Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

ทางรอดเศรษฐกิจ!! 'อุ๊งอิ๊ง' ยก ‘1 ครอบครัว 1 Soft Power’ ทางออกศก.ไทย แต่จะทำได้ชี้ ต้องมีรัฐบาลที่แข็งแรง ทำตั้งแต่ต้นจนจบ

‘แพทองธาร’ ยัน ‘1 ครอบครัว 1 Soft Power’ หนึ่งในทางออกเศรษฐกิจไทย ชี้นโยบายจะสำเร็จได้ ต้องมีรัฐบาลที่แข็งแรง ทำตั้งแต่ต้นจนจบ

เมื่อ 12 ต.ค.65 พรรคเพื่อไทย จัดงานเสวนา ‘1 ครอบครัว 1 Soft Power ทางออกเศรษฐกิจไทยนับจากทศวรรษนี้’ ภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เพื่อแลกเปลี่ยน เสนอแนะ และบอกเล่าประสบการณ์การนำเอาความสามารถด้านต่างๆ สร้างรายได้  สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ของพรรคเพื่อไทย เป็นนโยบายที่ต้องการเฟ้นหาคนที่มีศักยภาพ มีความสามารถ และพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่มาสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชนหลากหลายอาชีพพบว่า หลายคนมีความฝัน แต่ไม่กล้าฝัน เพราะลำพังแค่หารายได้มาจับจ่ายเลี้ยงดูคนในครอบครัวก็ยากลำบาก และต้องยอมรับว่าด้วยข้อจำกัดต่างๆ ของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน บางครอบครัวมีศักยภาพในการสนับสนุนเด็กและเยาวชนในการพัฒนาความสามารถของตัวเอง แต่หลายครอบครัวตรงกันข้าม  ซึ่งการเข้าคอร์สเรียนเพิ่มในด้านต่างๆ มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก  

พรรคเพื่อไทย จึงต้องการเพิ่มโอกาสและเวทีให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมให้การเรียนรู้และดึงศักยภาพอย่างครบวงจร หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะจัดตั้ง The Thai Creative Content Agency : THACCA หน่วยงานจะเข้าไปดูแลพัฒนาคัดเลือก แบ่งกลุ่ม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ Solf power อย่างถูกจุด โดยรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

“แนวคิดนี้จะสำเร็จได้ ต้องมีรัฐบาลที่แข็งแรง ที่จะต้องดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการเพื่อความต่อเนื่อง เราจะระดมบุคลากรที่มีความรู้ในด้านต่างๆ มาร่วมกันสร้างแพลตฟอร์ม ระดมคน ระดมทุน มีเครื่องมือเพื่อเป็นทุนในการหาความรู้ให้กับคนไทยทุกคน สิ่งที่เราจะทำ รัฐบาลต้องสนับสนุน ทำงานร่วมกับเอกชนด้วย” นางสาวแพทองธาร กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และประธานกรรมการบริหารสำนักงานตลาด กทม. กล่าวว่า การส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟพาวเวอร์ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ...

1.นโยบายรัฐบาลต้องชัดเจน มีความสม่ำเสมอของนโยบาย มีองค์กรที่ส่งเสริมงานด้านนี้โดยตรง แต่ปัจจุบันสถานะขององค์กรแต่ละแห่งทำงานแตกต่างกันมาก หากดูตัวอย่างในเกาหลีใต้ มีหน่วยงานส่งเสริมงานด้านซอฟพาวเวอร์ ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารดำเนินการโดยตรง อินโดนีเซียมีหน่วยงานส่งเสริมสตาร์ทอัพ สถานะเทียบเท่าระดับกระทรวง มีความชัดเจนในการสั่งการ จนทำให้มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นสองราย

2.รัฐบาลต้องส่งเสริมงบประมาณให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟพาวเวอร์ โดยในอดีตสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เคยได้รับงบประมาณต่อปี 300 ล้านบาท ในขณะที่เกาหลีใต้จัดสรรงบประมาณปี 2565 ที่  62,400 ล้านบาท ให้กับหน่วยงานด้านซอฟต์พาวเวอร์ สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจหลายสิบเท่า คิดเป็นเงิน 2.5 แสนล้านล้านบาท ทั้งยังได้ภาษีกลับคืนมามากกว่างบประมาณที่ลงทุน ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอีก

3 แบ่งภารกิจงานให้ชัดเจน รัฐบาลต้องรู้ว่าสิ่งใดที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญหรือเก่ง และต่างประเทศเข้าใจว่าประเทศไทยเก่งในด้านนั้น และส่งเสริมด้านนั้น

4 ควรมีกองทุนและแพลตฟอร์มรองรับการเริ่มต้นการเริ่มลงทุนใหม่ เช่น สิงคโปร์ หากประชาชนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจ รัฐบาลจะสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นให้ 75% เมื่อทำเงินได้ รัฐบาลจะถอนเงินออก

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความฝันและพรสวรรค์  ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะต้องจับมือร่วมกันระหว่างพ่อแม่และครู ต้องปลูกฝังบ่มเพาะตั้งแต่ระดับประถมศึกษา หากเด็กและเยาวชนมีพรสวรรค์และถนัดในเรื่องใด ต้องเก็บบันทึก เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่ค้นพบและพรสวรรค์นั้น อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังค้นหา จึงเป็นที่มาของนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย ‘มีรายได้ เรียนรู้ได้ ตลอดชีวิต (Lifelong Learning, Lifelong Earning)’ เป็นการสร้างแพลตฟอร์มจับคู่สมรรถนะของคนเข้ากับงานที่ใช่ เพื่อช่วยให้มีงานทำเร็วที่สุด ตรงกับสมรรถนะของตนเองมากที่สุด เพื่อให้รู้ว่าคนๆ นั้นอยู่ตรงไหน อยู่จังหวัดใด นำมาเชื่อมกับความต้องการของประเทศ นำพาประเทศไปสู่เป้าหมายพัฒนาต่อไป ซึ่งสอดรับกับแนวคิด “ธนาคารหน่วยกิตเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Academic Credit Bank : ACB)  ธนาคารเพื่อฝากความรู้ของคนไทยด้วยระบบคราวด์ (Cloud) เก็บเนื้อหาการเรียนและความรู้ในด้านต่างๆ เรียนรู้ได้ตลอดเวลา  นอกจากนี้ ควรมีการเปลี่ยนโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นศูนย์บ่มเพาะขั้นพื้นฐาน  ซึ่งมีอยู่ 1,500-2,000 โรงเรียนให้เป็นศูนย์บ่มเพาะอาชีพ เป็น co-working space ของผู้ใหญ่และเด็กในการบ่มเพาะความรู้ร่วมกัน 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะฟื้นโครงการ ‘คนพันธุ์อา (ชีวะ) คืนค่านิยมใหม่ว่าผู้ที่เรียนอาชีวะคือผู้ที่สร้างรายได้จริง พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนแปลงศูนย์บ่มเพาะ มาเป็น ‘ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ’ โดยจะมีการสอนการเขียนแผนธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างรายได้ใหม่ๆ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถาบันอาชีวะทั่วประเทศ  800 แห่ง แต่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพียง 420 แห่ง ส่วนของเอกชน 400 แห่ง จะมีการเข้าไปดูแลให้มีศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการเช่นกัน

ปรัชญาที่คนไทยควรรู้

จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Apisit Busayarasamee โดย พลตรี อภิสิทธิ์ บุศยารัศมี ได้โพสต์เรื่องราวที่เคยเขียนไว้เมื่อ 6 ปีก่อนเกี่ยวกับความทรงจำต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ความว่า...

เรื่องราวเมื่อ 6 ปีก่อน ที่ผมเขียนไว้

เมื่อ 2 ปีก่อน วันที่ 5 ธันวาคม 2557

ลูกสาวผมถามว่า “พ่อเคยเห็นในหลวงไหม?”

“เคย” ผมตอบลูกสาว

“เป็นโชคดีของพ่อ พ่อเคยเห็นในหลวงจริงๆ 4 ครั้ง ครั้งแรก ตอนพ่อเป็นนักเรียนนายร้อยปี 1 ปีนั้นเป็นปีครบรอบ 101 ปีโรงเรียนนายร้อย จปร. นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเพราะ ในปีที่โรงเรียนนายร้อย จปร.ครบ 100 ปีพระองค์ก็เสด็จมาแล้ว”

“ครั้งที่สองตอนสวนสนามราชวัลลภ ที่พ่อเป็นนักเรียนนายร้อยปี 2 ที่ลานพระรูปทรงม้า”

“ครั้งที่สามนี่เป็นครั้งสำคัญในชีวิตพ่อ คือพ่อได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรจากพระองค์ เมื่อปี2536 ครั้งนั้นคุณย่าก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าด้วย”

“ทำไมพ่อต้องรับกระบี่ด้วย” ลูกสาวผมถาม “แล้วกระบี่นี่แทงคนได้ไหม?”

“กระบี่เป็นเครื่องประกอบเครื่องแต่งกายของนายทหารสัญญาบัตร ไม่ใช่เอาไว้ต่อสู้จริง” ผมเล่าต่อ “การรับพระราชทานกระบี่หมายถึงการที่พระเจ้าแผ่นดินมอบความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถืออาวุธเพื่อปกป้องบ้านเมือง”

“ครั้งที่ 4 ก็เมื่อปี 2545 ตอนนั้นหนูยังอยู่ในท้องแม่เลย พระองค์เสด็จมาพระราชทานเข็มเครื่องหมายเสนาธิปัตย์ ที่เป็นเครื่องหมายสำคัญของนายทหาร ว่าจะรับใช้ราชวงศ์ด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดี”

ผมเล่าจบก็นึกถึงเรื่องของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง

ผมได้ฟังอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่า “เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายถึงการเกษตร ปลูกข้าว เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู หรือมีชีวิตอยู่แบบยากจน แบบที่พวกเราเห็นกัน”

“แต่เศรษฐกิจพอเพียง นำไปใช้ได้ในทุกวงการ ในปี 2540 ที่พระองค์พระราชทานแนวพระราชดำรินั้นเป็นปีที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤติ”

“แนวนั้นคือการไม่ทำตามกระแสทุนนิยมหลัก คือเงินซื้อได้ทุกสิ่ง

แต่เป็นการพอประมาณ คือไม่มากไม่น้อยไป เช่น การแต่งตัวของเราให้เหมาะกับกาลเทศะ สมฐานะ ไม่ใช่ตระหนี่

ให้มีเหตุผล มีความเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เห็นกล้วยออกเครือยาวๆ ก็ไปผูกผ้าสามสี และกราบไหว้ ขอหวย

และมีภูมิคุ้มกันคือไม่ประมาท เผื่ออนาคต เช่นการมีเพื่อน มีหัวหน้า เป็นต้น

ทุกอย่างอยู่ภายใต้การมีความรู้ ความรู้คือการเรียนแล้วนำไปประยุกต์ใช้ ไม่ใช่ปริญญาที่บ่งบอกการมีความรู้

และมีคุณธรรมคือเชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”

ทั้งหมดนี้คือปรัชญาที่คนไทยทุกคนควรรู้และนำไปใช้....นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกร....

'ผู้พันเบิร์ด' เผยที่มาก่อนการปรับปรุงสนามม้านางเลิ้ง สู่ 'อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9' จากแนวพระราชดำริในหลวง

เผยพระราชดำริ 'ในหลวง' ก่อนปรับปรุงสนามม้านางเลิ้งเป็นสวนสาธารณะ-หวังลดปัญหาจากการพนันม้า 'ผู้พันเบิร์ด' มองผู้ใช้เดิมไม่ต่อสัญญา สุ่มเสี่ยงถูกฮุบพื้นที่ ชี้ที่ดินทรัพย์สินฯ อดีต-ปัจจุบัน นำไปเช่าช่วงต่อทำกำไรพร้อม ระบุภายภาคหน้าจะยังได้เห็นหลายสิ่งที่พัฒนาสถาพรต่อไป

(13 ต.ค.65) พันเอกวันชนะ สวัสดี หรือ ผู้พันเบิร์ด จิตอาสา 904 เปิดเผยถึงความเป็นมาในการใช้ที่ดินสนามม้านางเลิ้ง และแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการปรับปรุงพื้นที่เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ปอดแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ และเป็นพื้นที่จอดรถของโรงพยาบาลรามาธิบดี

โดยระบุว่า สนามม้านางเลิ้งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ร.6 ตอนนั้นบริบทสังคมกับการแข่งม้าถือเป็นเรื่องใหม่ มีพันธุ์ม้าต่างประเทศเข้ามามาก ร.6 สร้างสนามม้านี้เพื่อเป็นการพัฒนาพันธุ์ม้าในประเทศไทยในภาพรวม อันหมายถึง การแข่งขันที่เป็นกีฬา การค้าขายอาหารเพื่อส่งเสริมธุรกิจชุมชน การพักผ่อน และธุรกิจกีฬา เมื่อวันเวลาผ่านไป บริบทสังคมเปลี่ยนวัตถุประสงค์เหล่านี้ก็เปลี่ยนและลดลง มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง มีผู้มีอิทธิพลในการแข่งขัน สามารถกำหนดผลแพ้ชนะได้

ที่สำคัญในการปรับปรุงครั้งนี้คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเห็นว่า การพนันมีผลเสียเกิดขึ้นมากในวงกว้าง และตามมาซึ่งปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สุดท้ายก็กระทบกับครอบครัว ครอบครัวแตกแยก จึงเป็นที่มาและเหตุผลที่ปรับปรุงครั้งนี้

“ผมมาคิดต่อว่า การขอที่ดินคืนครั้งนี้ก็ขอคืนในขณะที่หมดสัญญาเช่าไปก่อนหน้านี้นานแล้ว ค่าเช่าก็ไม่แพง เพียงเดือนละ 10,000 บาท แต่กลับเอาไปหากินกับการพนันมีเงินหมุนเวียนสัปดาห์ละหลายร้อยล้านบาท ขอสังเกตคือ การที่สัญญาหมดไปนานแล้ว แต่ไม่มีการต่อสัญญา แสดงให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนของสิทธิครอบครองที่ดิน ก็มีความเป็นไปได้ในเรื่องการฮุบเอาที่ดินทรัพย์สินไปเป็นของกลุ่มคนได้ในอนาคต เรื่องนี้เคยเกิดมาแล้วในช่วง 2475 และปัจจุบัน ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ ที่ไม่ชัดเจน มีกลุ่มคนเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินทรัพย์สินหาประโยชน์เข้าตัวเองอยู่ แค่ปล่อยเช่าช่วงต่อก็ได้กำไรหลายแล้ว ส่วนการทำความชัดเจนนี้ก็เพื่อให้มีเจ้าของที่ดินถูกต้องและเสียภาษีถูกต้องไม่คลุมเครือ”

และแน่นอนว่า เมื่อพระองค์ปรับปรุงสนามม้าครั้งนี้ ก็จะมีข่าวบิดเบือนออกมาทันทีว่า พระองค์จะเอาไปสร้างวัง จนมาถึงวันนี้ความจริงปรากฏแล้วว่าไม่จริงพวกที่บิดเบือนก็ไม่ได้ออกมายอมรับ ที่สำคัญคือ บิดเบือนปล่อยข่าวปลอมเป็นประจำจากคนเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อ และมีคนเอาไปขยายผลต่อ สร้างความเข้าใจที่ผิดต่อสถาบัน แต่ก็ยังมีคนเชื่อและเชียร์อยู่ คนบิดเบือนเหล่านี้หวังผลทางการเมืองและอำนาจเงินทองเข้ามาสู่ตนเองทั้งนั้น

เติมสัมพันธ์ 2 ชาติ 'กรณ์' หารือรัฐมนตรีการค้าคนใหม่อังกฤษ ถกยุทธศาสตร์อุตฯ อาหาร-มอบเสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช กรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุว่า ได้รับเชิญรับประทานอาหารเช้ากับ นายมาร์คัส ฟิช (Marcus Fysh MP) รัฐมนตรีการค้าของอังกฤษ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีป้ายแดงในรัฐบาลใหม่ของนายกรัฐมนตรีนางลิซ ทรัสส์  (Liz Truss)  

นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐมนตรีการค้าอังกฤษ เลือกเดินทางมาไทยเป็นประเทศแรก โดยทางอังกฤษหาช่องทางการค้าขายเพิ่มเติมตามยุทธศาสตร์การลดการพึ่งพาสหภาพยุโรป เราได้คุยกันถึงโอกาสด้านการลงทุนในไทยโดยอุตสาหกรรมอาหารของอังกฤษเพื่อแปรรูปสินค้าเกษตรของไทย และการขยายความสัมพันธ์เพิ่มเติมระหว่างสองราชอาณาจักร

“ท่านรัฐมนตรีมีความรู้เกี่ยวกับประเทศเราดีมาก ท่านเคยทำงานสายการลงทุนในภูมิภาคนี้ในตำแหน่งงานเดียวกันกับผมที่ SG Warburg (ท่านเข้ามาในแผนกที่ผมได้ร่วมก่อตั้งไว้ก่อนที่ผมจะกลับมาไทยเพื่อเปิดบริษัทหลักทรัพย์ของตัวเองเมื่อ 30 ปีที่แล้ว) แถมท่านยังเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมเดียวกับผมที่อังกฤษ และเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วย เราเลยมีเรื่องคุยกันเยอะจนเจ้าหน้าที่สถานทูตต้องมายุติการสนทนาเพื่อไม่ให้ท่านพลาดนัดหมายต่อไป” นายกรณ์ กล่าว 

ผบ.ตร.สั่งหน่วยเตรียมรับมือ ออกช่วยเหลือประชาชน ช่วงฝนตกหนัก 14-15 ต.ค.หวั่นซ้ำเติมประชาชนที่เดือดร้อนน้ำท่วม

ตามประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 (279/2565) ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2565 แจ้งว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนกลางช่วงวันที่ 13 - 14 ตุลาคม 2565 ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 14 - 15 ตุลาคม 2565 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง  

ประกอบกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามการคาดหมายลักษณะอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคม 2565 ร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและอาจมีส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ใน 14 จังหวัดภาคใต้

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยพร้อมช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทุกภัย ฝนตกหนักในพื้นที่  ที่จะกลายเป็นความเดือดร้อนซ้ำเติมประชาชนที่ถูกน้ำท่วมมาต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน กำชับผู้บังบัญชานำกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ (รถยนต์/เรือ) อุปกรณ์อื่นๆ ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ และให้ ดูแลเอาใจใส่บำรุงขวัญ และช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพิ่มกำลังสายตรวจทั้งทางบกและทางน้ำ วางมาตรการในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อป้องกันมิให้ถูกคนร้ายฉวยโอกาสช้ำเติมผู้ประสบภัย

งานวิจัยเมืองผู้ดีแนะคุมบุหรี่ไฟฟ้าสกัดนักสูบเยาวชน

เดอะ การ์เดี้ยน สื่อใหญ่ของอังกฤษรายงานข่าวผลการศึกษาซึ่งทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน (King’s College London) ได้ทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 400 ฉบับที่เคยได้รับการตีพิมพ์ ระบุว่าผู้สูบบุหรี่ที่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนจะลดการได้รับสารพิษก่อมะเร็ง โรคปอด และโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงอย่างมาก แต่ยังคงระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ จึงไม่แนะนำให้ผู้ที่ไม่เคยไม่สูบบุหรี่เริ่มใช้ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเน้นให้สร้างสมดุลระหว่างการสกัดนักสูบเยาวชนกับการให้ทางเลือกผู้สูบบุหรี่

การศึกษาฉบับนี้ เป็นงานวิจัยอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักพัฒนาสุขภาพและความเหลื่อมล้ำแห่งกรมอนามัยและสังคมสงเคราะห์ นับเป็นการทบทวนความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่ครอบคลุมที่สุดในปัจจุบัน ผู้วิจัยอ้างอิงถึงผลการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์กว่า 400 ฉบับจากทั่วโลก ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับสัญญาณอันตรายหรือระดับสารพิษในร่างกายภายหลังการสูบการบุหรี่และใช้บุหรี่ไฟฟ้าในระยะสั้นหรือระยะกลางของการสูบบุหรี่หรือการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เช่น การเพิ่มขึ้นของระดับนิโคติน สารจำเพาะที่บ่งชี้การเกิดมะเร็ง รายงานพบว่าระดับสารพิษ เช่น ไนโตรซามีน (Nitrosamines) คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายอื่นๆ ในร่างกายของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นใกล้เคียงหรือต่ำกว่าผู้สูบบุหรี่ ในขณะที่ในร่างกายของผู้ที่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินใดๆ มีระดับของสารเหล่านี้ต่ำที่สุด

ทีมวิจัยเห็นว่าจำเป็นต้องทำการศึกษาต่อถึงผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาวหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องไปอีกหลายปี

ปัจจุบัน ผู้สูบบุหรี่ในอังกฤษมีจำนวนที่ลดลงในขณะที่จำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มในกลุ่มเยาวชนนั้นไม่ได้เป็นแบบนั้น จากผลรายงาน การสูบบุหรี่ในกลุ่มคนอายุ 11-18 ปีอยู่ที่ 6.3% ในปี 2019 และ 6% ในปี 2022 ขณะที่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 4.8% เป็น 8.6% ในปีก่อน อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในกลุ่มคนอายุ 16-18 ปี แต่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Vapes) นั้นเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 7.8%

ทีมนักวิจัยจึงได้เรียกร้องให้มีกฎหมายควบคุมที่ดีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานขายจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เด็ก และให้มีระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อจัดการการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งที่เพิ่มขึ้นสูงในเยาวชน โดยกล่าวว่า “การโฆษณา บรรจุภัณฑ์ และการทำการตลาดผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งกับกลุ่มเยาวชน ควรถูกสอบสวน และต้องมีมาตรการที่เหมาะสมกว่านี้เพื่อลดการดึงดูดเยาวชน

“เราควรทำให้มั่นใจว่าผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่จะได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ซึ่งรวมไปถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลดความเสี่ยงของบุหรี่ไฟฟ้าและวิธีที่จะใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่ และขณะเดียวกันก็ควรให้ความรู้แก่เยาวชนที่จะไม่สูบบุหรี่และป้องกันไม่ให้พวกเขาเริ่มสูบบุหรี่ และยังต้องบังคับใช้กฎควบคุมอายุในการซื้อขายรวมถึงการโฆษณาอีกด้วย” เขากล่าว “หากเราสามารถหาความสมดุลในเรื่องนี้ได้ บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนประวัติศาสตร์การสูบบุหรี่ของประเทศอังกฤษเลยทีเดียว”

ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบ 'ช่างแอร์ในตำนาน' โชว์คลังแสงปืนลงโซเชียล

วันนี้ (13 ต.ค.65) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้เปิดเผยกรณี ช่างซ่อมแอร์เจ้าของสนามบีบีกันโพสภาพอาวุธปืนลงในโลกออนไลน์หวั่นสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากโลกออนไลน์ได้ปรากฎภาพของ "ช่างเปิ้ล" หรือ นายอภิสิทธิ์ มั่งมี อายุ 42 ปี อดีตเคยเปิดสนามยิงปืนบีบีกัน ชื่อว่า “สนามบีบีกัน ช่างแอร์ในตำนาน” ปัจจุบันมีพฤติกรรมโพสภาพอาวุธปืนสงครามในโลกออกไลน์ หวั่นสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน ตนจึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วสันต์​ เตชะอัครเกษม ​รอง ผบช.ภ.8 , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT5) , พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 , พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.8 , PCT ชุดที่ 5  เข้าค้นสถานที่ต้องสงสัย 3 แห่ง ดังนี้

1. บ้านเลขที่ 196/18 ม.5 ถ.อำเภอ ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายค้นศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ค.249/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค. 65

2. “สนามบีบีกัน ช่างแอร์ในตำนาน” เลขที่ 174/7 ม.5 ถ.โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายค้นศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ค.251/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค. 65

​3. บ้านเลขที่ 122/25 ซ.โฉลกรัฐ 26 ม.1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายค้นศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ค.250/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค. 65

ผลการตรวจค้นพบ

​1.บีบีกัน จำนวน 46 กระบอก 
​2.อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก (ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก)
​3.เครื่องกระสุนขนาด .22 จำนวน 30 นัด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" จากนั้น พฐ. ได้เดินทางมาทำการตรวจพิสูจน์ปืนบีบีกันทั้งหมด โดยมี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมการตรวจสอบด้วย โดยหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบจะนำตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

'พระครูแจ้' เจ้าอาวาสวัดดังบางพลี จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

ที่วัดบางพลีใหญ่กลางตำบลบางพี่ใหญ่อำเภอบางพลีจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม

ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง โดย ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้จัดพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วย คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง จำนวน 33 รูป ร่วมประกอบพิธี คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางสดับปกรณ์

โดยมี นายสกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี พร้อมด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลบางพลีใหญ่ ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลบางพลี เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง คณะครูโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ตลอดจนคณะไวยาวัจกร ร่วมในพิธี

อีกทั้ง ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ประชาชนทั่วไปเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทางหน่วยงานราชการ รวมทั้ง พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจึงได้ร่วมกันประกอบกิจกรรมและพิธีทางศาสนา อาทิ กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ทำความสะอาดเก็บขยะ กำจัดวัชพืช เก็บผักตบชวา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top