Tuesday, 7 July 2026
NewsFeed

สะพานคนเดินในอินเดียพังถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างต่ำ 80 คน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ (30 ต.ค. 65) ที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดขึ้นในรัฐคุชราต ทางภาคตะวันตกของอินเดีย เมื่อสะพานคนเดินที่อัดแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่กำลังสนุกสานกับเทศกาลวันหยุดพังถล่ม และฉุดให้ผู้คนมากกว่าร้อยคนที่อยู่บนสะพานตกลงสู่แม่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 81 คน

ภาพวิดีโอเผยให้เห็นนักท่องเที่ยวหลายสิบคนกำลังห้อยต่องแต่งอยู่บนสายเคเบิลและซากบิดเบี้ยวที่เหลืออยู่ของสะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำมักชู ในเมืองมอร์บี โดยที่หน่วยฉุกเฉินพยายามหาทางช่วยเหลือพวกเขา บางส่วนปีนขึ้นไปบนซากหักพังเพื่อมุ่งหน้าเข้าหาตลิ่ง และบางส่วนตัดสินใจว่ายน้ำไปยังที่ปลอดภัย 

อย่างไรก็ตามมีผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์นี้จำนวนมากและมีเด็กหลายคน

ประทีค วาซาวา ผู้อยู่ในเหตุการณ์และประสบเหตุด้วยตัวเอง เขาว่ายน้ำเข้าฝั่งหลังตกจากสะพาน และสัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า เห็นเด็กหลายคนตกลงแม่น้ำ “ผมอยากดึงเด็กบางส่วนในนั้นมาพร้อมกับผมด้วย แต่พวกเขาจมน้ำไปแล้ว หรือไม่บางคนก็ถูกกระแสน้ำซัดลอยไป” เขากล่าว พร้อมเล่าว่าสะพานพังถล่มภายในเวลาไม่กี่วินาที

ทางด้าน อาตุล ปราจาปาตี เจ้าหน้าที่แพทย์ของโรงพยาบาลประจำรัฐ ซึ่งอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ ระบุว่า “เราพบร่างไร้วิญญาณ 81 รายและได้เริ่มกระบวนการพิธีการทางศาสนาแล้ว” และบอกว่านอกจากผู้เสียชีวิตข้างต้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีประชาชนมากกว่า 400 คนที่อยู่บนและแถว ๆ สะพานแขวนเก่าแก่ยุคอาณานิคมแห่งนี้ ในช่วงเวลาที่มันพังถล่ม ส่วนรัฐมนตรีมหาดไทยอินเดียเสริมว่ามีมากกว่า 150 คนที่อยู่บนตัวสะพาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนต่อเนื่องในโครงการ 'จักรยานเพื่อน้องสัญจร' ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565 มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในภาคอีสานรวม 9 จังหวัด

ระหว่างวันที่ 25-30 ตุลาคม 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่มอบรถจักรยาน ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ภาคอีสาน 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี (โดยจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 9 ของโครงการจักรยานเพื่อน้องสัญจรฯ กำหนดมอบจักรยานในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565) ที่มีเยาวชนประสบปัญหาในด้านการเดินทางไปและกลับโรงเรียนด้วยความยากลำบาก ภายใต้โครงการจักรยานเพื่อน้องสัญจร ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565 รวมจำนวน 45 โรงเรียน มอบรถจักรยาน จำนวน 900 คัน พร้อมมอบหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ รวมถึงมอบค่าพาหนะให้กับโรงเรียนที่เดินทางมารับ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,537,807.50 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยเจ็ดบาทห้าสิบสตางค์) เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถใช้จักรยานเดินทางมาโรงเรียนได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน รวมถึงการดูแลรักษาสิ่งของส่วนรวมและใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง โดยเมื่อเด็กนักเรียนจบการศึกษา จักรยานจะถูกส่งต่อให้แก่เด็กนักเรียนในรุ่นต่อไป โดยมี คุณครู และตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี 

โดยเมื่อวันที่  14 – 17 ตุลาคม 2565  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่มอบรถจักรยาน ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ที่มีเยาวชนประสบปัญหาในด้านการเดินทางไปและกลับโรงเรียนด้วยความยากลำบาก ภายใต้โครงการจักรยานเพื่อน้องสัญจร ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565 รวมจำนวนโรงเรียนทั้งสิ้น 40 แห่ง รถจักรยาน รวม 600 คัน พร้อมมอบหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ รวมถึงมอบค่าพาหนะให้กับโรงเรียนที่เดินทางมารับ

ตำรวจท่องเที่ยวจัดการนักท่องเที่ยวมาเลเซียขับรถซ่า

วันนี้ (๓๑ ต.ค. ๖๕) เวลา ๐๙๐๐ น. ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการฯ แจ้งความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนกรณีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทราบชื่อภายหลังว่า MR.ABDUL RAIMI BIN AZMI อายุ 32 ปีเกิดความคึกคะนองดริฟต์รถเก๋งหรู BMW สีน้ำเงิน  เป็นวงกลม 3 รอบ บริเวณลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างความเดือดร้อนให้กับรถยนต์คันอื่นๆ ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๖๕ ที่ผ่านมานั้น

พล.ต.ต. อภิชาติฯ แจ้งว่าหลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้ว พล.ต.ต. กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ๓ ซึ่งควบคุมรับผิดชอบพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ทั้งหมดได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาตรวจสอบทันที จนกระทั่งวันที่ ๒๙ ต.ค.๖๕ เวลา ๒๒๐๐ น. ตำรวจท่องเที่ยวได้พบรถยนต์คันดังกล่าวทะเบียน VGC 2014 บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จว.สงขลากำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ จึงเรียกให้หยุดและสอบถาม ซึ่ง Mr Abdul ผู้ขับขี่ให้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถแบบคึกคะนองในวันที่เกิดเหตุจริง จึงได้เชิญตัวมายังสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ พร้อมกับได้เรียกผู้เสียหายทั้งหมดมาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกัน 

ผลจากการเจรจาไกล่เกลี่ย Mr Abdul ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้งหมดรวมเป็นเงิน ๙๙,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าตำรวจได้แจ้งข้อหาให้ Mr Abdul ทราบด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายของไทย กล่าวคือ “ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควรจนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน” ซึ่ง Mr Abdul ให้การรับสารภาพโดยพนักงานสอบสวนได้สั่งปรับเป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท ก่อนจะปล่อยตัวเดินทางกลับประเทศมาเลเซียต่อไป

กรมทะเลและชายฝั่ง เร่งหาสาเหตุการตายวาฬขนาดใหญ่เกยตื้นเสียชีวิตบริเวณเกาะราชาใหญ่ จ.ภูเก็ต

วันที่ (30 ต.ค. 65) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ว่าได้รับการประสานงานจากสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต กรณีได้รับแจ้งจากนายสฤทธิ์ จันดี เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกาะราชาใหญ่ว่า พบซากวาฬขนาดใหญ่ลอยเสียชีวิตอยู่ที่เกาะราชา ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จึงได้นำเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 308 และเรือสปีดโบ๊ทออกไปตรวจสอบซากวาฬขนาดใหญ่ ที่ลอยเกยตื้นบริเวณอ่าวแหลมไทร ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะราชา พบว่าเป็นซากวาฬไม่ทราบชนิดลอยมาติดอยู่ที่บริเวณริมชายฝั่ง อ่าวแหลมไทร จึงนำกลับมายังฝั่งเกาะภูเก็ต ภายหลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดภูเก็ต สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบซากวาฬดังกล่าว พบว่าเป็นซากวาฬบรูด้า ขนาดความยาวลำตัว 13 เมตร เพศเมีย โตเต็มวัย สภาพซากเน่า และได้นำซากวาฬดังกล่าวมาชันสูตรหาสาเหตุการตาย ณ ศวอบ.

นายอรรถพล เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับผลการชันสูตรซากจาก ศวอบ. พบว่าอวัยวะส่วนใหญ่เน่าและย่อยสลาย ภายในกระเพาะอาหารพบของเหลวปนอาหารเล็กน้อย และมีผลลูกจาก จำนวน 2 ลูก ซึ่งไม่ใช่อาหารตามปกติ ภายในลำไส้พบของเหลวตลอดลำไส้และพบพยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืดเล็กน้อย โดยในส่วนของลำไส้เล็กส่วนกลางพบถ้วยพลาสติกจำนวน 1 ใบ แต่ยังไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ โดยสาเหตุการตายเบื้องต้นพบว่าวาฬดังกล่าวมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ แต่มีสภาพซากเน่ามากจึงไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้แน่ชัด

ทั้งนี้ จึงอยากฝากพี่น้องประชาชน ว่าอย่าทิ้งขยะลงทะเล และหากพบเห็นให้ช่วยกันเก็บขยะ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีสัตว์ทะเลเสียชีวิตจากขยะ เป็นจำนวนมาก ซึ่งกินเข้าไปมันก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ทำให้เสียชีวิต จึงขอให้ช่วยกันดูแลรักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ หากใครพบเห็นการกระทำความผิด หรือสัตว์ทะเลเกยตื้น สามารถแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362  ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เข้าตรวจสอบได้ทันท่วงทีต่อไป “นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย”

‘ตรีชฎา’ เย้ย ‘ธนกร’ ไม่ประสาทางการเมือง ดีแต่ค่อนแคะ ชี้!! ฝ่ายค้านซักฟอกเพื่อถ่วงดุล ตามหลักการประชาธิปไตย

‘ตรีชฎา’ เย้ย ‘ธนกร’ อย่าเทียบชั้น ‘หมอชลน่าน’ ยันฝ่ายค้านซักฟอกหวังถ่วงดุล เป็นของขวัญปีใหม่ให้ รบ. ‘ประยุทธ์ 

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตามที่นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาระบุว่าการที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกคะแนนนิยมให้ตัวเองหวังดิสเครดิตรัฐบาลนั้น ตนรู้สึกอนาถใจต่อทัศนคติของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ส.ส.อย่างนายธนกร ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในบทบาท และหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นหลักการโดยทั่วไปของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบถ่วงดุลกันระหว่างคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้รัฐสภาซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนประชาชนที่มี ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศ สามารถควบคุมตรวจสอบคณะรัฐมนตรีได้หลายวิธี ซึ่งหนึ่งในวิธีที่สามารถทำได้โดยทั่วไป คือการเปิดอภิปรายทั่วไป

‘ถนนข้าวสาร’ เตรียม 7 ทางออก รองรับนทท.งานฮาโลวีน มั่นใจ!! สถานที่ปลอดภัย ไม่ซ้ำรอยอิแทวอนแน่นอน

(31 ต.ค. 65) ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวถึงมาตรการความปลอดภัยในการจัดงานฮาโลวีน ที่ถนนข้าวสารวันที่ 31 ต.ค.นี้ ว่า เนื่องจากถนนข้าวสารมีการจัดงานเทศกาลฮาโลวีนในทุก ๆ ปีอยู่แล้วก่อนการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่จึงมีความพร้อม โดยได้มีการประสานงานกับเขตพระนคร ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ อปพร. ทั้งเรื่องรถพยาบาล จุดคัดกรองสำหรับตรวจอาวุธและความปลอดภัยต่าง ๆ ซึ่งจะมีตัวสแกนทั้งหัวถนนและท้ายถนน

และจากเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นในงานเทศกาลฮาโลวีน ที่อิแทวอน เกาหลีใต้ ที่ผ่านมาจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น ทำให้ตนกลับมาทบทวนเรื่องเส้นทางการออกจากพื้นที่ในโซนของถนนข้าวสารมีกี่จุด ตรงไหนบ้าง ซึ่งจากเดิมจะให้ออกแค่เพียง 2 ทาง คือ หัว-ท้ายของถนน เมื่อสำรวจแล้วพบว่า จะมีทางออกจากพื้นที่ถนนข้าวสารได้เพิ่มอีกรวมเป็นทั้งหมด 7 เส้นทาง ซึ่งในวันนี้ (31 ต.ค.) ก่อนเริ่มงานจะมีการนำป้ายประชาสัมพันธ์ทางออกมาติด ซึ่งป้ายประชาสัมพันธ์นั้นมี 3 ภาษา คือ ไทย-อังกฤษ-จีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นและสามารถออกจากพื้นที่ได้หากเกิดเหตุไม่คาดคิด

นายสง่า กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของถนนข้าวสารกับถนนเส้นที่เกิดอุบัติเหตุในย่านอิแทวอนนั้น เท่าที่ทราบมีลักษณะต่างกันเพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุมีลักษณะลาดชันตามภูมิประเทศซึ่งเป็นภูเขา และความกว้างของถนนประมาณ 4-6 เมตร เท่านั้น ต่างจากสภาพของถนนข้าวสารซึ่งเป็นถนนลักษณะราบและไม่มีฟุตปาธ อีกทั้งยังมีความกว้างของถนนกว่า 14 เมตร ยาว 400 เมตร

ส่วนเรื่องความปลอดภัยในสถานบันเทิง ที่ผ่านมาได้เรียกประชุมผู้ประกอบการให้ตรวจตราร้านของตนเองอยู่เสมอตามนโยบายของราชการที่กำชับมาเรื่องความปลอดภัยในสถานบันเทิง รวมทั้งซักซ้อมหากเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งเจ้าหน้าที่เขตพระนครได้ออกตรวจสถานบันเทิงในข้าวสารอยู่เป็นประจำ จึงไม่น่ากังวลและขอให้มั่นใจในความปลอดภัย

สำหรับประมาณการณ์นักท่องเที่ยวที่จะมาในงานฮาโลวีนปีนี้ นายสง่า ระบุว่า คาดว่าจะมีประมาณ 20,000 คน ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงนัก เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถนนข้าวสารยังเคยรองรับนักท่องเที่ยวมาแล้วกว่า 50,000 คน


ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/1631633/ 

ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ ผนึกกำลังแก้ปัญหา ภายหลังเกิดเหตุฝูงชนล้มทับกันในย่านอิแทวอน

เมื่อคืนวันที่ (29 ต.ค. 65) เกิดเหตุสลดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 รายในย่านอิแทวอน ย่านไนต์คลับชื่อดังของเกาหลีใต้ โดยการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดภายใต้ตรอกซึ่งเป็นทางลาดลงเนินเพื่อไปยังผับชื่อดัง นักท่องเที่ยวที่ต่อแถวและแอดอัดได้เบียดกันไปมา ก่อนที่สุดท้ายจะมีคนล้มลงแล้วล้มทับต่อกันเป็นโดมิโน่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 150 ราย 

ภายหลังจากเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ทางรัฐบาลและฝ่ายค้านของประเทศเกาหลี ได้เรียกประชุมสภาเป็นการด่วน โดยยกเลิกหมายกำหนดการณ์ทุกอย่างที่เตรียมไว้แล้ว และมุ่งหน้าไปประชุมสภาวาระฉุกเฉิน 

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ตาม

โดย พรรคพลังประชาชน หรือ People Power Party (PPP) พรรคแกนนำรัฐบาลของเกาหลีใต้ ระบุว่า ทางพรรคฯ ได้ยกเลิกการประชุมตามกำหนดการเดิมทั้งหมด โดยจะจัดการประชุมที่รัฐสภาเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนรับมือเหตุฉุกเฉินแทน

ชุง จิน-ซุค หัวหน้าพรรค PPP โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กว่า “มันเป็นอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งเราจะต้องตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด” 

ขณะที่พรรค Democratic Party พรรคฝ่ายค้าน ระบุว่า ผู้นำพรรคฯ จะประชุมฉุกเฉินเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตและเตรียมแผนรับมือ

ลี แจ เมียง (Lee Jae-myung) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กว่า เขารู้สึก "ตกใจและเสียใจ" ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้คำมั่น ว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ ในการรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุสลดในครั้งนี้

โดยนายลี กล่าวว่า “เราต้องมุ่งความสำคัญไปที่การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียอย่างทันท่วงที ตลอดจนการรักษาและฟื้นฟูผู้บาดเจ็บ และให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อย่างเต็มที่” 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นอีกเหตุสลดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น 

แต่ทันทีที่เกิดเหตุเราได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน โดยฝ่ายค้านไม่ได้หยิบเอาประเด็นที่เกิดขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีรัฐบาลเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง

‘ตำรวจท่องเที่ยว’ จัดการนักท่องเที่ยวมาเลเซียขับรถซ่า หลังสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม-ประชาชนโดยรวม

วันนี้ (31 ต.ค. 65) เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการฯ แจ้งความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนกรณีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทราบชื่อภายหลังว่า MR.ABDUL RAIMI BIN AZMI อายุ 32 ปี เกิดความคึกคะนองดริฟต์รถเก๋งหรู BMW สีน้ำเงิน เป็นวงกลม 3 รอบ บริเวณลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างความเดือดร้อนให้กับรถยนต์คันอื่น ๆ ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 65 ที่ผ่านมานั้น

พล.ต.ต. อภิชาติ แจ้งว่าหลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้ว พล.ต.ต. กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 ซึ่งควบคุมรับผิดชอบพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ทั้งหมดได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาตรวจสอบทันที จนกระทั่งวันที่ (29 ต.ค. 65) เวลา 22.00 น. ตำรวจท่องเที่ยวได้พบรถยนต์คันดังกล่าวทะเบียน VGC 2014 บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จังหวัดสงขลา กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ จึงเรียกให้หยุดและสอบถาม ซึ่ง Mr.Abdul ผู้ขับขี่ให้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถแบบคึกคะนองในวันที่เกิดเหตุจริง จึงได้เชิญตัวมายังสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ พร้อมกับได้เรียกผู้เสียหายทั้งหมดมาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกัน 

ผลจากการเจรจาไกล่เกลี่ย Mr.Abdul ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้งหมดรวมเป็นเงิน 99,000 บาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าตำรวจได้แจ้งข้อหาให้ Mr.Abdul ทราบด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายของไทย กล่าวคือ “ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควรจนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน” ซึ่ง Mr.Abdul ให้การรับสารภาพโดยพนักงานสอบสวนได้สั่งปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท ก่อนจะปล่อยตัวเดินทางกลับประเทศมาเลเซียต่อไป 

พล.ต.ต. อภิชาติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขอขอบคุณพลเมืองดีผู้แจ้งเหตุและประชาชนที่ได้ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอในครั้งนี้ไว้ได้ ซึ่งใช้เป็นหลักฐานได้อย่างดีในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและส่งผลให้การไกล่เกลี่ยเกิดประสิทธิภาพเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และอยากถือโอกาสนี้ให้คำแนะนำต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกท่านว่า ประเทศไทยนั้นให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านเสมอด้วยความอบอุ่นและเต็มใจ 

อยากดูฟุตบอลโลกต้องทำยังไง ? หากไม่มีใคร ซื้อลิขสิทธ์มาให้คนไทยดูฟรี!

ใกล้จะเปิดฉากฟาดแข้งกันเข้าไปทุกที สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่จะเปิดสนามนัดแรกวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้แล้ว 

ทว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครจะเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เอามาให้คนไทยได้ดู แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะทวงถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ดำเนินการโดยด่วน แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนแต่อย่างใด

และหากว่า เกิดกรณีที่เลวร้ายที่สุด ไม่มีใครซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดขึ้นมาจริง ๆ คอบอลชาวไทย จะมีช่องทางไหนให้ติดตามบ้างและต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ไปดูกันเลย

‘สมคิด’ ชี้!! การเมืองวุ่นวาย ส.ส. ย้ายพรรคเยอะ มั่นใจ!! ยุบสภาฯ ช่วงปีใหม่ จัดเลือกตั้งก่อนสงกรานต์

(31 ต.ค. 65) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวกรณีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่ออภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รวมทั้งการเสนอแนะและให้คำแนะนำถึงความบกพร่องของรัฐบาล ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม รวมทั้งการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สร้างปัญหาให้กับประชาชน การบริหารประเทศที่ส่งผลกระทบกับสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมหารือกันว่าจะอภิปรายและให้คำแนะนำกับรัฐบาลในเรื่องใดบ้าง 

“ส่วนที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้ามากู้ชาตินั้น อยากถามว่าเข้ามากู้ชาติหรือมากู้เงิน เพราะพล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวกู้เงินมหาศาล อย่าไปหลงกับตัวเลขที่รัฐบาลกู้มา หากบอกว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย ทำให้ล่มจมอยากให้ไปศึกษาดูดัชนีตัวเลขทางเศรษฐกิจ ดูว่าต่างจากรัฐบาลนี้อย่างไร จะเชียร์อะไรก็ไม่ว่าเพราะเป็นรัฐบาลด้วยกันก็ต้องอวยกันเป็นธรรมดา แต่มันมีความจริงอยู่พี่น้องประชาชนจะหัวเราะเยาะเอาได้” นายสมคิด กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top