Tuesday, 7 July 2026
NewsFeed

'เทศบาลตำบลแพรกษา' ส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย สนับสนุนมอบเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายกว่า 10 ชุมชน

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประเภทเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายแก่ชุมชนต่างๆจำนวน 10 ชุมชน ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแพรกษา

โดยท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 และ นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย จึงได้จัดทำโครงการเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ประเภทเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกาย ประจำปีงบประมาณ  2565 พร้อมทั้งลงพื้นที่ส่งมอบเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายแก่ชุมชนต่างๆ ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแพรกษา รวม 10 ชุมชน อาทิ...

ชุมชนเอื้ออาทร 3 หมู่บ้านพฤกษา 28 หมู่บ้านพฤกษา 28 / 1 หมู่บ้านพูนทรัพย์ ชุมชนเอื้ออาทร 14 หมู่บ้านอุบลศรี หมู่บ้านปัญฐิญา หมู่บ้านศุภาลัย หมู่บ้านเดอะแกลเลอรี่ แพรกษา และ หมู่บ้านพฤกษาเนเชอร่า โดยมี ประเภทอุปกรณ์เครื่องเล่นเด็ก จำนวน 31 เครื่อง เครื่องออกกำลังกาย จำนวน 49 เครื่อง 

เนื่องจาก ทางเทศบาลตำบลแพรกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย และการรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวนี้ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ ที่อยู่ในชุมชนสามารถพัฒนาศักยภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา พร้อมทั้งสร้างความสามัคคีในหมู่คณะและฝึกให้มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแบ่งปันและสามารถดำเนินชีวิตร่วมกันในชุมชนได้ อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้กับเด็กๆ ได้อีกด้วย

วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5

กระทรวงคมนาคม จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) สานสัมพันธ์ไทย-สปป.ลาว เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งภูมิภาคอาเซียน หนุนขนส่งสินค้าและท่องเที่ยว “ศักดิ์สยาม” ชี้เพิ่มโครงข่ายเชื่อม 5 ประเทศอาเซียน คืบหน้า 60% คาดเปิดใช้ปี 2567 

วันที่ 28 ตุลาคม 2565 ที่โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) จังหวัดบึงกาฬพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ร่วมเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลไทย และสปป.ลาว เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ มีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รองผวจ.บึงกาฬ รักษาราชการแทน ผวจ.บึงกาฬ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่หน่วยงานในพื้นที่ ประชาชน ให้การต้อนรับ 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย ทั้ง 4 มิติ (บก ราง น้ำ และอากาศ) ให้เชื่อมโยงการเดินทางสู่ภูมิอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวในภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้สามารถเข้าถึงการเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ด้วยระบบการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันประเทศไทยกับสปป.ลาว มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมโยงระหว่างประเทศแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์), สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต), สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4  (เชียงของ-ห้วยทราย)

“โครงการนี้จึงเป็นสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) ที่จะช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-สปป.ลาว ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงฯ โดยกรมทางหลวง (ทล.) ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งต่อมา ในปี 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว และผู้แทนรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป.ลาว ได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยการก่อสร้าง ณ จ.บึงกาฬ เพื่อกำหนดขอบเขตงานก่อสร้าง รวมทั้งกำหนดแนวทางในการบริหารโครงการก่อสร้างร่วมกัน”

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบการก่อสร้างของโครงการนี้ ทล. ได้ออกแบบเป็นสะพานขึงคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ขนาด 2 ช่องจราจร ความยาว 1,350 เมตร พร้อมอาคารด่านพรมแดนสำหรับกระบวนการข้ามแดน และถนนเชื่อมต่อโครงข่ายของทั้ง 2 ฝั่ง ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการก่อสร้างเฉลี่ย 60% คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนของทั้งสองประเทศได้ในปี 2567 ทั้งนี้ โครงการก่อสร้าง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ระยะทาง 16.18 กม. วงเงิน 4,010.067 ล้านบาท โดยฝ่ายไทยมีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ วงเงิน 2,630 ล้านบาท (ค่าก่อสร้าง 2,553 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 77 ล้านบาท) ฝั่ง สปป.ลาว โดยกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง (MPWT) เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ วงเงิน 1,380.067 ล้านบาท (ค่าก่อสร้าง 1,256 ล้านบาท/ค่าที่ปรึกษา 44 ล้านบาท/ค่าบริหารจัดการ 15 ล้านบาท/ค่าเผื่อเหลือเผิ่อขาด 63 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมบริหารของ สพพ. 2.067 ล้านบาท) ความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 แบ่งงานก่อสร้างฝั่งประเทศไทย คืบหน้าแล้ว 60% ส่วนความคืบหน้าฝั่ง สปป.ลาว คืบหน้าแล้ว 57.37% เร็วกว่าแผนที่ต้องคืบหน้า 56.33% คาดว่าจะเปิดใช้ได้ในปี 2567

แนวเส้นทางประกอบด้วยโครงข่ายทางหลวงในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ บริเวณทางหลวงหมายเลข 222 กม. 123+430 ตัดผ่านทางหลวงชนบทหมายเลข บก.3217, ทางหลวงชนบทหมายเลข บก.3013 และทางหลวงหลวงหมายเลข 212 ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) สิ้นสุดโครงการที่ทางหลวงหมายเลข 13 ในฝั่ง สปป.ลาว เพื่อให้สอดคล้องกับโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงกับประเทศเวียดนาม

“โดยฝั่งไทย มี 3 สัญญา ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ตอน 1 งานถนนฝั่งไทย ระหว่าง กม.0+000 - กม.9+400 ค่าก่อสร้าง 831 ล้านบาท, 2. โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ตอน 2 งานถนนฝั่งไทย และด่านพรมแดนฝั่งไทย ระหว่าง กม.9+400 - กม.12+082.930 ค่าก่อสร้าง 883 ล้านบาท, 3. โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)  ตอน 3 งานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทย (รวมงานปรับปรุงสี่แยกทางหลวงหมายเลข 212 และลานอเนกประสงค์ใต้สะพาน) ระหว่าง กม.12+082.930 - กม.13+032.930 ค่าก่อสร้าง 787 ล้านบาท”

ขณะที่ฝั่งสปป.ลาวแบ่งเป็น 2 สัญญา สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว ค่าก่อสร้าง379 ล้านบาท ปัจจุบันคืบหน้า43.22% เนื้องานคืองานก่อสร้างสะพานข้ามแม่นาโขง (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) 405 เมตร (แบ่งครึ่งกับฝ่ายไทยแล้ว) รูปแบบงานสะพานเป็นแบบ Extra-dosed Prestressed Concrete และโครงสร้างเชิงลาดในฝั่ง สปป.ลาว ระยะทาง 130 เมตร วันเริ่มต้นสัญญา 4 ม.ค. 2564 วันสิ้นสุดสัญญา 3 ม.ค. 2567, สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างถนนและอาคารด่านพรมแดนฝั่ง สปป.ลาว ค่าก่อสร้าง 773 ล้านบาท ปัจจุบันคืบหน้าที่ 64.31% เนื้องานคือ 1. งานก่อสร้างถนนระยะทาง 2.86 กม. เป็นถนน 4 ช่องจราจร มีความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร จุดสลับทิศทางจราจรในฝั่ง สปป.ลาว รวมระบบงานระบายน้ำและระบบ ไฟฟ้าแสงสว่าง และ 2. งานอาคารด่านพรมแดนก่อสร้างตามมาตรฐานสากลประกอบด้วย 2 ส่วน แยกทางเข้า ออกจากกัน คือกลุ่มอาคารสาหรับตรวจผู้โดยสารและกลุ่มอาคารสำหรับตรวจสินค้า พร้อมองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบสื่อสาร วันเริ่มต้นสัญญา 4 ม.ค. 2564 วันสิ้นสุดสัญญา 3 ก.ค. 2566

นอกจากนี้ แนวคิดในการออกแบบโครงสร้างสะพานได้มีการนำ “แคน” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีท้องถิ่น มาใช้ในการกำหนดรูปแบบทางสถาปัตยกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความสนุก รื่นเริง ความเป็นมิตรไมตรี ความคุ้นเคย และความเป็นกันเองในวัฒนธรรมของไทยและสปป.ลาว ส่งเสริมสัมพันธไมตรีอันดีระหว่าง 2 ประเทศ สร้างความเจริญทางด้านสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

อัปเดตราคา 'หมู - ไก่ - เนื้อ' ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2565

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

‘บัวขาว’ ชนะน็อก ‘ซาโตะ’ ตั้งแต่ยกแรก นับเป็นนัดล้างตาแบบ ‘ทบต้นทบดอก’

ศึกมวยราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ รายการ KAT Presents Legend of Rajadamnern คู่เอก บัวขาว บัญชาเมฆ สุดยอดนักชกขวัญใจชาวไทย พบ โยชิฮิโระ ซาโตะ ยอดกำปั้นชาวญี่ปุ่น ดวลกันในรูปแบบ Exhibition Match กติกาคิกบ็อกซิ่ง

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อ 14 ปีก่อน โยชิฮิโระ ซาโตะ คือชายผู้เดียวที่สามารถเอาชนะน็อก บัวขาว บัญชาเมฆ ในการชกที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเวลานั้นกำปั้นจากไทยเพิ่งจะมีอายุได้ 26 ปี และครั้งนี้ถือเป็นไฟต์ที่ บัวขาว จะได้ล้างตา

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่ 5 อาจพาบึงกาฬทะยาน สู่จุดยุทธศาสตร์ เชื่อมโยง ‘ไทย-ลาว-เวียดนาม’

(29 ต.ค. 65) เพจ โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure ได้ Update ความคืบหน้าของสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งเป็นประตูเชื่อมเพื่อนบ้านแห่งใหม่ เพื่อเชื่อมโยง ไทย-ลาว-เวียดนาม ไว้ว่า...

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) คืบหน้าแล้วกว่า 57% อีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ เชื่อมโยงภูมิภาค ไทย-ลาว-เวียดนาม

อย่างที่หลายๆ คนทราบว่า ตอนนี้บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่เนื้อหอมมาก เพราะเป็นทั้งจังหวัดใหม่ที่ยังขาดการพัฒนา และพัฒนาได้ง่าย พร้อมกับทรัพยากร ที่สดใหม่พร้อมพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวที่นิยมใหม่ๆ และที่สำคัญเป็นเมืองชายแดนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

ทำให้ รัฐบาลมีการวางแผน และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในบึงกาฬ เพื่อเชื่อมโยงบึงกาฬ กับจังหวัดข้างเคียง และประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างเต็มที่ แบ่งเป็น 

>> โครงการที่เริ่มก่อสร้างแล้ว...
- โครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)
- โครงการเลี่ยงเมืองบึงกาฬ เชื่อมสะพานมิตรภาพ

>> สะพานที่อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบ...
- ทางหลวงสายใหม่ อุดรธานี-บึงกาฬ
- สนามบินบึงกาฬ 

(ลิงก์รายละเอียดการศึกษา ตามนี้ https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1535116113593529&id=491766874595130)

>> โครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาแผนแม่บท...
- มอเตอร์เวย์+รถไฟ MR3 บึงกาฬ-สุรินทร์

ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเห็นเลยว่า ตอนนี้บึงกาฬกำลังเป็นจังหวัดที่น่าจับตามองมากๆ

มาดูรายละเอียด สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) กันหน่อย

จริงๆ ผมเคยโพสต์รายละเอียดสะพานมิตรภาพนี้มาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=598828117222338&id=491766874595130&mibextid=nJa2DX

ซึ่งช่วงนั้นผมมีงานอยู่ที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ตรงข้ามกับจังหวัดบึงกาฬ เลยทำให้เข้าใจสภาพพื้นที่ และความน่าดึงดูดของจังหวัดนี้เลย

>> สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) 

- สะพานเป็นรูปแบบ สะพานคานขึง (Extradose Bridge) ซึ่งช่วยให้ลดจำนวนเสา กลางแม่น้ำเพียง 4 ต้น ระยะห่างระหว่างเสา 150 เมตร 
- ความยาว สะพาน 1.35 กิโลเมตร
- ความยาวถนน รวมเลี่ยงเมือง 15 กิโลเมตร 
- พร้อมอาคารด่าน ตม. 2 ฝั่ง
- อัตลักษณ์ สะพาน เป็นรูปแคน 

***มูลค่าก่อสร้างรวม 3,640 ล้านบาท

ซึ่งด่านนี้จะเน้นการขนส่งสินค้าทางเกษตร เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา เพื่อมาแปรรูปที่ฝั่งไทย

(ปัจจุบัน การเดินทางข้ามฝากด้วยแพขนานยนต์ ซึ่งเป็นจุดข้ามสำคัญ เช่น รถไฟที่ใช้ในการก่อสร้างรถไฟ ลาว-จีน ก่อนหน้านี้)

‘บิ๊กตู่’ เด็ดขาด!! จับกุมเอาผิด ‘ยาเสพติด-ปืนเถื่อน’ ชี้!! ผลระดมกวาดล้างช่วงที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจ

‘บิ๊กตู่’ สั่งการเด็ดขาด จับกุม ดำเนินคดี ลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง ให้ทุกหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ‘เผย’ ผลระดมกวาดล้างยาเสพติด-อาวุธปืน เป็นที่น่าพอใจ

(29 ต.ค. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีมาตรการสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาวุธปืน และยาเสพติดที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหา นำหน่วยงานในท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เข้มข้น เพื่อให้การปฏิบัติเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธปืนอย่างจริงจัง 

นายอนุชา กล่าวว่า ผลการระดมกวาดล้างยาเสพติดในช่วงวันที่ 10-19 ต.ค. 65 ภาพรวมการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีผลการดำเนินการจับกุมบุคคลตามหมายจับคดีอาญาได้ 3,884 หมายจับ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 15,710 คดี (ผู้ต้องหา 15,866 คน) ของกลางยาบ้า 18,314,853 เม็ด ยาไอซ์ 297,690 กรัม เฮโรอีน 30,735 กรัม ยาอี 6,550 กรัม ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุน ทั้งสิ้น 3,984 คดี ยึดของกลางอาวุธปืนสงคราม 27 กระบอก ปืนไม่มีทะเบียน 2,438 กระบอก มีทะเบียน 452 กระบอก วัตถุระเบิด 600 รายการ และเครื่องกระสุน 16,168 นัด โดยการจับกุมแบ่งเป็นการจับกุมความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายอาวุธปืนฯ โดยผิดกฎหมาย ทั้งทางตรงและทางออนไลน์ จำนวน 97 คดี ผู้ต้องหา 63 คน ยึดของกลางอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 46 กระบอก มีทะเบียน 12 กระบอก วัตถุระเบิด 156 รายการ เครื่องกระสุน 1,296 นัด และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนฯ อื่นๆ จำนวน 3,887 คดี (จับกุมผู้ต้องหา 3,864 คน) พร้อมของกลาง อาวุธปืนสงคราม 27 กระบอก อาวุธปืน (ไม่มีทะเบียน) 2,392 กระบอก มีทะเบียน 440 กระบอก วัตถุระเบิด 444 รายการ เครื่องกระสุน 14,872 นัด

‘ส.ส.ก้าวไกล’ ชี้!! รฟม.กีดกัน BTS ร่วมประมูลสายสีส้ม ยัน!! ส่วนต่าง 68,000 ล้านบาทมีจริง แต่ไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร

(29 ต.ค. 65) สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาตอบโต้ รฟม. ที่ชี้แจงว่าการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ‘โปร่งใส-ตรวจสอบได้’ และบอกว่าส่วนต่าง 68,000 ล้านบาทไม่มีจริง 
โดยสุรเชษฐ์กล่าวว่าคำชี้แจงของ รฟม. ฟังไม่ขึ้น เพราะ รฟม. ไม่เปิดให้ BTS เข้ามาแข่งขันประมูล ทำให้ราคาที่ประชาชนต้องจ่ายแพงกว่าความเป็นจริง เป็นความจริงนอกสำนวนที่เกิดจากการเล่นตุกติกกีดกัน BTS

สุรเชษฐ์กล่าวว่า หาก รฟม. ‘โปร่งใส-ตรวจสอบได้’ จริง เหตุใดจึงเบี้ยว! ไม่กล้ามาตอบคำถามซึ่ง ๆ หน้า ต่อหน้าคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งได้มีการเรียกมาชี้แจงถึง 2 ครั้ง แต่รฟม. เลือกที่ตอบแบบเลี่ยงคำถาม โดยชี้แแจงแบบต่างคนต่างพูดผ่านสื่อ ควรกล้าเผชิญหน้ากับตัวแทนของประชาชนและคู่กรณี (BTS) ให้ประชาชนได้รับรู้ว่า ‘ใครแถ’

‘เพื่อไทย’ ออกแถลงการณ์ค้านรัฐบาล หลังออกกฎกระทรวงปล่อยต่างด้าวซื้อที่ดิน

(29 ต.ค. 65) พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับกฎกระทรวงเรื่อง การซื้อที่ดินของคนต่างด้าวที่รัฐบาลผลักดัน ระบุว่า พรรคเพื่อไทยวิตกกังวลและไม่เห็นด้วยกับร่างกฎกระทรวงที่รัฐบาลจะออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อให้คนต่างด้าวถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ เนื่องจากการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว จะมีผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยอย่างกว้างขวาง แทนที่จะคำนึงถึงการช่วยเหลือคนไทยจำนวนมากที่ยังไม่มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเองทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตที่ลูกหลานเติบโตขึ้นมาจะต้องซื้อบ้านและที่ดินในราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นจากกลไกการตลาดเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า เนื้อหาของกฎกระทรวงปี 2545 ในเรื่องเดียวกันนั้น มีเนื้อหาที่เข้มงวดและกำหนดเงื่อนไขที่คนต่างด้าวซื้อที่ดินได้ยากกว่า โดยพรรคมีความเห็นดังนี้...

1.) การออกกฎกระทรวงในปี 2545 นั้นมีบริบทที่แตกต่างกับปี 2565 เนื่องจากรัฐบาลในปี 2545 ภายใต้การนำของพรรคไทยรักไทยนั้น เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศในปี 2544 ภายหลังวิกฤตต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น และประเทศไทยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อตกลงที่มีกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ต้องแก้ไขกฎหมายในบางเรื่อง และชำระหนี้ไอเอ็มเอฟ แต่การจะออกกฎกระทรวงของรัฐบาลขณะนี้ เพื่อแก้วิกฤตเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาลตนเอง ถือว่าเป็นหลักฐานชี้ชัดถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาลนี้

‘รัฐบาล’ เดินหน้าปราบมิจฉาชีพฉ้อโกงออนไลน์ สั่ง ‘ดีอีเอส’ ประสานทุกฝ่ายดำเนินคดีผู้กระทำผิด

รัฐบาลเอาจริงปราบฉ้อโกงออนไลน์ มอบดีอีเอสประสานดีเอสไอ สตช. แบงก์ชาติ เร่งแก้ไข พร้อมติดตามการดำเนินคดีผู้กระทำผิด รวบรวมผลรายงานนายกรัฐมนตรีใน 30 วัน พร้อมหนุนป้องกันเยาวชนจากภัยออนไลน์

(29 ต.ค. 65) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการฉ้อโกงและหลอกลวงประชาชนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการเงินนอกระบบ เช่น แชร์ลูกโซ่ การเล่นแชร์ และการขายตรง การพนันออนไลน์ รวมทั้งการหลอกลวงผ่านคอลเซ็นเตอร์ โดยคนร้ายมักปรับรูปแบบและวิธีฉ้อโกงและหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อโดยมิรู้เท่าทัน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาที่ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อน 

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด และหากเป็นกรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการทำผิดนั้นจะต้องลงโทษเด็ดขาด

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีการหารือถึงปัญหาดังกล่าวและได้มีมติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอความร่วมมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดเป็นรูปธรรม และให้เร่งติดตามการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วย 

และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรวบรวมผลการดำเนินการและรายงานต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วันโดยภายหลัง ครม. มีมติมอบหมายเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 65 นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ได้เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ ดีเอสไอ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สตช. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางเร่งรัดและแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเร่งด่วน

‘ชลน่าน’ ไม่หนุน ‘กัญชาเสรี’ เว้นใช้เพื่อการแพทย์ แต่พร้อมผลักดัน ‘พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า’ เต็มสูบ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ รร.อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่) พ.ศ. ... จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ว่า พรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนในการสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรีเพื่อสันทนาการ จึงมีความคาดหวังในกฎหมายนี้ว่าต้องเป็นกฎหมายควบคุมไม่ให้มีคำว่า ‘กัญชาเสรี’ แต่ในร่างกฎหมายหละหลวมมาก ไม่มีมาตรการควบคุมคำว่า ‘กัญชาเสรี’ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top