Monday, 6 July 2026
NewsFeed

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ลงพื้นที่ภาคเหนือ มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนรวม 53 สถาบัน มูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ  ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2565 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นศูนย์กลาง รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมี นายสมหวัง พ่วงบางโพ  

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

การมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แบ่งเป็นการมอบทุนระดับชั้นประถมศึกษา ทุนต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนทุกระดับปีสุดท้าย มอบ ณ ที่ทำการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กรุงเทพฯ รวม 2,410 ทุน  มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร รวม 66 ทุน และมอบทุนการศึกษาสัญจรในระดับชั้นประถม และทุกระดับปีสุดท้ายให้แก่สถาบันการศึกษาในส่วนภูมิภาค โดยปีนี้มูลนิธิฯได้มอบให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 265 ทุน  

รวมทุนการศึกษาที่มอบทั้งหมดในปี พ.ศ. 2565 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 18,330,000 บาท (สิบแปดล้านสามแสนสามหมื่นบาทถ้วน)  

ตลอดระยะเวลากว่า 112 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป 

เชียงใหม่-เปิดอบรมให้ความรู้และประชาสัมพันธ์การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง สําหรับธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อบรมให้ความรู้และประชาสัมพันธ์การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง สําหรับธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ หัวข้อ “ท่องเที่ยวเบิกบาน ผู้ประกอบการมั่นใจ ด้วยประกันภัยอุบัตเหตุการเดินทาง สําหรับธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์” ผู้อํานวยการภาคอาวุโส สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย ภาค 1 (เชียงใหม่) ผู้อํานวยการสํานักงาน คปภ.จังหวัดในสังกัดภาค 1 (เชียงใหม่) 10 จังหวัด และ ผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ โรงแรม วินทรีซิตี้ รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่   

นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสําคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ถือเป็นแหล่งรายได้ที่สําคัญ ก่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพ ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแหล่งพื้นที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่สําคัญของภาคเหนือ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ จึงสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์ทางด้านประกันภัย เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและหลักประกัน การเดินทางให้แก่ทุกฝ่าย อาทิ เช่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ให้ได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น อีกทั้งเสริมสร้างความรู้ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทําประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางสําหรับธุรกิจนําเที่ยว และมัคคุเทศก์ ปฏิบัติตามข้อกฎหมายกําหนด ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวทุกราย ต้องจัดให้มีการทําประกันภัยสําหรับอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยวมัคคุเทศก์และผู้นําเท่ยีว ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว

โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดอบรมในวันนี้ จะทําให้ทุกท่านได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการยื่นขอเอาประกันภัย และเงื่อนไขตามกรมธรรม์ดังกล่าว อย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวมถึงนําความรู้ที่ได้รับในวันนี้ช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้สถานประกอบการท่องเที่ยวได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการนําเอาระบบประกันภัย เข้ามาบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว และปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับ การประกอบธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการของเราเกิดความมั่นใจ ในทริปท่องเที่ยวและได้ท่องเที่ยวได้อย่างเบิกบาน ผู้ประกอบการก็มีความมั่นใจ

นางกาญจนา ศรีคราม ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสรมิการประกอบธุรกิจประกันภัย ภาค 1 (เชียงใหม่) กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสําคัญโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศ ถือเป็นแหล่งรายได้ที่สําคัญ ก่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และการกระจาย รายได้ไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สําคัญของภาคเหนือ โดยมีจํานวนผู้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2565 แล้ว จํานวน 5,317,089 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับ ปริมาณจํานวนผู้เข้ามาท่องเที่ยวของจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 25.94 ส่งผลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2565 มากกว่า 34,280 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปริมาณ รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 42.07 

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว หากเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด จะทําให้นักท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ได้รับการเยียวยา บรรเทาความสูญเสีย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทําประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง สําหรับธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ อีกทั้งปฏิบัติตามข้อกฎหมายกําหนด

เพื่อให้นักท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย จึงจําเป็นต้องส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขกรมธรรม์และรณรงค์ให้สถาน ประกอบการท่องเที่ยว ตระหนักถึงความสําคัญของการประกันภัย ปฏิบัติตามกฎหมาย เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว และตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย สํานักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) จึงได้บูรณาการร่วมกับสํานักงานทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ, สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, สถานีตํารวจท่องเที่ยว 1 กองกํากับการ 2 กองบังคับการตํารวจท่องเที่ยว 2 และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด เชียงใหม่ จัดงานในวันนี้ขึ้น

โดยในช่วงแรกจะเป็นการเสวนา หัวข้อ “กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทาง สําหรับธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ “ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยว” ในวันนี้มีผู้เข้าอบรม จํานวน 150 คน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยว นอกจากนี้มีการถ่ายทอดสด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ สํานักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ แพร่หลายและทั่วถึง 

ผบ.ตร.ประชุมความพร้อมทุกฝ่าย รับมือประชุมผู้นำ APEC ดูแลความปลอดภัย การจราจร ใช้ตำรวจกว่า 20,000 นาย เชิญชวนคนไทยเป็นเจ้าภาพที่ดี

วันนี้ (21 ต.ค.65) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.(มค), พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเตรียมความพร้อม ซักซ้อมการปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี 2565

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่าได้กำหนดแผนการเตรียมการด้านการแพทย์และการสาธารณสุข แผนการสนับสนุนการปฏิบัติในการประชุมฯ (กรุงเทพมหานคร การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) การเตรียมการด้านกำลังพล ยานพาหนะ สิ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประชุมฯ งบประมาณและการติดต่อสื่อสาร 

ในส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักด้านการรักษาความปลอดภัย (บุคคล สถานที่พัก สถานที่ประชุม งานเลี้ยงรับรอง และเส้นทางการเดินทาง) การจัดขบวนรถผู้นำเขตเศรษฐกิจ และพิธีการคนเข้าเมือง ตลอดจนการสืบสวน ติดตามสถานการณ์ด้านข่าว และการจัดตั้งกองอำนวยการร่วม อำนวยการ ควบคุม สั่งการการปฏิบัติตลอดภารกิจฯ วันนี้เป็นการเก็บรายละเอียดแผนการปฏิบัติและแผนเผชิญเหตุต่างๆ ตลอดจนเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจด้านต่างๆ เพื่อทำงานให้ประสานสอดคล้องกันในห้วงเวลาการปฏิบัติ มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20,000 นาย หน่วยปฏิบัติและหน่วยสนับสนุนกว่า 30 หน่วยงาน เฝ้าติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานระหว่างประเทศ และการปฏิบัติที่ชัดเจนอย่างใกล้ชิด จัดตั้งศูนย์ประสานงานฯ ศูนย์ติดตามสถานการณ์ฯ กำหนดมาตรการเฝ้าระวังเหตุก่อนการจัดการประชุมฯ การระดมกวาดล้างอาชญากรรม อาวุธปืน ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับทุกข้อหา/ฐานความผิดห้วง (10 ต.ค.- 8 พ.ย.65 ก่อนการประชุมฯ) และกำหนดการซักซ้อมการปฏิบัติเสมือนจริง ในห้วงต้นเดือน พ.ย.2565 (แผนการป้องกันเหตุร้ายฯ (1 – 5 พ.ย.65) ซักซ้อมขบวนรถผู้นำฯ (7 พ.ย.65) การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุโรงแรม (11 – 13 พ.ย.65)) ซึ่งภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้รายงานผลการประชุมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอนุกรรมการฯ ทราบต่อไป

‘สรรเพชญ บุญญามณี’ ยืนเด่นเขต 1 สงขลา การหลีกทางให้หลานได้แจ้งเกิดทางการเมือง

เขต 1 สงขลา เป็นเขตคาดหวังของพรรคประชาธิปัตย์ โดยส่ง ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ ลูกชายของ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ปี 2562 สรรเพรช พ่ายให้กับ ‘วันชัย ปริญญาศิริ’ จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งวันชัยก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นเพื่อนรุ่นน้องของนิพนธ์นั้นเอง เป็นรุ่นน้องจากมหาวชิราวุธ สงขลา โดยนิพนธ์เป็นรุ่นพี่ของวันชัย 1 ปี

มาถึงวันนี้ ‘วันชัย’ เปิดทางให้สรรเพชญ โดยลาออกจาก ส.ส.ไปลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครสงขลา เท่ากับเป็นการหลีกทางให้หลานได้แจ้งเกิดทางการเมือง

กล่าวถึงสนามเลือกตั้งเขต 1 สงขลา เมื่อวันชัยลาออกไปลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐยังไม่เห็นขยับว่าจะส่งใครลงแทน เดิมมีผู้การฯ ชาติ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีต ส.ส.สงขลา เป็นคนคุมทีมพลังประชารัฐอยู่ แต่เมื่อผู้การฯ ชาติก้าวออกไปจากพลังประชารัฐ ไปร่วมหัวจมท้ายกับพรรคสร้างอนาคตไทย ของอุตตม สาวนายน และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงค์ ทำให้พรรคพลังประชารัฐไม่มีหัวเรือใหญ่ 

พรรคพลังประชารัฐสงขลาจึงเหลือ ส.ส.อยู่สองคน คือ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เขต 4 ศาสตรา ศรีปาน เขต 2 และพยม พรหมเพชร ซึ่งศักยภาพในการคุมทีมยังไม่เพียงพอ หรือการจะควานหาคนมาแทนวันชัยก็ยังไม่มีบารมีพอ ทำให้สนามเลือกตั้งเขต 1 สงขลา ของพลังประชารัฐยังว่างอยู่

กล่าวเฉพาะที่เห็นเวลานี้ก็จะมี ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ เป็นตัวยืนในนามประชาธิปัตย์ และมีประสงค์ บุรีรักษ์ นายกฯ แบน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วหลุดจากเก้าอี้ มาเปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย ฟัดกับเด็ก ๆ น่าจะมีพลังมากกว่า และยังมีพ่อเป็นลมใต้ปีกอยู่อีกด้วย ‘นิพนธ์’ พยายามไม่เข้าไปยุ่งมากกับการหาเสียง ปล่อยให้น้องเพรชจัดการไป ไม่งั้นเขาจะไม่โตสักที

แต่เขต 1 สงขลา นอกจากนายกฯแบน และน้องเพชญ แล้ว ให้จับตาว่า ‘เจือ ราชสีห์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ ๆ สด ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ จะตัดสินใจอย่างไร แน่นอนว่าจะลงเขตในนามประชาธิปัตย์ไม่ได้แล้ว เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัวน้องเพรชไปแล้ว ถ้าเจือยังยืนยันอยู่ประชาธิปัตย์ก็ต้องขึ้นไปอยู่ระบบบัญชีรายชื่อ และลำดับต้องดีกว่าเดิม ถ้ายังประชาสงค์จะลงเขต 1 ก็ต้องย้ายพรรค หาพรรคใหม่สังกัด โอกาสจึงน่าจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค คนเก่าจากประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าพรรคอยู่ และมีเครือข่ายประชาธิปัตย์อยู่ไม่น้อย หรือไม่ก็พรรคพลังประชารัฐที่พื้นที่ว่างอยู่ แต่เวลานี้เจือคงยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะยังเป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์อยู่

อัปเดตราคา 'หมู - ไก่ - เนื้อ' ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2565

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย...

'โตโน่' บวงสรวงก่อนลงน้ำ 10 โมง 9 นาที เจ้าอาวาสวัดเทพนรินทธราราม ถอดสร้อยพญานาคมอบให้

'โตโน่' บวงสรวงก่อนลงน้ำ 10 โมง 9 นาที เจ้าอาวาสวัดเทพนรินทธราราม ถอดสร้อยพญานาคมอบให้โตโน่ เผยเก็บมา 15 ปี คิดว่าเจ้าตัวเหมาะสม เปิดยอดบริจาค ทะลุ 28 ล้านบาทแล้ว

(22 ต.ค.65) ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช บรรยากาศก่อนพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในงาน "One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้" ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงบริเวณฝั่งไทย-ลาว มีการจัดเตรียมปรมพิธี เครื่องเซ่นไหว้และบายศรีพญานาค 7 เศียร พร้อมจัดเวทีเครื่องขยายเสียงติดตั้งรอบพื้นที่ โดยประชาชนพากันเข้ามาร่วมงานกันจนแน่นพื้นที่ แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาจนช่วงเช้ามืดจะมีฝนตกลงมาปรอยปรายก็ตาม

สำหรับยอดเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลในการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน ล่าสุดทีมผู้จัด แจ้งว่าเมื่อเวลา 07.40 น. มีเงินบริจาคเข้ามา 21,262,027 บาทแล้ว ซึ่งเกินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 16 ล้านบาท (ปัจจุบันมุ่งสู่ 30 ล้านบาท)

ขณะที่ โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ พร้อมคณะรักษาการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตัวแทน รพ.นครพนม และ รพ.แขวงคำม่วน จาก สปป.ลาว และทีมงานผู้จัดโครงการ ได้เริ่มทำพิธีบวงสรวงในเวลา 08.00น.โดยมี พระอาจารย์เทพนรินทร์ ชินรังษี เจ้าอาวาสวัดเทพนรินทธราราม นำสวดชยันโต สร้างขวัญกำลังใจ ก่อนพระอาจารย์จะถอดสร้อยพญานาคที่สวมคอไว้ ซึ่งทำจากหยก และผ่านการปลุกเสกที่คำชะโนด แล้วมอบให้โตโน่ นำไปสวมใส่ โดยพระอาจารย์ ระบุว่าแต่แรกไม่คิดจะมอบให้ใคร เก็บไว้ตลอด 15 ปี จนตั้งใจจะนำมามอบให้โตโน่ เพราะคิดว่าเหมาะสมจะเป็นเจ้าของที่แท้จริง

ก่อนจะทำพิธีประพรมน้ำมนต์ ก่อนนางรำท้องถิ่น 200 คน พร้อมดารานักแสดงสาว 7 คน ประกอบด้วย ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, ฮาน่า ฮาน่า ลีวิส, ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช, แม็กกี้ อาภา ภาวิไล,แบมบี้ สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์, แป้ง ดาริน ตาแปง, พิมพ์ ประพิมภรณ์ พิมพา และอีฟ ไอยวริญร์ ชื่นชอบ จะร่วมกันรำถวายพ่อปู่พญานาค หรือพญาศรีสัตตนาคราช ในบทเพลง รำศรีโคตรบูรณ์ และเพลงออนซอนนครพนม เป็นเวลา 12 นาที

ระวัง!! หลุดแชต 'ลามก-อนาจาร' ถูกแจ้งความได้ เพราะเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เชื่อว่าทุกวันนี้ น่าจะยังมีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า 'อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์' กันเท่าไหร่ THE STATES TIMES จึงหาความหมาย พร้อมทั้งสรุปแยกประเภทมาให้ ดังนี้ครับ

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ โดยรวมแล้วหมายถึง การกระทำความผิดทางอาญาในระบบความพิวเตอร์ อาทิ ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือขโมยข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ในที่นี้ นับรวมถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อด้วย 

สำหรับประเภทของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ โดยสากลแล้ว แบ่งได้ทั้งหมด 9 ประเภท ประกอบด้วย...

1. การขโมยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ
2. อาชญากรนำเอกระบบการสื่อสารมาปกปิดความผิดตนเอง
3. การละเมิดสิทธิ์ปลอมแปลงรูปแบบ เลียนแบบระบบซอฟต์แวร์โดยมิชอบ
4. ใช้คอมพิวเตอร์แพร่ภาพ เสียง สื่อลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
5. ใช้คอมพิวเตอร์ฟอกเงิน
6. อันธพาลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อกวน ทำลายระบบสาธารณูปโภค อาทิ ระบบจ่ายน้ำ ไฟฟ้า และระบบการจราจร
7. หลอกลวงให้ร่วมขายหรือลงทุนปลอม
8. แทรกแซงข้อมูล นำข้อมูลนั้นเป็นประโยชน์ต่อตนโดยมิชอบ อาทิ ลักลอบสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลผู้อื่น ดักข้อมูลทางการค้า เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
9. ลักลอบโอนเงินจากบัญชีผู้อื่นเข้าบัญชีตนเองผ่านระบบคอมพิวเตอร์

'เทนนิส' ผงาดคว้าเเชมป์เวิลด์ กรังปรีซ์ พ่วงสถิติไร้พ่าย จ่อครบ 4 ปี

ผลการเเข่งขันเทควันโด เวิลด์ กรังปรีซ์ 2022 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม

ความหวังใหญ่ของไทยคงหญิงไม่พ้นรุ่น 49 กก. หญิง 'เทนนิส' พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นลงเเข่ง

โดยเทนนิส เตะเอาชนะตั้งเเต่รอบ 16 คน จนเข้าชิงกับ เมิร์ฟ เเดนเซล จากตุรกี คู่ปรับเก่าจากสนามที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าจอมเตะไทยยังผลงานเยี่ยมเอาชนะไปได้ทั้ง 2 ยก สกอร์ 1-0 และ 3-2  คว้าแชมป์ไปครอง นอกจากนี้ยังทำให้เธอยืดสถิติไร้พ่ายในรุ่นนี้เป็น 3 ปี 10 เดือน 29 วัน

ด้านเทนนิสยอมรับว่าภูมิใจที่สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้อีกหนึ่งรายการ เเถมยังดีใจที่รู้ว่าตัวเองเป็นจอมเตะหญิงที่ได้เหรียญทองในรายการเวิลด์ กรังปรีซ์มากที่สุดด้วย ซึ่งตอนนี้เหลืออีก 2 สนามในปีนี้ที่ คือชิงเเชมป์โลกที่เม็กซิโกเเละเวิลด์ กรังปรีซ์ ไฟนอลที่ซาอุดีอาระเบีย และเธอจะพยายามทำให้เต็มที่

'อ.ไชยันต์' ชี้ สื่ออังกฤษยังแนะปชช.พกวิทยุทรานซิสเตอร์ สะท้อน 'บิ๊กตู่' เป็น 'กัปตัน' ที่สามารถรักษาความปลอดภัยได้

(22 ต.ค.65) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า...

แม้ผมจะขอให้ ลุงตู่ วางมือทางการเมือง

(ซึ่งผมก็ยังเห็นเช่นนั้นอยู่)

แต่ผมยอมรับว่า ท่านไม่ได้เป็นแค่เพียง “รปภ”

แต่เป็นทั้ง “กัปตันที่สามารถรักษาความปลอดภัย” ได้ในเวลาเดียวกัน ครับ

เรื่องวิทยุทรานซิสเตอร์

“The public would be advised to use car radios or battery-powered receivers to listen to emergency broadcasts on FM and long-wave frequencies usually reserved for Radio 2 and Radio 4.”

จาก หนังสือพิมพ์ the Guardian วันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2565

ทั้งนี้ อ.ไชยันต์ ได้ให้มุมมองดังกล่าว โดยสะท้อนจากประเด็น เมื่อวันที่ 18 ต.ค.65 ที่สำนักข่าว The Guardian อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว BBC โดยรายงานว่า สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง ซึ่งถ้าหากรัสเซียปิดท่อแก๊สทั้งหมดที่ส่งมายังยุโรป โรงไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรอาจต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าวันละ 3 ชั่วโมง ระหว่าง 16.00 - 19.00 น. โดยเฉพาะในเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อากาศหนาวมาก แถมยังเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีกระแสลมมากพอในการสร้างกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม

ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤตขาดแคลนพลังงาน อาจส่งผลกระทบให้สหราชอาณาจักรต้องประสบปัญหาไฟดับนานมากถึง 36-48 ชั่วโมง กว่าจะสามารถกู้ระบบพลังงานกระแสไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ปกติ ซึ่งวิกฤตไฟฟ้าดับจะเกิดขึ้นเกือบทั่วประเทศ ทั้งในอังกฤษ, สกอตแลนด์ และเวลส์ ยกเว้นไอร์แลนด์เหนือที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เนื่องจากไอร์แลนด์เหนือ ได้รับพลังงานไฟฟ้าจากประเทศไอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว BBC ได้เตรียมร่างหนังสือสำหรับออกอากาศแจ้งเตือนไปยังประชาชนในสหราชอาณาจักร ให้เตรียมรับมือกับวิกฤตไฟฟ้าดับ ซึ่งจะทำให้ระบบต่างๆ ใช้งานไม่ได้ เช่น เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณอินเตอร์เน็ต ระบบการเงินธนาคาร สัญญาณไฟจราจร และระบบบริการสาธารณะต่างๆ อีกมากมาย ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

>> พร้อมทั้งแนะนำให้ประชาชนในสหราชอาณาจักร เตรียมจัดหาวิทยุทรานซิสเตอร์ (battery-powered receivers) สำหรับรับฟังข้อมูลข่าวสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือจะใช้วิทยุภายในรถยนต์ในการรับฟังข้อมูลข่าวสารก็ได้เช่นกัน โดยสถานนีวิทยุ Radio 2 และ Radio 4 ของ BBC จะแจ้งข้อมูลข่าวสารผ่านระบบสัญญาณวิทยุ FM

‘บิ๊กตู่’ ห่วง!! พบคนไทยป่วย 'เมลิออยด์' 2,314 ราย กรมควบคุมโรคเตือนหากติดเชื้อมีโอกาสตายได้

‘บิ๊กตู่’ ห่วงประชาชนเสี่ยงป่วยโรค 'เมลิออยด์' เผยไทยพบผู้ป่วยในปีนี้ถึง 2,314 ราย กรมควบคุมโรคเตือนหากติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตได้ แนะหลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำย่ำโคลน เกษตรกร-ผู้ป่วยเบาหวานหากมีไข้สูง-ประวัติสัมผัสดินและน้ำให้รีบพบแพทย์

(22 ต.ค.65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยประชาชน ที่อาจเจ็บป่วยด้วยโรคเมลิออยโดสิส (MELIOIDOSIS) หรือโรคติดเชื้อเฝ้าระวัง ที่เกิดในช่วงนี้ที่ยังคงมีฝนตกในบางพื้นที่ ตามคำเตือนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ป่วยเบาหวาน ให้ระวังป่วยโรคเมลิออยด์ สามารถพบการติดเชื้อได้ตลอดทั้งปี แต่พบมากในช่วงฤดูฝน เชื้อสามารถเข้าทางผิวหนัง การดื่มน้ำไม่สะอาด หรือการหายใจเอาฝุ่นดินที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน หากจำเป็นต้องลงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ควรใส่รองเท้าบูทเพื่อป้องกัน และหลังขึ้นจากน้ำให้รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที

นายอนุชา กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ออกคำเตือนพร้อมให้ข้อมูลว่า ในช่วงนี้ยังคงมีฝนตกในบางพื้นที่ ทำให้มีน้ำท่วมขังหรือดินชื้นแฉะ ซึ่งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมและเกษตรกร หรือผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคธาลัสซีเมีย จะมีความเสี่ยงป่วยโรคเมลิออยด์สูง เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุจะอยู่ในดินและในน้ำจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางการดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ และทางผิวหนัง หรือการสูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนเข้าไป หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วันจะมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากอาการไข้เป็นหลัก จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยและรักษา

“สำหรับสถานการณ์โรคเมลิออยด์ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-10 ตุลาคม 2565 พบผู้ป่วย 2,314 ราย เสียชีวิต 34 ราย กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมา 55-64 ปี และ 45-54 ปี ตามลำดับ พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศไทย แต่พื้นที่ที่พบอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราตายสูงสุด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้

กรมควบคุมโรคได้แนะวิธีการป้องกันโรคเมลิออยด์สามารถทำได้ ดังนี้...

1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นขอให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำ หลังสัมผัสดินและน้ำให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top