Tuesday, 7 July 2026
NewsFeed

ผบ.เด่น สั่งบิ๊กป๋อ ลุยประสาน ผบ.ยาเสพติด เมียร์มาร์ แก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงรุก

ด้วยปัญหายาเสพติดในประเทศไทยมีสถานการณ์หน้าที่เป็นห่วง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ต้องการให้แสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ  จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอปส.ตร.)ไปพบปะหารือกับ พลตำรวจจัตวา วิน  หน่าย เลขาธิการร่วมคณะกรรมการร่วม คณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด และผู้บัญชาการสำนักปราบปรามยาเสพติด ประเทศเมียนมาร์ และคณะ ณ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๖๕ ประเด็นในการ หารือ ๒ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก เรื่องสารตั้งต้น เนื่องจากมีการส่งสารตั้งต้นจำนวนมากซึ่งทางไทยได้รวบรวมสถิติไว้ ผ่านจากประเทศไทยเข้าประเทศเมียนมาร์ สารตั้งต้นนี้สามารถนำไปผลิตยาเสพติดประเภทยาไอซ์ และยาบ้า มีการอ้างอิงว่าสารตั้งต้นนี้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งมีข้อมูลแน่ชัดว่าสารตั้งต้นนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการผลิตยาเสพติด  เช่นสารตั้งต้นชื่อ โซเดียม ไซยาไนด์ น้ำหนัก ๑ ตัน สามารถผลิตยาบ้าได้ ๒๐ ล้านเม็ด หรือยาบ้าได้ ๖๐๐ กิโลกรัม ระยะ ๔ ปี ที่ผ่านมาได้มีการเก็บสถิติการส่งออกสารตั้งต้นประเภทนี้ ผ่านประเทศไทย ปลายทางประเทศเมียนมาร์พบว่ามีจำนวนหลายเมตริกตัน 

ทางคณะเจรจาหารือทางฝ่ายเมียนมาร์ ได้ขอบคุณฝ่ายไทยที่ได้ให้ข้อมูล ถ้าไม่มีสารตั้งต้นก็ไม่สามารถผลิตยาเสพติดได้ นอกจากสารโซเดียม ไซยาไนด์ สารตั้งต้นที่น่าสนใจอีกประเภทใช้เกี่ยวกับยาเสพติดคือ คาเฟอีน โดยหน่วยปราบปรามยาเสพติดได้ให้ความสำคัญในการติดตามการใช้สารตั้งต้นทุกประเภทเพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์  ปัจจุบันมีการควบคุมสารเคมีประมาณ ๓๙ ประเภท และทางเมียนมาร์ได้มีการควบคุม โดยให้มีการขออนุญาตก่อนนำเข้า มีการควบคุมจำนวนการใช้ของสารตั้งต้นและจำนวนคงเหลือ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลบริษัทที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าสารตั้งต้นเป็นข้อมูลเดียวกันระหว่างไทยและเมียนมาร์  ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อการป้องกันปราบปรามการนำสารตั้งต้นไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ต่อไป 

มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติจัดพิธีมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร ตำรวจและเอกชนด้านองค์กรสร้างคุณประโยชน์แด่สังคม

วันที่ 29 ตุลาคม 2565 ณ ห้องบุณยะจินดา1 สโมสรตำรวจ มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ พล.ต.ท.ดร.มณฑล เงินวัฒนะ ประธานมูลนิธิฯพร้อมคณะผู้บริหารของมูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ เดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเดือนแห่งตำรวจ มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ  กำหนดจัดมินิคอนเสิร์ตการกุศล แนะนำมูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการส่งเสริมตำรวจไทยและตำรวจนานาชาติในด้านความสัมพันธ์ ด้านวิชาการ การฝึกอบรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่งเสริมยกย่องคนดี และมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิตและสนับสนุนหน่วยงานตำรวจที่ปฎิบัติภาคสนามสนับสนุนสื่อการเรียนและสอนและอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่โรงเรียนตำรวจชายแดนในพื้นที่ห่างไกลรวมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษานักศีกษาพยาบาลตำรวจ

นวัตกรรมเพื่อสตรี ชุดตรวจมะเร็งปากมดลูก จากแบรนด์ AVA ‘สะดวก-ประหยัดเวลา’ สามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง

"ไม่เอาหรอก...กลัวเจอหมอผู้ชาย อายเขาแย่"

"ไม่ดีกว่า...แค่คิดก็กลัวแล้ว เขาต้องมีอุปกรณ์ในการตรวจแน่ๆ"

"ไม่ไหวหรอก ราคาแพงน่าดู อีกอย่างร่างกายก็แข็งแรงอยู่ ไม่มีอะไรผิดปกติ"

นี่คงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายๆ คนคิดเมื่อพูดถึงเรื่อง ‘การตรวจภายใน’ เพราะหากไม่สามารถเลือกหมอผู้หญิงได้ แล้วต้องให้ ‘หมอผู้ชาย’ มาตรวจร่างกายให้มันก็เป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ลำบาก หรือเรียกแบบอินเทรนด์ๆ ก็คือไม่ใช่ ‘เซฟโซน’ นั่นเอง (ถึงแม้หมอจะทำมาเยอะแล้วก็เถอะ) 

นอกจากเรื่องเจอหมอผู้ชายแล้วก็ยังกังวลเรื่องวิธีการตรวจที่อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ ภาระค่าใช้จ่าย รวมไปถึงต้องสละเวลาเพื่อไปรับการตรวจ และอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเข้ารับการตรวจภายในได้

แต่รู้หรือไม่ว่าการตรวจภายในสำคัญและ ‘จำเป็น’ อย่างมากสำหรับผู้หญิง เพราะการตรวจภายในจะทำให้ทราบสถานะความเป็นไปของ ‘มดลูก’ ด้วย

แล้วทำไมต้องทราบความเป็นไปของ 'มดลูก' ล่ะ?

คำตอบคือ เพราะ ‘มะเร็งปากมดลูก’ ถือเป็นโรคร้ายแรงที่พรากชีวิตหญิงไทยมากสุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากมะเร็งเต้านม ถึงแม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะทันสมัย การเข้าถึงการรักษาก็ดูจะสะดวกกว่าสมัยก่อน แต่อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกก็ยังพุ่งสูงจนน่าเป็นห่วง 

จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า ในแต่ละปีมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกประมาณ 9,000 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูก 4,000 - 5,000 คนต่อปี ถือเป็นสถิติที่น่าตกใจมากเลยทีเดียว

โดยสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มีดังนี้
1.) เชื้อ Human Papilloma Virus (HPV) 
2.) พฤติกรรมเสี่ยงด้านเพศสัมพันธ์ อาทิ เปลี่ยนคู่นอนหลายคน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย 
3.) การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย 
4.) ผู้ที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ 
5.) ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน 
6.) ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือมีบุตรหลายคน 

อัปเดตราคา 'หมู - ไก่ - เนื้อ' ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2565

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย...

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล รายงานเบื้องต้น ยังไม่พบคนไทยบาดเจ็บ - เสียชีวิต จากเหตุโศกนาฏกรรม 'อิแทวอน' 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล รายงานว่า  เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2565 ได้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในงานเทศกาลคืนวัน Halloween ที่จัดขึ้นในย่านถนน Itaewon กรุงโซล ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเบียดกันแน่นและเหยียบกัน (stampede) เมื่อมีคนเริ่มล้มจนขาดอากาศหายใจ โดยเฉพาะบริเวณซอยแคบทางลงถนนหลักบริเวณโรงแรม Hamilton ซึ่งล่าสุดเช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2565 มีรายงานยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างน้อย 149 คน และได้รับบาดเจ็บ 76 คน 
 

นายกรัฐมนตรี เสียใจกับเหตุการณ์อิแทวอน  สั่ง ติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือคนไทย ที่ได้รับผลกระทบ ด่วน หากต้องการความช่วยเหลือโทรเบอร์ฉุกเฉิน 010-6747-0095 ตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสียใจกับเหตุการณ์บริเวณถนนย่าน Itaewon ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์ หากมีคนไทยได้รับความเดือดร้อนให้รีบให้การช่วยเหลือโดยด่วน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล (Royal Thai Embassy, Seoul) รายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืนวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ในงานเทศกาลคืนวัน Halloween ที่จัดขึ้นในย่านถนน Itaewon กรุงโซล ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต และบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว 

‘ผบ.ทร.’ ต้อนรับการกลับมาเยือนไทยของ เรือสำราญ ‘สเปคตรัม ออฟ เดอะ ซีส์ - Spectrum of the seas’ สัญชาติสหรัฐอเมริกา ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และรอง ผอ.ศรชล.เป็นประธานต้อนรับเรือสเปคตรัม ออฟ เดอะ ซีส์ (Spectrum of the seas)เรือสำราญสัญชาติสหรัฐอเมริกาขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่กลับมาสู่ประเทศไทยให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 

โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและเขตจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน และผู้แทนหน่วยงานในสังกัด ศรชล. ร่วมให้การต้อนรับ ที่อ่าวป่าตอง จ.ภูเก็ต  

โดยพล.ร.อ.เชิงชาย ได้กล่าวต้อนรับ กัปตัน Wu Hui Min และMs. Angie Stephen – Vice President of Royal Caribbean International ว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาต้อนรับทุกท่านและนักท่องเที่ยวอย่างใจจริง เป็นที่ทราบกันว่าจังหวัดภูเก็ต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ เมื่อจังหวัดภูเก็ตได้รับการบรรจุไว้ในเส้นทางเดินเรือสำราญ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้การยอมรับและมีความพร้อมในต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจำนวนมาก (Mass Quality Tourism) ให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งปัจจุบันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือสำราญ ทั้งการพัฒนาท่าเรือแบบแวะพัก (Port of Call) และการพัฒนาท่าเรือต้นทาง (Home Port) ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มศักยภาพของไทยในการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือสำราญเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความหลากหลายของบรรยากาศและทะเลอันงดงามของไทย ทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวในอีกรูปแบบหนึ่ง และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเรือสำราญทั่วโลก การได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือกับสายเรือสำราญระดับโลกอย่าง Royal Caribbean International 

สวนดุสิตโพล สำรวจท่องเที่ยวหลังโควิดส่วนใหญ่มองว่าดีขึ้น สิ้นปี – ปีใหม่มอง ‘เชียงใหม่’ น่าไปที่สุด เน้นพักผ่อนนอนรร. มองปัจจัยค่าใช้จ่ายเหมาะสมเที่ยวในประเทศ แนะรัฐกระตุ้นท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ

วันนี้ (30 ต.ค.) หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และรัฐบาลประกาศให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ประชาชนสามารถเดินทาง ไปเที่ยวใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการเปิดประเทศและการกระตุ้นเรื่องท่องเที่ยวในช่วงปลายปีน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้บรรยากาศในประเทศกลับมาคึกคัก เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่องคำตอบท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 1,148 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2565 สรุปผลได้ ดังนี้

1. หลังจากประกาศยกเลิกโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงสิ้นปีนี้จะเป็นอย่างไร

ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 79.88% เหมือนเดิม 17.94% แย่ลงกว่าปีที่ผ่านมา 2.18%

2. ในช่วงสิ้นปี-ปีใหม่นี้ ประชาชนคิดว่าจังหวัดใดน่าท่องเที่ยวมากที่สุด
อันดับ 1 เชียงใหม่ 38.85%
อันดับ 2 เชียงราย 19.30%
อันดับ 3 น่าน 15.79%
อันดับ 4 ภูเก็ต13.28%
อันดับ 5 ประจวบคีรีขันธ์ 12.78%

3. ประชาชนสนใจการท่องเที่ยวแบบใด
อันดับ 1 เน้นการพักผ่อน พักโรงแรมที่สวยงาม สะดวกสบาย 55.62%
อันดับ 2 ไปทะเล ชายหาด 51.41%
อันดับ 3 เที่ยววัด ทำบุญ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 45.43%

4. ปัจจัยใดที่จะทำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น
อันดับ 1 ค่าใช้จ่ายเหมาะสม คุ้มค่า 71.65%
อันดับ 2 ความสะดวกในการเดินทาง 68.50%
อันดับ 3 มีโปรโมชั่น ส่วนลดต่างๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร เป็นต้น 46.98%

พท.กระทุ้ง รบ.เร่งช่วย ปชช.หลายพื้นที่ยังจมบาดาล แนะเร่งฟื้นฟูอาชีพ จัดระบบข้อมูลเยียวยา โวฝ่ายค้านรอตรวจสอบเข้ม 

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ กลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงบางพื้นที่ในภาคใต้ ต่อเนื่องยาวนานมานานหลายเดือน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายภายหลังน้ำลด แม้รัฐบาลจะประกาศแนวทางคร่าวๆ ในการเยียวยาความเสียหายมาบ้างแล้ว แต่ในระหว่างนี้หลายพื้นที่ยังถูกน้ำท่วมบ้านมิดหลังคา พื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่ทางเศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานอย่างปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกคนพึ่งได้รับ ทั้งยารักษาโรค อาหาร เครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ที่ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านหรือผู้ที่อาสาช่วยเหลือไม่สามารถทำได้ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เข้าใจถึงหัวจิตหัวใจของพี่น้องประชาชนมากที่สุด แม้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ รัฐบาลก็ไม่ควรช่วยเหลือประชาชนล่าช้า

INTERLINK ขอบคุณคู่ค้าภาคกลาง เสิร์ฟความสุขชุดใหญ่ ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา

INTERLINK ขอบคุณคู่ค้าภาคกลาง เสิร์ฟความสุขชุดใหญ่ ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา

(29 – 30 ต.ค. 65) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน “LINK Exclusive Thank You  VIP 2022” ขอบคุณ "คู่ค้า ในภาคกลาง"  ครั้งนี้ได้เรียนเชิญลูกค้า 35 บริษัท พร้อมครอบครัว กว่า 150 คนร่วมปาร์ตี้ และดินเนอร์ซีฟู๊ดไม่อั้น ริมชายหาด เพื่อขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ LINK และ 19” German Rack สินค้าอันดับ 1 ของประไทย และสำคัญคือได้ร่วมบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลและเติยโต ต่อเนื่อง ร่วมกัน ตลอดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top