตลาดกังวลต่อความไม่แน่นอนของภาคธนาคารยุโรป ล่าสุด ธนาคารแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank) อนุมัติเงินกู้ให้ธนาคาร Credit Suisse มูลค่า 5 หมื่นล้านฟรังก์สวิส (5.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มสภาพคล่องในระยะสั้น

สัปดาห์นี้ ทางเทคนิคคาดว่าราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 70 - 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยแนวรับสำคัญคือ 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งต้องจับตาการประชุม FOMC และสถานการณ์วิกฤตธนาคาร ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลาย ราคา ICE Brent มีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 70 - 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ

>> ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

-Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของจีนในปี 66 อยู่ที่ 6.0% จากปีก่อนหน้า จากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 5.5% จากปีก่อนหน้า จากจีนเปิดประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

'จอมขวัญ' โชว์ฟิกเกอร์ละม้าย 'ประยุทธ์' ในชุดมนุษย์หิน ด้านชาวเน็ตแซวสนุกปาก สะท้อนยุคสมัยที่ผ่านมา

(21 มี.ค. 66) จากเพจเฟซบุ๊ก Jomquan ของคุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมแคปชัน ว่า...

"ฟิกเกอร์ใหม่นะจ๊ะ"

โดยโพสต์ดังกล่าวมียอดแชร์และไลก์จำนวนมากอย่างรวดเร็ว ขณะที่ด้านชาวเน็ตเมื่อได้เห็นโพสต์ภาพฟิกเกอร์ดังกล่าว ก็เข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก อาทิ...

- เอาสิ่งอัปมงคลเข้ามาในบ้านไม่ได้นะครับพี่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top