Monday, 6 July 2026
NewsFeed

ขยายผลเมืองเทศกาลโลก ชูเสน่ห์เมือง ทำตลาดระดับสากล

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประกาศเดินหน้า นำทุนวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์แบบล้านนา ต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ผลักดันยุทธศาสตร์ล้านนาสร้างสรรค์ขับเคลื่อนเชียงใหม่ก้าวสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับสากล กระตุ้นรัฐและเอกชนทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มุ่งพัฒนาจุดขายเชิงคุณภาพ ตั้งเป้าเป็นจุดหมายปลายทางระดับแนวหน้าของเอเชีย

วันที่ 19 ตุลาคม 2565 ที่ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวตอกย้ำศักยภาพเมืองเชียงใหม่ในฐานะไมซ์ซิตี้ (MICE City) และเมืองที่มีศักยภาพด้านการจัดงานเทศกาลระดับโลก (World Festival & Event City) ที่จะดึงนักเดินทางคุณภาพเข้าสู่เมือง รวมทั้งพัฒนาต่อยอดเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ โดยนายนิรัตน์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับจังหวัดเชียงใหม่และขอบคุณทุก ภาคส่วนโดยเฉพาะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเทศกาล ที่ร่วมกันนำความสำเร็จและชื่อเสียงมาสู่เมืองเชียงใหม่ และกล่าวย้ำว่า รางวัลนี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเชียงใหม่ และในฐานะศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของภาคเหนือ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและทางตอนใต้ของประเทศจีน ตามนโยบายระเบียงเศรษฐกิจล้านนา

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า“จังหวัดเชียงใหม่มีทุนทางวัฒนธรรมที่ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีเสน่ห์ มีคุณค่าในระดับสากล สามารถนำมาเป็นจุดขายที่ทรงพลังในด้านการท่องเที่ยว ช่วยดึงดูดนักเดินทางคุณภาพให้เข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย กุญแจสำคัญ ในการพัฒนาและขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงใหม่ให้มีสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในทุกวันนั้น คือความร่วมมือจากทุกฝ่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน ในการร่วมสร้างเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ น่าท่องเที่ยว จำเป็นต้องลงมือทำอย่างรวดเร็วให้เกิดผล รวมทั้งมีการสื่อสารความคืบหน้าต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการสะท้อนปัญหา นำมาสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เมืองเดินหน้าสู่การพัฒนา กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนอย่างมั่นคงยั่งยืน”

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า แนวทางการขับเคลื่อนเมืองนับจากนี้ว่า จังหวัดเชียงใหม่พร้อมผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์ล้านนาสร้างสรรค์ หรือ Creative Lanna อย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งบรรลุผลสำเร็จในการร่วมกับภาคีเครือข่ายผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก (World heritage), สร้างซอฟต์พาวเวอร์ผ่านทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติให้เป็นรูปธรรม กำหนดปฏิทินงาน (event calendar) ในแต่ละเดือน เพื่อดึงผู้คนให้มาเยือนเชียงใหม่และมีความสุขตลอดทั้ง 12 เดือน 12 เทศกาล ในส่วนมิตินานาชาตินั้น จะกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ยกระดับความร่วมมือที่มีอยู่แล้ว ทั้งด้านการทำงานกับกงสุลต่างประเทศในจังหวัดและบูรณาการการจัดการด้านเมืองนานาชาติอย่างมีทิศทาง สร้างผลกระทบเชิงบวกจากความร่วมมือเหล่านี้ เพื่อให้เชียงใหม่มีความโดดเด่นเป็นเมืองจุดหมายปลายทางระดับโลก เน้นตลาดคุณภาพสูง สร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นแตกต่างเพื่อดึงดูดนักเดินทางไมซ์ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งทีเส็บถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญในการนำเสนอเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพสูงต่อไป

‘บิ๊กป้อม’ กร้าว!! ยกกรณีคุณหมอกระต่าย เพิ่มโทษพวก ‘ผิดซ้ำ-เมาขับ-แข่งรถทางหลวง’

พล.อ.ประวิตร มอบ นโยบาย ปก./ลดอุบัติเหตุทางถนน เน้นสร้างการรับรู้ ควบคู่บังคับใช้กม.เข้มข้น ถอดบทเรียน กรณี ‘คุณหมอกระต่าย’ เพิ่มโทษ ผิดซ้ำ/เมาแล้วขับ/แข่งรถในทาง ย้ำ!! สวมหมวกกันน็อก 100% มุ่งรักษาชีวิต ปชช.ทุกคน ให้ปลอดภัย

(20 ต.ค. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน แห่งชาติ ครั้งที่2/2565 ร่วมกับ ผวจ.ทั่วประเทศ ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 เพื่อปรับปรุงมาตรการทางกฎหมาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้รถใช้ถนน รวมทั้งกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ เช่น การกำหนดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก, การเพิ่มโทษผู้ทำผิดซ้ำ, การขับรถขณะเมาสุรา, การป้องกันการแข่งรถ เป็นต้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 ก.ย. 65 รวมทั้งระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ม.ค.66 และรับทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กำหนดให้วันที่ 21 มกราคมของทุกปี เป็น ‘วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน’ เพื่อย้ำเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะ จะต้องระมัดระวังความปลอดภัย ต่อผู้ใช้รถใช้ถนน อย่างยิ่งยวด สืบเนื่องจากเหตุการณ์ วันที่ ‘หมอกระต่าย’ หรือ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ถูกรถจักรยานยนต์ชนบนทางม้าลาย เมื่อ 21 ม.ค.65 ที่ผ่านมาแล้ว

ผบ.โรงเรียนนายเรือ แถลงเจตนารมณ์ และมอบนโยบายประจำปี งบประมาณ 2566 แก่หน่วยขึ้นตรง โรงเรียนนายเรือ โดยเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนาย มีทัศนคติที่ดี ยึดมั่น จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.65 เวลา 10.00 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ได้แถลงเจตนารมณ์และมอบนโยบาย ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 แก่กำลังพลโรงเรียนนายเรือ ณ ห้องเรียนรวม อาคารเรียน 10 ฝ่ายศึกษาโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 

โดยนโยบายของผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ได้กำหนดขึ้นให้สอดคล้องกับนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงาน ในการร่วมกันขับเคลื่อนโรงเรียนนายเรือ ไปถึงซึ่งภารกิจหน้าที่ รวมทั้งวิสัยทัศน์ให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหน้าที่ที่สำคัญของโรงเรียนนายเรือ คือการสร้างนายทหารเรือให้เป็นรากแก้วของกองทัพเรือ ที่เข้มแข็ง และมีคุณภาพ โดยโรงเรียนนายเรือ จะต้องดำเนินการให้นักเรียนนายเรือ ได้รับการฝึกอบรมวิชาการทหารเรือ ปลูกฝังภาวะผู้นำ ระเบียบ วินัย ความเป็นชาวเรือ ให้การศึกษาภาควิชาการชั้นอุดมศึกษา และสอนวิขาการเทคนิคของพรรค – เหล่าต่างๆ เมื่อจบการศึกษาจาก โรงเรียนนายเรือสามารถทำหน้าที่ นายทหารสัญญาบัตร ตามพรรค – เหล่าได้อย่างดีและเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายมีทัศนคติที่ดี ยึดมั่น จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 

โดยนโยบายของผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือประจำปี 2566 มีด้วยกัน 19 ด้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.พิทักษ์รักษา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยศักยภาพทั้งปวงของโรงเรียนนายเรือ

2.พัฒนาหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ ให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรือ โดยมุงเน้นให้ นักเรียนนายเรือได้รับความรู้ด้านวิชาการทหารเรือให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของโรงเรียนนายเรือ ในลำดับที่ 1 

3.เพิ่มพูนความรู้ในด้านปฏิบัติการเรือดำน้ำ แก่นักเรียนนายเรือ ทั้งทางทฤษฎีในห้องเรียน และการศึกษาดูงานที่กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ เพื่อให้เข้าใจในประวัติศาสตร์ การมีเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เหตุผลความจำเป็นการที่ต้องมีกำลังรบเรือดำน้ำในกองทัพเรือ รวมทั้ง ขีดความสามารถและขีดจำกัดของเรือดำน้ำในเบื้องต้น

4.ปรับปฏิทินการศึกษาของนักเรียนนายเรือ ให้สามารถดำรงการฝึกภาคทะเลทั้งสองครั้ง ตามจำนวนวันที่กำหนดอย่างเพียงพอ รวมทั้งให้มีโอกาสฝึกภาคทะเลเส้นทางที่เป็นการเดินเรือระยะไกลไปต่างประเทศ เพื่อให้นักเรียนนายเรือ มีชั่วโมงการฝึกในทะเลอย่างต่อเนื่อง

5. ให้ดำรงความพร้อมของท่าเทียบเรือเสือซ่อนเล็บ ในการรองรับการเทียบ – ออกจากเทียบของเรือฝึกนักเรียนนายเรือ ประเภทเรือฟริเกตขนาดใหญ่ เช่น เรือชุด เรือหลวงนเรศวร

6.เพิ่มการฝึกเดินเรือด้วยเครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ ให้นักเรียนนายเรือ จนชำนาญ ให้นักเรียนนายเรือ ที่จะทำหน้าที่ผู้นำเรือมีความมั่นใจ ในการฝึกจากเครื่องฝึกก่อนการลงเรือ ฝึกการนำเรือในร่องน้ำเจ้าพระยา และในทะเล เพราะสถิติที่ผ่านมาพบว่านักเรียนนายเรือ ที่มีผลการฝึกด้วยเครื่องฝึกที่ดี จะสามารถปฏิบัติจริงในเรือ ได้ดีด้วยเช่นกัน 

7. พัฒนาความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม  

8. ควบคุมกำกับดูแลการใช้พลังงาน ทั้งไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ให้ลดลง 20 % ของเกณฑ์มาตรฐาน ของโรงเรียนนายเรือ และให้ปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงานของกองทัพเรือ พ.ศ.2565 อย่างจริงจัง 

9.ให้ดำเนินการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในปีครบรอบ 100 ปี วัน สิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์     

10.พัฒนาขีดความสามารถและกลไกความร่วมมือ การบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการประสานงานของหน่วยบรรเทาสาธารณภัยโรงเรียนนายเรือ และทางจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งใช้ข้อมูลสถานีวัดระดับน้ำ วิเคราะห์แจ้งเตือนแนวโน้มอุทกภัยจากแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นประโยชน์แก่ ทางจังหวัดสมุทรปราการ ได้อย่างทันท่วงที

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงกรุณาให้ นางสาว ชญาณิศา ฐานิชณาณัณ เป็นผู้แทนในองค์ เชิญผ้าไตรกฐินประทาน ถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษา 

วันนี้ 20 ตุลาคม 65 หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงกรุณาให้ นางสาว ชญาณิศา ฐานิชณาณัณ เป็นผู้แทนในองค์ เชิญผ้าไตรกฐินประทาน ถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษา ในอาวาสวัดหนองคึม ตำหนองพลวง อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา 

ในการนี้ มีนายเลิศสิน บรรเลงเสนาะ นายอำเภอประทาย พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการ ,นายนพรัตน์ ฉัตรเพชรตระการ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, นายราเมศ เรืองธนานุรักษ์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายสุทัศน์ สมน้อย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคึม, นายประสิทธิ์ เดชบุรีรัมย์ นายองค์องการบริหารส่วรตำบลหนองพลวง นายอัครวัฒน์ กุลเฉลิมพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย พ่อค้า ประชาชน ต้อนรับ และเข้าร่วมทำบุญในพิธีการนี้ด้วย

‘เทพมนตรี’ บอก “สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม” พรรคก้าวไกล อาจถูกยุบ ก.พ. 2566

(20 ต.ค. 65) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า... 

พรรคก้าวไกล อาจถูกยุบ เดือนกุมภาพันธ์ 2566 สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมครับ 

แม้จะไม่ได้มีการระบุสาเหตุ แต่ก็คาดว่าคำพูดดังกล่าว อาจเป็นความต่อเนื่องจากกรณี ‘พรรคไทยภักดี’ ยื่น กกต.ชงยุบพรรค ‘ก้าวไกล’ ปมเสนอนโยบายแก้ ม.112 รวมถึงให้พระสงฆ์มีสิทธิเลือกตั้ง โดยชี้ว่า เป็นการเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) พรรคการเมืองฯ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญบอกแล้วว่า การแก้ไข ม.112 หรือ ยกเลิก เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=8288907684484619&id=100000964084010 

นศ.ระดับปริญญาโท รับรางวัล Excellent Oral presentation ในงานประชุมวิชการ ICKIM 2022

MR. Xiangyu Li นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการจัดการความรู้และนวัตกรรม วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพัฒน์ วาณิชวัฒนะโกศล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ ได้รับรางวัล Excellent Oral Presentation จากผลงาน “A Decision - Making Model for Selecting the Best Digital Marketing Strategy for Chinese Long Stayers in Chiang Mai, Thailand” 

ซึ่งเป็นผลงานการศึกษาเกี่ยวกับการหาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และเลือกกลยุทธ์ด้านการตลาดดิจิทัลที่ดีที่สุด ให้กับศูนย์การค้า เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สามารถดำเนินกิจกรรมการตลาดกับกลุ่มคนจีนที่พำนักระยะยาวในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มการบริการอาหาร งานวิจัยนี้ประยุกต์ใช้แนวทางการจัดการความรู้เพื่อพัฒนารูปแบบการตัดสินใจหลายเกณฑ์ โดยใช้เกณฑ์หลักตามหลักการ 4C (ลูกค้า ต้นทุน ความสะดวก การสื่อสาร) โดยได้รับรางวัลในการประชุมวิชาการ The 4th International Conference on Knowledge and Information Management (ICKIM 2022) ในรูปแบบ ออนไลน์ เมื่อวันที่ 28-30 กันยายน 2565 ณ Xiamen, the People's Republic of China

นายกฯ อังกฤษ อาจไม่ได้ไปต่อ หลังกระแส ‘จบ’ หนาหู ขึ้นอยู่กับเวลา

เรื่อง: อนุดี เซียสกุล

“Credibility is one of the most prized assets in politics.
When it drains away, dredging it back is difficult, often impossible.”
Chris Mason, Political editor, BBC News

ผู้เขียนขอยกข้อเขียนของนายคริส เมสัน บรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซีมาเริ่มต้นเรื่องอนาคตของนางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพราะมันเป็นสัจธรรมทางการเมืองที่แน่นอนที่สุด 

นายคริส เมสันบอกว่า “ความน่าเชื่อถือ คือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในทางการเมือง หากว่ามันได้สูญหายไปแล้ว ก็ยากยิ่งนักที่จะดึงมันกลับคืนมาและบ่อยครั้งที่ยากที่จะเป็นไปได้”

Credibility หรือความน่าเชื่อถือในตัวนางลิซ ทรัสส์ กระทบกระเทือนอย่างนัก เมื่อเธอได้ปลดรัฐมนตรีคลังนาย กวาซี กวาร์เทง (Kwasi Kwarteng) ออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากแผนงบประมาณที่เรียกว่า mini-budget ที่นายกวาร์เทงประกาศออกมาในปลายเดือนที่แล้ว ถูกตำหนิติเตียนอย่างหนักว่าไม่สมเหตุสมผลกับสภาวะเศรษฐกิจของอังกฤษ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นนางลิซ ทรัสส์ จึงต้องกลับลำเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เคยประกาศไว้ตอนหาเสียงเป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟในเรื่องภาษี เช่น กลับลำในเรื่องการเก็บภาษีนิติบุคคลที่เธอประกาศแต่แรกว่าจะไม่ขึ้น แต่พอโดนวิจารณ์หนักเธอก็บอกว่าต้องขึ้น หรือเรื่องภาษีเงินได้เป็นต้น

ที่จริงการเปลี่ยนแผนในเรื่องภาษีนั้นรัฐ อาจสามารถทำได้ แต่ไม่ใช่ในเวลาแค่ไม่ถึงเดือนที่เธอเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะไม่เพียงแต่ตลาดเท่านั้นที่หวั่นใจในการเปลี่ยนแปลง แต่บรรดาลูกพรรคที่เป็นส.ส. ของพรรคคอมเซอร์เวทีฟเองก็พลอยวิตกกังวลไปด้วย เพราะมันหมายถึงอนาคตในการเลือกตั้งของพวกเขาต่อไปด้วย

คริส เมสัน บอกว่าแม้เธอจะฉลาดในการตั้งนายเจเรมี่ ฮันท์ เข้ามาเป็นร.ม.ต. คลังคนใหม่เพื่อที่อาจจะสงบปากของกลุ่มนายริชชี่ สุหนักลงบ้าง (นายเจเรมี่ เป็นผู้ที่สนับสนุนนายริชชี่ในระหว่างการแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรค) แต่ก็มีเสียงจากส.ส. บางคนว่าอาจเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น และบางคนถึงกับพูดว่านายเจเรมี่ คือ นายกรัฐมนตรีตัวจริง ซึ่งเขาได้ปฏิเสธและยืนยันว่านางทรัสส์ยังเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัว

อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานคำพูดของอดีตรัฐมนตรีของพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนหนึ่งว่า “คนทั่วไปรู้ดีว่า มันจบแล้ว แต่มีคำถามเพียงว่า จะจบอย่างไรและเมื่อไหร่เท่านั้น”

ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมงที่ผ่านมามีการถกเถียงกันว่า นายกฯ ทรัสส์ จะอยู่ในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวท์นิ่งอีกได้นานเพียงใด หลังมี ส.ส. กลุ่มเล็กๆ ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟได้เรียกร้องอย่างเปิดเผยให้เธอลาออก และอีกจำนวนมากอาจจะตามมา

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และเรียกร้องเช่นนี้ ทำเนียบรัฐบาลก็ยังอยู่ในโหมดของการรับฟังเท่านั้น ขณะเดียวกันเพื่อให้ทันกับสถานการณ์และให้เกิดความชัดเจนในเรื่องภาษีของรัฐบาล ด้านรมต.คลัง หมาดๆ (เจเรมี ฮันท์) ก็ได้แถลงต่อสภาเมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ 17 ต.ค.ว่า จะลดหรือเพิ่มในเรื่องใดบ้าง ซึ่งก็เป็นที่ต้อนรับของ ส.ส. บางคน แต่ธุรกิจบางอย่างก็ไม่ยินดี โดยนโยบายที่แถลงต่อสภานั้น มีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญ ๆ หลายอย่างจากที่นางลิซเคยประกาศไว้

มีการคาดการว่าในสัปดาห์นี้นายกฯ ทรัสส์จะใช้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจกับลูกพรรคของเธอเพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุน เช่นเดียวกับนายฮันท์ที่จะชี้แจงให้ส.ส. พรรคเข้าใจในแผนการที่สำคัญและยากของเขาที่จะประกาศในปลายเดือนนี้

เมื่อดูสถานการณ์แล้วทั้งนางทรัสส์และนายฮันท์อาจจะทำงานยากอยู่กับเสียงของส.ส.ลูกพรรค แต่ก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง เมื่อมีเสียงจากผู้อาวุโสในพรรคออกมาเตือนว่าควรจะฟังแผนเศรษฐกิจทั้งหมดของ รมต.คลัง เสียก่อน เช่นเดียวกับ ส.ส. รุ่นใหญ่ในพรรคที่ขอให้สงบสติอารมณ์กันลงบ้างและ ส.ส.อีกกลุ่มใหญ่เตือนว่า ให้ดูๆ กันไปอีกหน่อยอย่าวู่วามเกินไป

แม่ทัพภาค 4 ถือฤกษ์วันธงไชย ถวายสังฆทานรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นสิริมงคลในการเข้าปฎิบัติหน้าที่

วันนี้ 20 ตุลาคม 2565 ที่วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา พลโทศานติ ศกุนตนาถ แม่ทัพภาค 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลเอกมณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษาฯ และคณะได้เดินทางมานมัสการพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี / รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา พร้อมถวายปัจจัยและสังฆทานเพื่อเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ ต่อไป

'วัชระ' ลั่นตำแหน่ง ส.ส. ไม่ใช่มรดกหรือทรัพย์สมบัติทางการเมืองของใคร ถึงเวลาแล้วที่การเมืองชัยนาทต้องเปลี่ยนโฉม

วันที่ (20 ต.ค. 65) ที่ อ.เมือง จ.ชัยนาท นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคกลาง พร้อมด้วยนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ ผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.ชัยนาท นายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.พระนครศรีอยุธยา และทีมงาน ลงพื้นที่พบปะพูดคุยแกนนำและกลุ่มชาวบ้าน จ.ชัยนาท โดยนายวัชระ กล่าวว่า จ.ชัยนาท ก็เป็นเหมือนหลายจังหวัดในภาคกลาง คือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ทั้งการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร อีกทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่กลับเป็นจังหวัดที่ไม่มีความเจริญมากเท่าที่ควร เพราะขาดการดูแลและขับเคลื่อนที่ไม่มากพอ ทำให้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มตามศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งตนมองว่ามาจากสาเหตุหลักๆ 2 ประการคือขาดการดูแลเอาใจใส่จากภาคราชการอย่างเพียงพอ และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือภาคการเมืองไม่ได้ดึงความเจริญหรืองบประมาณลงสู่พื้นที่มากพอและเหมาะสม ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้โอกาสคนใหม่และพรรคใหม่เป็นทางเลือกใหม่ได้เข้ามาช่วยพัฒนาพื้นที่ โดยตนอยากให้พี่น้องชาว จ.ชัยนาท ให้โอกาสนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ และพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งถึงแม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่เป็นพรรคที่ตนมั่นใจว่ามีทีมเศรษฐกิจเก่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งการันตีได้จากการที่พรรคมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นผู้นำ

‘ทิพานัน’ ยกยอดใช้จ่ายคนละครึ่ง3.4หมื่นล้าน ตอก ‘เพื่อไทย’ หลังขวางไม่เกิดประโยชน์ต่อศก.

‘ทิพานัน’ ยกยอดใช้จ่ายคนละครึ่ง3.4หมื่นล้าน ตอกเพื่อไทยขวางคนละครึ่ง ชี้ไม่เห็นแก่ประโยชน์ประชาชนกว่า25ล้านคน แต่กลับมีพฤติกรรมคล้ายหนุนนโยบายพานักโทษหนีคดีเพียง 2 คนกลับบ้าน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยแสดงความคิดเห็นคัดค้านโครงการคนละครึ่งว่า ไม่ได้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจว่า โครงการคนละครึ่งที่เฉพาะเฟส 5 ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้มีประชาชนกว่า 26.5 ล้านคนและร้านค้ารายย่อยเกือบ 1 ล้านรายได้ประโยชน์ และผลประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง แต่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า เมื่อเอาตัวเลขข้อมูลมาพิจารณา พบว่าตัวเลขผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วม 9.67 แสนราย เป็นผู้ประกอบการรายใหม่เฟส 5 ถึง 2.28 หมื่นราย แสดงถึงร้านค้ารายย่อยเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรง และมีจากข้อมูลล่าสุดคนละครึ่งเฟส 5 ที่มียอดใช้จ่ายสะสมถึง 34,310.23 ล้านบาท (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 ต.ค. 65) 

เห็นได้ชัดว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จจริงในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบและยั่งยืนได้ จึงไม่ใช่โครงการที่เป็นการเสียเงินไปฟรี ๆ ตามที่นายพิชัยแสดงความเห็นแบบไร้ข้อมูล

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การที่นายพิชัยเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินมากกว่าโครงการคนละครึ่งนั้น ต้องถามว่า นายพิชัยไปอยู่ดูไบมาหรืออย่างไร ถึงไม่รู้ว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมุ่งเป้าเจาะรายบุคคล และประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับกระทรวงการคลังและเจ้าหนี้ 65 ราย ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาล จัดกิจกรรม 'มหกรรมร่วมใจแก้หนี้' ขึ้น เปิดให้ลงทะเบียนทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 65 เพื่อให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้จากผลกระทบวิกฤติโควิด-19 ปัญหาค่าครองชีพ สามารถแก้ไขหนี้และเริ่มต้นใหม่ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีโครงการสัญจรด้วย ซึ่งทางธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารออมสิน / ธ.อ.ส. / ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย จะจัด 'มหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร' ใน 5 อีกจังหวัด  

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ส่วนในกรณีลูกหนี้ไม่สามารถเข้าร่วมมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ได้ ก็ยังมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ เช่นกรณีหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน สามารถเข้าร่วมโครงการ 'คลินิกแก้หนี้' และมีโครงการ 'ทางด่วนแก้หนี้' เป็นช่องทางเสริมเพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านการชำระหนี้ ในขณะที่ลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจสามรถขอรับคำปรึกษาแก้ไขหนี้ผ่านทางโครงการ ‘หมอหนี้เพื่อประชาชนได้’


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top